ดองไว้นานเพราะงานยุ่ง


---------
 

“เริ่มหนาวขึ้นอีกแล้วนะ...” คนตัวเล็กเอ่ยขึ้นลอยๆพร้อมกับขยับตัวเบียดกับพชรเข้าไปมากกว่าเดิมให้ไออุ่นจากร่างกายได้ถ่ายทอดถึงกัน ก่อนจะแหงนหน้ามองดวงดาวนับพันบนท้องฟ้าอีกครั้ง

คนที่ถูกเบียดวาดวงแขนโอบไหล่เล็กแล้วดึงให้เอนซบ มือใหญ่ลูบต้นแขนให้เบาๆให้ผิวเย็นอุ่นขึ้น “หนาวมากรึเปล่า กลับเกวียนไหม”

“ไม่เป็นไร อยากนั่งดูดาวกับพี่ไผ่ก่อน” อิชย์ตอบพร้อมรอยยิ้มหวานบนใบหน้า รอยยิ้มแบบที่มีไว้สำหรับคนตรงหน้าคนเดียว

พชรมองรอยยิ้มนั้นด้วยความรู้สึกปลาบปลื้ม...ไม่นึกว่าตัวเองจะได้คบกับเพื่อนอย่างเม็ดโฟมในแบบที่ลึกซึ้งขนาดนี้ แม้ว่าจะเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่อนุบาล...แม้ว่าจะรู้ตัวว่าชอบ แต่ก็ไม่เคยคาดฝันว่าจะไปได้ไกลเกินกว่าคำว่าเพื่อนสนิท

“โฟมชอบเราตั้งแต่ตอนไหนเหรอ”

“.........นานแล้ว ก็โฟมหน้าตาแบบนี้ ถึงโดนแกล้งบ่อย แต่พี่ไผ่ไม่เคยเลย...ช่วยโฟมอีก”

“เรื่องตั้งแต่อนุบาลแล้วไม่ใช่เหรอ เราจำได้...โฟมหน้าเหมือนเด็กผู้หญิง ขี้แง ไอ้บิ๊กมันชอบแกล้ง “

“อื้อ ก็พี่ไผ่ใจดี โฟมเลยชอบอยู่ด้วย” คนตัวเล็กขยับแขนมาโอบเอวพชรเอาไว้ “แต่มารู้เอาก็ตอนพี่ไผ่เริ่มเล่นบาสนั่นแหละ”

“ทำไมอ่ะ ตอนเล่นบาส....จำไม่เห็นได้เลย” คนถามนึกย้อนไปถึงวันวาน...ในตอนที่เขาเป็นนักบาสตัวโรงเรียนแล้วอดนึกไม่ได้ว่าตัวเองมีอะไรให้ชอบ

“ก็....”

...

อิชย์นึกย้อนไปถึงตอนอยู่ชั้นมัธยมต้น พชรที่เริ่มตัวยืดหันไปเล่นบาสเก็ตบอล ทำให้เขาที่ไม่มีกิจกรรมให้ทำ ต้องไปนั่งรอดูอีกคนซ้อมในทุกๆเย็นหลังเลิกเรียน

“ไผ่----- สู้ๆนะ------” เสียงแหลมเล็กของเด็กสาวดังจากอีกด้านของสนามเรียกความสนใจของเด็กหนุ่มร่างเล็กให้หันไปมอง

ในตอนแรก เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรเท่าไหร่ แต่เมื่อเห็นพชรหันไปมองและยิ้มให้ ความรู้สึกไม่พอใจไร้ที่มาก่อตัวขึ้นจนใบหน้างอง้ำ

จุดหมายของคนในสนามอยู่ที่ลูกกลมๆกับห่วงที่อยู่สูงเหนือศีรษะไปเกือบเท่าตัว พชรเลี้ยงลูกหลบฝ่ายตรงข้ามพลิกลูกมาเลี้ยงอีกมือก่อนจะส่งต่อให้เพื่อนในทีมที่ไปยืนรออยู่ใต้แป้น เด็กหนุ่มรับบอลแล้วชู้ตขึ้น ลูกสีส้มลอยสูงทว่ากลับกระแทกแต่เพียงกรอบนอก พชรแทบไม่ได้คิดถึงอะไรในยามที่กระโดดคว้าแย่งมา เขาสปริงตัวอีกครั้งแล้วโยนมันลงไป....เสียงลูกกระแทกกับห่วงเหล็กแล้วหล่นผ่านตาข่ายลงไปเป็นเสียงที่เขาชอบที่สุด

