...หนาวชิบหาย....

ชายหนุ่มร่างสูง เดินเซตามทางเดินมืดๆ ร่างสูงใหญ่เซถลาก่อนที่เจ้าตัวจะคว้าต้นไม้ใกล้ๆมาใช้ยันตัวเองไว้ นัยน์ตาหรี่ปรือกระพริบมองไปในความมืดสลัวที่มีเพียงดวงดาวเป็นแสงสว่าง หากแต่...รฐกรไม่มีอารมณ์จะมาชมดาวชมเดือนพระแสงของ้าวอะไรทั้งนั้น

“อุก...โอกกกกกก” ท้องไส้ภายในที่ปั่นป่วนด้วยฤทธิ์สุราที่ใครต่อใครผลัดกันมาเวียนชนเพื่อรับน้องแสดงอาการต่อเนื่องเป็นลมที่ตีขึ้น ชายหนุ่มโก่งคอคายของเก่าที่กินไปเมื่อเย็นจนหมดไส้หมดพุง ในตอนที่เขาตัดสินใจจะเดินต่อ ร่างกายก็ประท้วงด้วยการเซถลาจนล้มลงไปนอนพิงขอนไม้ เจ้าตัวหลับตาลงด้วยอาการปวดหัวและคลื่นไส้จนเกินกว่าจะไปต่อไหว

...แม่ง...อย่าให้กูสร่าง จะเอาคืนเรียงตัว....

ส่วนอีกทางหนึ่ง หญิงสาวร่างบางช่างเพ้อที่เพิ่งจะอาบน้ำเสร็จเดินฮัมเพลงมาอย่างอารมณ์ดี ก่อนหน้านี้ขณะที่กำลังล้อมวงก๊งเหล้ากันอยู่ หนังสือที่ตามอ่านอยู่เพิ่งจะออกเล่มใหม่มาทำให้จิรนันท์รีบกดสั่งซื้อแทบไม่ทัน และตามนิสัยของเจ้าตัว อะไรก็ไม่สู้การได้อ่านหนังสือ

หญิงสาวสั่งซื้อและดาวน์โหลดหนังสือออนไลน์ลงมาไว้ในไอแพดเรียบร้อย หากไม่มีอะไรผิดพลาด พรุ่งนี้เช้าเธอจะต้องอ่านจบอย่างแน่นอน

“เฮ้ย” ขาของเธอสะดุดเข้ากับ'อะไรที่ผิดพลาด'จนเกือบจะหน้าคว่ำลงไปบนพื้นถ้าไม่ใช่เพราะแขนสองข้างที่หมุนไปด้านหลังจนสุดแรง

“อะไรเนี่ย...”

“โอยยย เหี้ย ใครเตะกูว้า....” น้ำเสียงอ้อแอ้ถามออกมาจากคนที่นอนอยู่

“อ้าว ศพใครอะ” จิรนันท์ร้องถามเสียงสูง

นัยน์ตาหรี่หยีเพราะแอลกอฮอล์พยายามจะลืมขึ้น ติดแต่ตรงที่ว่าดูจะเบิกกว้างได้แค่เท่าเดิม... “ครายยย ตาบอดไม่เห็น อึก คนนอน เหรอว้า...”

“เห็นแต่ศพรถถังเก่าๆ ไปนอนดีๆ เดี๋ยวก็เป็นหวัด” เธอเอาปลายเท้าเขี่ยขาอีกคนสองสามที

“ลุกไม่รอด พี่ไผ่..โฟม...ไอ้จิน อุ้มกูหน่อยเด๊ะ...เอิ้ก...” รฐกรหลับตาพึมพำพลางสะอึกไม่หยุด

“นอนให้ยุงรุมแดกโต๊ะจีนไปก็แล้วกัน” หญิงสาวเดินเลยผ่านไป ส่ายศีรษะด้วยความเหนื่อยใจ

“ใจร้าย...ใครๆก็ใจร้ายกะกู...อุก...สาดดด” คนเมาโวยวายในลำคอแล้วพลิกตัวหาที่นอนให้สบายตัว หมดความสนใจกับคนที่โวยวายอยู่ใกล้ๆอย่างสิ้นเชิง

“เอาเบียร์มาเล้ยยย ถังไม่เมาคร้าบบบ เอามาเลยยยยยยย”

พูดจบ..ชายหนุ่มหน้าตาดีที่ไม่เหลือดีก็สิ้นสติ...นอนหลับหนุนขอนไม้ไปในทันที

ดวงดาวที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าหายลับไปยามเมื่อแสงอาทิตย์มาแทนที่ อากาศเย็นของยามเช้าอุ่นขึ้นด้วยแสงแดดอ่อนๆ รฐกรที่เผลอหลับไปพลิกตัวลืมตาขึ้น อาการปวดเมื่อยทำให้เขาครางออกมาเบาๆ

