มาต่อแว้ว
 
ตอนนี้สั้นๆ
 
แต่ก็กุบกิบต่อไป
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

คิรากรลงมือทำอาหารหลังจากเบคอนละลายเรียบร้อย เขาใช้เวลาทำไม่นานก็ได้ข้าวผัดเบคอนหอมๆชวนให้น้ำลายสอ เจ้าของห้องหันไปมองประตูห้องนอนที่ปิดอยู่แล้วก็เอาฝาพลาสติกมาครอบข้าวผัดจานหอมเอาไว้ก่อนจะวางลงบนเคาน์เตอร์

ชายหนุ่มนึกถึงคำพูดที่จิณณ์พูดใส่เมื่อครู่

...พี่นี่เหมือนเมียเลยว่ะ บริการแบบนี้แฟนพี่ไม่ติดใจตายเลยเหรอ...

เขาจำได้ว่าอนลติดตัวเองขนาดไหน คิรากรไม่ค่อยได้กลับบ้าน มักจะไปค้างอยู่ที่ห้องของอนลมากกว่า หลังเลิกเรียนก็มักจะทำอาหารเย็นรออีกฝ่ายเพราะเจ้าตัวเคยบอกว่าชอบอาหารฝีมือเขา

...แต่ความรักของเรามันก็ไม่พอ...

คิดแบบนั้น คิรากรก็ส่ายศีรษะก่อนจะหันไปมองนาฬิกา เขาตัดสินใจนั่งลงบนโซฟาก่อนจะหลับตาลง

...งีบสักพักแล้วค่อยปลุกจินก็แล้วกัน...

 

 

จิณณ์ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเสียงโทรศัพท์ที่ลืมปิดส่งเสียงกรีดร้อง เขาหยิบขึ้นมาดู...และเป็นไปตามคาด ไอ้เม็ดโฟมเตรียมสวดอีกแล้ว คราวนี้คงมาทั้งอิติปิโสมิกซ์พาหุงพร้อมส่งวิญญาณเลยละมั้ง

“ว่าไงโฟม.....”

-มึงอยู่ไหนครับ อาจารย์เช็คชื่อ ถามหามึงรอบที่ล้าน-

“อยู่คอนโดพี่คีย์ ง่วง” จิณณ์ลุกขึ้นแล้วกดปิดแอร์ ดูท่าว่าวันนี้คงโดนสวดตาสว่างอีกแหง “มึงก็บอกไปดิว่ากูตายไปแล้ว จะเกิดใหม่อีกทีตอนไปสอบ”

-ตื่นมาเข้าคลาสเย็นเลยมึง- อิชย์ไม่ยอมเลิกรา

“คลาสเย็น.....” จิณณ์ใช้เวลาชั่วครู่รำลึกว่าใครสอน “เจ๊ฟูนี่หว่า เออ ไปก็ได้ มึงอยู่ไหน”

-เดี๋ยวจะไปห้องสมุดกับพี่ไผ่ มึงอย่าลืมก็แล้วกัน-

“ตัวติดกันเลยนะมึง เออ เจอกัน” จิณณ์กรอกเสียงแล้วพาตัวเองออกมานอกห้อง ดูเหมือนว่าใครบางคนที่บอกจะทำอาหารให้กินหายตัวไปไหนไม่รู้ได้

เขาเดินออกมาเรื่อยๆ จนเห็นคิรากรนอนพับหลับอยู่บนโซฟา ตรงหน้ามีจานพร้อมฝาปิดตั้งไว้ หัวทรงลูกเจี๊ยบยุ่งนิดๆจนอดไม่ได้ที่จะเข้าไปลูบเบาๆ จิณณ์ลูบเส้นผมนุ่มๆเหมือนขนสัตว์ก่อนจะแตะเบาๆบนผิวแก้มนวล...ไล้ปลายนิ้วแผ่วเบาเชื่องช้า

บ้าเอ๊ย!!!

