[Hetalia+FanFiction] Jag älskar dig -8- (R13 Yaoi Warning)
posted on 12 Jan 2009 14:06 by hanachiko in Hetalia, NOVELandPOEM
สวัสดีค่ะ
เรื่องที่จะลงต่อไปนี้ เป็นYaoi Fictionนะคะ
ขอความกรุณา ผู้ที่ไม่สนใจและรับไม่ได้ กรุณากดปิดด้วย
ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียใจ อะไร เปิดแล้วไม่อ่าน ฮานะไม่บังคับค่ะ
หากไม่ชอบ กรุณาปิดนะคะ ^^
ขอบคุณค่ะ
**เตือนอีกนิด**
แฟนฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น
ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ประเทศ บุคคล
หรือองค์กรใดที่มีอยู่จริงบนโลก
เฮตาเลียเป็นการ์ตูนที่่มีเนื้อหาเสียดสี
โดยตัวละครในเรื่องได้ดัดแปลงมาจากประเทศบนโลก
กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน

Title: Jag älskar dig
Author: ha[na]chiko
Fandom: แอคซิส พาวเวอร์ เฮตาเลีย
Pairing: คุณสวีกับฟินนี่
Rating: R13 (มีฉากต่อสู้รุนแรง อั๊ง)
Warning: Yaoi
Genre(s): Angst / Drama / Love-Com
(มันยังจะเลิฟคอมอีกป่าววะ)
-8-
อาการบาดเจ็บของสวีเดนพอทุเลาลงบ้าง ไข้ที่ขึ้นสูงอยู่เมื่อคืนลดลงมากแล้ว บาดแผลยังคงไม่สมานกันดีแต่เลือดก็หยุดไหลไปนานแล้ว นัยน์ตาสีเทอร์คว้อยซ์จ้องมองคนที่หลับอยู่ข้างๆอย่างอ่อนโยน ฝ่ามือใหญ่เอื้อมมาสางเรือนผมสีสวยช้าๆ
“... ส... สุซัง” ฟินแลนด์รู้สึกตัวขึ้นมาก็รีบลุกขึ้นยืนทันที
“ทานอะไรไหมครับ เดี๋ยวผมไปจัดมาให้”
“... อยู่นี่ก่อน...”
...อยู่ข้างๆฉัน...
“สุซังครับ...” ก้มหน้าลงสบตาคนที่ยังกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง
...ว่าไง...
“... สัญญาได้ไหมครับ... ว่าจะไม่รบกับใครอีกแล้ว... ถ้าเขาไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มรบกับสุซังก่อน...” นัยน์ตากลมโตจ้องมองอย่างอ้อนวอน ด้วยความที่คิดว่า สงครามที่เกิดขึ้นหลายครั้ง ก็เพราะว่าสวีเดนพยายามก่อสงครามรอบๆพื้นที่มากเกินไป
แต่ฟินแลนด์ไม่รู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของสงครามแต่ละครั้ง
“.........” สวีเดนมองตาของอีกฝ่าย พอเจอกับประกายตาแบบนั้นก็พูดไม่ออก เพราะรู้ดีว่าอธิบายไปคนตรงหน้าก็ไม่เข้าใจ
...นายรักสงบแค่ไหน...
...ทำไมฉันจะไม่รู้...
ถึงมีเหตุผลที่ดีขนาดไหน อีกฝ่ายก็จะพยายามบอกว่า ให้หาทางอื่นที่ไม่ใช่สงคราม แต่การแสดงถึงอำนาจที่ได้ผลที่สุดก็คือสงคราม
...อย่างน้อยพ่อก็สอนไว้แบบนั้น...
...แต่ถ้านายต้องการ...
“... อืม”
...ฉันก็จะให้...
“ฉัน... สัญญา”
...อะไรก็ได้...
...ฉันให้ได้ทั้งนั้น...
