[Tenipuri+FanFiction] JEWEL (Yaoi Warning)
posted on 29 Feb 2008 00:22 by hanachiko in TeniPuri
ฮ่าๆๆๆๆ
มาจองวันเว้ย
วันสำคัญแห่งชาติ(?)นะเว้ย
ไม่จองไม่ได้
4ปีมีหน
ฮากกกกกกกกกกกกกกกก
เทะบ้า ฟูบ้า โอคิอายุบ้า ไคดะบ้า
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ไว้ฟิคมาลงแน่ หึหึหึหึ
กูมาลงฟิคแล้ว
ไม่เรท ไม่อะไรทั้งนั้น
เตือนอย่างเดียว มึงหวานตายแน่ 5555555
เพลง?
ยังไม่ทันได้อัพ หาฟังที่บลอคพี่กี
ไปทางนี้
พร้อมแล้ว
ไป
JEWEL
ณ เช้าวันใหม่ที่ท้องฟ้ายังไม่สว่างดี ร่างที่นอนกอดคนตัวเล็กไว้ก็ลืมตาขึ้นช้าๆ ท่อนแขนที่มีอีกคนหนุนนอนดึงออกมาแผ่วเบา นัยน์ตาสีน้ำตาลพร่ามัวค่อยๆชัดขึ้นเมื่อใส่แว่นที่วางไว้ข้างหัวเตียง เทะสึกะลุกขึ้นรับอากาศเย็นๆยามเช้า กล้ามเนื้อช่วงอกอันแข็งแกร่งโดนลมเย็นปะทะแผ่วๆเพราะเสื้อนอนที่ถูกฟูจิเอาไปใส่เมื่อคืนยังอยู่บนร่างบอบบางนั้น
เขาชำเลืองมองคนที่นอนหลับอยู่แล้วค่อยๆเดินเงียบเชียบไปหยิบกระเป๋าสีดำพลางหมุนรหัสหยิบเอกสารที่เตรียมไว้ออกมาดู
...อีกไม่นานแล้วสินะ....
นัยน์ตาสีฟ้าค่อยๆลืมขึ้นช้าๆเมื่อได้ยินเสียงกุกกัก ฟูจิที่นอนอยู่บนเตียงค่อยๆพลิกตัวก่อนจะยกมือขึ้นขยี้ตา พอสายตาปรับโฟกัสได้เขาก็เห็นเทะสึกะกำลังเปิดตู้เสื้อผ้า
"เทะสึกะ....... อรุณสวัสดิ์...." เสียงหวานเอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้มประดับบนใบหน้า
"อ่ะ...อรุณสวัสดิ์" เทะสึกะทักตอบแล้วดึงเสื้อสูทสีดำขึ้นสวมบนร่าง ใบหน้าหล่อเหลาดูตกใจเล็กน้อยแต่ก็ปรับเป็นรอยยิ้มเยือกเย็นได้รวดเร็ว
"ทำไมตื่นเร็วจัง" เขาก้าวเข้ามาหาแล้วลูบศีรษะกลมด้วยความรัก เส้นผมสีน้ำตาลอมส้มเริ่มยาวมากแล้ว ซึ่งในเวลาปกติฟูจิจะมัดรวบไว้ข้างหลังไม่ให้เกะกะ
ใบหน้าหวานระบายยิ้มให้แบบคนที่ยังไม่ตื่นดี มือเล็กแหวกผมหน้าม้าที่ยุ่งเหยิงออกพลางทัดปลายผมกับใบหู
"ผมได้ยินเสียงเธอน่ะ..." ฟูจิมองการแต่งตัวที่ประณีตของคนรักด้วยความแปลกใจ
"จะไปพบสปอนเซอร์เหรอ?" เขาถาม
ปกติแล้ว สำหรับนักเทนนิสมืออาชีพอย่างพวกเขาทั้งสอง ไม่ค่อยได้ใส่สูทผูกเนคไทเรียบร้อยเช่นนี้หากไม่ใช่การเข้าประชุม หรือการพบปะกับผู้ว่าจ้าง
"หืม...ไม่มีอะไรหรอก" จมูกได้รูปหอมเบาๆที่แก้มขาว เทะสึกะถอยหลังออกมาพร้อมกับกระเป๋าเอกสารในมือ
"จะกลับมารับไปทานข้าวตอนบ่ายๆนะ"
ร่างสูงก้าวออกไปโดยไม่รอคำตอบ ประตูบ้านปิดไล่หลังตามไป ที่หน้าบ้านเขาถอนหายใจแผ่วเบา...ด้วยความโล่งใจ
...ยังดีที่ไม่ถูกจับได้....
