[etc] Tag เรียน *โบราณคดี เอกภาษาอังกฤษ* อย่างคนมีกึ๋น
posted on 09 Oct 2008 03:52 by hanachiko in ABOUTmeเอาล่ะ ได้แท็กนี้มาจากพี่ทิม ก็ขอรับมาทำเลยก็แล้วกัน ไม่ได้ทำอะไรมีสาระมาได้พักนึงแล้วล่ะ
ถ้าอย่างนั้นก็ เริ่มเลยก็แล้วกัน พักจากการด่าทอผู้ชายซักเอนทรี่นึง
กติกา:
1. copy กติกาของแท็กคนมีกึ๋นไปใส่ไว้ในเอ็นทรี่
2. ตั้งชื่อเอ็นทรี่เป็น "Tag เรียน....อย่างคนมีกึ๋น" <-- ใส่ชื่อคณะหรือเอกที่คุณเรียนลงไป
3. ตอบคำถาม 5 ข้อต่อไปนี้
- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?
- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ
- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??
4. พิมพ์ชื่อ Tags ให้ไปอยู่ในหมวดหมู่ของคณะตัวเอง เช่น มนุษยศาสตร์ นิติศาสตร์ ฯลฯ
รวมถึงหมวดหมู่ Admission เพื่อให้น้องๆ ที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ได้เข้าไปเลือกอ่านได้ตามความสนใจ จากนั้นอย่าลืม.. ส่ง tag ต่อ
เอาล่ะ...
ฮานะไม่ได้เก่งนะ คะแนนไม่หรูด้วย แต่ว่า คิดว่าตลอดเวลาที่เรียนมา 4 ปีนี้ มีบทเรียนชีวิตเพิ่มขึ้นมาก ก็เลย คิดว่าจะเอามาแบ่งปันกันให้น้องๆรู้กัน จะได้เตรียมตัวไว้
1. ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
ตอนนี้จบแล้วค่ะ จบจากคณะโบราณคดี เอกภาษาอังกฤษ โทประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากรค่ะ (ส่วนตอนนี้กำลังเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม และคาดว่าจะต่อยอดไปภาษาญี่ปุ่น อั๊ง)
2. สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง
สาขาที่เรียน ขอบอกก่อนเลย ถึงจะชื่อว่าคณะโบราณคดี แต่เราไม่ได้ไปขุดเจาะหาขุมทรัพย์อะไรกันเลยนะคะ วิชาเอกที่ฮานะเลือกคือภาษาอังกฤษ เพราะฉะนั้น หลักสูตรก็แทบจะไม่ต่างกับอักษรภาษาอังกฤษเลยล่ะค่ะ
ที่เลือกคณะนี้ รู้ป่าวทำไม?
เพราะคณะโบราณคดีมีอยู่แห่งเดียวในประเทศไทยค่ะ
คณะอักษรมีหลายที่ เข้าที่นี่ฟังดูเท่ห์กว่ากันเยอะเลยเนอะคะ น้องๆว่ามั้ย
สำหรับที่นี่ น้องๆต้องเลือกเอกตั้งแต่เริ่มส่งคะแนนนะคะ จะย้ายเอกหรืออะไรก็มาทำทีหลัง หลังจากเข้าเรียนแล้ว ตรงนี้แหละที่เราชอบ เพราะไม่ต้องไปแข่งกับคนอื่น เราต้องมีเป้าหมายในชีวิตตัวเองให้แน่นอน
ส่วนเรื่องการเรียน เรียนยังไงให้พี่แนะนำ อยากให้น้องๆถามตัวเองก่อนว่า ทำไม
"ทำไมถึงอยากเรียนเอกภาษาอังกฤษ"