“เยส!!!” พชรกำมือแล้วแทงศอกไปข้างหลังอย่างสะใจทันทีที่กรรมการเป่าหมดเวลา มือใครต่อมือใครพุ่งมาหาที่เขาทั้งตบหัว ตบบ่า ด้วยความสุขของทีมที่ได้รับชัยชนะ พชรพูดคุยกับเพื่อนๆในทีมแล้วหันไปยักคิ้วใส่ทีมB

“คราวหน้ามึงมาอยู่ทีมBมั่งสิวะไผ่”

“เออ เดี๋ยวซ้อมแข่งคราวหน้ากูอยู่ให้ เฮ้ย กลับก่อนนะ จารย์หวัดดีครับ”

พชรยกมือไหว้โค้ชคุมทีมแล้ววิ่งเหยาะๆผ่านกลุ่มเด็กผู้หญิงที่มายืนแอบรอ หนึ่งในนั้นใจกล้าที่จะโบกมือให้เขา เด็กหนุ่มเลยยิ้มแล้วโบกกลับ...เรียกเสียงกรี๊ดดังสนั่น พชรยักไหล่แล้วเดินไปหยุดหน้าเด็กหนุ่มตัวเล็กที่ทำหน้างอง้ำ

“โฟม....กลับบ้านกัน ขอผ้าเช็ดตัวหน่อยสิ”

อิชย์ยื่นผ้าเช็ดตัวในกระเป๋ายื่นส่งให้โดยไม่พูดไม่จา สายตายังคงมองไปที่เด็กสาวกลุ่มนั้น

“เป็นไรปะ...แอบปิ๊งสาวๆในกลุ่มนั้นเหรอ”

“เปล่า! พี่ไผ่นั่นแหละ” เขาขึ้นเสียงก่อนจะลุกยืน “เล่นแต่บาสให้สาวกรี๊ด”

เด็กหนุ่มหยิบขมวดคิ้วมุ่นในคำกล่าวหา เขาไม่เคยคิดจะเล่นให้สาวกรี๊ด....แต่ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ “อ้าว เราเปล่า สาวๆเขามากรี๊ดเอง ไม่ได้กรี๊ดแต่เราเหอะ กรี๊ดให้พี่ภูมิกับพี่เอมากกว่าอีก”

“...ไม่เห็นน่าสนุกเลย บาสอะ”

“หัดเล่นไหม เดี๋ยวสอนให้ โฟมตัวเล็กไปหน่อยแต่เป็นพ้อยน์การ์ดพอได้”

“ไม่เอา ไม่ชอบ” เขาตอบทันที “ถ้าพี่ไผ่จะเล่นบาส โฟมไม่รอกลับบ้านแล้วก็ได้ เดี๋ยวกลับกับไอ้บิ๊ก” ไอ้บิ๊กที่ว่าก็คือเพื่อนร่วมชั้นตั้งแต่อนุบาล จากที่คอยแกล้งเขาตลอด ปัจจุบันกลายมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันแล้ว

“โกรธอะไรเราเหรอ” พชรถามด้วยความสงสัยพร้อมๆกับดึงกระเป๋าเป้มาสะพายบนบ่า “จะกลับกับไอ้บิ๊กแล้วทิ้งเราเหรอ”

“ก็พี่ไผ่ทิ้งโฟมมาเล่นบาสก่อนอะ”

พชรโปะผ้าขนหนูชื้นเหงื่อบนศีรษะกลมมนที่ผมยังไม่ยาวนักแล้วขยี้แรงๆอย่างหมั่นเขี้ยว “ไม่ได้ทิ้ง ออกกำลังกาย โฟมแหละไม่ยอมออกบ้าง ตัวเล็กอย่างกับลูกหนู”

“ก็โฟมไม่ชอบเหงื่อ...ร้อนด้วย” คนไม่ชอบเหงื่อไม่ได้ผลักหรือปัดผ้าขนหนูชื้นๆออกไปจากศีรษะตัวเองแต่อย่างใด

“งั้นเราเลิกเล่นก็ได้ โฟมจะได้ไม่ต้องรอ...ดีไหม”

ในทีแรกก็นึกลิงโลดในใจ ใบหน้าที่งอง้ำคลายออก แต่ก่อนที่อิชย์จะได้พูดอะไรต่อ เขาก็ขมวดคิ้วอีกครั้ง “...แล้วพี่ไผ่ชอบเล่นบาสหรือเปล่า”