ฟูจิที่ยังไม่ทันได้เอ่ยลานั่งนิ่งอยู่บนเตียงนอนสีขาว นัยน์ตาที่เป็นประกายเมื่อครู่หมองลงถนัดตา ไม่ได้คิดไปเองแน่ๆที่ช่วงนี้เทะสึกะดูเย็นชากับเขามากขึ้น
... ทั้งๆที่เมื่อ4ปีก่อน...
... ยังบอกว่าสุขสันต์วันเกิดกับผมตั้งแต่เที่ยงคืนแท้ๆ...
ใบหน้าหวานหมองลงไป เขาก้มลงมองตัวเองที่สวมเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ของอีกคนไว้ก่อนจะยกแขนขึ้นมาสูดลมหายใจ
... กลิ่นของเธอยังอยู่ตรงนี้เลย...
... แล้วตัวเธอไปไหนกัน...
ฟูจิหยิบเสื้อแขนยาวไหมพรมสีขาวมาสวมทับร่างกายหลังจากอาบน้ำเสร็จ กางเกงยีนส์ตัวหนาสีเดียวกับเสื้อถูกสวมตามมา เขาไล่มือไปในตู้เสื้อผ้าเพื่อหยิบเอาเสื้อโค้ทสีเนื้อตัวหนามาสวมทับ ถึงแม้อากาศจะอุ่นขึ้นกว่าเมื่อตอนปีใหม่ แต่สำหรับคนขี้หนาวอย่างเขายังต้องพึ่งเสื้อโค้ทอยู่
พอเปิดประตูอพาร์ทเมนต์ออกมาก็เจอกับลมหนาวที่พัดผ่าน ฟูจิพันผ้าพันคอให้แน่นๆแล้วล็อคห้องให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินลงมาตามบันไดเหล็ก
... เดี๋ยวแวะซื้อขนมปังไปฝากดีกว่า...
คิดได้ดังนั้นก็หยิบมือถือขึ้นมากดโทรหาอีกฝ่าย
ฝั่งเทะสึกะที่กำลังเดินเข้าไปในตัวอาคารหยิบโทรศัพท์ขึ้นดูเมื่อมันกรีดเสียงร้อง ชื่อที่ขึ้นมาพร้อมใบหน้าหวานแต้มรอยยิ้มทำให้เขาอดจะยิ้มตอบไม่ได้ แต่แทนที่จะรับ ร่างสูงกลับปล่อยให้มันดังต่อไปจนอีกฝ่ายวางสาย
...ไม่ได้อยากจะทำตัวเย็นชา แต่ว่าจำเป็น....
เขาเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าอย่างเสียดายแล้วก้าวเข้าไปข้างใน ป่านนี้ผู้หญิงคนนั้นคงรอเขาอยู่แล้ว ถ้าไปช้าอีกคงเสียมารยาทแน่ๆ...
คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันอย่างแปลกใจ ถ้าเป็นปกติต่อให้กำลังประชุมอยู่เทะสึกะก็จะรับสายแล้วบอกว่าเดี๋ยวโทรกลับ แต่นี่ไม่ไช่ว่าเขาติดต่อไม่ได้ แต่เทะสึกะไม่รับสายเขา
... มันเกิดอะไรขึ้น...
ฟูจิลองกดโทรหาอีกหลายครั้ง แต่ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมคืออีกฝ่ายไม่ยอมรับ
... ทำอะไรอยู่นะเทะสึกะ...
'ระวังเทะสึกะเจอสาวผมทองอกอึ๋มแล้วจะเปลี่ยนใจnya'
เสียงของคิคุมารุที่พูดไว้เมื่อตอนที่มาส่งพวกเขาที่สนามบินดังขึ้นมาในหัว
... นอกใจ...
................... เหรอ?...