อย่าเลือกเรียน เพียงเพราะว่า คะแนนถึง คะแนนไหว ยังไงก็ได้ ขอให้มีที่เรียน ถ้าเป็นแบบนั้น น้องๆจะเป็นนักศึกษาที่ไม่มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนค่ะ เรียนไปจะไม่มีความสุขค่ะ
เรียนด้วยความทุกข์ คิดแต่ว่า เมื่อไหร่จะหมดวัน เมื่อไหร่จะหมดคาบ ไม่เจริญหรอกนะคะ
ถึงจะพูดแบบนั้น แต่เราเองก็มีบ้าง เหนื่อย ขี้เกียจ ก็บ่นอย่างที่ว่ามาเหมือนกันนั่นแหละ แต่ไม่เคยคิดเลยว่า
"กูไม่น่าเลือกที่นี่เลย"
เจ๋งมั้ย? /โดนเตะ
โอเค มาเข้าเรื่องกันดีกว่า (ติดชอบออกทะเลเรื่อยเลย แต่ก็เขียนเรื่องมีประโยชน์นะ)
เรียนยังไง? ไม่ยากค่ะ (เรอะ?) แต่ต้องรัก ต้องชอบ ต้องไม่รังเกียจภาษาอังกฤษ (เราก็บ่นว่าเบื่อแล้ว ภาษานี้ แต่ก็เรียนได้อยู่เรื่อย ยังมีอีกสามล้านอย่างที่อยากเรียนรู้)
เรียนก็ เราเข้ามาที่นี่ เรามีเอกแล้ว คือภาษาอังกฤษ ที่ต้องทำคือ ผ่านวิชาศึกษาทั่วไปให้ได้เร็วๆภายในปีหนึ่ง อย่าปล่อยดองแบบฮานะ (เพราะเลวไว้ตอนปี1น่ะค่ะ) แล้วรับรอง น้องๆจะจบได้ในสามปีครึ่งกันเลยทีเดียวถ้าน้องขยันสะใจ (บังเอิญพี่ชิว แต่ก็จบ4ปีนะคะ)
ระหว่างปีหนึ่ง ก็อยากให้เลือกๆและตัดสินใจเรื่องวิชาโทไปเลยค่ะ จะได้ไม่ต้องเสียเวลา ยิ่งคิดช้า ตามเก็บได้ช้า รับรอง วุ่นแน่ปีสี่
ส่วนการเลือกลงวิชา เราแนะนำว่า ลงมันให้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ ลงมันให้เต็มเหยียด เพราะว่าที่นี่ ไม่ได้คิดค่าหน่วยกิตแบบเหมาจ่าย แต่คิดตามเลือกลงจริงค่ะ เพราะงั้นไม่ต้องห่วงและกังวลว่าเทอมสุดท้ายลงสองตัวก็จ่ายเท่าเจ็ดตัว ไม่มีแบบนั้นค่ะ
เพราะงั้น พยายามลงให้เต็ม บางวิชาเลือก พี่ๆอาจจะแนะนำ ว่าอย่าเพิ่งลงตัวนี้ มันยาก แต่บางที วิชาเลือก ไม่ได้มาให้เลือกบ่อยๆ ดังนั้น มีอะไรลงได้ และคิดว่าน่าสนใจ อยากจะเรียน ก็รีบลงไปเลย ไม่มีวิชาไหนง่าย ไม่มีวิชาไหนยากหรอกค่ะ ถ้าเรารู้ว่าเราถนัดอะไร ก็เลือกไปตามความถนัด ถ้ามีความชอบในวิชาซักนิด มันก็ไม่มีอะไรยากเกินไปหรอกค่ะ อันนี้จริงจัง
เรียนอะไรบ้าง? ตามชื่อเอก เอกภาษาอังกฤษ เรียนภาษาอังกฤษค่ะ จะบังคับเรียนฟังพูดเขียนจนถึงขั้นสูง ส่วนเรื่องการอ่านขั้นสูงนั้น เป็นวิชาเอกเลือก คือให้น้องๆตัดสินใจกันได้ว่าอยากจะอ่านอยู่อีกมั้ย และที่สำคัญ วิชาบังคับหลักๆที่น้องๆต้องเรียนกันทุกคนก็คือ
Fundamental of English Listening & Speaking - อันนี้เป็นวิชาโคตรพื้นฐานการฟังและพูดภาษาอังกฤษค่ะ เรียนในแล็บเสียเป็นส่วนใหญ่ ง่ายๆ ชิวๆนะคะ