“!!!??” เสียงระเบิดจากด้านล่างทำให้อาคารทั้งหลังสั่นไหว สวีเดนรีบขยับกายแต่กลับต้องนิ่วหน้าด้วยความปวดร้าวจากบาดแผลที่แล่นริ้วขึ้นมา ร่างบางรีบใช้มือแตะไหล่อีกฝ่ายไว้
“สุซังอย่าลุกนะครับ เดี๋ยวผมไปดูให้” ฟินแลนด์ลุกขึ้นจากข้างเตียง แต่ข้อมือเล็กกลับถูกคว้าไว้
“อย่าไป...” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยจริงจัง
“... ทำไมเหรอครับสุซัง... ดินปืนอาจจะบังเอิญระเบิดก็ได้... ” นัยน์ตาสีอเมธิสต์กระพริบมองอย่างไม่เข้าใจ บางทีอาจจะเป็นเพราะอากาศแห้งเกินไปเสียด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนั้นมือใหญ่ก็ยังไม่ปล่อยข้อมือเขาให้เป็นอิสระ
“... อาจจะเป็น.... ศัตรู”
“คง... ไม่มีแล้วล่ะครับสุซัง... ถ้าไม่นับกับคุณรัสเซีย ใครจะอยากมารบกับ”
“ไม่ต้อนรับแขกกันเลยนะ สวีเดน ฟินแลนด์” น้ำเสียงอารมณ์ดีและใจเย็นที่ต่อให้อยากลืมก็คงทำไม่ได้ดังขึ้นจากอีกฟากของประตู
“ผมจะไม่ใจเย็นแล้วล่ะนะ” สิ้นประโยค เสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ ประตูห้องรวมทั้งผนังทั้งแถบกระจายออกรอบด้านจนฝุ่งคลุ้งไปทั่ว ร่างบางถูกดึงเข้าไปโอบกอดไว้ ผ้าห่มบนเตียงถูกใช้ป้องกันไม่ให้เศษทั้งหลายสร้างบาดแผลบนร่างกายได้
“อะ!!” สวีเดนจำต้องใช้กำลังแขน เหวี่ยงร่างของฟินแลนด์พร้อมกับผ้าห่มไปที่มุมนึงของห้อง แม้ว่าจะทำให้ร่างบางเจ็บ แต่ตอนนี้มีบางอย่างที่สำคัญกว่านั้น
มือเปล่าข้างหนึ่งรีบยกขึ้นมารับท่อเหล็กที่อีกฝ่ายใช้ฟาดลงมา มืออีกข้างเอื้อมคว้าปืนที่เหน็บไว้ข้างลำตัวตลอดเวลา แต่อีกฝ่ายก็ยังเร็วกว่า รัสเซียยกปลายกระบอกปืนของตนหันไปที่ฟินแลนด์ผู้กำลังตั้งท่าจะเข้ามา
“ผมยิงนะ”
สวีเดนได้แต่หยุดมือไว้ และเมื่อเป็นแบบนั้น ท่อเหล็กก็ฟาดลงที่ลาดไหล่ของคนบนเตียงเต็มแรง เขากัดฟันแน่นอดกลั้นความเจ็บปวดเอาไว้ ร่างกายทรุดลงตามแรงที่อีกฝ่ายใช้
“หยุดนะครับ!! คุณรัสเซีย! สุซังเซ็นสัญญากับคุณไปแล้วนะครับ!” ฟินแลนด์ขยับตัว แต่ปลายกระบอกปืนก็ไม่หันหนีไปไหน ซ้ำยังขยับตามเขาไป แม้ว่าเจ้าของมือข้างนั้นจะไม่ได้มองอยู่ก็ตาม
“แล้วยังไง หือ ฟินแลนด์... สวีเดนทำผมไว้หลายครั้ง ผมก็เลยคิดได้ว่า ถ้าปล่อยให้อยู่ไปแบบนี้ จะลุกขึ้นมาทำสงครามกับผมอีกเมื่อไหร่ก็ได้ ลูกหลานของไวกิ้งน่ะ เป็นนักรบที่เก่ง ถ้าไม่กำจัดทิ้งคงเกะกะทางน่าดูเลย...” รัสเซียยกยิ้มขึ้นที่มุมปากขณะมองร่างสูงที่แค่ขยับตัวก็ยังลำบาก
“สุซังจะไม่ทำสงครามกับใครอีกแล้วครับ! กรุณากลับไปเสีย” นัยน์ตาคู่สวยที่เคยแต่ทอประกายอ่อนโยนดูแข็งกร้าวขึ้นมา แม้จะกลัวแต่ก็ต้องทำใจดีสู้เสือ
“ไม่ได้หรอก ถ้าไม่ได้ทำให้แน่ใจด้วยมือตัวเอง ผมไม่กลับหรอกนะฟินแลนด์...” คราวนี้รัสเซียหันมายิ้มให้ รอยยิ้มที่ให้ความรู้สึกหนาวยะเยือกจับใจ
...น่ากลัว...
