“พี่เพิ่งเคยมาเที่ยวแบบนี้นะ” คิรากรหันมาพูดกับคนที่นั่งข้างๆบนรถทัวร์ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ตอนที่อยู่สหรัฐอเมริกานั้น ด้วยความที่เขาอยู่ในสังคมชั้นสูงของที่นั่น ทำให้ทุกการเดินทางมีแต่รถลิมูซีนหรือเครื่องบิน แม้กระทั่งเฮลิคอปเตอร์ พอได้มานั่งรถแบบนี้เลยทำให้รู้สึกตื่นเต้นไปอีกแบบ

“เด็กมหาลัยก็งี้แหละ ไว้คราวหน้าจะพานั่งรถไฟไปหัวหิน...” จิณณ์พูดเบาๆก่อนเร่งเสียงเพิ่มขึ้นเพราะมีเสียงแทรกจากท้ายรถ

“ประกาศๆ ในฐานะของเพื่อนประธานเอกภูมิศาสตร์ปีสอง ผม..นายรฐกรหรือรถถัง ขอประกาศต่อหน้าเพื่อนๆพี่น้องทุกท่านว่า.....” คนที่นั่งอยู่หลังรถแล้วใช้โทรโข่งพกพายืนพูดเงียบเสียงไป แล้วหันมองใบหน้าของทุกคนที่ตั้งใจฟัง  “ว่า.....”

“ว่าอะไรคะ พี่ถังขา” เสียงทุ้มห้าวที่ดัดแหลมของ ลัคกี้ พี่เชียร์ปีเดียวกันสังกัดกลุ่มเพื่อนสาวมหาวิทยาลัยถามมาจากอีกด้านของคันรถ

“ว่า....ยังโสดๆ อยู่ตรงนี้ ยังโสดๆ อยากมีรัก มาโหลดๆ......” รฐกรทำท่าแอ๊บแบ๊วเลียนแบบนักร้องสาววัยรุ่น เสียแต่เสียงที่ร้องกลับห้าวจนทำเอาทั้งคันรถฮาครืน

“เป็นเชี่ยไรของมึง ไอ้ถัง” จิณณ์ปาดน้ำตาที่เล็ดออกมาแล้วตะโกนถามเสียงสั่นเพราะกลั้นหัวเราะ

“กูโสดดดดดดด มึงคิดดูนะ คิดดูนะพ่อแม่พี่น้อง” รฐกรวางท่ากระแอมใส่โทรโข่ง “บ้านเกวียน อากาศหนาวๆ ทะเลดาว.....เสือกนั่งโสดดูคนเดียว เหงาชิบหาย ขอเสียงคนโสดหน่อย ใครโสดยกมือขึ้น.....โปรโมชั่นใหม่ สมัครเป็นแฟนตอนนี้ แถมข้าวสารฟรีถึงชาติหน้า”

พูดจบเจ้าตัวก็ยกขึ้นสุดแขน และรวมไปถึงใครๆอีกหลายคน

“น้องกี้โสดค่า โสดๆมาทางนี้”

“กูว่ากูเลิกโสดดีกว่าครับน้องกี้.......”

“เชี่ยถัง ไอ้ถังขี้” เป็นลัคกี้ที่ลุกขึ้นยืนเท้าเอว มองค้อนใส่

“ถังไม่ต้องมั่วเลยดีกว่า เป็นแฟนกับโฟมไม่ใช่เหรอ” เสียงใสๆตะโกนขึ้นมาจากด้านหลัง

“หา? อะไรนะ!” เจ้าของชื่อโฟมที่ถูกพาดพิงถึงกับลุกพรวดขึ้นมาหันไปหาต้นเสียง

“เหี้ยแล้ว!” คนถือโทรโข่งสบถใส่โทรโข่งแล้วหันกลับไปมองหญิงสาวหน้าใสที่มีลักยิ้ม...ยักยิ้มเจ้าเล่ห์แบบเหมือนรู้ทันคนทั้งโลก “นึกว่าใคร...จะอะไรกะกูนักหนาวะไอ้แจ๊ส”