มือเล็กผลักประตูร้านหนังสือเข้าไป หนังสือที่แอบสั่งมาให้เทะสึกะมาถึงแล้ว หนังสือเกี่ยวกับภูเขาสวยๆทั่วโลกเล่มล่าสุด พอรับมาจากคนขาย ฟูจิก็ออกมานั่งอยู่ที่ม้านั่งริ่มถนน นัยน์ตาสีฟ้าที่หม่นหมองจ้องมองปกหนังสือเล่มหนานิ่ง
... ผมซื้อมาให้แล้ว...
... เธอจะดีใจไหมนะ...
"ขอโทษนะครับที่ให้รอนาน"
"ไม่เป็นไรค่ะ" หญิงสาวผมสั้นในชุดสูทสีหวานท่าทางกระฉับกระเฉงตอบพร้อมรอยยิ้ม "ถ้าอย่างนั้นเราไปกันเลยดีไหมคะคุณเทะสึกะ"
"ครับ" ร่างสูงรับคำพลางกระชับกระเป๋าในมือแน่นขึ้น
"ไปที่คาเฟ่กันก่อนไหมคะ เค้กของที่นั่นรับประกันได้ว่าอร่อย" เธอลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานแล้วคว้ากระเป๋าสะพาย ร่างเล็กเดินจากโต๊ะมายืนเคียงคู่
"ครับ" ตอบรับเสียงนุ่มพลางเหลือบมองผมสีน้ำตาลอ่อนเกือบทองของหญิงสาว ช่างเหมือนคนรักที่อิงแอบในอ้อมกอดจนถึงเมื่อเช้าจริงๆ
ทั้งสองคนเดินมาหยุดที่คาเฟ่ใกล้ๆ เมื่อสั่งของกับบริกรเสร็จหญิงสาวก็เอากระดาษในกระเป๋าออกมากางไว้ที่โต๊ะ ปลายนิ้วเรียวไล่ตามที่มาร์กเอาไว้เป็นสีต่างๆ เรื่องสำคัญที่ควรต้องทำ และสิ่งที่ห้ามลืม เทะสึกะมองตามแล้วพยักหน้าอย่างพอใจ
"ตรงนี้เพิ่มไอ้นั่นเข้าไปได้ไหมครับ"
"เอ๋?? ได้ค่ะๆ ดิฉันลืมไปซะสนิท" เธอหัวเราะกว้างพลางใช้ปากกาเขียนลงไปว่าดอกไม้สีชมพูประดับซุ้ม
"อ๊ะ เค้กมาแล้วค่ะ อันของคุณเป็นเค้กที่เหมือนในงานนะคะ แต่ดิฉันขอเป็นเค้กกาแฟดีกว่า" หญิงสาวตัดเค้กเข้าปาก เทะสึกะลองชิมของตัวเอง ตัวครีมหวานจางๆแต่ไม่เลี่ยนมาก เนื้อนุ่มฟูนิดๆเป็นรสวนิลา ครีมระหว่างชั้นเป็นครีมมินท์กลิ่นหอมหวาน...เหมาะกับใครบางคนในห้วงคพนึง
"อร่อยมากเลยครับ"
"ดีใจที่คุณชอบค่ะ"
ทั้งสองคนนั่งกินเค้กแล้วยิ้มให้กันและกันอย่างเข้าใจ หลังจากนั้นเขาและเธอก็คุยเรื่องสำคัญในวันนี้พลางออกความเห็นและเสนอแนะอย่างออกรสชาติ...
ฟูจิกลับมาถึงห้องของเทสึกะ ร่างบางทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างเหนื่อยล้า ไม่ใช่ทางกายแต่เป็นจิตใจ
จากนั้นเขาลองเว้นจังหวะ โทรหาเทะสึกะอีกหลายครั้งจนแบตเตอร์รี่หายไป2ขีด ใจหนึ่งหวาดหวั่นว่าจะไปประสบอุบัติเหตุที่ไหนหรือเปล่า แต่ก็ไม่มีข่าวช่องไหนออกเรื่องอุบัติเหตุอะไรเลยแม้แต่น้อย
... พออยู่ด้วยกันนานๆ...
... เธออาจจะรักผมน้อยลง...
ด้วยความที่คาดหวังไว้มาก ทำให้หัวใจเหมือนถูกทำร้าย ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ สู้ไม่คาดหวังอะไรจากเทะสึกะเลยตั้งแต่แรกจะดีกว่า
... ลืมวันเกิดผมแล้วเหรอ...
