[Hetalia+FanFiction] Jag älskar dig -11- (Yaoi Warning)

posted on 09 Feb 2009 00:58 by hanachiko  in Hetalia

 

สวัสดีค่ะ

เรื่องที่จะลงต่อไปนี้ เป็นYaoi Fictionนะคะ

ขอความกรุณา ผู้ที่ไม่สนใจและรับไม่ได้ กรุณากดปิดด้วย
ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียใจ อะไร เปิดแล้วไม่อ่าน ฮานะไม่บังคับค่ะ

หากไม่ชอบ กรุณาปิดนะคะ ^^

ขอบคุณค่ะ


**เตือนอีกนิด**

แฟนฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น 
ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ประเทศ บุคคล
หรือองค์กรใดที่มีอยู่จริงบนโลก

เฮตาเลียเป็นการ์ตูนที่่มีเนื้อหาเสียดสี
โดยตัวละครในเรื่องได้ดัดแปลงมาจากประเทศบนโลก
กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน

Title: Jag älskar dig
Author: ha[na]chiko
Fandom: แอคซิส พาวเวอร์ เฮตาเลีย
Pairing: คุณสวีกับฟินนี่
Rating: PG13  
Warning: Yaoi 
Genre(s): Angst / Drama / Love-Com
(มันยังจะเลิฟคอมอีกป่าววะ)







 

-11-

 

 

 

 

 


“....” สวีเดนมองออกไปด้านนอกด้วยความประหลาดใจ เสียงลมหวีดหวิวดังลั่นฟังดูน่ากลัวพัดพาต้นไม้ต้นใหญ่ๆให้ลู่ไปตามแรง ปกติที่บ้านเขาไม่ค่อยจะมีพายุใหญ่ๆเข้ามาแบบนี้ด้วยซ้ำ

...แต่ก็อย่างว่า...

...ธรรมชาติก็แบบนี้...

คงจะดีหากพายุเข้ามาแล้วพัดคืนทะเลไป ไม่วิ่งออกไปวุ่นวายทำลายธรรมชาติต่อที่อื่น ที่ๆคนๆนั้นอาศัยอยู่ตอนนี้ แต่คิดไปแล้วเขาก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ เพราะฟินแลนด์เป็นคนเข้มแข็ง พายุก็คงไม่กลัว - - - อย่างน้อยเขาก็ไม่เคยคิดว่าคนที่เขาพยายามปกป้องจะเอาตัวเองเข้ามารับดาบแทนแบบนั้น

ร่างสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้ ตัดสินใจเดินออกจากห้องไปยังห้องของอีกคนที่ว่างเปล่า หากแต่เมื่อเปิดประตูออกมา กลับพบอีกคนยืนอยู่หน้าห้อง

“... จะไปไหนเหรอ”

“................. มีอะไร” สวีเดนถามกลับแทนจะตอบ คนตรงหน้ามายืนรออยู่หน้าห้องเขานานแค่ไหนแล้ว

“... ไปทำอะไร” นอร์เวย์เองก็ไม่ยอมตอบ แต่ถามกลับเช่นเดียวกัน ร่างสูงมองคนตรงหน้าแล้วก็ถอนหายใจออกมา

“ห้องฟินแลนด์” เขาตอบก่อนจะเบี่ยงตัวออกมา ในเมื่อนอร์เวย์ไม่ยอมจะตอบ เขาก็ไม่ถามให้เสียเวลา สวีเดนเปิดประตูห้องใกล้ๆแล้วเดินเข้าไปด้านใน

ภายในห้องยังอยู่ในสภาพเดิมตั้งแต่ฟินแลนด์ไปกับรัสเซีย สวีเดนเข้ามาทำความสะอาดและดูแลความเรียบร้อยในห้องอยู่เสมอ สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่หน้าต่างบานใหญ่

...น่าจะดูให้แน่ใจว่าหน้าต่างจะไม่เป็นไร...

ชายหนุ่มร่างสูงจับกรอบหน้าต่าง เช็คดูสลักกลอนว่าลงไว้แน่นหนาพอ เสียงลมโหยหวนจากด้านนอกดูท่าจะหนักขึ้นกว่าก่อนหน้านี้ หลังจากจัดการดูความเรียบร้อยแน่ใจแล้ว เขาก็เปิดประตูออกมาจากห้อง

“... มีอะไร” เขาย้ำคำถามอีกครั้งเมื่อพบว่านอร์เวย์ยังยืนอยู่

...ถ้าไม่พูดออกมา...

