[Tenipuri+FanFiction] No way to say ~1~ (NC17 Yaoi Warning)
posted on 28 Apr 2008 00:25 by hanachiko in TeniPuriสวัสดีค่ะ
เรื่องที่จะลงต่อไปนี้ เป็นYaoi Fictionนะคะ
ขอความกรุณา ผู้ที่ไม่สนใจและรับไม่ได้ กรุณากดปิดด้วย
ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียใจ อะไร เปิดแล้วไม่อ่าน ฮานะไม่บังคับค่ะ
หากไม่ชอบ กรุณาปิดนะคะ ^^
ขอบคุณค่ะ
No way to say
sequel to Oblivion
Author: shadow as Oshitari Yuushi
hana matsumoto as Fuji Syuusuke
Fandom: The Prince of Tennis
Pairing: Oshitari Yuushi x Fuji Syuusuke
Rating: NC17
Warning: Yaoi / Rape
Genre(s): Angst / Drama
episode's theme song
~1~
"... เดินทางดีๆนะเทะสึกะ" ใบหน้าหวานระบายรอยยิ้มก่อนเอ่ยอวยพรให้คนสำคัญเดินทางอย่างปลอดภัย พยายามไม่มองไปยังอีกคนที่ยืนใส่แว่นตาดำทำตัวหรูหราเกินกว่าวัย
...นี่คง ดีที่สุดแล้ว...
"อย่าลืม... ติดต่อมาบ้างนะ"
"อืม...ไม่ต้องห่วง ฉันจะติดต่อมาแน่นอน" สิ้นคำพูดมือใหญ่ก็วางลงบนศีรษะกลมเล็กของคนตรงหน้าแล้วลูบเบาๆ เทะสึกะเลื่อนลงมาตบที่บ่าเล็กเพราะเห็นน้ำตาที่อีกฝ่ายพยายามกลั้นไว้
"นายเองก็พยายามเข้าล่ะ สอบเข้าริคไคให้ได้นะ ฉันเป็นกำลังใจให้"
"อื้ม" ฟูจิยิ้มอีกครั้ง ก่อนจะมองเทะสึกะที่โบกมือลาเพื่อนคนอื่นๆในทีม แล้วหันหลังเดินไปกับอาโตเบะ
...คนที่ผมเกลียดที่สุด...
เทะสึกะเดินทางไปเรียนต่อที่เยอรมันโดยมีอาโตเบะร่วมเดินทางไปส่งด้วย ฟูจิได้แต่ข่มความไม่พอใจไว้ในอก จนกระทั่งทั้งสองคนหายไปจากสายตา ร่างบางจึงปลีกตัวออกมาเงียบๆ ไม่ได้รวมกลุ่มกับเพื่อนคนอื่นๆ
...จนถึงตอนนี้ผมก็ยังรักเธอ...
...เทะสึกะ...
ร่างบางเดินจนพ้นประตูกระจกออกมา สายลมหนาวพัดผ่านมาจนต้องยกมือขึ้นบัง จากนี้ไปเขาเองก็ต้องพยายามในส่วนของเขาเช่นกัน เพราะเทะสึกะเองก็กำลังพยายามอยู่
ด้านข้างของประตูกระจกของท่าอากาศยาน ร่างสูงในชุดเสื้อสเวตเตอร์ที่ยืนอยู่ก้าวฉับออกมาขวางร่างเล็กที่เดินก้มหน้าก้มตาออกมา เขาแย้มยิ้ม..คล้ายเหยียดหยันแกมมุ่งหวังใส่เส้นผมสีอ่อนจาง
"ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เลยนะฟูจิ กับแค่เทะสึกะไปเยอรมันแค่นี้...ทำตัวอย่างกับจะตาย"
เขาจำเสียงนี้ได้เป็นอย่างดี ใบหน้าหวานเงยขึ้นมองก่อนจะตวัดสายตาใส่ แล้วเดินผ่านเลยไปอย่างไม่สนใจ
...นึกว่าตายไปแล้วเสียอีก...