... ถึงจะไม่ว่าง แค่บอกว่าสุขสันต์วันเกิดผมก็มีความสุขแล้ว...
... แต่นี่...
... เธอกลับไม่มีแม้คำอวยพรให้ผม...
พอคิดถึงตรงนี้ น้ำตาก็เอ่อล้นออกมาก่อนจะเปียกผ้าห่มเป็นดวงๆ ความเย็นชาที่ได้รับเมื่อเช้านี้เป็นเหตุการณ์ที่อยู่เหนือความคาดหมายจนทำให้ช็อคเลยทีเดียว
... นี่ก็บ่ายแล้ว...
... ที่ว่าจะมารับ...
... ก็แค่หลอกกัน...
... ใช่ไหม...
เทะสึกะเดินเอื่อยอยู่ริมชายหาดข้างกายเป็นหญิงสาวที่อยู่ด้วยเมื่อตอนกลางวัน เบื้องหน้าเป็นท้องทะเลสีครามที่ผิวน้ำเป็นประกายระยับด้วยแสงแดดที่ส่องจากพระอาทิตย์
"บรรยากาศดีนะครับ"
"ค่ะ ภูมิใจนำเสนอเลย เหมาะกับงานแต่งสบายๆแบบต้องการบรรยากาศโรแมนติก" หญิงสาวพูดแล้วเสยผมไปข้างหลัง เส้นผมนุ่มๆตกระแก้มแดง
"แล้ว....ตอนนี้ทุกอย่างพร้อมแล้วใช่ไหมคะ คุณติดต่อทุกๆคนไว้แล้ว"
"ครับ ผมตั้งใจจะให้เป็นงานที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้" ชายหนุ่มรับคำ มือที่ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงกระชับแหวนในกล่องเอาไว้แน่น
...ทุกอย่างพร้อมแล้ว..จะเหลือก็เพียง.....
เสียงเพลงบรรเลงไวโอลินดังมาจากห้องอาหารของโรงแรมที่จองพื้นที่เอาไว้ เสียงสดใสร่าเริงยิ่งทำให้เขารู้สึกดีกับการที่ได้มายืนอยู่ตรงนี้...และในวันนี้ บนแผ่นดินออสเตรเลียอันแสนอิสระเสรี...ไม่มีข้อแบ่งแยกใดๆ
....วันนี้จะเป็นวันที่ดีที่สุดในชีวิต....
...เพราะว่าวันนี้....เป็นวันพิเศษ....
ร่างบางออกไปนั่งบนเก้าอี้พลาสติกที่ริมระเบียง ขาเรียวยาวถูกดึงขึ้นมากอดไว้แน่น นัยน์ตาคู่สวยหม่นหมองซ้ำยังแดงช้ำจากการร้องไห้ ท้องฟ้าเป็นสีเทาไม่ต่างอะไรกับความรู้สึกในตอนนี้ ฟูจิสะอื้นออกมาเบาๆก่อนจะก้มหน้าลงเพื่อเช็ดน้ำตา
... ถ้าจะมาไม่ได้...
... ก็น่าจะโทรมาบอก...
เขาคิดว่าหากเป็นเมื่อก่อนคงไม่เป็นไรนัก ถ้าเทะสึกะจะเป็นแบบนี้ แต่ตั้งแต่ที่ย้ายมาอยู่ที่นี่ ถึงแม้จะได้ประมือกันในสนามบ้าง แต่นอกสนามแล้วอดีตกัปตันทีมม.ต้นของเซชุนคนนี้ใจดีกับเขาตลอดเวลา
... ถ้าเป็นตอนนี้...
... จะให้ผมขาดเธอคงไม่ได้...
... กลับมาเสียที...
... เทะสึกะ...
... อย่าปล่อยให้ผมอยู่คนเดียวในวันแบบนี้...
เทะสึกะกดกริ่งประตูหน้าอพาร์ตเม้นท์ครั้งหนึ่งก่อนจะเดินเข้ามาในห้องโถง หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยเขาก็รีบกลับมาที่นี่...เขามองไปรอบๆห้องที่ว่างเปล่า เหลียวหาคนรักที่มักจะมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มในยามที่มานอนค้างห้องของเขา แต่วันนี้กลับ...ไม่มี...
