"เดี๋ยวจะกินข้าวเย็นด้วยกันก่อนหรือเปล่า....หรือจะค้างเลย" คิรากรเอ่ยถามขึ้นเมื่อก้าวเดินเข้าประตูล็อบบี้ของคอนโด (หรือหอพักที่เจ้าตัวยืนยัน) มา ชายหนุ่มก้มลงหาคีย์การ์ดในกระเป๋าโดยที่ยังไม่หยุดพูด "ถ้าค้างเดี๋ยวพี่ทำสตูว์เนื้อให้กิน"

"เดี๋ยวกินข้าวแต่คงไม่ค้าง....ไปเข้าค่ายหลายวันแล้ว แม่ไม่เห็นหน้า....เดี๋ยวจะห่วง" จิณณ์พูดเบาๆเมื่อนึกถึงมารดาที่เพิ่งโทรศัพท์มาหาก่อนที่รถบัสที่กลับจากค่ายเลี้ยวเข้ามหาวิทยาลัย "ท้องอยู่ เดี๋ยวเครียด เดี๋ยวกินมาม่าอะไรในห้องพี่คีย์ก็ได้"

"คีย์" เสียงทุ้มต่ำดังจากบริเวณโซฟา ก่อนที่เจ้าของเสียงจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทเดินเข้ามาที่คนทั้งคู่

"คีย์....คิดถึงนะ” น้ำเสียงที่แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเอ่ยถาม

แต่เจ้าของชื่อนั้นดูเหมือนจะตกใจจนไม่แม้แต่จะกระพริบตาด้วยซ้ำ ใบหน้าดูซีดลงแทบจะทันที

อนลก้าวมาประชิดตัวคิรากร เขาเหลือบมองจิณณ์ที่ยืนอยู่ใกล้ๆด้วยสายตาประเมินในที เพื่อนงั้นหรือ....แต่ท่าทางไอ้เด็กนี่ดูแปลกกว่านั้น

"ขอคุยหน่อยได้ไหม...แค่สองคน"

"...สองคน...อะไร...ถ้าจะคุย...ก็คุยตรงนี้..." คิรากรพยายามที่จะไม่สบตาอีกฝ่ายตรงๆทั้งที่ในใจนั้นหวั่นไหวไปมากกับแค่เดินเข้ามาหาใกล้ๆ

"พี่คีย์..."

"เดี๋ยวผมถือของให้ ขอบใจมากนะน้องที่มาส่ง" อนลตบบ่าจิณณ์แล้วฉวยกระเป๋าที่เป็นของคิรากร "นะคีย์....ขอคุยหน่อย"

"ไม่เอา..." เพราะรู้ดีว่าหากอยู่กันแค่สองคน เขาก็อาจจะใจอ่อนอีกก็ได้ "จิน อย่าเพิ่งไป..."

เจ้าของชื่อมองคนทั้งคู่...และรู้ว่าตัวเองอยู่แค่ในฐานะอะไร จิณณ์มองตาคิรากรที่ฉายแววลังเล หลบตาคนรักเก่าที่เพิ่งมาหาจากอเมริกา และแม้ว่าจะบอกว่าอย่าเพิ่งไป...แต่จิณณ์ก็รู้ ว่าพี่คีย์ของเขาจะเลือกอะไร

"พี่...คุยกับเขาเถอะ ผม...ไม่เป็นไร เดี๋ยวกลับบ้านก็ได้"

คิรากรเม้มริมฝีปากแน่น ลึกๆในใจเขารู้ดีว่ามันจะต้องจบลงในรูปแบบไหน อนลตามมาหาถึงที่นี่ไม่ได้อยู่ในสิ่งที่คาดเดาเอาไว้

"...งั้น พรุ่งนี้...เจอกันนะ..."

"อืม...ถ้าได้เจอกันก็ดี มีเรียนเช้านะ...อย่าตื่นสายนะพี่คีย์" จิณณ์ยื่นกระเป๋าให้อนล...น้ำหนักของในมือที่หายไป เหมือนกับการที่ต้องปล่อยมือจากคิรากร

...ผมชอบพี่...