...คนๆนี้...
“ขอโทษด้วยนะ”
เสียงปืนดังลั่น พร้อมๆกับร่างบางที่ถอยไปด้านหลังก่อนจะทรุดลง เลือดสีแดงไหลซึมออกมาจากปากแผลที่ต้นแขน
“แก!!! อั้ก!!” ข้อมือขวาถูกบิดไปด้านหลังจนต้องปล่อยปืนลงบนเตียง
“พวกคุณนี่ชอบเล่นของอันตรายกันจัง” เขาเอื้อมมือไปขยุ้มกลุ่มผมของสวีเดน ออกแรงกระชากให้เงยหน้าขึ้นมอง
“อย่างคุณ... ผมคงต้องบอกลา... ถ้าตอนนั้นคุณฆ่าผมเสีย... ก็คงไม่เป็นอย่างนี้หรอก” มืออีกข้างต่อยเข้าที่ปากแผลซึ่งตัวเองเป็นคนลงดาบไว้
“คุณน่ะ... ใจดีเกินไปรู้ไหม สวีเดน” เมื่อมั่นใจว่าอีกฝ่ายต่อต้านไม่ได้แล้ว รัสเซียก็ดึงมีดออกมา
“คงไม่ตายทันทีหรอก... อาจจะทรมานหน่อย... ผมขอโทษด้วยนะ”
นัยน์ตาของสวีเดนไม่มีแววหวาดกลัว น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น
“... หนีไป ฟินน์!”
“บ๋ายบาย...”
“อ..!?!!!!!!!!!!!!” นัยน์ตาสีเทอร์คว้อยซ์เบิกกว้างด้วยความตกใจ ร่างของฟินแลนด์สอดตัวเข้ามาขวางไว้ คมมีดเสียบทะลุไหล่บางส่งให้หยาดเลือดกระเซ็นใส่ใบหน้าของเขา
“ไม่เป็นไรนะครับ... สุซัง” คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ถึงอย่างนั้นฟินแลนด์ก็ยังยิ้ม
“.... ทำไมทำแบบนี้ล่ะฟินแลนด์... ถอยออกมาซะนะ... ผมไม่ได้อยากทำลายเธอ” แม้จะพูดแบบนั้น แต่รัสเซียก็กระชากมีดออก ยิ่งทำให้เลือดไหลออกมามากกว่าเมื่อครู่
“กรุณา... อย่าทำร้ายสุซังไปมากกว่านี้นะครับ” ใบหน้าหวานหันมาเผชิญหน้ากับคนที่บุกรุกเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัว
“เธอจะทำอะไรผมได้ ฟินแลนด์” น้ำเสียงที่ใช้ฟังดูดูถูกเหยียดหยาม
“ผม... รับประกัน ว่าสุซัง... จะไม่ไปก่อสงครามกับคุณอีก...”
“อย่างเธอน่ะเหรอ... เธอจะเอาอะไรมารับประกันผม... มาเป็นตัวประกันให้ผมดีกว่าไหม ผมจะได้แน่ใจ ว่าถ้ามีเธออยู่ในมือ ให้ตาย สวีเดนก็จะไม่กล้าทำอะไร” ปลายนิ้วชี้เชยคางมนขึ้นมอง
“อย่า...... ฟินน์!!”
“..... ตกลงครับ...”
...ผมตกลง...
รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้าของรัสเซียอีกครั้ง
“ถ้าอย่างนั้นก็ดี... ผมสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายเธอ จะเลี้ยงดูอย่างดีเลยล่ะ” ร่างสูงใหญ่ถอยออกมา
“อย่านะรัสเซีย! ฆ่าฉันสิ! อย่ายุ่งกับฟินแลนด์!”
“ลากันให้พอใจนะ... ผมจะรออยู่ข้างล่าง...” รัสเซียหันหลังให้และเดินก้าวผ่านกองไม้และเศษหินที่แตกละเอียดลงไปด้านล่างโดยไม่หันกลับมามองอีกครั้ง
“ฟินน์... อย่าทำแบบนี้กับฉัน... อย่า...” น้ำเสียงที่หนักแน่นมาตลอดฟังดูเบาหวิว ฟินแลนด์มองสีหน้าปวดร้าวของคนที่ปกป้องเอาไว้
...ผมเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน...