...ฉันก็ไม่รู้หรอกนะ...

 

‘พี่...’ เด็กชายผมยาวตัวเล็กเดินเข้ามาในห้องหนังสือทั้งชุดนอน ไหล่เล็กห่อเข้าหากัน นัยน์ตาที่ปกติมักจะไม่ฉายแววอะไรกลับดูราวกับมีน้ำตา

‘มีอะไรเหรอนอร์เวย์’ เดนมาร์ควางหนังสือที่อ่านอยู่ลงบนโต๊ะก่อนจะลุกไปหา เขาย่อตัวลงนั่งตรงหน้าแล้วยกมือขึ้นวางบนศีรษะเล็กเบาๆ

‘... พายุมา’ เสียงเล็กๆพูดอ้อมแอ้มขณะที่มือสองข้างเอื้อมมายึดฝ่ามือใหญ่ของเดนมาร์คไว้

‘อ๋อ... กลัวสินะ... ไม่ไปหาพ่อล่ะ’

‘ไม่เอา...’ น้องตัวน้อยส่ายศีรษะไปมาไม่ยอมหยุด คนตัวโตกว่าถอนหายใจพร้อมทั้งรอยยิ้ม ก่อนจะอุ้มนอร์เวย์ขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนแข็งแรง

‘สวีเดน ฉันจะพานอร์เวย์เข้านอนแล้ว’ เดนมาร์คหันมาเอ่ยตอบกับน้องอีกคนที่กำลังอ่านหนังสืออยู่

‘ราตรีสวัสดิ์พี่’

‘ราตรีสวัสดิ์’

 

...หรือว่า...

...จะยังกลัว...

“..... เข้ามาสิ” สวีเดนเอ่ยปากพลางเปิดประตูห้องของตนออก หลีกทางให้ร่างบางได้เดินเข้าไปก่อน

...ไม่ต่างอะไรกับเมื่อก่อนเลยด้วยซ้ำ...

...ถ้าไม่ใช่เดนมาร์คก็ไม่ยอมพูดอะไร...

 

 

“นี่...”

สวีเดนที่ยังไม่หลับหันหน้ามาตามเสียงเรียกจากคนที่นอนจับมือเขาอยู่ข้างๆ

“... ทำไมถึงแยกตัวออกมา... ทะเลาะกับเดนมาร์ค... โกรธมากขนาดนั้นเลยเหรอ”

เจ้าของห้องถึงกับนิ่งไปด้วยไม่คิดว่าจะถูกถามแบบนี้... จากนอร์เวย์

...ถ้าไม่ตอบ...

...ก็คงต้องโดนถามอีกอยู่ดี...

“หรือว่าโกรธที่ถูกกอด”

“... คนละเรื่อง” สวีเดนตอบพร้อมกับถอนหายใจออกมา

“... ไม่ต้องมีเรื่องนั้น... ฉันก็จะแยกออกมาอยู่แล้ว”

...หมอนั่นน่ะไร้เหตุผล...

...ทำอะไรก็เอาแต่อารมณ์ตัวเองเป็นใหญ่...

“งั้นทำไม”

“.................. ฉันอยากอยู่แบบของฉัน... ใครก็มาบังคับไม่ได้”

...ต่อให้เป็นพ่อผมก็คงไม่ฟัง...

“หมอนั่น... อยากทำแต่สงคราม... ฉัน... ไม่อยาก” เขาหวนนึกไปถึงอดีต - - - ใช่... เดนมาร์คเป็นพี่ชายที่แข็งแกร่ง เป็นคนที่เข้มแข็ง เป็นคนที่เขาอยากเอาเป็นแบบอย่าง แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ที่อีกฝ่ายคิดถึงแต่การขยายอำนาจ บังคับผู้คนรอบด้านให้เปลี่ยนศาสนา... แบบนั้นเขาไม่เห็นด้วย ทำไมคนเราถึงไม่มีสิทธิ์ทำอะไรอย่างที่อยากทำ

“... แต่เดนมาร์ค... รักนายไม่ใช่เหรอ” น้ำเสียงที่นอร์เวย์ใช้กลับไม่ฟังดูเย็นชาเหมือนเคย... ความเจ็บปวดซ่อนไว้ในคำพูดของเขา

...ความรักมันคนละรูปแบบกัน...