"รีบร้อนไปไหนล่ะ" มือใหญ่คว้าลำแขนเรียวเอาไว้ได้ก่อนจะก้มหน้าลงชิดลงจมูกเกือบสัมผัสผิวแก้ม
"อากาศหนาวแบบนี้ ไปหาอะไรอุ่นๆดื่มกันไหม"
"อ๋อ... หรือว่าแค่น้ำตาก็อุ่นพอแล้ว" โอชิทาริหัวเราะเย้ยหยันตบท้าย
"ปล่อยผม!" ฟูจิออกแรงสะบัดหมายให้หลุดจากการจับกุม
...เฮียวเทมีแต่คนน่ารังเกียจรึไงนะ...
เรียวคิ้วเหนือดวงตาเลิกขึ้นคล้ายจะถามว่าปล่อยทำไม โอชิทาริบีบมือแน่นขึ้นแล้วรั้งร่างบางเข้าใกล้
"เป็นไง ไปส่งเทะสึกะกับอาโตเบะมา" เสียงเน้นหนักขึ้นตรงชื่ออดีตคนที่เขาเคยรัก
"ดูท่าว่าเทะสึกะคงมีความสุขมากเลยนะที่คนรักตามไปส่งถึงที่นั่น หรือนายว่าไงฟูจิ?"
"ไม่เห็นต้องเป็นไง ก็แค่ไปส่ง ดีกว่าลูกทีมห่วยๆที่ไม่รู้จักไปส่งกัปตันของตัวเองก็แล้วกัน!" เสียงที่ฟังดูหวานหูยามพูดคุยกับเทะสึกะฟังแข็งกร้าวขึ้นมาทันที แค่เพียงเปลี่ยนคู่สนทนา
"อาโตเบะเดินทางไปต่างประเทศเป็นเรื่องปกติแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปส่งหรอก...แถมเขายังไม่ได้ไปแล้วไปลับแบบใครบางคนด้วย"
ร่างสูงปล่อยมือออกแล้วพุ่งเข้าไปจับปลายคางมนของอีกฝ่าย
"แต่ว่า...คนที่คอยปกป้องนายไม่อยู่แล้ว...ระวังไว้ให้ดีล่ะ" เขาหัวเราะเบาๆตบท้ายแล้วฉวยโอกาสโน้มกายลงจูบเบาๆที่ริมฝีปากบาง
"อันตรายอยู่ใกล้ตัวนาย...มากกว่าที่คิด..."
ฝ่ามือเรียวตวัดตบใบหน้าซีกซ้ายของอีกฝ่ายด้วยความรวดเร็ว "เธอไม่มีสิทธิ์แตะต้องผม!"
ร่างบางเบี่ยงตัวพลางเดินหนีออกมา อารมณ์ถูกกวนให้ขุ่นขึ้นมาจนไม่อยากจะทำแค่ตบ
"โชคดีนะ" น้ำเสียงทุ้มเข้มพึมพำแผ่วเบาไล่หลังบอบบาง ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสะท้อนวาบ...จ้องมองฟูจิที่เดินจากไปด้วยสายตาเกินกว่าจะตีค่าประมาณได้...
ภายในห้องพักของหอพักชายที่อยู่ใกล้สาธิตริคไค ฟูจิกำลังแกะหนังสือออกจากลังสีน้ำตาลเพื่อจัดเรียงใส่ชั้นให้เป็นระเบียบ ข้าวของส่วนตัวของเขาได้รับการจัดวางเข้าที่จนเกือบจะเรียบร้อยหมดแล้ว
เขาเริ่มขนของมาที่หอตั้งแต่เช้า และก็เริ่มจัดตั้งแต่เที่ยง จวบจนตอนนี้ก็ค่ำแล้ว ฟูจิจึงตั้งใจว่าถ้าจัดหนังสือเสร็จจะไปหาอะไรทานก่อนจะจัดการกับกล่องอีกสองใบที่ยังไม่ได้แกะ
ฟูจิหยิบรูปใบนึงออกมา เสียบไว้กับชั้นเล็กๆที่ติดกับโต๊ะทำงาน ภาพถ่ายที่เคยถ่ายคู่กับเทะสึกะเมื่อตอนขึ้นปีสาม
...ภาพที่ผมทิ้งไม่ลง...
'ก็อกๆ'
ร่างสูงที่ยืนอยู่ใต้แสงไฟนวลเคาะประตูทันทีที่มาถึง เขาหลบไปด้านข้าง...หากฟูจิเปิดออกมาเขาก็มีโอกาสกระชากแขนให้เข้าใกล้ หรือไม่ก็พุ่งเข้าประกบตัวได้ทันที
...เปิดออกมาสิ...