“ก็ชอบ...แต่ชอบโฟมมากกว่า ไม่อยากให้โฟมรอ” คนตอบตอบพร้อมรอยยิ้มยิงฟันขาว

คล้ายกับคำพูดว่าชอบตัวเองมากกว่าจะทำให้ความรู้สึกไม่พอใจของเด็กหนุ่มหายไปในที่สุด อิชย์ยิ้มกว้างให้กับร่างสูงก่อนจะเอ่ยบอก

“...โฟมรอก็ได้ พี่ไผ่เล่นเถอะ”

“ขอบใจนะ...แต่ห้ามกลับกับไอ้บิ๊กเด็ดขาด ไม่งั้นเราจะโกรธโฟม โอเคป่ะ”

...

“นั่นแหละ...โฟมเลยรู้ ว่าชอบ..............พอแล้ว...ตาพี่ไผ่เล่ามั่ง เขินแล้ว...” อิชย์ก้มหน้าลงซุกกับต้นแขนของร่างสูง พร้อมทั้งคะยั้นคะยอให้อีกฝ่ายได้เล่าเรื่องส่วนของตัวเองบ้าง

พชรหัวเราะอย่างนึกเอ็นดู ใครจะรู้ว่าการที่เล่นบาสแล้วสาวกรี๊ดจะทำให้คนๆนึงถึงกับรู้ใจตัวเองขึ้นมาได้...ยังดีที่เขาไม่ได้พูดความลับเรื่องไอ้บิ๊ก ว่าเขาต้องใช่ทั้งคำขู่ทั้งปลอบแค่ไหนว่าจะเขี่ยมันออกไปได้

ยังดี...ที่มันไปติดถึงมหาวิทยาลัยที่เชียงใหม่ ตามคำแนะนำของเขาที่บอกให้มันเลือก

“เล่าเหรอ...อยากฟังอะไรดีล่ะ” คนพูดแกล้งทำเฉไฉ

“พี่ไผ่ไง...ชอบโฟม...ตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ไม่บอกหรอก”

“อะไรอะ บอกนะ บอกโฟมนะ นะพี่ไผ่นะ” กิริยาออดอ้อนแบบนี้ไม่มีวันที่เพื่อนคนอื่นๆในกลุ่มจะได้เห็นเป็นอันขาด

“ก็....ตั้งแต่ตอนเล็กๆล่ะมั้ง” คนตอบตอบอย่างอมพะนำ แต่ในหัวไพล่นึกไปถึงสมัยชั้นเรียนอนุบาล....วันที่ได้เจอกับ “น้องเม็ดโฟม” วันแรก

...

“เอ้าทุกคน วันนี้ครูอ้อมพาเพื่อนใหม่มาให้รู้จักกันนะคะ เม็ดโฟม ทักทายเพื่อนๆหน่อยไหมคะ”

จบคำพูด เด็กตัวน้อยที่ยังสูงไม่พ้นเอวของครูสาวก็ค่อยๆโผล่ใบหน้าออกมาจากด้านหลัง มือเล็กๆจับชายกระโปรงของครูอ้อมเอาไว้ขณะที่ดวงตากลมโตมองไปรอบๆห้อง

“จื้ออะไยนะ” เด็กชายตัวโตตะโกนมาจากหลังห้อง พลาสเตอร์ที่ติดข้างแก้มกับปลายจมูกบอกให้รู้ถึงสถานะพี่ใหญ่ในชั้นอนุบาลเด็กเล็ก

ครูอ้อมรุนหลังให้เด็กตัวเล็กมายืนข้างหน้า อิชย์แหงนคอมองหน้าครูก่อนจะตอบด้วยเสียงที่ไม่ดังนัก “เม็ด โฟมมม”

เด็กชายบิ๊กเท้ามือกลมป้อมแล้วชะโงกตัวออกมาจากโต๊ะเรียนที่สูงครึ่งตัวเขา “เลาชื่อบิ๊ก ลูกพ่อบู๊ น้องเม็ดโฟมชื่อแป๊กกกแปก” น้ำเสียงแจ้วๆที่ยังพูดไม่ชัดเอ่ยยานคางคล้ายจะล้อเลียนในที

“แปกยังไง แม่เม็ดโฟมตั้ง แปกตงไหน” คิ้วเล็กๆขมวดมุ่นเข้าหาพร้อมกับใบหน้าที่เริ่มงอง้ำ “นิฉัยไม่ดี”

“ก็แปกสิ คนอะไยจื้อเม็ดโฟม ตัวก็ซีดเหมือนโฟมด้วย”

“........” ใบหน้าของเด็กชายตัวน้อยเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงพร้อมกับปากที่เริ่มเบะออก “ซีด...อะไย.....อึก...”