“ไม่ได้อะไรเลย ก็พูดความจริง” แจ๊ส หรือจีรนันท์ยิ้มกว้างมากขึ้น “ไม่ใช่เหรอ”

“เอาอะไรมาพูดวะแจ๊ส กูกับถังเหมือนเป็นแฟนกันตรงไหน” อิชย์ขึ้นเสียงบ้าง เขาไม่ลืมที่จะเหลือบมองปฏิกิริยาของคนที่นั่งอยู่ข้างๆ

“ถูกกกกก” ลากเสียงยาวต่อด้วยประกาศลงโทรโข่ง “อ่ะ ใครโสดโปรดจีบไอ้แจ๊สด้วย นาวสาวจีรนันท์ เอกเกย์ศึกษา โทแต่งนิยาย ช่วยสอยจากคานที ไม่งั้นประชากรชายอย่างเราจะถูกคุกคาม ฮิ้วววววว”

“เรื่องของเรา เราอยู่คนเดียวได้ เขียนนิยายให้พวกแกได้กันยังสนุกกว่าเลย” จีรนันท์ไม่สะทกสะท้านต่อคำแซวเหล่านั้น ซ้ำยังยักไหล่อย่างไม่รู้สึกรู้สา

“ให้ผู้ชายได้กันกูไม่ว่า ให้กูได้ไอ้โฟมกูเคือง!”

“ทำไมอะ โฟมไม่ดีตรงไหน เราว่าออกจะเหมาะกัน ถังหล่อ โฟมตัวเล็กน่ารัก โคตรอุดมคติ” หญิงสาวไม่หยุดที่จะพร่ำพรรณนาต่อ แถมด้วยแววตาช่างฝัน

“ถูกค่ะเพื่อนสาวขา กี้เสียใจนี้สนึงที่ไม่ได้ถัง แต่ถ้าเป็นโฟมก็โอเค นางน่ารักกว่ากระเทยทั้งม.รวมกัน” พูดจบก็หัวเราะลั่นรถด้วยท่าทางเป็นต่อ เข้าข้างเพื่อนสาวตัวเล็กเต็มที่

“อีกี้! ไอ้แจ๊ส! หยุดเลย หยุดๆๆๆ สเปคพี่ถังต้องตัวเล็กน่ารัก อกอึ๋มขาวใส และที่สำคัญเป็นผู้หญิงโว้ย” รฐกรไม่ยอมแพ้...แม้อีกฝ่ายจะเป็นผู้หญิงเสียงแหลมพูดไม่หยุด กับกระเทยยักษ์เสียงห้าวก็ตาม

“กูก็ผู้หญิงค่ะอิถัง ทำไมต้องให้กูหยาบคายคะ” เศษกระดาษที่ถูกขยำถูกปามาทางทิศทางที่รฐกรยืนอยู่

“น่ารักกว่ากระเทยอะไรวะ กูผู้ชายอีกี้” อิชย์หันไปว้ากใส่ก่อนจะนั่งลงอย่างหัวเสีย

พชรที่นั่งนิ่งอยู่นานดึงอิชย์เข้ามาโอบ มือใหญ่ลูบหัวเบาๆ “หงุดหงิดทำไม  กี้กับแจ๊สแค่ล้อเล่น” คนที่เป็นประธานชั้นปีเอกภูมิศาสตร์ไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่ามองแล้วยิ้มขำ

“ก็...” เขานึกหาคำที่จะมาเถียงไม่ออก อารมณ์ที่กำลังโมโหอยู่เมื่อครู่คล้ายกับถูกอ้อมกอดของร่างสูงละลายให้หายไป “อืม...รู้แล้ว...”