คนที่กำลังมองรูปถ่ายใบสำคัญค้างอยู่ก็หันไปทางประตู เวลาขนาดนี้ ใครจะมาหาเขากัน แต่พอคิดได้ว่าอาจจะเป็นเพื่อนข้างห้อง ทำให้ต้องลุกมาเปิดตามมารยาท
"... ครับ?"
"โซบะย้ายบ้าน" ของในมือทิ่มพรวดเข้าไปตรงหน้า โอชิทาริยิ้มแล้วใช้กำลังดันประตูให้ค่อยๆออกกว้าง
"ฉันมายินดีกับการย้ายที่อยู่ใหม่ หอนี้เป็นไง....สบายดีหรือเปล่า"
"..." มือที่ยังจับลูกบิดประตูค้างไว้ออกแรงผลักปิดทันที
...ทำไมคนน่ารังเกียจอย่างเธอถึงมาที่นี่ได้...
"อ้าวๆ ไม่น่ารักเลยนะฟูจิ" โอชิทาริเคาะประตูเบาๆสองสามที เขายักไหล่เมื่ออีกฝ่ายไม่มีท่าทางว่าจะเปิดให้ มือใหญ่ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบอะไรบางอย่าง...ที่เขาเพิ่งได้รับมาเมื่อครู่
ร่างสูงเคาะประตูอีกครั้ง..คราวนี้เพื่อกลบเสียงไขกุญแจลูกบิด โอชิทาริเปิดประตูแล้วปิดล็อกประตูห้อง..ปิดทางหนีทุกหนทาง
"..........!!!??? ออกไปเดี๋ยวนี้นะ!!!" ฟูจิขึ้นเสียง นัยน์ตาทอประกายกร้าวไม่พอใจอย่างไม่ปิดบัง
"หืม? คิดว่าอะไรๆจะเป็นไปอย่างที่นายคิดเหรอ?" โอชิทาริสืบเท้าเข้าใกล้ กล่องโซบะขึ้นบ้านใหม่ถูกโยนไว้บนกล่องของที่ตั้งระเกะระกะ
"ฉันอุตส่าห์มาเยี่ยม ไม่มีน้ำชามาต้อนรับหน่อยหรือไง"
"หากินเอาเองก็แล้วกัน! ผมไม่ว่าง!!" เขากระชากเสียงพลางเดินหนีโดยไม่สนใจ
...มาทำไมให้วุ่นวาย...
"เป็นไง..หอที่นี่ถูกใจนายหรือเปล่า แย่หน่อยนะที่ไม่มีแอร์ในห้องส่วนตัว...ไม่ค่อยสะดวกเอาซะเลย" จู่ๆร่างสูงก็โพล่งพูดออกมา แถมด้วยท่าทีถอดเสื้อตัวนอกออกคล้ายจะบอกว่าร้อนจริงๆซะด้วย
"ผมจะอยู่ในที่แบบไหนก็เรื่องของผม... ธุระไม่ใช่ไม่ต้องยุ่งได้ไหม" ร่างบางยังคงไม่คิดสนใจ ได้แต่ไล่อีกฝ่ายอยู่ในใจ
“ฉันคิดว่า.. บางทีเราน่าจะมานั่งคุยกันหน่อย ไหนๆเทะสึกะก็ไปแล้ว นายไม่ลอง... รัก... คนอื่นดูบ้างหรือไง” น้ำเสียงห้าวทุ้มกดลงต่ำผสานรอยวาบวับในดวงตาชนิดที่ว่า... เหมือนเหยี่ยวกำลังตะครุบเหยื่อ
“คนที่จมอยู่แต่กับอดีต มันน่าสมเพชไม่ใช่เหรอ”
ฟูจิหันมามองหน้าคนพูด นัยน์ตาคู่สวยจ้องกลับอย่างไม่นึกกลัว
“ผมบอกแล้วใช่ไหม?? ว่าธุระไม่ใช่ ทีนี้ก็ออกไปได้แล้ว”
“ออกไปฉันก็เข้ามาได้อีก... ถ้าฉันอยาก” คำสุดท้ายเน้นหนักแน่น ปลายนิ้วโป้งแตกที่ริมฝีปากก่อนจะปาดมันเบาๆ
“ถ้านายหนีไปอยู่ห้องอื่น... ฉันก็เข้าไปได้เหมือนกัน น่าสงสารหน่อยนะที่นายหนีฉันไม่พ้น”
โอชิทารินั่งลงบนเตียง ยกขาขึ้นตวัดไขว่ห้างอย่างสบายใจ