Listening & Speaking I, II & III - อันนี้ดูมีระดับกว่าตัวก่อนหน้าหน่อย เรียงกันไปเรื่อยๆ แล้วแต่ว่าปีนั้น ทางคณะจะจัดให้เรียนในช่วงชั้นปีไหนนะคะ ส่วนใหญ่จะได้เรียนกับอาจารย์ฝรั่ง ซึ่งถ้าให้พี่แนะนำ อย่ากลัวค่ะ พูดไปเหอะ ผิดเค้าก็แก้ให้ ไม่ต้องสนแกรมม่า เพราะถ้ามัวแต่เรียงประโยคจะพูดไม่ได้นะคะ
English Structure & Reading - ตัวนี้จะเริ่มยากค่ะ จะเป็นการเรียนพื้นฐานโครงสร้างประโยคตั้งแต่แบบเริ่มต้นยันมหาภัย(?) ถือเป็นตัวยากระดับนึงเลยทีเดียว ตัวนี้จะได้เรียนตอนปีสองเทอมแรกนะคะ
Fundamental of English writing - อันนี้เรียนการเขียนเบื้องต้นสุดๆ จะน้องๆจะได้เรียนรู้ค่ะ ว่าการเขียนessayที่ดี ทำยังไง ยังง่ายๆอยู่ค่ะ
Intermediate English Writing - วิชานี้จะยากกว่าเมื่อกี๊ ต้องเขียนยาวขึ้น ใช้รูปประโยคที่พลิกแพลงมากขึ้น สมองจะเริ่มใช้งานกันก็ตอนนี้ล่ะค่ะ
Advance Writing in English - ตัวนี้เมามันส์มากในสายการเขียนเชิงวิชาการทั้งหมดค่ะ เพราะน้องๆจะได้เขียน Academic Research Paperความยาว 6 - 12หน้ากระดาษ เรียนตัวนี้ น้องๆจะรู้สึกว่า พลังงานหมด ถูกสูบ และพอเรียนจบตัวนี้ น้องจะตกใจว่า "นี่กรูสามารถเขียนเรื่องอะไรได้เยอะขนาดนี้เป็นภาษาอังกฤษเลยเหรอวะ" เรียนแล้วรอยหยักในสมองจะเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัวเลยค่ะ วิชานี้
Classical Mythology - นี่เป็นวิชาที่ฮานะโปรดปรานที่สุด เพราะเป็นการเรียนเกี่ยวกับตำนานเทพกรีกค่ะ เรียกชื่อไทยว่า เทพปกรณัม (หรูแมะ?) ในที่นี้ น้องๆคนไหนที่เคยรู้จัก จูปิเตอร์ วินัส เมอร์คิวรี่ อะไรทั้งหลายนั่น ขอบอกให้โยนทิ้งค่ะ เพราะชื่อเหล่านั้นเป็นชื่อโรมัน ในวิชานี้ เราจะเรียนกันที่ต้นตอของตำนานกรีก ซึ่งน้องๆจะต้องจำชื่อกรีกกันนะคะ หนังสือของคณะเรา หนา กว่าที่อื่น (นี่คือเท่าที่เรารู้มา) แต่ว่าเป็นหนังสือที่ดีมาก รายละเอียดสุดยอด อย่าคิดว่าทำไมต้องเรียน ไม่เห็นจำเป็น...
จำเป็นค่ะ เพราะว่าเราเรียนเอกภาษาอังกฤษ เราจำเป็นต้องรู้ว่า คนฝรั่งเขาเรียนอะไรกันบ้าง รายวิชาพวกนี้ เป็นรายวิชาที่เด็กฝรั่งทุกคนเขาต้องเรียนกันทั้งนั้นค่ะ เราจำเป็นต้องเรียนรู้วัฒนธรรมและรูปแบบการคิดของพวกเขา ดังนั้น การเรียนแบบเดียวกับพวกเขาก็จำเป็นนะคะ
Introduction to literature - อันนี้จะเรียนวรรณคดีเบื้องต้น จะสอนศัพท์เทคนิค และวิธีการอ่านกลอนแบบง่ายๆค่ะ ในวิชานี้ น้องๆจะยังไม่รู้สึกอะไร จะยังรู้สึกว่าทุกอย่างมันใหม่ มันน่าตื่นเต้นไปหมด
Survey of English Literature - ความตื่นเต้นจะหมดลงตรงนี้ค่ะ เพราะน้องจะต้องเรียนตั้งแต่สมัยน้องยังไม่ตายจากสองพันชาติที่แล้ว จวบจนศตวรรษที่18ค่ะ นอกเหนือจากนั้น น้องจะเริ่มรู้ค่ะ ว่าทำไม ถึงอยากฆ่าและชื่นชมเชคสเปียร์ไปในเวลาเดียวกัน