“พี่ไผ่อะ จะเล่นบทพระรองรอเสียบแทนพระเอกเหรอ” จีรนันท์ที่เห็นการกระทำของพชรถึงกับอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงมาแซวอีกครา

“พระรองเชี่ยไร คนนั้นพระเอกตัวจริงของน้องเม็ดโฟมคร้าบบบ รู้ไว้ซะด้วย ไม่ใช่กูครับ ชะนีนมน้อย”

“พี่ไผ่เป็นพระเอกจะสนุกอะไร ต้องเป็นตัวร้ายสิ ในคราบคนดี เนอะกี้” หญิงสาวหันไปหาลูกคู่

“ถูกต้องค่ะเพื่อนน้องแจ๊ส น้องกี้ว่าพี่ไผ่เป็นตัวร้าย ที่เรื่องต่อไปต้องได้เป็นพระเอกคู่น้องกี้” ลัคกี้ทำท่าเคลิ้มแล้วส่งจูบลอยลมไปทางพชรที่กลั้นขำแทบไม่อยู่ “เรื่องหน้ากี้ต้องได้เป็นนางเอกนะคะเพื่อนน้องแจ๊ส”

“มึงจะเป็นกระเทยหรือจะเป็นสาววาย ระบุเพศด่วนครับคุณลักขี้”

“กรี๊ดดดด อีถังแตก อิถังรั่ว ลัคกี้ย่ะ ขี้เอาไว้ปาหน้าแกไป๊...ทำไม เป็นกระเทยชอบอ่านนิยายวายไม่ได้เหรอยะ เดี๋ยวนี้ตุ๊ดได้ตุ๊ดยังมีเลย แกจะเอาอะไรกับพวกชั้น โอ๊ย เพลียจะเถียง พี่จินขา พี่คีย์ขา ช่วยน้องกี้ด้วย” ลัคกี้ทำซวนเซไปซบเบาะตรงที่ทั้งสองคนนั่ง “พี่อาลัว มัวแต่นั่งยิ้มแดกแฟ้บเหรอยะ อิถังมันด่ากู ช่วยบ้างอะไรบ้าง”

“เราก็ไม่รู้จะช่วยอะไรนะ...” นภัสรพียิ้มให้ตามแบบฉบับของเจ้าตัว

“น้องลัคกี้ก็...ทำเลยสิครับ...ถังจะได้รู้ว่าเป็นยังไง” คิรากรตอบด้วยน้ำเสียงติดจะขำๆเล็กน้อย

“ว้ายยย พี่คีย์ พูดอะไรก็ไม่รู้” ลัคกี้คว้ามือหยิกหมับเข้าที่แก้ม ก่อนจะโดนมือดีตีเพี้ยะเข้าอย่างจัง

“อย่ายุ่ง...หดมือไปเลยกี้”

“ต๊าย หวงเหรอคะพี่จินขา กูแตะนิดแตะหน่อย ไม่สึกหรอหรอก มึงเป็นใครไม่ทราบคะ ตอบด่วน”

“ประกาศๆ กระเทยนั่งที่ ไม่งั้นกูถีบตกรถ” รฐกรเดินมาถึงที่แล้วตะโกนใส่โทรโข่ง ทำเอาคนที่ตั้งใจจะหยอกรุ่นพี่หันไปทุบดังอั่กพร้อมสวดอุทิศส่วนกุศลให้ทั้งบ้านอย่างครบครัน หลังจากที่ฟัดกันหนำใจ สาว(ที่เจ้าตัวว่าสวยที่สุดในคณะ) ก็เดินสะบัดก้นกลับไปนั่งที่เดิม

“หนวกหูป่ะ” จิณณ์โน้มตัวลงไปพูดใกล้ๆหูคนที่นั่งด้วยกัน

“ไม่หรอก” เขาหันมายิ้มให้ก่อนจะรีบขยับออกมาเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงใบหน้าที่อยู่ใกล้ชิด “ตลกดี...จินเถอะ หวงพี่เหรอ”

“เปล๊า....ถ้าชอบเดี๋ยวเรียกให้มันมาจับใหม่ก็ได้ เอามั้ย”

“ไม่เอา ไม่ได้ชอบให้ดึงหรอก” คิรากรยกมือขึ้นนวดแก้มของตัวเองเบาๆ

จิณณ์มองแฮมสเตอร์ใส่แว่นทำแก้มป่องนวดแก้มตัวเองแล้วยิ้มขำ มือที่ยื่นไปโดยไม่ตั้งใจแตะเบาๆ...โดยที่เจ้าของแทบไม่รู้ตัว

“ทำไมชอบดึงแก้มพี่นะ อันก็ชอบ” เจ้าตัวบ่นหน้ายุ่ง

มือที่จับอยู่ชะงัก...ก่อนจะค่อยๆดึงออกมา จิณณ์ยิ้มนิดๆแล้วเอนหัวพิงลงเบาะ....ไม่รู้ว่าทำไม พอฟังชื่อแฟนเก่าของคิรากร ดันรู้สึกแปลกๆทุกครั้ง

“ไหนว่าจะลืม......”