“หอพักของริคไคทั้งหมดเป็นกิจการในเครือของกลุ่มบริษัทโอชิทาริ”
นัยน์ตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ ถ้าเป็นจริงอย่างที่อีกฝ่ายพูด ก็เท่ากับว่าตอนนี้เขากำลังติดกับของอีกคนไปโดยไม่รู้ตัว
“เล่นตลกอะไรหา? โอชิทาริ”
“ความจริง100%เลยล่ะ ไม่อย่างนั้นฉันจะรู้เหรอว่านายอยู่ห้องไหน... และมีกุญแจได้ยังไง” ร่างสูงฉวยข้อมือเล็กเอาไว้แล้วดึงมาชิดริมฝีปาก
“คนที่ฉันสนใจ... ร้อยทั้งร้อยฉันสามารถเอามาเป็นของตัวเองได้”
“...” ฟูจิไม่เอ่ยต่อความ แต่ยกขาขึ้นหมายเตะอีกฝ่ายให้เต็มแรง
“อ๊ะ! คิดให้ดีก่อนทำนะฟูจิ ฉันเอาคืนหนักกว่าที่นายทำแน่” โอชิทาริพูด... ไม่ได้ขู่ แต่สิ่งที่ออกจากปากไปทั้งหมดเขาเอาจริง...
“ทำตัวน่ารักหน่อยสิ... เหมือนอย่างที่นายทำกับเทะสึกะไง”
“ไม่จำเป็นต้องทำกับคนที่ใช้วิธีต่ำๆอย่างเธอ” ร่างบางสะบัดข้อมือพร้อมเอ่ยสวนทันที
“หือ?” ร่างสูงส่งเสียงในลำคอ
“วิธีต่ำๆ? แล้วยังไง? ไม่เห็นต้องเลือกวิธีเลยถ้าอยากได้ ขืนมัวแต่นั่งรอทำตัวให้เขาสนใจ ชาติหน้ามั้งคงจะได้” เขาหวนไปนึกถึงอาโตเบะ... ที่เขาก็ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ร่างกายนั้นมาเชยชม แม้เสี้ยวหนึ่งจะนึกเสียดายความหอมหวานในเรือนร่างนั้น แต่ว่าคนที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้กลับน่าสนใจกว่าเป็นเท่าตัว
“ตอนแรกฉันว่าจะมาทักทายเฉยๆ แต่ตอนนี้... ฉันเปลี่ยนใจแล้ว”
โอชิทาริกระชากร่างบางจนถลาเข้าในอ้อมกอด ริมฝีปากอุ่นร้อนกดทับที่ผิวลำคอ ‘ตีตราจอง’โดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว
มือสองข้างยกขึ้นมาดันไหล่อีกฝ่าย ออกแรงหมายผลักให้ออกไป ร่างกายขืนต้านไว้ เขาพยายามหันใบหน้าเบือนหนี
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ! เธอไม่มีสิทธิ์!”
“ตอนนี้น่ะใช่” มือใหญ่รวบข้อมือยึดไว้เหนือศีรษะ โอชิทาริดึงเสื้อยืดเนื้อบางที่สวมอยู่บนร่างฟูจิออก เสื้อยืดตัวเล็กบาดเป็นริ้วตรงกลางก่อนที่มือใหญ่จะฉีกออกจนสุดปลายด้าน
เขาก้มลงครอบครองด้วยปลายลิ้น เนื้อขาวนวลกลายเป็นสีแดงเรื่อด้วยผลของการกระทำ รอยยิ้มชั่วร้ายผุดวาบ จวบจนโอชิทาริจรดริมฝีปากลงสู่ยอดอกสีชมพู เสียงครางหวานเครือก็ดังขึ้น
“ชอบหรือไง”
“ไม่มีวัน! อย่าหลงตัวเองนัก โอชิทาริ!!” ร่างบางยกเข่าขึ้นรวดเร็ว และแรงพอที่จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเจ็บได้
...จะให้คนอย่างเธอแตะต้อง...