Survey of American Literature - อันนี้เป็นวิชามหาหินค่ะ เรียนในห้องอย่างเดียวไม่พอ น้องต้องขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติมด้วย แต่ในขณะเดียวกัน ก็ใช้ความเข้าใจมากกว่าท่องจำนะคะ สำหรับตัวนี้ ไม่เหมือนกับวรรณคดีอังกฤษ ที่อาศัยท่องจำมากกว่าความเข้าใจ ดังนั้นก็ต้องระวังกันให้ดีค่ะ
English Reading & Summary - ตัวนี้เป็นการหัดอ่าน แล้วเขียนใหม่ด้วยภาษาของตัวเอง หรือเขียนสรุปเป็นย่อหน้าสั้นๆนะคะ ถ้าน้องเป็นคนที่ชอบการอ่านเอาเรื่องและจับใจความสำคัญ รับรอง ได้Aง่ายๆเลยทีเดียวค่ะ
English Phonetics - อันนี้จะเป็น สัทศาสตร์ ว่าด้วยสัญลักษณ์และการออกเสียงให้ถูกต้องตามหลักสัทศาสตร์เลยนั่นแหละค่ะ ตัวนี้จะเน้นการเขียน และการออกเสียง มากกว่าการท่องจำนะคะ ถ้าเป็นไปได้อย่าขาดเรียนบ่อย (แต่เราหลับตลอด แย่เนอะ)
English Listening Comprehension & Note-Taking - ตัวนี้สนุกค่ะ ฝึกฟังและจดเลคเชอร์เป็นภาษาอังกฤษ จะได้เรียนหลักในการจดเลคเชอร์ให้มีประสิทธิภาพค่ะ เนื้อหาที่ฟังก็มีตั้งแต่ง่ายๆไปจนยากโคตรๆ แต่ถือว่าเป็นวิชาที่ดีมากๆอีกตัวนึงเลยนะคะ
Translation I & II - อันนี้เรียงตามนี้ และแปลตรงตัวค่ะ วิชาการแปล น้องจะได้หัดแปลตั้งแต่ประโยคสั้นๆ ไปจนถึงบทความในสองตัวนี้ แบ่งเรียนเทอมละตัว ตัวนึงแบ่งเป็นสองส่วน คือการแปลจากภาษาอังกฤษเป็นไทย และจากไทยเป็นอังกฤษ
Introduction to Linguistics - ตัวนี้โหดหิน เราเอาตัวเองแทบไม่รอดค่ะ (เพราะหลับในห้องบ่อยด้วยล่ะ) คือ วิชานี้ต้องอาศัยความอดทนในการเรียนสูงมาก เพราะว่า มันทฤษฎีล้วนๆเลย (เราผ่านมาได้เพราะความช่วยเหลือของลูกสาว อั๊ง) แปลคือ จำเข้าไปให้ตายกันไปข้าง แต่ถ้าสามารถจัดระบบความเข้าใจของตัวเองขึ้นมาได้ น้องก็รอดล่ะค่ะ
Correspondence in English - ตัวนี้เรียนตอนปีสี่ค่ะ เรียนเขียนจดหมายธุรกิจ การตอบจดหมาย การเขียนจดหมายสมัครงานเป็นภาษาอังกฤษค่ะ วิชานี้ออกสนุกๆ ขำๆ แต่ก็ขึ้นอยู่กับอาจารย์ผู้สอนเหมือนกันว่าเนื้อหาจะยากง่ายขนาดไหน แต่อย่างที่บอกค่ะ ไม่มีอะไรยากเกินไป
สำหรับวิชาเอกเลือก ก็แล้วแต่น้องๆ ว่าสนใจทางด้านไหนเป็นพิเศษ มีทั้งภาษาในธุรกิจ การเขียนคอลัมน์สารคดี วรรณคดีศึกษา(อันนี้เป็นสายที่พี่สนใจ) การพูดในที่สาธารณะ ฯลฯ เยอะแยะค่ะ
3. สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง
โอ๊ยยยยยยยยยยยยย ทำงานได้จับฉ่ายสารพัดค่ะ อย่าลืมค่ะ ว่านอกเหนือจากภาษาไทยแล้ว ถ้ารู้ภาษาอื่นมากขึ้น ก็จะถือว่าได้เปรียบคนอื่นค่ะ ยิ่งถ้าภาษาดีและโดดเด่นแล้ว ก็จะทำให้เราโดดเด่นด้วย
จะเขียนคอลัมน์ แปลหนังสือ บทความ เป็นเลขา ทำงานในบริษัทต่างชาติ ทำงานร้านหนังสือ เป็นอาจารย์ เป็นล่าม ทำงานบริการ ดูแลลูกค้า พนักงานต้อนรับ และอีกมากมายที่พี่ยังนึกไม่ออก เพราะมันเยอะ
ยิ่งถ้าเรียนไปทางสายวรรณคดี น้องๆจะได้ฝึกคิดวิเคราะห์ให้แหกคอกเข้าว่าแบบที่คนทั่วไปเค้าไม่คิดกัน ตอนแรกๆอาจจะยังทำไม่ได้ แต่ยิ่งเรียนมาก จะยิ่งเพ้อค่ะ และรู้สึกตัวอีกที จะคิดว่า ทฤษฎีที่เราคิดนี่มันอะไรกันวะ และจากการที่อ่านหนังสือคลาสสิคเยอะ จะทำให้เวลาเราต้องคุยกับชาวต่างชาติ จะทำให้เขาไม่ดูถูกเราค่ะ เป็นการบอกประกาศไป
"กูก็อ่านหนังสืออย่างที่พวกคุณๆอ่านนั่นแหละ"
เป็นเกราะป้องกันตัวได้อีกอย่างเลยทีเดียวเชียว
4. บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ
เราไม่มีกึ๋นอะ แย่ (นอกเรื่องอีกแล้ว) เคล็ดลับในการเรียนสาขานี้ ง่ายๆค่ะ
"ต้องขยันและมีความรับผิดชอบ"
เห็นเราเขียนแบบนี้ ก็เพราะเรามีบทเรียนมาแล้วนะ ตอนสมัยฮานะอยู่ปีหนึ่ง ด้วยความที่ได้อิสระ ไม่มีใครมาต้อนเข้าห้อง ไม่มีอาจารย์ฝ่ายปกครอง ฮานะก็เละเทะเลยค่ะ โดดเรียน ไม่เข้าห้อง ก็อาจารย์ไม่เช็คชื่อนี่นา
เทอมแรก เกรดออกมา 2.4 ได้ สวยเหลือเกิน
ก็ยังไม่เข็ดค่ะ แต่ทีนี้ เทอมสอง มันมีหลายเรื่องส่วนตัววุ่นวายมากเกินไปค่ะ จนทำให้ระบบชีวิตเพี้ยน บวกกับฮานะไม่ชอบอาจารย์ผู้สอนท่านนึง จนกลายเป็นอคติ ไม่เข้าห้องเรียนแม่งเลยซะงั้น
ผล?
ไม่มีสิทธิ์สอบค่ะ
แย่กว่าสอบตกอีกนะคะ
ทีนี้ ซ้ำอีกค่ะ อีกตัวนึง ฮานะไม่เข้าเรียน สอบทำไม่ได้ เลยติดFมาอีกค่ะ
สรุปคือ เทอมเดียว ซดไปสองตัว สาหัสค่ะ
โดนทำโทษ โดนกักบริเวณ สารพัดค่ะ เพื่อนเราช่วงนั้นจะรู้ดีว่าเราไปไหนไม่ได้เลย
มันเป็นบทเรียนราคาแพงค่ะ ถ้าไม่มีอีสองFนั่น ป่านนี้เกรดคงถึง3อย่างสวยงามค่ะ
แต่ว่า หลังจากล้มลุกคลุกคลานไปสองเทอมแรก พอขึ้นปีสอง ฮานะก็กลับตัวกลับใจ พยายามสร้างระเบียบให้ตัวเอง(อย่างน้อยนิด ใช่มั้ยลูก?) ถึงกู้ตัวเองกลับมาได้
สิ่งที่ทำให้มีกำลังใจคือ วิชาในสายภาษาอังกฤษ เพราะฮานะเลือกที่นี่เพราะอยากเรียนภาษาอังกฤษ และอีกอย่างหนึ่งก็คือ คำพูดของอาจารย์ท่านหนึ่งที่ฮานะเคารพรักมากที่สุด ตอนปีสองเทอมแรก เรียนกับอาจารย์และสอบ อาจารย์เรียกเราไปพบ แล้วถาม
"คะแนนสอบดีมาก ทำไมเกรดเฉลี่ยถึงต่ำคะ?"