"ฟูจิ..." เสียงทุ้มเรียกหา บรรยากาศในห้องดูแปลกไป..พอไม่มีนายอยู่
ดูมันจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วกับการมีนายอยู่เคียงข้าง...
...แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ก็ไม่มีวันธรรมดาวันไหนที่ฉันไม่รู้สึกดี...
ร่างบางที่นั่งอยู่ริมระเบียงได้ยินเสียงเจ้าของห้อง เขายกแขนเสื้อขึ้นปาดน้ำตาออกจากใบหน้าแล้วรีบเลื่อนประตูกระจกให้เปิดออก ฟูจิแทบจะโถมตัวเข้าหาร่างสูงที่ยืนหันซ้ายขวา แต่เขาก็ชะงักไว้ทัน
"... กลับมาแล้วเหรอเทะสึกะ" เสียงหวานพยายามปรับให้เป็นปกติทว่าไม่สามารถปิดความสั่นเครือในน้ำเสียงได้
"หืม..เป็นอะไรไปเหรอ" ทุกการกระทำของฟูจิ แม้จะพยายามฝืนเท่าไร แต่สำหรับเทะสึกะแล้วก็สามารถรับรู้ได้ทันที ร่างสูงเดินเข้าใกล้แล้วโอบร่างบอบบางไว้กับตัว ท่อนแขนอ้อมไปด้านหลังแล้วลูบศีรษะเล็ก กดให้ซบลงกับอก
"ร้องไห้มาใช่ไหม.."
ในหัวของอดีตกัปตันหนุ่มคิดวนเวียนหาคำตอบของน้ำตาคนรัก..แต่ก็ยังไม่สามารถค้นเจอ
... อ้อมกอดของเธอ...
... คือที่ๆอบอุ่นที่สุดบนโลกนี้...
"... แค่เหงานิดหน่อย... ไม่เป็นไรหรอก... เธอกลับมาแล้ว" ฟูจิเอ่ยตอบเสียงเบาก่อนจะยกแขนขึ้นกอดตอบ
"อะไรกัน ฉันหายไปไม่ถึงวันเลยนะ" เทะสึกะปล่อยแขนแล้วประคองใบหน้าหวานขึ้นมาจุมพิต
"กลับมาแล้วครับ"
ใบหน้าหวานพยายามปั้นรอยยิ้มรับก่อนจะดันตัวเองออกมาจากอ้อมกอดที่อบอุ่น ร่างบางเดินมาที่ถุงหนังสือแล้วหยิบของในถุงออกมา
"นี่... ผมหามาให้..." มือเล็กๆสองข้างยื่นหนังสือเล่มหน้าที่รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับภูเขาให้คนตรงหน้า
"ขอบใจนะ" เทะสึกะรับมาแล้วเปิดพลิกดู นี่เป็นหนังสือที่เขาเคยพูดเอาไว้เพียงครั้งเดียวว่าอยากจะได้ แต่ไม่นึกว่าคนรักจะจดจำได้ถึงขนาดนี้
"ทั้งที่เป็นวันเกิดนายแท้ๆ ก็ยังให้ของฉันอีก" เทะสึกะวางกระเป๋าลงแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหาใครบางคน..ที่ได้สัญญาอะไรบางอย่างกันไว้
"ครับ ผมเทะสึกะ..กำลังจะไปเดี๋ยวนี้แล้วครับ" หลังจากวางโทรศัพท์เสร็จ ร่างสูงก็หันมาจูงมือคนรักแล้วกดริมฝีปากลงไปบนหลังมือ
"...อื้ม" พอได้ยินอีกฝ่ายพูดขึ้นมาว่าวันเกิดก็รู้สึกดีใจขึ้น แต่กลับต้องข่มความรู้สึกช็อคเล็กๆไว้ ในเมื่อหลังจากนั้นไม่มีแม้คำว่าสุขสันต์วันเกิด
"ไปสิ"
เทะสึกะรุนแผ่นหลังบอบบางออกไปนอกประตู และเมื่อลงไปถึงรถก็ให้นั่งแล้วขับออกโดยไม่ได้พูดอะไรเลยแม้แต่น้อย เขาขับรถไปเรื่อยๆจนถึงร้านตัดเสื้อกึ่งสูทแล้วจอดที่ด้านหน้า
"ลงไปด้วยกันหน่อยสิ" เทะสึกะเดินอ้อมมาเปิดประตูให้
"... มาทำอะไร... ที่นี่" นัยน์ตาคู่สวยกระพริบมองอีกคนปริบๆ เขามองไปที่ร้านตรงหน้าอย่างไม่ค่อยเข้าใจอะไรนัก แต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี
"จะพาไปงานแต่งงาน...ของฉัน" เทะสึกะพูดเรียบๆแล้วจูงมือเข้าไปหาเจ้าของร้านซึ่งยืนถือเสื้อสูทสีขาวครีมรอไว้ ส่วนตัวเขาเองก็ทักทายและหยิบสูทสีดำเข้าไปในห้องลอง
"ลองดูสิว่าพอดีไหม ฉันสั่งให้เขาตัดเพื่องานวันนี้โดยเฉพาะเลยนะ" เทะสึกะพูดมาจากอีกฟากของห้องที่มีประตูกั้น
เขามั่นใจว่าเขาได้ยินไม่ผิดเพี้ยน งานแต่งงาน ของเทะสึกะ...