“ก็ลืม...พยายาม...ขอโทษนะ” หางเสียงของคิรากรอ่อนลง “อยู่ด้วยกันนาน...ยากนะ ที่จะไม่มีอะไรที่ชวนให้นึกถึง”

“งั้นเปลี่ยนเป็นคิดถึงผมแทนสิ”

คนอายุมากกว่ายิ้มกว้างให้ด้วยความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ “อยู่ด้วยกันแบบนี้ พี่จะคิดถึงได้ยังไง พูดไปนั่น เดี๋ยวก็โดนแซวหรอก หาแฟนไม่ได้นะ”

“หาแฟนไม่ได้ก็ให้พี่คีย์เลี้ยง” พูดจบก็ยิ้มกว้างแล้วเอนหัวซบเส้นผมหอมกรุ่นกลิ่นแอปเปิ้ล

คราวนี้คิรากรถึงกับหัวเราะออกมา “โอเค จะรับเลี้ยงไว้ก็ได้”

คนที่นอนซบอยู่หัวเราะเบาๆ อีกครั้ง แล้วพาลอดนึกไม่ได้....

...ถ้าถูกรับเลี้ยงจริงๆก็คงดี...

 

 

ช่วงเวลาที่มาถึงที่อุทยานแห่งชาติ ดอยภูคา เป็นตอนเช้าที่แสงแดดเจิดจ้า ทริปนี้ทุกคนที่มาด้วยจะได้พักในบ้านเกวียนเล็กๆที่เป็นที่พักของอุทยาน แม้ว่าความสะดวกสบายจะไม่เท่ารีสอร์ทแต่ก็เหมาะสมกับเหล่านักศึกษาที่พร้อมจะทิ้งชีวิตในมหาวิทยาลัยชั่วคราว มาเที่ยวเล่นในที่ๆไกลออกมาจากบ้าน

พชรลงไปประสานงานกับอาจารย์ประจำภาควิชาที่สำนักงานของอุทยาน ก่อนจะกลับขึ้นมาสะกิดคนที่นอนหลับเอนหัวซบเบาะให้ตื่นขึ้น

“โฟม..เม็ดโฟม ถึงแล้ว”

“อือ...” คนตัวเล็กงัวเงียยกมือขึ้นขยี้ตา อิชย์หาวออกมาก่อนจะขยับยืดเส้นยืดสายแล้วยืนขึ้น

“เอาของไปเก็บที่ห้องกันเนอะ”

“เดี๋ยวต้องไปรวมตัวกันที่ลานก่อน อาจารย์จะให้แบ่งห้องนอนกัน บ้านเกวียนนอนได้บ้านละสองคน แต่ห้องน้ำเป็นห้องน้ำรวมใกล้ๆ แยกชายหญิงนะ”

“ ถัง....ถัง.....แจ๊ส เรียกถังให้หน่อย” พชรสะกิดจีรนันท์ที่นั่งสะลึมสะลืออยู่เบาะถัดไป ส่วนอีกเบาะด้านหลังเป็นรฐกรนอนหลับให้ลัคกี้ที่แอบเนียนมานั่งด้วยซบหลับไปด้วยกัน “บอกถังให้โทรโข่งปลุกทุกคนหน่อย”

“พี่รถถังขา โทรโข่งปลุกทุกคนด้วยเสียงหล่อๆทีค่ะ” จีรนันท์ทำไปกระซิบเสียงหวานข้างหูคนที่นอนหลับลึกไม่มีท่าทีจะตื่น