“คุงคูค้าบ” เด็กชายตัวเล็กที่นั่งอยู่กลางห้องยกมือขึ้นก่อนที่เสียงร้องไห้จะดัง “ให้น้องเม็ดโฟมนั่งกับน้องไผ่นะคับ” พูดจบ เด็กชายพชรก็ยิ้มตาหยีให้กับเด็กใหม่ที่ใกล้จะร้องไห้เต็มแก่ “เลาชื่อไผ่นะ”

“เม็ดโฟม ไปนั่งกับพี่ไผ่นะคะ บิ๊ก เลิกแกล้งเพื่อนได้แล้วนะคะ ไม่งั้นครูจะบอกคุณพ่อนะคะ” ครูอ้อมรุนหลังอิชย์ให้เดินเข้าไปหา

ร่างเล็กก้าวขาสั้นๆเดินฉับๆไปที่โต๊ะว่างตรงกลางห้อง “...จื้อเม็ดโฟม.....”

“อื้อ เป็นเพื่อนกันนะ” นิ้วก้อยสั้นๆกลมๆยกขึ้นพร้อมรอยยิ้มหวานรับกับแก้มป่องๆสีแดงสด 

“เป็น” อิชย์พยักหน้ารัวเร็วพลางรีบยื่นนิ้วก้อยของตัวเองขึ้นมาเกี่ยวไว้บ้าง ก่อนที่รอยยิ้มกว้างจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเด็กที่เกือบจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

“ถ้าน้องบิ๊กแก้ง น้องโฟมบอกเลานะ เลาจะฟ้องคุงคูให้” เด็กชายตัวน้อยให้สัญญาเป็นมั่นหมาย

“อื้อ ถ้าบิ๊กแก้ง เม็ดโฟมจะบอกพี่ไผ่”

“เลาไม่ได้เป็นพี่นะ”

“ก็คูเลียกพี่... เม็ดโฟมเลยเลียกด้วย” ดวงตากลมโตหรี่หยีจนกลายเป็นเส้นโค้งยามที่เด็กน้อยยิ้มกว้าง

“ตามใจ” เด็กชายตัวน้อยอีกคนมองเพื่อนใหม่ก่อนจะเอื้อมมือป้อมไปวางแปะบนหัว “โอ๋นะ โอ๋นะ เลาจะดูแลน้องโฟมเอง...”

ไม่เคยรู้เลยว่าคำสัญญาของเด็กไม่กี่ขวบ...จะยาวนานจนถึงทุกวันนี้...

...

“จากอยากปกป้อง....ไม่รู้ว่ารักโฟมตั้งแต่เมื่อไหร่” น้ำเสียงทุ้มนุ่มพูดแผ่วเบายามที่อ้อมกอดอบอุ่นกระชับขึ้น

คนตัวเล็กยิ้มออกมาอีกครั้งก่อนจะขยับตัวห่างจากอ้อมกอด “พี่ไผ่ เขยิบนิดนึง”

พชรขยับตามคำบอกของคนรักด้วยสีหน้าที่ยังคงสงสัย

อิชย์คลานเข่าไปนั่งอยู่ระหว่างขาของร่างสูงแล้วเอนหลังซบกับแผ่นอกกว้าง “แบบนี้อุ่นกว่า”

คนที่จู่ๆก็ถูกจู่โจมไม่รู้ตัวถึงกับทำอะไรไม่ถูก มือที่อ้าค้างยังคงค้างอยู่เช่นเดิมแม้ว่าแผ่นหลังอุ่นๆจะเบียดเข้าหาสักแค่ไหน ร่างที่อยู่ตรงกลางขยับยุกยิกอยู่ครู่หนึ่งจนได้จังหวะสบายตัว ใบหน้าของคนที่เขาหลงรักมาตลอดชีวิตก็เงยหน้าขึ้นสบตามอง

“เอางี้เลยเหรอโฟม......”