แต่คงไม่มีทางได้บอกอีกแล้ว

เพราะตาของพี่....ไม่ได้มองที่ผม

จิณณ์ยิ้มให้กับคิรากรแล้วหันหลังเดินออกไปด้านนอกล็อบบี้ ความวูบไหวในอก...มีเพียงเจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ว่ามันทรมานแค่ไหน

จิณณ์เดินออกมานอกตัวอาคารที่เขาเคยได้ฝากตัวเป็นที่นอน ที่กิน ที่เล่นกับคิรากร เขารู้ดีว่าความเจ็บปวดนี้ไม่ได้มาจากความเหนื่อย หรือร่างกายที่อ่อนล้า

หากแต่...เป็นหัวใจที่อ่อนแรง

นัยน์ตาสีเข้มมองกลับมาที่ตรงประตูกระจกใส เขาเห็นพี่คีย์...กับคนรักที่ยังลืมไม่ลง จิณณ์รู้ตัวดีว่าแวบแรกที่เขาเห็นคนที่ชื่ออัน...ก็พ่ายแพ้โดยที่ยังไม่ได้แม้แต่จะบอกว่าชอบ

เจ็บชะมัด...

มือที่กำหมัดแน่นสั่นไหวช้าๆ...จิณณ์ไม่ได้ร้องไห้ แต่หัวใจแห้งผากเหลือเกิน

ก็พี่ยังรักเขาอยู่นี่นา....

"...อัน...มาทำไม..." เขามองหน้าคนที่ไม่ได้เจอกันนาน ถามด้วยเสียงที่ไม่มั่นคงนัก

อนลยิ้มจางๆในขณะที่เอื้อมมือมากุมไว้ "ผมมารับคีย์กลับบ้านเรา"

"...ไม่...กลับ....." เขาพยายามที่จะดึงมือคืน "คีย์บอกแล้ว...ไง....ว่าถ้าไม่หย่า.....ก็ไม่"

"หย่าแล้ว...." อนลพูด...ถ้าหากว่านับว่าการที่เขาไม่ได้อยู่กับเมลินดา ไม่ได้มีสัมพันธ์กัน...และไม่สนใจว่าต่างฝ่ายต่างมีอีกคน ว่าเป็นการหย่าโดยพฤตินัย

แค่เอกสารใบเดียว...อนลไม่ใช่ว่าไม่เห็นความสำคัญ แต่ถ้านับในแง่ของผลกระทบระหว่างธุรกิจที่ตามมากับความสัมพันธ์ระหว่างสองครอบครัวที่ต้องสะบั้นตัดตายด้วยการหย่า เขากับเมลินดาก็คิดว่ามันไม่จำเป็นสักนิด

-แฟร์ๆไง คุณจะทำอะไรก็ทำ ฉันก็มีชีวิตของฉัน ไม่ต้องหย่าแต่ไม่ต้องอยู่ด้วยกัน-

"กลับไปกับอันนะคีย์" อนลรวบร่างบอบบางเข้ามากอด "อันรักคีย์...ขาดคีย์ไม่ได้จริงๆ"

คราวนี้ความรู้สึกที่อัดอั้นไว้มาตลอดก็ปล่อยออกมากับน้ำตามากมาย "หย่า...แล้วจริงๆเหรอ"

"อันรักคีย์นะ" ชายหนุ่มไม่ได้ตอบคำถาม....แต่บอกรักย้ำลงไปให้คิรากรรู้สึกถึงความหมายในน้ำเสียง "คีย์ล่ะ...ยังเหมือนเดิมไหม"

"....." คนในอ้อมกอดเงยหน้าขึ้นมอง ความรู้สึกรักที่มีให้อนลนั้น แม้จะยังอยู่แต่ก็จางลงถ้าเทียบกับตอนแรกที่หนีมา ทั้งๆที่รู้ว่าหนีมาก็ไม่มีประโยชน์ แต่ก็ไม่คิดว่าอนลจะยอมหย่ากับเมย์ลินดาแล้วมาตามเขาถึงที่นี่

"...ไม่รู้สิ...คีย์...ตอนนี้...หัวมันตื้อไปหมด....."

"ขอโอกาสอีกครั้งนะคีย์" นัยน์ตาสีสวยของหนุ่มนักธุรกิจลูกครึ่งจับจ้องบนใบหน้าคนรัก "เ