... ทำไมนะ...
... ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน...
ฟูจิไม่สามารถเรียบเรียงความคิดได้อีกต่อไปแล้ว ร่างบางพาดเสื้อที่อีกฝ่ายส่งมาให้พาดไว้กับราวในห้อง แล้วเปิดประตูออกมาแทบจะทันที
... ไม่เอาแล้ว...
"เดี๋ยว...จะไปไหนน่ะ" เทะสึกะเปิดประตูแล้ววิ่งตาม..ทันที่จะรั้งร่างบางเข้ามาในอ้อมกอด
"นายไม่ไปไม่ได้หรอกนะ...นายไม่อยากเห็นฉันมีความสุขในวันแต่งงานเหรอ"
...ทั้งที่อุตส่าห์เตรียมทุกอย่างไว้พร้อม...
...ถ้าคนสำคัญไม่ไป..คงแย่...
"......... ไม่" เสียงหวานแหบเครือ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ร่วงพรูลงหยาดแก้ม
"ปล่อยผม!..... ปล่อย!" แขนสองข้างพยายามผลักคนที่โอบกอดไว้ออกไป ในตอนนี้เขาไม่อยากจะเห็นหน้าเทะสึกะอีกต่อไปแล้ว
... ไม่อยากเห็น...
... ไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น...
"...นายไม่รักฉันแล้ว..งั้นเหรอ" เสียงทุ้มต่ำพูดเบาๆข้างใบหูนิ่ม "ใส่ชุดเถอะนะ..ถ้านายยังรักฉันอยู่"
เทะสึกะกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น หยาดน้ำตาร้อนผ่าวหยดลงบนเสื้อสูทสีเข้ม เขากดคางลงบนศีรษะกลมเล็กหอมกรุ่นแล้วจูบเบาๆ
"ไปเถอะนะฟูจิ...ถ้านายไม่ไปฉันคงแย่..ไม่สิ..ต้องแย่แน่ๆ"
...ก็ในเมื่อมันเป็นพิธีที่จัดขึ้นเพื่อนายเท่านั้น...
"... ผม... ไม่อยากไป.... ไม่อยาก" สีหน้าสิ้นหวังและปวดร้าวของฟูจิไม่เคยปรากฎให้เห็น ใบหน้าหวานก้มลงมองพื้น แขนสองข้างที่อ่อนแรงยังพยายามดันร่างสูงออกไป
... จะให้ผมเห็นภาพแบบนั้นน่ะ...
... ไม่ได้หรอก...
... ผมทำไม่ได้...
"เพื่อฉัน...ฉันอยากให้นายไปร่วมงานนี้..ได้ไหม" เทะสึกะหมุนตัวฟูจิให้หันเข้าหา มือใหญ่สัมผัสแก้มแผ่วเบาปาดน้ำตาด้วยปลายนิ้ว
"ไปนะ..." ใบหน้าหล่อเหลารอคอยด้วยความหวัง
... ทำไมเธอใจร้ายกับผมแบบนี้...
"..." ศีรษะเล็กผงกช้าๆ เทะสึกะขอร้องขนาดนี้แล้ว จะยอมไปก็ได้
... ถึงผมจะต้องเจ็บปวดก็ตาม...