“อื้อ...ได้หรือเปล่า” อิชย์ไม่พูดเปล่า เขายังตบรอยยิ้มกว้างให้อีกทีก่อนจะยกแขนของร่างสูงให้มาโอบตัวเองเอาไว้

“มีใครเคยบอกป่ะ...ว่ากล้าผิดกับหน้าตาเลย” พูดจบ คนพูดก็รั้งเข้ามากอดแล้วหอมที่ข้างหูเบาๆ

ชายหนุ่มร่างเล็กหัวเราะเบาๆขณะย่นคอหนี “เคย จั๊กจี้นะพี่ไผ่”

“อยากลากโฟมเข้าห้องเลยว่ะ แต่เสียดาย....ดาวอุตส่าห์สวยขนาดนี้”

“ก็...ดูดาวด้วยกันก่อน...เนอะ” แม้จะไม่ได้คิดอะไรมากมาย แต่อิชย์ก็ไม่ได้ใสซื่อเสียจนไม่รู้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดแปลว่าอะไร

พชรไม่ได้ตอบ...แต่แตะริมฝีปากเบาๆที่ข้างขมับเช่นเดียวกับแขนที่กอดรัดแน่นขึ้น “รักโฟมนะ.....”

“พูดบ่อยๆงี้ โฟมมีความสุขตายแน่ๆ”

คนบอกรักยิ้มเบาๆแล้งก้มใบหน้าลงไปคลอเคลียผิวแก้มนิ่ม ริมฝีปากอุ่นๆแตะลงใกล้ๆพร้อมที่จะขยับเข้าไปมอบจุมพิตหวานล้ำ....

“น้องโฟม อยู่นี่เอง....อ้าว ไผ่ด้วยเหรอ” ชายหนุ่มผิวแทนที่เพิ่งมาถึงถามอย่างแปลกใจ

เจ้าของชื่อหันไปมองทันทีด้วยความตกใจ “พี่แพท? มี...อะไรเหรอ” มือของอิชย์ยังจับแขนของร่างสูงไว้แน่น

“จะชวนไปนั่งกินเบียร์ดูดาวกัน แล้วก็.....พรุ่งนี้ไปถ่ายรูปชมพูภูคากันนะ”

“ผมไม่กินเบียร์...แต่ว่า พรุ่งนี้ผมไปกับพี่ไผ่แล้ว...” คนตัวเล็กพยายามตอบอย่างสุภาพตามเคย

“ปฏิเสธกันอย่างนี้พี่น้อยใจนะ” วศินพูดเสียงอ่อนหากแต่ปรายตาหนุ่มรุ่นน้องที่ยังคงกอดคนที่เขาตั้งใจจะจีบอย่างไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่

“เจอกันทุกวันอยู่แล้ว...ขอยืมตัวพรุ่งนี้วันเดียวนะน้องโฟม...”

“แต่...โฟมสัญญากับพี่ไผ่แล้ว...” อิชย์เหลือบมองพชรโดยหวังให้อีกฝ่ายช่วยเหลือ

“ขอโทษด้วย...โฟม กลับเกวียนเหอะ” ถึงจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่แววตาดุดันทำให้วศินถึงกับชะงัก แต่ไม่ไย...กลับท้าทายตอบ

“หวงเหรอไผ่ เป็นเพื่อนกันทำไมต้องกันท่าพี่วะ”

ร่างเล็กรีบดึงชายเสื้ออีกฝ่ายแล้วกระตุกสองสามที “ก็....ตามนั้นแหละพี่แพท เดี๋ยวโฟมกลับเกวียนก่อนนะ...”

“เดี๋ยว---” มือที่ยื่นออกมาจะจับถูกปัดออก วศินจ้องชายหนุ่มที่ปัดมือของเขาด้วยแววตาท้าทาย

“คนนี้ของผม พี่อย่ายุ่ง”

คราวนี้อิชย์เงียบปากไป เขาไม่คิดด้วยซ้ำว่าพชรจะพูดออกมาแบบนี้

“ไรวะไผ่ เฮ้ย! เดี๋ยวดิ โฟม!” วศินตะโกนไล่หลังคนที่ลากมือรุ่นน้องที่เขาจะจีบไป ชายหนุ่มว่าที่เภสัชถอนใจแล้วอดพูดไม่ได้ว่า “หวงชิบ...”