“ผม... ไม่ยอมให้สุซังเป็นอะไรหรอกครับ...” ริมฝีปากสีอ่อนคลี่ยิ้มจางๆให้ มือเล็กๆสองข้างยกขึ้นสัมผัสแก้มของสวีเดนเบาๆ
“... อย่าไปนะ” ยิ่งเห็นน้ำตาที่ไหลออกมาแล้วฟินแลนด์ยิ่งรู้สึกเหมือนใครเอามีดมากรีดลงกลางหัวใจ
“ถ้าทุกอย่างสงบลงเมื่อไหร่... ผมจะกลับมาหาสุซังนะครับ... อย่าเอาตัวผมคืน... นะครับ... ผมสัญญา ว่าผมจะกลับมา”
สวีเดนยกมือขึ้นทาบบนมือเล็กทั้งสองข้าง ตัวเขาในตอนนี้ไม่มีแม้แต่แรงจะลุกขึ้นยืน
“ผมดีใจ... ในที่สุดสุซังก็เรียกชื่อผม...”
...ผมไม่คิดมาก่อนว่าจะมีความสุขขนาดนี้...
...แค่คุณเรียกชื่อผม...
“สุซังปกป้องผมมาตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน... สิ่งที่ผมทำเพื่อสุซังได้ก็มีแค่นี้...”
หน้าผากของคนทั้งสองสัมผัสกัน นัยน์ตาสบมองกันและกันด้วยความรู้สึกลึกซึ้งและโหยหา... เพราะไม่เคยคิดว่าจะมีวันที่ต้องแยกจากกันไปแบบนี้
สวีเดนเคลื่อนริมฝีปากเข้าจุมพิตอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนจะกดจูบแนบซ้ำอีกหลายรอบ ราวกับอยากประทับไว้ในใจให้ได้มากที่สุด
ความรักที่ถ่ายทอดผ่านจูบนั้นขับน้ำตาของฟินแลนด์ให้ยิ่งล้นเอ่อจนต้องเป็นฝ่ายผละออกมาเอง
...เพราะถ้านานกว่านี้...
...ผมอาจจะไม่เหลือแรงเดินไปจากคุณ...
ฝ่ามือใหญ่ยังจับมือเขาไว้ไม่ปล่อยให้ได้ถอยออกไป ร่างบางค่อยๆดึงพันธนาการจากอีกฝ่ายออกอย่างสุภาพแล้วกัดฟันตัดใจถอยออกมาให้ห่าง
“รักษาตัวดีๆนะครับสุซัง... ผมก็จะรักษาตัวเหมือนกัน... แล้วผม... จะกลับมา”
...ผมจะไม่พูดคำว่าลาก่อน...
ฟินแลนด์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะยิ้มให้สวีเดนอีกครั้ง แล้วข่มใจหันหลังเดินจากมา ไม่ให้สวีเดนได้เห็นใบหน้านองน้ำตา
“ฟินน์.... ฟินน์!!” ร่างสูงพยายามขยับตัวลงหมายเอื้อมคว้า แต่พอกัดฟันเอี้ยวตัวลงมาจากเตียง ความเจ็บปวดมากมายก็รุมเร้าจนล้มลงบนพื้นห้อง
ร่างบางชะงักเท้าเมื่อได้ยินเสียงอีกฝ่ายล้มลง
...ไม่ได้...
...ถ้าถอยไปตอนนี้...
ไหล่บางสั่นเทิ้มด้วยเจ้าตัวพยายามกลั้นเสียงสะอื้น ขาสองข้างค่อยๆก้าวเดินต่ออีกครั้ง
...อยากจะวิ่งกลับไปหา
...อยากดูแลให้หายดี
แต่หากทำแบบนั้น สัญญาที่เพิ่งตกลงกับรัสเซียเมื่อครู่ก็จะถือเป็นโมฆะ ชีวิตของสวีเดนก็จะตกอยู่ในอันตรายอีกครั้ง
...อย่างน้อยตอนนี้...
...ชีวิตของคุณ...
...สำคัญที่สุดสำหรับผม...
สวีเดนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน เพียงแค่ชั่วครู่หรือเป็นวัน เขาไม่ได้ขยับจากที่เดิมตั้งแต่ฟินแลนด์เดินออกไป ภายในหัวมีแต่ภาพของคนที่รักยิ่งกว่าชีวิตซ้ำไปมาราวกับตอกย้ำให้เจ็บใจ
...ปกป้องนายไว้ไม่ได้...