“อูย....ชิบหาย มานอนนี่ได้ไงวะ” เขาหันซ้ายหันขวา...ก่อนที่ดวงตาสีเข้มจะหยุดนิ่งลง...และทอประกายอบอุ่นโดยที่เจ้าตัวไม่รู้สักนิด

รฐกรขยับตัวเบาๆนั่งมองหญิงสาวร่างเล็กที่นั่งคออ่อนคอพับคาไอแพด ขนตายาวที่แนบอยู่บนผิวแก้มนวลกระเพื่อมนิดๆตามจังหวะหายใจ ริมฝีปากสีอ่อนจางดูนุ่มนิ่ม...นุ่มนวลจนอดคิดไม่ได้ว่าไอ้แจ๊สมันเป็นผู้หญิงที่น่ารักขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

มือที่จับไอแพดเอาไว้คลายออก ทำให้ไอแพดหล่นร่วงลงจากมือ “?! อ...อือ......แตกรึเปล่าวะ...”

“แจ๊ส...มานอนนี่ไมวะ” รฐกรหยิบไอแพดที่ร่วงลงมาดูแล้วส่งคืนให้ “เกวียนไม่มีนอนเหรอ หรืออีกี้เอาไปเทียมเกวียนไถนาแล้ว”

“ก็กลางคืนหนาว เดี๋ยวมึงแข็งตาย เลยเอาผ้าห่มมาให้” หญิงสาวรับเอาไอแพดมาแล้วจึงยืดตัวเพื่อบิดเมื่อย

“โห...มึงใจดีกับกู ฝนจะตกป่ะวะวันนี้”

“อยากแข็งตายก็ไม่บอก...” จิรนันท์ลุกขึ้นปัดๆตามตัวให้เศษดินเศษหญ้าหลุดออก “ไปก่อนละ เอาผ้าไปคืนอาจารย์ด้วย”

“ห่วงกูก็บอกตรงๆครับน้องแจ๊ส” ชายหนุ่มฉวยมือหญิงสาวเอาไว้ “อย่ามาเขินๆ”

“คงไม่ห่วงมั้ง เอาผ้ามาให้เนี่ย ไปแล้ว จะไปอาบน้ำ” ถึงแม้ปากจะพูดเย็นชา แต่เธอก็ไม่ได้สะบัดมือทิ้ง

ชายหนุ่มที่จับมือเอาไว้มองอีกฝ่ายพลางอมยิ้มนิดๆคล้ายกับมีบางสิ่งบางอย่างที่ถูกใจเหลือเกิน “ขอบใจนะ”

“ไม่เป็นไร” รอยยิ้มที่ไม่ค่อยได้เห็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ ดวงตากลมโตเหลือบมองมือที่ถูกจับอยู่ก่อนจะพูดออกมา “ถัง ปล่อยยัง มืออะ”

คนที่จับมืออยู่สะดุ้งนิดๆแล้วค่อยๆคลายออก ไม่รู้ว่าทำไม...แต่อดเสียดายเล็กๆไม่ได้ “แจ๊ส....มึงมีแฟนยังวะ”

“ยัง” หญิงสาวขมวดคิ้วจนแทบจะผูกเป็นโบว์ “มึงก็พูดเอง ผู้ชายที่ไหนจะเอาวะ”

“มี.......” คนพูดยิ้มเจ้าเล่ห์ “อีกี้ไง โคตรเหมาะกับมึงเลยแจ๊ส” พูดจบก็สำทับด้วยเสียงหัวเราะดังลั่น

“อีบ้า กี้มันจะเอาผู้ชาย เหมือนมึงกับโฟมน่ะแหละ” จิรนันท์ยิ้มเยาะ ไม่รู้สึกอะไรกับคำล้อเลียนของอีกคน

“กูน่ะเอาผู้หญิง....ถ้าไม่เชื่อมาพิสูจน์ก็ได้”

“ไม่อะ เสียเวลา” หญิงสาวทำหน้าเบ้

“เออ จำไว้นะมึง”

รฐกรคาดโทษกลับ...โดยที่ไม่รู้เลยว่า ความสัมพันธ์ของเพื่อนคู่กัดจะเปลี่ยนแปลงไป...หลังจากนี้ไม่นาน

 

 

คิรากรที่ตื่นได้สักพักหนึ่งแล้วกำลังลังเลว่าจะปลุกรุ่นน้องที่ยังคงนอนอยู่ให้ตื่นมายังไงในตอนเช้าขนาดนี้

“จิน...” คนอายุมากกว่าลองเรียกชื่อดู แต่ก็ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ได้ยิน ร่างบางขยับเข้าไปใกล้แล้วลองเรียกอีกที

“...จิน ตื่นหรือยัง”

“อีก...ห้านาที...” คนที่นอนกอดหมอนแล้วเอาแขนหนุนแทนบิดตัวหลบเสียงที่รบกวน

“...ห้านาทีนะ งั้นเดี๋ยวพี่ปลุกอีกที พี่อยากไปดูดอกไม้ ที่ชื่อชมพูอะไรนะ...”