...ไม่มีวัน...
“นายก็อย่าหลงฉันแล้วกัน” โอชิทาริสอดเข้าแทรกกลางระหว่างต้นขาเรียวสองข้างก่อนจะใช้ลำตัวกันบังคับให้อีกฝ่ายตกอยู่ในท่าทางน่าละอาย เขาละมือจากด้านบนมาปลดกางเกงยีนส์ของฟูจิ ปลายนิ้วหยาบลูบผ่านชั้นในไปยังสิ่งที่อยู่เบื้องใต้ที่เริ่มก่อตัวขึ้นเล็กน้อย
“หึ”
ปลายนิ้วแตะลงลูบไล้บางเบาราวกับจะช่วยปลุกอารมณ์ที่ถูกฝืนเก็บไว้จากภายใน
“อดทนมานานใช่ไหม แค่แตะเองนะฟูจิ”
“... เลว!” ฟูจิกัดฟันเค้นคำต่อว่าออกมา ร่างกายรับรู้ถึงสัมผัสจากโอชิทาริเป็นอย่างดี ถึงจะอยากต่อต้านแค่ไหน นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ถูกรุกรานแบบนี้
...ไม่นับคราวก่อนที่เกือบไป...
“ขอบใจ ฉันจะถือเป็นคำชม” ร่างสูงยิ้มไม่ยี่หระ
เขากดร่างลงทาบทับ ฝ่ามือหนาหนักคลึงเคล้นจนหยาดใสเริ่มไหลริน ชั้นในสีขาวแทบจะโปร่งแสงเมื่อถูกลูบไล้หนักขึ้น ความชื้นที่ปลายนิ้วถูกร่างสูงดูดกลืนด้วยริมฝีปาก ก่อนที่จะป้ายทับบนกลีบปากบางที่หุบแน่น
“กลัว?” ถามกลั้วหัวเราะ
“คิดเอาเอง” ฟูจิกระแทกเสียงตอกกลับโดยไม่สนใจ ต่อให้หวาดกลัวแต่ความรู้สึกเกลียดกลับอยู่เหนือกว่า ซ้ำยิ่งตอกย้ำความรู้สึกเกลียดที่มีต่ออาโตเบะให้ลึกขึ้นกว่าเดิม
...ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ...
...ผมคงไม่ต้องมารู้จักกับคนต่ำๆแบบนี้...
“คิดเอาเองงั้นเหรอ” เสียงทุ้มแกล้งลากยาว
“ถ้าอย่างนั้น ฉันจะคิดว่านายชอบ” ดวงตาสีน้ำเงินเข้มวาววับ รอยยิ้มเหยียดบนใบหน้าส่งให้ฟูจิ... ราวกับจะปลดเปลื้องทุกสิ่งทุกอย่างและพันธนาการฟูจิไว้ด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น
เขารุกรานและครอบครองร่างกายท่อนบน หากแต่ท่อนล่างกลับปล่อยทิ้งไว้ให้ทุรนทุราย ริมฝีปากขบเม้มเข้าออกสร้างสัมผัสแนบแน่น พร่างพรมทั่วร่างอย่างนิ่มนวล
...คงต้องทะนุถนอมหน่อยสินะ...
...ตุ๊กตาที่เล่นไม่ได้...
...ก็ไร้ราคา...
ฟูจิกัดริมฝีปากพยายามกลั้นเสียงครางไม่ให้หลุดรอด เพราะความไม่เคยทำให้ถูกปลุกปั่นอารมณ์ได้ง่าย
ในที่สุด น้ำตาหยดหนึ่งก็ร่วงลง ความทรมานจากการไม่ได้ปลดปล่อยทำให้รู้สึกเหมือนจมน้ำ
“ร้องสิ... บอกฉันว่าให้ช่วยนายปลดปล่อย” เสียงกระซิบข้างหูให้กระเทือนลงสู่ภายในร่าง
โอชิทาริลากปลายลิ้นลงต่ำสู่หน้าท้องแบนราบจนเกือบถึงส่วนข้างล่าง เขาหยุดลงแล้วเหลือบขึ้นมองใบหน้าหวานที่หอบสะท้าน
“ว่าไง ฟูจิ”
“... ฝันไปเถอะ!” ถึงจะทรมานจนแทบบ้า แต่ฟูจิก็ยังไม่คิดยอมให้อีกคนได้ดั่งใจ
“ตามใจ”
“ถ้าอย่างนั้น... ฉันไม่เกรงใจละนะ” โอชิทาริลุกขึ้นจากร่างเล็กแล้วค่อยๆใช้ฝ่ามือลูบเบาๆที่ลำตัว ผ่านไปยังสีข้างแล้ววกกลับมาบนแผ่นอกเนียน
“หืมม์? เป็นถึงขนาดนี้แล้วยังไม่พูดอีกเหรอ”
นัยน์ตาคู่สวยปิดแน่นขับน้ำตาแห่งความทรมานออกมา ศีรษะเล็กสะบัดไปมาด้วยความอัดอั้น หยาดเหงื่อผุดพราวขึ้นตามใบหน้าและร่างกาย ปอยผมสีอ่อนเกาะติดตามผิวหน้า
...ให้ตาย...