“เปล่า... ก็แค่... น้องชาย”

“..................” คนช่างถามเงียบไปพักใหญ่ สวีเดนไม่อาจรู้ได้ว่าตอนนี้อีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ เขาจึงใช้อีกมือที่ว่างลูบศีรษะนอร์เวย์ช้าๆ

...อย่าคิดอะไรมากมายเลย...

“แค่น้องชาย... ก็กอดได้... เหรอ”

“... อยากทำลายฉัน...”

...เพราะฉันไม่อยู่ในความควบคุม...

...เพราะฉันอยากจะแยกตัวออกมา...

“... แล้วพี่เค้าอยากทำลายผมด้วย... เหมือนที่ทำกับพี่... เหรอ” เสียงที่แผ่วเบาซ้ำยังสั่นไหวทำให้สวีเดนตกใจ ไม่คิดว่าเดนมาร์คจะทำแบบเดียวกันกับนอร์เวย์ด้วย

...เพราะแกเคยบอกว่ารักนอร์เวย์...

“เปล่า... นั่นน่ะ.............. รัก”

“แต่พี่เค้า... บอกว่ารักพี่... ไม่ใช่เหรอ” นอร์เวย์ยังไม่หยุดถาม

“ไม่เคย...”

...ตั้งแต่เมื่อก่อน...

...เวลาอยู่ด้วยกัน...

...หมอนั่นก็พูดถึงแต่นาย...

 

‘เฮ้ สวีเดน ไปล่าหมีกัน’ ชายหนุ่มตัวโตเดินเข้ามาหาพร้อมกับขวานที่แบกอยู่กลางหลัง

‘... ชวนนอร์เวย์สิ’ เขากำลังติดพันกับหนังสือเล่มหนึ่งอยู่ ถ้าเป็นไปได้ก็ยังไม่อยากจะทิ้งไปไหน

‘ไม่เอา เดี๋ยวเป็นอะไรขึ้นมา ยังตัวแค่นั้นเอง... ให้อยู่บ้านเป็นน้องชายที่น่ารักรอต้อนรับพี่ชายใจดีอย่างฉันกลับมาแหละดีแล้ว’ เดนมาร์คยิ้มกว้างทำให้คนที่นั่งอยู่ต้องปิดหนังสือลงแล้วยอมลุกมา

 

“หมอนั่น... รักนาย” สวีเดนเอ่ยย้ำอีกครั้ง ทว่าคราวนี้มือที่จับไว้ออกแรงบีบมากขึ้น

“ผม... คิดถึงพี่” เสียงพูดที่แผ่วเบาปนมากับเสียงสะอื้น ฝ่ามือใหญ่จำต้องย้ายมาทำหน้าที่เดิมอีกครั้งคือลูบศีรษะปลอบโยนคนที่กำลังอ่อนแอเบาๆ

...ขอโทษนะ...

...ที่ฉันไม่สามารถส่งนายกลับได้...

...สนธิสัญญาไม่ได้อนุญาตเรื่องนั้น...

หลังจากที่นอร์เวย์มาขออยู่ด้วยได้พักหนึ่ง อังกฤษก็เดินทางมาหาพร้อมทั้งมอบสัญญาให้ ค่าที่เดนมาร์คกับนอร์เวย์เป็นผู้แพ้ในสงครามนโปเลียน ในฐานะคนแพ้ เดนมาร์คจึงต้องยกนอร์เวย์ให้กับสวีเดนตามคำสั่งของอังกฤษ

...ถ้าอยากไปหาขนาดนั้น...

...ที่ฉันคิดออกก็มีอยู่ทางเดียว...

“... นี่...” เขาหยุดมือที่ลูบศีรษะของนอร์เวย์

“... แยกตัวเป็นอิสระอย่างฉัน” สวีเดนพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น นั่นเป็นทางออกเดียวที่เขาพอจะคิดให้ได้ การแยกตัวเป็นอิสระของคนที่อยู่ในความดูแลของอีกคน จะต้องได้รับการยอมรับจากผู้ดูแลเสียก่อน

...และฉัน...

...ก็จะยอมรับให้...

“... ถ้าผมแยกแล้ว... จะเป็นยังไง” น้ำตายังไม่หยุดไหลออกมา แต่เสียงสะอื้นก็หายไปแล้ว

“... ต้องอยู่เอง... คนเดียว”

เท่านั้นคนตรงหน้าก็นิ่งไป สวีเดนพอจะเข้าใจได้ ถ้านอร์เวย์รักเดนมาร์คขนาดนั้น การแยกตัวออกมาอยู่เพียงลำพังย่อมเป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก แค่ต้องมาอยู่กับเขาตอนนี้ ก็น่าจะทรมานมากกว่าที่เขาจะคิดได้

...เพราะนายอยู่กับเขามาตลอด...