"ขอบใจนะ" เทะสึกะประคองร่างบอบบางเข้าไปในห้องลองชุดแล้วใส่ให้อย่างเบามือ ท่าทางคล้ายตุ๊กตาของฟูจิทำให้อยากจะบอกความจริงไป...หากแต่ก็อยากจะเก็บงำเอาไว้ให้ถึงที่สุดก่อน
"เสร็จแล้วล่ะ ไปกันเถอะ" ชายในชุดสูทหางยาวสีดำจูงมือคนรักในชุดสูทแบบเดียวกันแต่เป็นสีขาวเข้าไปในรถ เขาโอบกอดเบาๆอีกครั้งก่อนจะเปิดประตูให้ฟูจิ แล้วมานั่งอีกฝั่งขับรถออกจากร้านไป
"ใส่ชุดนี้แล้วนายดูดีมากๆเลย"
ฟูจิไม่ตอบอะไรอีกคน ในเมื่ออยากให้เขาไป เขาก็จะไป แต่เขาจะไม่พูดอะไรด้วยอีกแล้ว เพราะถ้าได้ปริปาก คงยากที่จะควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้อีกต่อไป
เสียงเครื่องยนต์ที่เงียบกริบยิ่งทำให้บรรยากาศในรถกลับหมองมัว เทะสึกะเปิดวิทยุแล้วหยิบซีดีเพลงบรรเลงแซ็กโซโฟนใส่ลงไป เสียงเครื่องเป่าลากเสียงยาวอ่อนหวานก่อนจะเร่งจังหวะขึ้นเรื่อยๆ
"เพลงเพราะไหม" เทะสึกะถาม จำได้ว่าฟูจิ..ชอบ..อะไรแบบนี้
ใบหน้าหวานหันออกนอกหน้าต่างรถ ไม่คิดจะเสวนาต่อด้วย ถ้าคิดจะทำร้ายจิตใจกันก็อย่ามาอ่อนโยนใส่กันแบบนี้
"ฟูจิ...นายเป็นอะไรหรือเปล่า" เทะสึกะถามเสียงอ่อนหวาน ทั้งที่รู้อยู่ว่าอีกฝ่าย 'เป็นอะไร' แน่ๆ
"ยังต้องถามผมอีกเหรอ??" ฟูจิถามเสียงดัง ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเทะสึกะยังต้องถามอีก
"........................" คราวนี้เทะสึกะไม่พูดอะไรต่อ เขาขับรถไปเงียบๆจนถึงชายหาดของโรงแรมที่จองไว้
"ลงมาสิ" เขาเปิดประตูแล้วยื่นมือให้ฟูจิจับ ร่างสูงค้อมตัวลงใกล้เมื่อไม่เห็นว่าคนรักจะยื่นมือออกมาเสียที
"ฟูจิ...เข้าไปในงานแต่งงานของฉันกันเถอะ..นะ?"
ฟูจิตีสีหน้าเรียบเฉยเย็นชา เขาก้าวลงจากรถ ไม่จับมือของอีกคนที่ยื่นมา เขาคิดว่าแค่เดินเข้าไปถึงงานก็พอแล้ว และเขาจะฉวยโอกาสที่อีกฝ่ายเผลอหนีออกมา
"........ อะไร... กัน" เขาถือกุหลาบแดงดอกเล็กไว้ในมือพลางมองอย่างตกใจ
"งานแต่งงาน...ของฉันกับนายไง" เทะสึกะยกกุหลาบแดงในมือฟูจิขึ้นมาจุมพิตบางเบา
"ขอโทษที่ทำให้ร้องไห้...แล้วก็...." เขาก้มตัวลงจูบแผ่วเบาที่ริมฝีปากบาง
"สุขสันต์วันเกิดนะ"
"อ... เอ๋??" คราวนี้คนสวยแห่งเซชุนถึงกับตีสีหน้าไม่ถูก
... ว่ายังไงนะ...