“ชมพูภูคา.....” จิณณ์ต่อให้จนจบ “พี่คีย์ไปอาบน้ำก่อนไป ง่วงอะ”

“ไม่เอา น้ำหนาว”

“กอดไหม” คนที่ตายังหลับอยู่อ้าแขนออกพร้อมสำทับต่อ “จะได้ไม่หนาว”

คิรากรนิ่งไป หากอีกฝ่ายเป็นอนล เขาคงทิ้งตัวลงไปแล้ว แต่เพราะว่าไม่ใช่ จึงไม่กล้าที่จะเข้าไปหา “ไม่ต้องมาล้อเลย”

จิณณ์ที่นอนอยู่ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าหลับตาลงแล้วดึงเพื่อนรุ่นพี่เข้ามากอดเอาไว้แล้วงึมงำข้างหูว่า “ผมหนาว กอดหน่อย”

“ห้านาทีนะ...” แขนสองข้างที่ไม่ได้โดนกอดแน่นจนขยับไม่ได้ยกขึ้นโอบรอบอีกฝ่ายแล้วแนบใบหน้าลงกับแผ่นอกกว้าง

จิณณ์ซุกใบหน้าลงกับปอยผมนุ่มหอมกลิ่นแอปเปิ้ลจางๆ จมูกโด่งได้รูปซุกไซ้เบาๆเพราะอาการง่วงนอนถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นของผิวเนื้อของเพื่อนรุ่นพี่ที่โอบหลังเขาไว้ สิ่งที่บอกไม่ได้...และไม่รู้สึกตัวเองก็คือ เขาชักจะติดกับการมีอยู่ของคนๆนี้แล้ว

จ้างก็ไม่บอกให้ดีใจหรอก

“จิน...จะอยู่กับพี่แบบนี้ไปก่อน...จริงๆนะ” เขาพึมพำกับแผ่นอกที่ซุกซบ

“อยู่สิ อยู่จนกว่าพี่คีย์จะไม่ให้อยู่ อยู่จนกว่าพี่จะเจอคนใหม่ จนกว่าพี่จะไม่อยากอยู่.....ก็พี่คีย์อยู่คนเดียวไม่ได้นี่นา แว่นแฮมขี้เหงา” แว่บแรก เขาอยากจะพูดอย่างจริงจังเรื่องความรู้สึกที่เกิดขึ้น แต่กลัวว่าอีกฝ่ายจะเห็นเป็นเรื่องตลกของเด็กอายุน้อยกว่า จิณณ์เลยทำให้มันฟังดูเหมือนการให้สัญญาของเด็กๆ.....มากกว่าจะจริงจังดังใจคิด

“อืม” คิรากรขยับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น “จะห้านาทีแล้วนะ”

“พี่คีย์ล่ะ....ถ้าคนชื่ออันกลับมา จะทิ้งผมหรือเปล่า”

คำถามที่ไม่รู้ว่าคนถามจริงจังแค่ไหนทำเอาคนอายุมากต้องหยุดคิด

“ก็ถ้าอันกล้าหย่าจริงๆ พี่คงยอมคืนดี แต่ว่า พี่ไม่ทิ้งเราหรอกนะ”

“ไปล้างหน้าแปรงฟันเถอะ” จิณณ์คลายอ้อมกอดออกแล้วลุกขึ้นนั่งทำเป็นหาของในกระเป๋า “ใช่สิ เรามันแค่รุ่นน้อง สำคัญที่ไหน จริงไหม”

น้ำเสียงพูดกลั้วหัวเราะ หากเพียงแต่คิรากรจะมองหน้าสักนิด...คงรู้ว่าเจ้าตัวนั้นแววตาออกไปทางผิดหวังเล็กๆ

“อย่าพูดแบบนั้นสิ จินสำคัญนะ” เขาลุกตามมาหยิบหาแปรงสีฟันและโฟมล้างหน้ามาถือเอาไว้

“ไปดูชมพูภูคากันเถอะ” คนพูดเดินดุ่มๆออกจากบ้านเกวียนพร้อมกับเครื่องล้างหน้าและแปรงฟันที่ถือไว้ จิณณ์เปิดก็อกให้น้ำเย็นๆไหลออกมาแล้ววักขึ้นล้างหน้า...ลบอารมณ์ที่ค้างคาเอาไว้

เอาเหอะ ก็แค่เพื่อนรุ่นพี่ ไม่ได้อะไรสักนิด

ไม่เลย....