“พี่ไผ่...บอกไปแบบนั้น จะดีเหรอ” ร่างเล็กที่ถูกกึ่งลากกึ่งจูงเอ่ยถามหลังจากเดินพ้นมาจากบริเวณที่ให้ดูดาว

“เราไม่อยากให้ใครมายุ่งกับแฟนเรา”

“งั้นก็...บอกพวกถังได้...ใช่ไหม”

“โฟมอยากบอกก็บอกได้ เราไม่ได้อะไร ยังไงไอ้ถัง ไอ้จิน อาลัวก็เพื่อนกัน แต่กับพี่แพท.....” พชรนิ่วหน้าคล้ายไม่อยากพูดถึง “เราไม่อยากยุ่ง”

“อื้อ ก็ไม่อยากยุ่ง” อิชย์ยิ้มกว้างเห็นด้วย “งั้นกลับห้องนะ”

พชรโอบบ่าคนรักแล้วดึงเข้ามากอดอีกครั้ง ชายหนุ่มตัวสูงเสยผมที่ตกระใบหน้าอิชย์พลางจ้องเข้าในดวงตา

“เมื่อกี้พี่แพทเข้ามาขัดจังหวะ.....เพราะงั้น....” ใบหน้าคมเข้มซับสีเรื่อนิดๆ “เรา....รักโฟมนะ”

“โฟมก็รักพี่ไผ่นะ...รักสุดๆเลย” คนพูดยิ้มหวานทั้งดวงตาและริมฝีปาก

“เรารักมากกว่า” พชรยกยิ้ม...และแปรเป็นยิ้มกว้างเมื่ออีกฝ่ายทำหน้ามุ่ย

“ไม่จริง” คนตัวเล็กกว่าร้องท้วงขณะที่เงยหน้ามองพชร แขนสองข้างเอื้อมไปโอบกอดร่างสูงเอาไว้จนแน่น

“โฟมทำแบบนี้จะแกล้งไม่ให้เรานอนหลับใช่ไหม”

“โฟมจะแกล้งอะไรพี่ไผ่ได้ มั่วแล้ว” อิชย์หัวเราะออกมาก่อนจะดึงแขนอีกฝ่ายลากให้เดินต่อ “จะถึงละ”

พชรโอบไหล่คนตัวเล็กเข้ามากอดแนบชิดแล้วจูบลงบนปอยผมยาวแทนคำพูดอื่นใด นัยน์ตาสีเข้มเอ่ยแทนคำพูดหวานล้ำ....แทนคำว่ารักที่อยากบอกโดยไม่รู้จักเบื่อ

“ดีจัง ที่มาด้วยกัน”

“ดีสิ...ดีที่สุดเลย....”

 
 
 
 
 
 
 
 
 
To be continued...
 
 
หวานกรุบกริบบบบบบบบบบบ

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณนะคะที่เขียนมาให้อ่านกัน

น่ารักมากเลย น้องเม็ดโฟม อ่ะ @_@

พลั่ก โดนพี่ไผ่ สอย กระเด็น 555

กรุบกริบสมชื่อเรื่องมากๆ

ไม่มากไป ไม่น้อยไป เหมาะกับ สถานะภาพ นักศึกษาของน้องเม็ดโฟมดี 55

เอ๊ะยังไง สรุปว่า หลงน้องเม็ดโฟม งื้ดดดดดดดดดดดดดดด

แต่แอบสารภาพว่า อ่านไป พยายามคิดไปว่า ม. อะไร ก็คิดไม่ออก

ลองเอา key word ไป search ก็ยังไม่แน่ใจ

ไม่เป็นไรค่า ไว้ต้องนึกออกซักวัน

จะได้เสริมเพิ่ม จินตนาการขึ้น


ชอบภาษาที่คุณใช้นะคะ

อ่านแล้วเหมือน ได้กลับบ้านอ่ะ

อบอุ่น สบาย และเป็นกันเอง

คุ้นเคย ชวนติดตาม

เหมือนหยิบ ขนม ที่ชอบกิน

รู้สึกตัวอีกที อ้าว หมดแล้ว

งี้ คราวหน้า เราจะค่อยๆ ละเลียดอ่านช้าๆ

จะได้ ซึมซับ ความสุขได้นานๆ


ง่า ไม่รู้ควรต้องบอกไหม

เราตามคุณมาจาก บล็อค คุณกี อ่ะค่ะ

ปรกติ เราอ่านแต่ พวกคู่ที่เราจิ้นเท่านั้น

มาเจองานคุณกี งานคุณเข้าไป

มัน wow มากเลย


จะติดตามกันต่อไปนะคะ

ปล. คุณมีร่วมเล่มบ้างไหมเอ่ย

วีอยากสะสมอ่ะ

ขอบคุณอีกทีนะคะ ^_^

#1 By Viky (223.27.216.246) on 2013-08-27 09:01