...ฉันมันแย่ที่สุด...
นัยน์ตาสีสวยปิดลงช้าๆ กลิ่นกายของร่างบางยังอยู่ใกล้ๆไม่จางหายไปไหน ถ้าพยายามลุกจากตรงนี้ อาจจะรู้สึกว่าฟินแลนด์จากไปแล้วจริงๆก็ได้
...ถ้าเป็นอย่างนั้น...
...ก็ขออยู่ตรงนี้อีกสักนิด...
เสียงเศษไม้ถูกเหยียบให้หักดังขึ้น ด้วยประสาทที่ไวทำให้สวีเดนหันไปยังต้นตอของเสียงนั่นได้ทันที
“... ทำไม”
...มาที่นี่อีกทำไม...
นัยน์ตาสีอเมธิสต์ไร้ประกายจ้องมองเขานิ่ง ร่างเพรียวสืบเท้าเข้ามาหาก่อนจะค่อยๆพยุงร่างสูงขึ้นกลับไปที่เตียง
“... ฉันขออยู่ด้วยได้ไหม” น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยถาม สวีเดนได้แต่มองด้วยความประหลาดใจ
“แผนอะไรของหมอนั่นอีก”
“ได้ยินว่านายกำลังแย่ ฉันก็เลยจะมาขออยู่เป็นเพื่อน” แขกไม่ได้รับเชิญยังคงพูดต่อขณะก้มเก็บเศษไม้แผ่นใหญ่ๆขึ้นจากพื้นห้อง
“แล้วหมอนั่น...”
“ไม่มีฉันอยู่ก็คงไม่ตายหรอก...”
สวีเดนที่ตั้งท่าจะปฏิเสธกลับต้องชะงักไว้ ภายใต้ใบหน้านิ่งเฉยไร้อารมณ์ที่อีกฝ่ายชอบแสดงออกนั้น มีรอยแดงช้ำรอบตาและคราบน้ำตาให้เห็นอยู่
...ร้องไห้...
...มาเหรอ...
“นอร์เวย์...”
“ฉันไม่ได้เป็นอะไร... ไม่ปฏิเสธฉันถือว่าตกลงนะ... ฉันไม่อยู่เปล่าๆหรอก...” นอร์เวย์รวบรัดตัดความเอาง่ายๆ เจ้าของที่ได้แต่ถอนหายใจออกมา
...ก็เป็นเสียแบบนี้...
“......... ก็ได้”
ภาพของนอร์เวย์ที่ก้มเก็บเศษไม้ซ้อนทับกับฟินแลนด์ที่เคยก้มเก็บกองหนังสือที่เจ้าตัวทำหล่น ไม่ว่าจะสีผมหรือสีตาที่ชวนให้นึกถึงทำให้ยิ่งปฏิเสธไม่ลง
...ฉันจะรอ...
...ตามที่นายสัญญา...
...กลับมานะ...
...ฟินน์...
To be continue...
Free Talk>>
งดตอบเมนต์
คนเขียนง่วงเชี่ยๆ
ไปนอนล่ะค่ะ
ตอนนี้อ่านแล้วรู้สึกยังไงกัน ไม่รู้ว่าสื่อออกมาได้แค่ไหน แต่ก็สารภาพแหละ ว่าเขียนไปก็ร้องไห้ด้วย สงสารสุซัง ฮ่าๆๆๆๆ
เช
ไปนอนล่ะค่ะ
จุ๊บ
ปล. รำคาญพวกโฆษณาในบลอกว่ะ แม่ง เอาไงดี ลบเอนทรี่ที่แล้วทิ้งไปแล้วล่ะ เพราะแม่ง เหนแล้วรำคาญ ลบแล้วเมนต์ก็ยังอยู่ เลยรำคาญ
เศร้่าอ่ะ เศร้าเกินไปแล้วนะ
แต่ละประโยคนี้ทำเอาคนอ่านสะเทือนใจหลาย
แง้ เกลียดรัสเซียว้อยยยยยยยยยยยยยยย
อย่าทำอะไรฟินนี่เลยเนอะ พลีส คนเขียน ไม่งั้นมันจะเป็นฟิคชั่นบัดซบไปในทันที
#1 By Vento aka. นางสาวพุดซ้อน on 2009-01-12 15:15