...มีสายเลือดเดียวกันไหลเวียน...

...ต่างกับฉัน...

...ที่รักฟินน์...

“... เลือกดู” ชายหนุ่มร่างสูงพูดทิ้งท้ายก่อนจะหลับตาลง หวนคิดถึงคนที่อยู่ไกล

...ฉันอยากไปหานาย...

...อยากเห็นรอยยิ้มของนาย...

...อยากได้ยินเสียงนาย...

...อยากกอดนายไว้...

...ฟินน์...

...กลับมาหาฉันเสียที...

...แล้วอย่าจากฉันไปไหนอีก...

 

 

“... ขอบคุณนะ” นอร์เวย์เอ่ยพูดขึ้นด้วยใบหน้าและน้ำเสียงที่เย็นชาตามฉบับเจ้าตัว นัยน์ตาสีอเมธิสต์ด้านจ้องมองใบหน้าไร้อารมณ์ของสวีเดน

“...” ร่างสูงไม่ตอบอะไร เขาหยิบกระเป๋าใบเล็กส่งให้

“... ขอบคุณที่ไม่โกรธผมแล้ว”

ร่างบางเดินเข้ามาหาก่อนจะโอบกอดสวีเดนไว้แน่น

“ผมจะติดต่อมาบ่อยๆ...”

คนฟังเพียงแค่พยักหน้ารับ จะว่าไป เขาก็แทบไม่คุ้นเคยกับการกอดนอร์เวย์เท่าไหร่นัก แต่การที่อีกฝ่ายถูกส่งมาอยู่ด้วยในคราวนี้ ถือเป็นการพยายามต่อความสัมพันธ์ที่เคยแตกร้าวในอดีตได้พอสมควร

“สุดท้าย พี่ก็เป็นพี่... แต่จากนี้ไปคงไม่แล้ว... เจอกันคราวหน้า... ผมจะไม่เรียกพี่อีกแล้ว... สัญญา” นอร์เวย์ถอยออกมามองหน้าพี่ชายคนกลางอีกครั้ง ริมฝีปากบางที่มักจะอยู่นิ่งค่อยๆแย้มรอยยิ้มเพียงเล็กน้อยออกมา

“... ผมไปนะ”

นัยน์ตาสีเทอร์คว้อยซ์สะท้อนภาพร่างบางที่กระโดดขึ้นบนหลังม้าแล้วควบจากไปไกล เขาได้ปล่อยให้น้องชายคนเล็กเป็นอิสระแล้ว แต่กลับไม่สามารถทำอะไรเพื่อช่วยฟินแลนด์ได้... เขาจะต้องรออีกนานแค่ไหน

ลูกชายของไวกิ้งผู้ยิ่งใหญ่ จะร้องไห้กับเรื่องแค่นี้ ถ้าพ่ออยู่ก็คงต้องโดนโวยกันบ้าง ค่าที่ไม่รู้จักเข้มแข็ง - - - แต่นั่นก็เพราะเขาไม่เคยคิด ว่าการสูญเสียคนที่รักจะเจ็บปวดได้ขนาดนี้

...ถ้านายต้องเป็นอะไรไป...

...โลกนี้ก็คงไม่น่าอยู่เหมือนเคย...

...รู้หรือเปล่า...

...ฟินน์...

...กลับมาให้ฉันปกป้อง...

...ให้ฉันรัก...

 

...อยู่กับฉันคนเดียว...

 

 


...เสียที...

 

 

 

To be continue...

 

Free Talk>>

ตอบเมนต์อย่างเดียว

 

อั๊ง

คุนพุดซ้อน - ก็อ่านไปเรื่อยๆค่ะ เด๋วก็ได้เจอกันเองล่ะ คิดว่านะ

คุนกี - โทริสเค้าก็มาให้รังแกแล้วนี่ไงคะ ก๊ากกกกกกกกก แหม คุนกีล่ะก็

โซระจัง - เนอะคะ สงสารฟินน์เนอะคะ แบบ ฮื้อออออออ อีเด็กโมเอ้

ฟาวอซ - โค่ล /ยิ้มหวาน /โดนตบออกข้อหาตอบเมนต์กวนตีน ฮ่าๆๆๆ แหม ก็รัสเซียก็น่าจะอารมณ์นี้ รึเปล่านะคะ