ชายหนุ่มชักมือกลับแล้วกระแทกตัวลงนั่งข้างๆ หวังให้คนที่หลับอยู่ตื่นขึ้นมาคุยกัน

“ห หา?!” ได้ผลตามคาด คิรากรสะดุ้งลุกพรวดขึ้นนั่งพลางร้องออกมาอย่างตกใจ

“มานอนทำไมแถวนี้ ไม่ไปนอนในห้องล่ะ”

“ก็จินนอนอยู่ พี่แค่กะว่าจะงีบเฉยๆ” เจ้าของห้องยิ้มให้เขินๆขณะจับผมตัวเองให้หายยุ่ง

“ดีเนอะ เป็นเจ้าของห้องต้องนอนโซฟา....” จิณณ์มองใบหน้าที่ดูเด็กกว่าอายุ...แล้วอดจะนึกเปรียบเทียบกับรูปถ่ายที่เห็นไม่ได้

“กินข้าวยังอ่ะ หิว”

“ยัง ก็รอ ครอบไว้แล้ว เดี๋ยวอุ่นกินกัน” เขาลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายแล้วเดินเข้าไปที่ส่วนครัว

จิณณ์เดินตามาที่ครัวแล้วเปิดตู้เย็นหยิบน้ำออกมาดื่มเหมือนเป็นเจ้าของห้อง เขานิ่งมองคิรากรครู่หนึ่งก่อนจะพูดสิ่งที่ค้างคาใจออกมา

“พี่คีย์.....คนชื่ออันเป็นแฟนเก่าพี่เหรอ”

“ห หา? ไปเอามาจากไหน พี่บอกเหรอ” เขาปิดไมโครเวฟเสียงดังด้วยความตกใจ

“อือ...ก็พี่ละเมอถึงเมื่อกี้” จิณณ์อำกลับหน้าตาเฉย

“อ...อืม ก็ ตามนั้นแหละ” คิรากรรับคำตะกุกตะกักก่อนจะกดสวิทช์ตั้งอุ่นข้าวผัด

พอเห็นท่าทางกระอักกระอ่วนของคนตรงหน้า ไม่รู้ทำไมว่าความอยากแกล้งถึงลดลงไปกว่าครึ่ง จิณณ์เดินเข้าไปยืนซ้อนหลังหยิบจานแบ่งบนตู้แขวนเอามาวางไว้ตรงหน้า

“ไม่เห็นบอกเลยว่าชอบผู้ชาย”

“ก็... จินไม่ได้ถาม...” เพราะอยู่ๆอีกฝ่ายก็เข้ามาใกล้ คิรากรเลยหันขวับมามองโดยไม่ตั้งใจ ในอกรู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เพิ่มขึ้น “ขอโทษ... ที่ไม่ได้บอก”

คนฟังยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ กะอิแค่ชอบผู้ชายไม่ใช่เรื่องใหญ่ตรงไหน

“ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่”

พอได้ยินแบบนั้นก็โล่งใจขึ้นมา ร่างเพรียวดันกรอบแว่นขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปมองไมโครเวฟ รอเวลาให้อุ่นเสร็จ

คิรากรรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายยังยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง ริมฝีปากของเขาเม้มเข้าหากันก่อนจะค่อยๆเอ่ยออกมา

“เพราะเป็นผู้ชายนั่นแหละ... ถึงไปไม่รอด...”

“มือที่สามป่ะ หรือนอกใจ” จิณณ์พูดเป็นปกติเหมือนถามว่ากินข้าวหรือยัง “แต่ผู้ชายคนนั้นแม่งคิดผิดชัวร์ พี่คีย์ของผมออกจะน่ารักขนาดนี้”

“แต่งงานบังหน้าทางสังคมน่ะ...” เขาหันมามองหน้าอีกคนพร้อมรอยยิ้มจางๆ “พี่รอไม่ไหวแล้วก็เลยหนีกลับมา”

“เลวว่ะ” จิณณ์สบถออกมาโดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายเป็นอดีตแฟนของคนตรงหน้า เขามองแววตาใต้กรอบแว่นที่สลดลงเล็กน้อย ท่าทางเหมือนหนูแฮมสเตอร์เฉามือทำให้อดจะสงสารขึ้นมาไม่ได้

จิณณ์ยกมือลูบศีรษะกลมมนของคิรากรเบาๆ “ทิ้งแม่งเลย มีแฟนใหม่ดีกว่า เดี๋ยวผมช่วยสกรีนให้...อย่าทำหน้าเศร้าอย่างงี้สิ”

คนอายุมากกว่ายิ้มให้จางๆอีกครั้ง “ขอบคุณนะ แต่... มันต้องใช้เวลาน่ะ อยู่กันมานาน... ก็ยากหน่อย”