“อื้ม” คิรากรรีบก้าวตามลงมา จัดการล้างหน้าแปรงฟันเสร็จก็ใช้ผ้าขนหนูซับหน้าเบาๆแล้วส่งผ้าให้อีกคน

ชายหนุ่มพึมพำขอบคุณแล้วเอาผ้าขนหนูมาซับเบาๆไล่ความง่วงและอารมณ์แปลกๆไปจากความรู้สึก “ไปสองคนไหม หรือจะชวนพวกพี่ไผ่ไปด้วย”

“ไปกันสองคนก็ได้ หรือถ้าอยากไปหลายๆคนเดี๋ยวพี่ไปช่วยปลุกเอาไหม”

“สองคนดีกว่า....มั้ง” พูดจบ คนพูดก็พุดรัวเร็วต่อราวกับจะแก้ตัว “ถังคงเมาไม่ตื่น พี่ไผ่กับโฟมคงไปช่วยอาจารย์ อาลัว....” อาลัวทำไรดีวะ....  “อาลัวตื่นสาย อย่าไปปลุกมันเลย”

“อื้ม งั้นก็ไปกันสองคน” คิรากรยิ้มตอบ “พี่ไม่รู้ทางนะ”

เส้นทางขึ้นไปดูดอกไม้ในยามเช้าไม่ได้ลำบากอย่างที่คิด จิณณ์เดินนำขึ้นเนินสูงแต่ก็ไม่ลืมที่จะหันมาส่งมือให้คนที่เดินตามเป็นระยะๆ ภาพที่เห็นแทะจะทำให้หยุดหายใจ ต้นชมพูภูคาสูงใหญ่ประดับด้วยดอกไม้สีชมพูหวานสวยงาม จิณณ์หยิบกล้องขึ้นมาเก็บภาพเอาไว้ เขาเดินถอยหลัง...พร้อมกับเก็บภาพของคิรากรเอาไว้ทั้งในภาพถ่าย...และความทรงจำ

“ยิ้มหน่อยสิพี่คีย์”

“เอ๊า มาถ่ายอะไรพี่คนเดียว ถ่ายด้วยกันสิ” นายแบบจำเป็นหัวเราะเบาๆ แก้มสีซีดซับสีเลือดขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างขณะกวักมือเรียกอีกคนให้มาถ่ายรูปด้วยกัน

“เออ ดีๆ ถ่ายนะ แล้วพี่ส่งไปอวดแฟนเก่าเลย บอกว่าเจอคนใหม่แล้ว หล่อกว่ามากมาย” จิณณ์เดินมายืนข้างๆแล้วยืดแขนออกไปเล็งองศากดชัตเตอร์

คิรากรยิ้มกว้างให้กับกล้องขณะที่ขยับใบหน้าเข้าไปใกล้รุ่นน้องตัวสูงเพื่อให้เบียดกันเข้าไปในเฟรมได้ “ก็ว่าไปนู่น”

ผิวแก้มนุ่มๆที่เบียดแนบชิดทำเอาคนถือกล้องใจสั่น จิณณ์กระเถิบใบหน้าออกแต่ดูเหมือนอีกฝ่านจะจงใจแกล้งด้วยการแนบแก้มลงกลับมาที่เดิม ชายหนุ่มนิสัยเด็กมองค้อนแล้วแกล้งเอาริมฝีปากแตะเบาๆที่ข้างแก้มแล้วกดถ่ายภาพอย่างรวดเร็ว

เขายกมือขึ้นทาบบริเวณที่ถูกขโมยจูบไป “ถ่ายรูปอะไรนั่น จิน...” ทั้งเขินทั้งแอบโมโหทำให้คิรากรยกมือขึ้นจับใบหน้าของจิณณ์เอาไว้แล้วทำเป็นพูดเสียงขุ่น “ไหน...หล่อกว่าอะไร”

“ไม่หล่อเหรอ” คนพูดยักคิ้วล้อเลียน

“ทำหน้าดีๆสิ ยักคิ้วแบบนี้ไม่หล่อหรอก” มือที่จับใบหน้าของร่างสูงเอาไว้ออกแรงกดเบาๆบังคับให้จิณณ์ทำหน้านิ่งๆ น่าแปลกว่าทั้งๆที่ก็อยู่ด้วยกันแทบจะตลอดเวลา แต่คิรากรแทบไม่เคยได้มองหน้าอีกฝ่ายชัดๆแบบนี้

พอได้จ้องตาเข้าตรงๆ ก็รู้สึกถึงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะเหมือนครั้งที่เจอกับอนล “ก็.......หล่อ...ไม่เหมือนกัน....”

““บอกแล้วไงว่าหล่อกว่า” จิณณ์ย้ำแล้วกดเลื่อนดูรูป ในกล้อง...เป็นรูปตอนที่เขากำลังหันจมูกชนกับแก้ม