...ผมก็ไม่พูด...
“... ให้ตาย... ก็ไม่มีวัน...”
“ฉันไม่ให้นายตายหรอก... วางใจได้เลย”
แม้จะอยากกลั่นแกล้งฟูจิเท่าไร แต่ร่างกายของตนเองกลับเรียกร้องเกินกว่าจะกลั้นได้ โอชิทาริรุกกลับมาในท่าเดิมแล้วสอดปลายนิ้วเข้าในช่องทางเบื้องหลัง การกระทำเนิบนาบเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นรุกไล่ราวกับเปลวเพลิง ปลายนิ้วที่สองสอดพลางหมุนวนอยู่ภายใน เสียงกรีดร้องของร่างบางมิได้ทำให้การรุกเร้าหยุดลง... แต่กลับเพิ่มแรงกระตุ้นที่ยากจะหยั่งถึง
“ฟูจิ... ยังไม่ร้องอีกหรือไง กลั้นไว้ทำไมกัน? ปล่อยร่างกายนายตามฉันมาสิ”
“อึก... ย... อย่า... อย่ามาสั่ง!” ปลายนิ้วที่รุกรานเข้ามาทำให้ความรู้สึกปั่นป่วนก่อตัวขึ้น ยิ่งโอชิทาริดันปลายนิ้วเข้ามาลึก ยิ่งเพิ่มความเสียววาบไปทั่วทั้งร่าง
“หุปปาก! ถ้าไม่ร้องก็ไม่ต้องพูด”
โอชิทาริลุกขึ้นปลดกางเกงของตน ปลายนิ้วร้อนผ่าวถูกถอนออกแทนที่ด้วยแก่นกายที่จรดจ่ออยู่ใกล้ชิด ส่วนกลางที่ร้อนผ่าวสอดแทรกเข้าไปสู่ภายในรวดเร็วจนลมหายใจฟูจิสะดุด เขานิ่งกอดฟูจิเอาไว้ ไม่ขยับเขยื้อน... เพื่อให้ร่างเล็กรู้สึกถึงตัวตนได้อย่างเต็มเปี่ยม
“รู้สึกยังไงบ้าง?”
“ฮ... ฮ้า!” เสียงครางไม่อาจถูกเก็บกลั้นไว้อีกต่อไป แก่นกายที่สอดเข้ามาสร้างความปวดร้าวจนรู้สึกได้ถึงความร้อนตรงปากทาง ริมฝีปากบางกัดแน่นจนช้ำเลือด ไม่ต้องดูก็พอจะรู้ว่าการรุกรานของร่างสูงก่อให้เกิดบาดแผลขึ้น
“อึก... อือ” สุดที่จะกลั้นเสียง โอชิทาริครางต่ำในลำคอ ความสุขสมที่ซัดสาดราวกับระลอกคลื่นอันบ้าคลั่งฉุดรั้งให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล เขากระแทกกายซ้ำแล้ว... ซ้ำเล่า กลืนกินร่างบอบบางข้างใต้ด้วยกำลังทั้งหมด
“...... ฟู........ จิ.....” เขาเรียกชื่อแผ่วเบา ทั้งทำร้ายและปลุกปลอบไปในตัว
ถึงจะเจ็บจนเหมือนร่างกายแทบแตกเป็นเสี่ยง แต่ก็ไม่คิดร้องอ้อนวอนให้โอชิทาริหยุด ข้อมือที่ถูกรวบไว้ไม่อาจขยับได้ ปลายนิ้วจิกลงกับฝ่ามือของตนจนห้อเลือดขึ้น จนในที่สุด ก็ไม่อาจทานอารมณ์ที่พุ่งขึ้น เสียงครางหวานหูดังออกมาอย่างห้ามไม่ไหว
“อ... อ๊า-า”
“เห็นไหม... สุดท้ายก็... ทนไม่ไหว”
โอชิทาริยิ้มบางเบาเยาะเย้ย... เหยียดหยัน
เขาขยับกายรุนแรง แทรกสอดหนักหน่วงจนร่างข้างใต้สั่นไหวตามแรงกระแทก โอชิทาริกลั้นเสียงร้อง... กดต่ำลงในลำคอ เขาปลดปล่อยเข้าสู่ภายในแล้วล้มตัวลงทาบทับ... กอดรัดฟูจิเอาไว้แนบอก
...สุดท้าย...