เพราะว่าคบกับอนลมาหลายปี จะให้ลืมในทันทีคงทำไม่ได้ คิรากรจำได้ว่าเคยคุยกัน ว่าจะซื้อบ้านอยู่ที่ไหน จะทำสวนแบบไหน แต่ทั้งหมดนั้นก็จะไม่เกิดขึ้น

“ผมเข้าใจ....” จิณณ์พึมพำ

ชีวิตของคิรากรไม่ต่างอะไรกับของแม่เขา แม่มีตัวเขากับพ่อที่ตัวจิณณ์แทบจะไม่ค่อยได้เห็นหน้า เพราะพ่อของเขาแต่งงานมีครอบครัวและลูกชายแล้ว

สถานะที่ยาวนานของแม่และจิณณ์คือเมียเก็บและลูกลับๆ จนวันหนึ่ง เมื่อถึงจุดที่แม่ของเขาทนไม่ไหว จึงเลือกที่จะเดินออกมาจากชีวิตของคนๆนั้น จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้...แม่ที่เคยเป็นของจิณณ์คนเดียวกลับมีใครอีกคนเข้ามาในชีวิต และตั้งท้องในวัยสี่สิบ

หลังจากที่คนๆนั้นเข้ามา....ตัวเขาที่เคยเป็นเด็กดีเพื่อให้แม่สบายใจกลับเปลี่ยนไป

“พี่คีย์ต้องทำได้ เดี๋ยวนี้คนเป็นเกย์เยอะแยะ ต้องมีที่ถูกใจพี่บ้างแหละ” ความรู้สึกของคิรากรที่ส่งผ่านทำให้อดจะเห็นใจไม่ได้ จิณณ์จับมืออีกฝ่ายไว้เบาๆก่อนจะดึงมาโอบไว้

“ช่วงนี้ไม่มีใคร ก็อยู่กับผมไปก่อน จะได้ไม่เหงานะ”

“อะไรนั่น ตอนแรกไม่อยากมีบัดดี้ไม่ใช่เหรอ” คิรากรหัวเราะเบาๆ แต่ก็รู้สึกอบอุ่นในจิตใจกับคำพูดของอีกคนขึ้นมา

“อะไรล่ะ ไอ้พี่คีย์” ใบหน้ายุ่งๆดูเขินขึ้นเล็กน้อยยามที่จิณณ์จ้องรอยยิ้มของคนตรงหน้า ชายหนุ่มเสมองถ้วยชามในมือคิรากรแล้วแย่งมาถือไว้

“ผมหิว ไปกินข้าวได้แล้ว...มองหน้าแล้วยิ้มทำไม” จิณณ์ทำเสียงดังแยกเขี้ยวใส่

“โอเคๆ เอ้า ไปนั่งๆ” เขาทำมือไล่อีกคนให้ไปนั่งแล้วตักเอาข้าวผัดใส่ถ้วย คิรากรไม่ลืมที่จะหยิบแก้วน้ำออกมาเทน้ำเย็นใส่แก้วให้ด้วย ก่อนจะหยิบมาวางลงบนโต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็กๆที่ตั้งไว้ต่างโต๊ะกินข้าวบนพื้น

“มาแล้วครับ”

จิณณ์ไม่พูดไม่จา ตักข้าวผัดที่หนุ่มรุ่นพี่ทำให้เข้าปากอย่างอารมณ์ไม่เสถียร ยิ่งเห็นใบหน้ายิ้มๆเหมือนจะล้ออาการเขินของเขาก็แทบจะเอาจานกระแทกโต๊ะ เขาส่งสายตาดุใส่คิรากรแล้วก้มหน้าก้มตากินข้าวผัดในจานที่แทบไม่รู้รสต่อ

“เดี๋ยวผมจะเข้าคลาสเย็น เจ๊ฟูสอน เดี๋ยวโดนด่าอีก” จิณณ์พูดขึ้นลอยๆหลังคำสุดท้ายกลืนลงคอไป

“ดีแล้ว พี่ไปด้วย อาจารย์จะได้เห็นว่ายังเป็นบัดดี้อยู่” เจ้าของห้องเทน้ำเติมให้อีกขณะหันไปดูนาฬิกา “แล้วพี่ค่อยไปเข้าคลาสพี่”