เราก็ตอบไปตามตรง ว่าเราติดFสองตัว เพราะอะไร
อาจารย์ถามกลับมาอีก
"ทำไมถึงไม่ซิ่ว ถ้าเป็นคนอื่นคงซิ่วไปแล้ว"
ตอนนั้นนิ่งไป แล้วตอบอาจารย์ไปอย่างไม่ลังเลเลยว่า
"ก็หนูอยากเรียนที่นี่ค่ะ"
จำได้ว่าอาจารย์ยิ้ม
"ถ้าตั้งใจมากๆ อาจจะได้ถึง3กว่าเลยนะ"
เป็นกำลังใจสุดขีดของเราในตอนนั้นเลย รู้สึกว่าอาจารย์เป็นห่วง แล้วอาจารย์ใส่ใจ อาจารย์เห็นความตั้งใจของเรา ตั้งแต่นั้นมาเลยตั้งใจเรียนขึ้นมาเลย และเริ่มบริหารเวลาเป็น
เราก็ยังโดดเรียนบ้าง แต่โดดแล้วไม่ใช่ว่าไม่รับผิดชอบงานหรือหนังสือที่ต้องอ่าน
โดดได้สามครั้ง ก็ไม่ใช่ว่าใช้โควต้านี้ตะบันเลยนะคะ บริหารแบ่งไป และนับดีๆ ให้ครบสาม อย่าให้เกิน คะแนนตกหล่นและอาจหมดสิทธิ์สอบได้นะคะ
ดังนั้น น้องต้องรู้จักมีความรับผิดชอบและบริหารเวลาให้ฉลาด วิชาไหนเน้นอะไร ต้องอ่านตรงไหน พยายามติดนิสัยเอาโพสต์-อิท แปะบนชีทหรือหน้ากระดาษค่ะ ช่วยจำว่าเราต้องทำอะไรบ้าง
เวลาอ่านหนังสือสายวรรณคดี อย่าพยายามหาเวอร์ชั่นภาษาไทยมาอ่าน เพราะมันจะไม่ช่วย ถ้าอยากอ่านทางลัด ให้หาอ่านแบบสรุปเอาในเว็บดูค่ะ กูเกิ้ลโลด เดี๋ยวก็เจอ
หรือถ้ายังไม่เข้าใจ หรือมีปัญหาอยากถาม ทิ้งไว้โลด เดี๋ยวeditตอบให้ค่ะ
5. อยากบอกน้องๆที่จะเลือกคณะนี้ว่า?
ถ้าน้องเลือกคณะนี้เพราะมาตามเพื่อน ตัวน้องเองไม่ได้สนใจอะไรมากมาย แล้วน้องเป็นคนหัวดี ก็อาจจะเรียนได้ เรียนดี แต่น้องจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย จากการเรียนแบบนกแก้วนกขุนทอง
เพื่อนน่ะ ไม่อยากแยกจากกัน ไม่อยากห่างกัน แต่ถ้าเราตามเพื่อนไป ถึงเวลาเราเดือดร้อน เพื่อนจะช่วยเลี้ยงเรามั้ยคะ? ถ้าเราไม่รับผิดชอบตัวเราเองให้ได้ น้องจะให้ใครมารับผิดชอบ?
ถ้าชีวิตของน้องเอง ยังต้องเลือกเดินตามเพื่อน น้องจะไม่สามารถตัดสินใจอะไรเองในชีวิตได้เลย กลายเป็นเหมือนกับคนที่พึ่งตัวเองไม่ได้ แบบนั้นน่ากลัวนะคะ
เพราะอย่างงั้น ถ้าให้แนะนำ ไม่ใช่แค่คณะนี้ แต่เป็นคณะอื่นๆด้วย
"น้องต้องเลือกมาเรียนเพราะว่าชอบ"
เมื่อชอบแล้ว อุปสรรคขวากหนามมันจะเหี้ยยังไง น้องก็จะหาทางผ่านมันไปได้เองค่ะ
นั่นคือสิ่งที่พี่เรียนรู้จากการเลือกเรียนในสิ่งที่พี่อยากเรียน
เพราะเรียน ถึงจะยาก ถึงจะเหี้ย แต่ก็จะมีอารมณ์ที่รู้สึก สนุก และอยากจะเรียน แค่นั้นก็เพียงพอแล้วล่ะค่ะ
ถึงจะพลาดไปตอนปี1 แต่พี่ก็จบสี่ปี ด้วยเกรด 2.66 เชียวนะคะ ถ้าไม่ตั้งใจเรียนคงไทร์ไปแล้ว โดนเด้ง
เอาเป็นว่า ก็ขอจบเอนทรี่มีสาระไว้แบบนี้ก็แล้วกันนะคะ
หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กันบ้าง ไม่มากก็น้อยเน้อ
แท็กต่อ
พี่กีจัง อั๊ง เลิฟฟฟฟฟ
พี่เล็ก ยกให้โลดค่าาาา
บี๊ เอาไปทำนะเธอ อั๊ง
ก้วยด้วย อั๊ง
คิดไม่ออกแล้ว อยากทำทำเลย เย้
ปล. เอนทรี่หน้า มีคนมาให้เรียงคิวด่าทอแล้วล่ะทุกคน อั๊ง