...นายก็เป็นของฉัน...
ร่างบางเองปลดปล่อยออกมาเกือบจะพร้อมๆกัน นัยน์ตาคู่สวยดูว่างเปล่าราวกับคนไม่มีชีวิต สายตามองเหม่อไร้จุดโฟกัส หยาดน้ำตาแห่งความอัปยศไหลอาบแก้มเป็นทาง
"... ไป... ได้แล้ว" แม้หมดแรงแต่ก็ยังฝืนทำเสียงแข็งเอ่ยไล่อีกฝ่ายออกไป
"เสร็จแล้วก็ไล่เลยหรือไง ใจร้ายไปหน่อยหรือเปล่า" ท่อนแขนแข็งแรงกอดรัดร่างชุ่มเหงื่อเอาไว้แล้วจุมพิตที่ขมับเบาๆ
"เอาเถอะ...ไว้ฉันจะมาใหม่" เขาปล่อยมือแล้วหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวม ร่างสูงเหลือบตามองพร้อมส่งรอยยิ้มมีความหมายเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเดินออกไปเงียบงันราวสายลมพัด
หากนี่เป็นอาหาร..คงเปรียบได้กับอาหารจานหลักที่เลิศรส ผสมผสานอย่างลงตัวและมีกลิ่นหอมหวลที่ทำให้อยากทานจนหมดจาน...
...แต่ยังไม่อิ่ม..ยังไม่พอ...
ยิ่งได้ลิ้มรสยิ่งอยากจะกลืนกินเข้าไปให้มากขึ้น ยิ่งได้กลิ่นหอม ยิ่งอยากสูดดม
...ฟูจิ...
ถ้าได้การออดอ้อนเป็นของหวานจะดีแค่ไหนกันนะ...
เขาแตะนิ้วลงบนริมฝีปาก รสของหยาดเหงื่อเค็มๆยังติดอยู่ โอชิทาริเม้มแน่น...ให้รสชาติซึมซาบเข้าสู่ปลายลิ้น
...ฉันอยากได้นายจริงๆ....
...ตุ๊กตาแสนสวย...
...ตุ๊กตาแสนดื้อรั้น...
...ตุ๊กตา...ที่ไร้หัวใจ...
To be continue...
Free Talk>>
เจ้าของบลอคยังมึนอยู่ อยากรู้เกิดไรขึ้น
ไป
สิคะ
ไปนอนร่ะค่ะ อั๊ง
เรื่องนี้ เด็กดีไม่อ่าน
บลอคนี้เข้าร่วมโครงการ
สนับสนุนให้ผีเมนต์ฟิคค่ะ
....ยูชี้ สุดยอดดดดดดด ปลื้มม เท่ >__<

มันขาวววววววว กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด
เด็กดีค่ะ ไม่อ่าน!! (55)
ไม่ชอบค่ะ ไอ้ขาวๆนี่ไม่ชอบเล๊ย(555555 /โดนฮานะตบ)
ฟูแม่ง......
อั๊งงงงงงงงงงงงง ก๊าววววววววววววว น่าปล้ำ โฮกกกกกกกกกกก
เทะหล่อ...เบะ ช่างมัน โฮะๆๆๆ
ชี่ก็คุกคามได้อีก เลวววว
#1 By +:+:+ミーピン+:+:+ on 2008-04-28 00:57