เทะสึกะไม่ได้ตอบคำถาม เขาจูงมือคนรักไปที่หน้าแท่นสีขาวซึ่งมีคนยืนรออยู่แล้ว บนแท่นนั้นมีกระดาษและปากกาสีทองวางอยู่ กระดาษแผ่นหนึ่งอาจจะไม่มีราคา...แต่มีคุณค่าทางจิตใจมากมาย ภาษาอังกฤษที่เรียงรายแค่เพียงปรายสายตาชั่วครู่เทะสึกะก็จรดปากกาเซ็นชื่อลงไป
เขายื่นปากกาด้ามทองให้ฟูจิแล้วสวมกอดเบาๆ
"แต่งงานกับฉันนะ"
"........." น้ำตาที่แห้งไปแล้วไหลลงมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะเศร้าใจ แต่เป็นเพราะความดีใจมากมาย
"แกล้งผมขนาดนี้ได้ยังไง" มือเรียวยกขึ้นมาป้ายน้ำตาออกก่อนจะรับปากกามาจากเทะสึกะ
... แย่ที่สุดเลย...
... แต่...
... ผมก็รักที่สุด...
ทันที่ที่อีกฝ่ายวางปากกาลง เทะสึกะก็หยิบกล่องแหวนจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมา แหวนทองคำขาวเกลี้ยงเกลาถูกสวมเข้าไปที่เรียวนิ้วของคนตัวเล็ก เทะสึกะดันเข้าไปจนสุดแล้วกำนิ้วรอบแหวนวงเล็ก
"ฉันทำให้นายได้เท่านี้...ได้แค่งานเล็กๆกับทะเบียนสมรสในที่ๆไม่ใช่บ้านเกิด...." เทะสึกะเว้นช่วงคำพูดพลางสบลงเข้าไปในดวงตาสีน้ำทะเล
"..ฟูจิ...ช่วยมาอยู่เคียงข้างฉัน...ทั้งชีวิต..ได้ไหม"
"อื้อ... อื้อ" ฟูจิผงกศีรษะทั้งน้ำตา นี่เป็นวันเกิดที่ดีที่สุดในชีวิตเลยตั้งแต่เกิดมา
เทะสึกะมองไปที่บาทหลวงซึ่งยืนยิ้มน้อยๆอยู่ เขาจับมือคนรักไปยืนต่อหน้า..ท่ามกลางสายลมและเสียงคลื่นที่พัดกระทบหาดทราย เสียงดนตรีหยุดลงเพื่อรอคำเอ่ยจากบาทหลวงชรา เขาเริ่มกล่าวอะไรช้าๆแต่สำหรับเทะสึกะแล้วคำพูดเหล่านั้นกลับประทับตราตรึงอยู่ในหัวใจ บาทหลวงกระแอมอีกครั้งแล้วเอ่ยประโยคสำคัญ
"ลูกจะรับคนที่ยืนข้างกายเจ้าเป็นคู่ชีวิต ร่วมทุกข์ร่วมสุขตลอดไปหรือไม่"
"ครับ" ชายหนุ่มเอ่ยเสียงหนักแน่น ดวงตาภายใต้กรอบแว่นก้มมองดวงตาสีน้ำเงินซึ่งงดงามยิ่งกว่าสิ่งใด
ชายชราหันไปทางฟูจิ ดวงตาสีน้ำข้าวทอประกายอ่อนโยนก่อนจะพูดออกมาด้วยประโยคเดียวกัน
"ลูกจะรับคนที่ยืนข้างกายเจ้าเป็นคู่ชีวิต ร่วมทุกข์ร่วมสุขตลอดไปหรือไม่"
"... ครับ" ฟูจิหันมาสบตากับพร้อมทั้งยิ้มตอบ รอยยิ้มที่หวานที่สุดและเปี่ยมไปด้วยความสุขที่สุดที่เคยมี
สิ้นประโยคตอบรับ ร่างสูงในชุดดำก็รวบฟูจิเข้ามากอดเบาๆแล้วจุมพิตรับคำสาบาน...
...ขอให้โลกนี้มีเพียงเรา...
...และขอให้มันเป็นเช่นนี้ตลอดไป...
จุมพิตแผ่วเบาแต่อ่อนโยนและอบอุ่นของเทะสึกะทำให้ฟูจิรู้สึกหัวใจพองโต รู้สึกอยากหยุดเวลาไว้อย่างนี้อีกยาวนานเท่านาน พอร่างสูงถอนริมฝีปากออกไป ฟูจิก็แย้มรอยยิ้มให้คนรักอีกครั้ง
... ผมรักเธอ...
... ที่สุด...
~ The End ~
)
จะรออ่านละกันค่า

555 นั่นสินะ วันนี้ต้องจอง
#1 By +:+:+ミーピン+:+:+ on 2008-02-29 13:23