เคย์เคย์ - กร๊ากกกกกกกกกกก คุนสุชาติเค้าไปไม่ได้ สัญญามันค้ำคอ

เมล่อนที่รัก - ตอนนี้ดีขึ้นรึยังแก /กอด ชั้นว่าน่าจะดีขึ้นแล้วนะ ไม่รู้สุซังหายหล่อไปบ้างมั้ย แต่ก็เอาน่า จุ๊บ

 

หมดแร้ว

 

แฮ่

ซียูค่าาาา

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

มีคิดว่านะอีก...คนเขียนวางโครงเรื่องไว้แบบไหนน้าาา

ตอนนี้คนเขียนเหมือนจะให้คนอ่านพักเบรกสักหน่อย ด้วยการนำเสนอเรื่องของนอร์เวย์ แต่ในขณะเดียวกันก็เสนอมุมมองของสุซัง คนที่กำลังปวดร้าวเพราะความคิดถึงคนที่ตัวเองรัก

แต่คนอ่านก็เดาไม่ได้อ่ะ ว่าเมื่อไร รึเหตุไหนที่จะให้ทั้งคู่พบกัน (อาจมีในประวัติศาสตร์นะ อ่าๆๆ แต่ไม่ได้ศึกษานี่สิ) sad smile

โฮกกกกกกกก อ่านแล้วเศร้าจังเลย
“... แต่เดนมาร์ค... รักนายไม่ใช่เหรอ”
คือว่า ขอคืนคำนี้ให้นอร์เวย์ค่ะ มันไม่ใช่อย่างที่คิดนะหนู พี่เค้ารักหนูรู้มั้ยยยยยยยยย ฮื้อออออ

อ่านตอนนี้รู้สึกว่าสุซังเป็นพี่ที่ดีมากๆ ประเสริฐ~~~ หล่อเชียวค่ะ คนหล่อนี่น่าสงสารนะคะ ช้ำใจ เมียไม่กลับบ้าน เหอๆ

อา~~ รู้สึกรักนอร์เวย์ขึ้นมามากมายค่ะ เป็นน้องที่อะฮั๊ง(?)มาก ฮืออออออ ตอนนอนกับสุซังดูเหมือนเด็กขี้อ้อน
แต่ชอบตรงที่ว่าถ้าไม่ใช่เดนมาร์กก็จะไม่พูดอะไร

สองคนนี้อยู่ด้วยกันความเงียบเข้าครอบงำได้อีกค่ะ เหอๆ
สุซังก็ถามคำตอบคำ ไม่ไหวแล้ว ขรึมจริงๆ กรั่กๆ ^^"

ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดีที่กิ๊บไปแล้ว สุซังคงจะเหงา เราก็อยากให้กิ๊บมีบท กร๊ากกก(เพราะรักกิ๊บค่ะ~)

สุดท้าย ฟินน์ กลับบ้านเถอะ~~~ T^T
แอร๊ยยย
ในบรรดาคนแต่งฟิคชั่นที่อ่านมา เรื่องนี้ถือว่าสนุกมากกก
พึ่งเคยได้อ่านฟิคเฮตาเลีย และเริ่มชอบคู่นี้แล้ว แอร๊ยย
(ปกติจะเป็นเบอรมันกับอิตาลี)
เมื่อไหร่ฟินฟินจะกลับมาได้สักทีน๊ออ
สุซังเป็นห่วง~

แอร๊ยยย

มาอัพตอนใหม่เร็วๆนะเค๊อะ รออ่านค่ะ!!

#3 By scent (222.123.211.43) on 2009-02-09 16:27

น้องกิ๊บบบบบบ น้องกิ๊บขโมยซีนอีกแล้ว น่ารักเกินไปแล้วนะ

ดีแล้วววที่ทำตัวโมเอะให้พี่ขวานเค้าเห็นคนเดียว....

แต่ว่า....สุซังคะ......กังวลเรื่องหน้าต่างห้องฟินน์ออกหน้าออกตามากเลยค่ะ....น้องกิ๊บยืนกลัวพายุจะตายอยู่แล้ว (ถ้าเป็นพี่ขวานคงไม่ต้องรอกิ๊บบอกหรอกสินะคะ...หิ้วเลย 555)

#4 By minatan+minamo on 2009-02-10 01:17