“เออ ย้ำอยู่ได้เรื่องบัดดี้” คนอาศัยหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มแล้ววางลง “นี่ถ้าพี่กวนตีนกว่านี้นะ ผมเตะไปแล้ว.....ผมแม่งใจอ่อนเองแหละ รับเป็นบัดดี้ให้ไอ้แว่นแฮมซะได้”

“ไอ้แว่นแฮมอะไร ก็ใจร้ายนะ” คิรากรอดไม่ได้ที่จะขำออกมา “เอาน้ำอีกไหม” เขายกเหยือกน้ำขึ้นชูประกอบคำถาม

“เอา....อยากกินโค้ก”

“โอเค” คนเป็นพี่ลุกขึ้นเปิดตู้เย็นก่อนจะถามต่อ “ธรรมดาหรือซีโร่”

“ธรรมดา ใส่น้ำแข็งด้วย” เพราะว่านั่งกินอยู่กับพื้นหน้าทีวี จิณณ์เลยอาศัยพื้นนอนเขลงรอให้อีกฝ่ายบริการเต็มที่

“คนชื่ออันนี้แม่งน่าเอาหัวชนเต้าหู้ตาย พี่คีย์บริการดีขนาดนี้ยังไปแต่งงานได้ โง่เนอะ”

คนฟังไม่ตอบในทันที เขากดน้ำแข็ง เปิดกระป๋องโค้ก แล้วรินใส่แก้วให้เรียบร้อยก่อนจะยกมาให้ถึงที่

“ก็บอกแล้ว สังคมไฮโซที่นู่น... น่ะ”

“เป็นผมนะ ถ้าเป็นคนที่รักจริงๆ สังคมว่าไงก็ไม่แคร์” จิณณ์พูดสวนขึ้นทันที

“ดีแล้ว” ชายหนุ่มนั่งลงข้างๆก่อนจะยิ้มให้กับความคิดของอีกคนที่น่าชื่นชม

“อย่าเศร้านะพี่คีย์” ไม่รู้เพราะบรรยากาศรอบตัวที่หม่นลงของคิรากรหรือเปล่า ที่ทำให้จิณณ์พูดคำนี้ออกมา....

“ไม่เศร้าหรอก มีจินอยู่ด้วย”

“พูดงี้รักตายเลย” จิณณ์หัวเราะเบาๆแล้วยกแก้วโค้กขึ้นจิบ “ระวังเหอะ เดี๋ยวโดนจีบนะ”

เขาหัวเราะออกมาเสียงดัง “ระวังเหรอ ทำไมพี่จะต้องระวังล่ะ”

“ก็ถ้าผมจีบ....ผมจะเกาะหนึบจนกว่าพี่จะรักผมเลย”

“แบบนั้นก็ดีสิ พี่ชอบ” คิรากรยิ้มให้ก่อนจะลุกขึ้นแล้วหยิบแก้วน้ำอีกฝ่ายขึ้นมาด้่วย “เดี๋ยวพี่ล้างจาน แล้วค่อยไปด้วยกัน”

“อื้อ” คนที่นอนอยู่ตอบรับในลำคอ

จิณณ์ไม่รู้เลยว่า....สักวันหนึ่งคำพูดเล่นๆของเขาในวันนี้ จะกลายเป็นจริงขึ้นมา

...ก็ถ้าผมจีบ...ผมจะเกาะหนึบจนกว่าพี่จะรักผมเลย....

 

 

 

 

 

 

To be continued...



 

 
อั๊ยย่ะ เป็นยังไงมั่งก๊ะ
 
ตาจินน่ารักมั้ย พี่คีย์น่ารักมั้ย กุบกิบมั้ย
 
โนมาม่ามั้ยยยยยยยยยยยยยยยยย Cry

Comment

Comment:

Tweet

แอร๊ยยยยยยยยยยยยยย จิณณ์น่าร๊าดดดดดด เกาะหนึบเลยนะ เกาะหนึบบบบบบบบ 
พี่คีย์มุ้งมิ้งกุบกิบมากกก เขาอยากขย้ำแฮมฯ

#2 By Lina on 2013-03-24 00:27

อั๊ยย่ะ  กุบกิบบบบบบบบบบบบ

#1 By +:+:+หมีปิ่น+:+:+ on 2013-03-22 11:07