“แล้วเรานอนห้องไหนกันอะ” อิชย์เงยหน้าถามคนที่ยืนมองดูความเรียบร้อยของทุกคนบนรถ

“เรานอนกับถัง ให้โฟมนอนกับอาลัวก็ได้ จินก็คงนอนกับพี่คีย์”

“อ้าว ทำไมล่ะ โฟมไม่ได้นอนกับพี่ไผ่เหรอ” เขาร้องท้วงทันทีที่ได้ยินการจับคู่นอนนั่น

“....ใช่” พชรพูดเบาๆ ในการเลือกที่นอนครั้งนี้ เขาเป็นฝ่ายไปขอให้นภัสรพีนอนกับคนตรงหน้าเอง ซึ่งเจ้าตัวก็พยักหน้าอย่างไม่เรื่องมาก ตามประสา...คุณชายอะไรก็ได้

“ทำไมอะ” ทั้งๆที่ตั้งใจมาทริปนี้ด้วยเพราะคิดว่าจะได้มาเที่ยวกับพชรและแอบทึกทักเอาเองเล็กๆว่ามาด้วยกันสองคน ดวงตากลมที่มองมาดูหม่นหมองลงกว่าที่เคย

“เราต้องตื่นเร็วตอนเช้า เดี๋ยวโฟมนอนไม่พอ ถังมันไม่ตื่นง่ายเหมือนโฟม” ที่พูดออกมาก็จริง...แต่เหตุผลหลักไม่ใช่อย่างนั้น

แค่เพียง....กลัวจะอดใจไม่ไหว

“...งี้โฟมไม่มาดีกว่า...” พอพูดจบ คนพูดก็รีบเก็บกระเป๋าขึ้นสะพายบนหลังแล้วเบี่ยงตัวออกมาจากที่นั่ง “ไปรอที่ลานนะ”

พชรมองตามพลางเม้มปากแน่น แต่ดูเหมือนเวลาจะไม่เหลือให้คนเศร้า เพราะรฐกรที่หลับเต็มตาตื่นด้วยอาการคึกสุดฤทธิ์

“อ้าวๆ กระเป๋าใครกระเป๋ามัน สิทธิเท่าเทียมกัน ไปรวมที่ลานหน้าบ้านเกวียนคร้าบบบบ ไอ้แจ๊ส สมุดไม่ต้องพกไปโว้ย กูไม่อยากเป็นวัตถุดิบผลิตนิยาย เฮียโจ้ เฮียต๋อง ตื่นคร้าบบ พี่แอ๋ม พี่กวาง พี่แป้ง คนสวยตื่นเร็ว เดี๋ยวน้องถังช่วยขนของ”

“จิน...ปะ ไปกันเถอะ” คิรากรขยับไหล่เรียกคนข้างๆให้ลุกขึ้นบ้าง

“อือ....ง่วง.....”

เขายิ้มให้อีกฝ่ายก่อนจะเอื้อมมือไปลูบหัว “เดี๋ยวถ้าถึงห้อง เก็บของเสร็จ ไม่มีกิจกรรมก็ค่อยนอนนะ”

จิณณ์ลืมตาขึ้นช้าๆ แล้วใช้เวลาจูนตัวเองอยู่ประมาณเกือบนาที เขาวางหน้าผากลงบนไหล่ของคิรากรแล้วพึมพำเบาๆ “ง่วง....โคตร...”

“รู้แล้วว่าง่วง ลุกก่อนนะจิน เดี๋ยวค่อยนอนต่อ” คนอายุมากกว่ายังคงพูดด้วยน้ำเสียงใจเย็นตามประสาเจ้าตัว

“อือ....” จิณณ์ค่อยๆลุกขึ้นยืนแล้วเอากระเป๋าตัวเองมาถือ แล้วดึงกระเป๋าอีกใบของคิรากรมาส่งให้ “บอกก่อน ใครทำอะไรทำไป ผมจะนอน”

“อื้ม รู้แล้ว พี่ก็อยู่กับเราน่ะแหละ จะไปไหน” เขารับกระเป๋าของตัวเองมาแล้วเดินออกมาจากที่นั่ง ก่อนจะยืนรอให้จิณณ์เป็นฝ่ายเดินนำลงจาก