[Original+Fiction] RAINBOW: -7-

posted on 23 Feb 2008 14:44 by hanachiko  in NOVELandPOEM

 





Title: RAINBOW

Author: hana matsumoto








-7-




โคกะค่อยๆลืมตาขึ้นเมื่อรู้สึกถึงมือที่สางผมของเธอเบาๆ ศีรษะเล็กหนุนนอนอยู่บนต้นแขนของโคจิ มือขวาของเขาลูบไล้ปอยผมของเธอช้าๆ ชายหนุ่มยิ้มออกมาพร้อมทั้งเอ่ยทักเบาๆ

“อรุณสวัสดิ์ตอนบ่าย... จิบิกะ”

“... อือ... มีอรุณสวัสดิ์ตอนบ่ายที่ไหนกัน” เธอตอบรับเสียงเอื่อยพลางขยี้ตาแล้วบิดตัวเล็กน้อย โคกะงึมงำงัวเงียอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตั้งสติได้ คราวนี้นัยน์ตากลมโตเบิกกว้าง ร่างเล็กรีบถอยตัวออกมาแทบจะทันที แต่โคจิกลับออกแรงขืนตัวเธอไว้ไม่ให้หนีไปไหน

“จะรีบหนีไปไหนล่ะ” เขาพูดกลั้วหัวเราะ

... กอดฉันแบบนี้...

“เดี๋ยวฉันก็ตายหรอก!”

โคจิขยับเข้ามาประทับริมฝีปากบนหน้าผากมนเพื่อดึงเธอให้ชิดเข้ามากว่าเมื่อครู่ การกระทำของเขาได้ผลดีนัก เสียงแหววๆที่ควรจะดังต่อพลันเงียบลงไป

... บ้าที่สุดเลย...

... ฆ่ากันทางอ้อมชัดๆ...

นิ่งเงียบไปได้ไม่นาน เสียงท้องร้องของโคกะก็ดังขึ้น คราวนี้โคจิระเบิดหัวเราะออกมาแล้วยอมปล่อยร่างเล็กออกจากอ้อมกอด

“ไปหาอะไรกินกันไหม”

“เดี๋ยวฉันทำให้ก็ได้... มีของสดหรือเปล่า” โคกะย้ายตัวลงจากเตียงโดยมีโคจิเดินตามมา เจ้าของห้องชี้ไปยังตู้เย็นเพื่อให้เธอไปเปิดดู สิ่งที่หญิงสาวพบจากการค้นดู มีเพียงไข่ไม่กี่ฟองกับปลาแช่แข็งอยู่ชิ้นหนึ่ง

“... ปกติโคไม่ได้กินข้าวที่บ้านใช่ไหมเนี่ย” โคกะหันมาถาม

“อืม...”

“...” หญิงสาวหันเหลือบมองนาฬิกาก่อนจะหันมาถามความเห็น

“เพิ่งบ่ายโมง... ฉันต้องเข้างานห้าโมง... จะไปหาอะไรแถวนี้ทานแทนไหมล่ะ หรือจะไปซื้อของที่ซูเปอร์กันดี”

โคจินิ่งคิดไปพักหนึ่ง ก่อนจะเดินไปหยิบกุญแจห้อง

“ไปซูเปอร์กัน”

ภายในซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้ๆกับอพาร์ทเมนต์ของโคจิ ชายหนุ่มเดินเข็นรถไปโดยมีโคกะเดินอยู่ข้างๆ

“โคอยากกินอะไร”

“... อะไรก็ได้” เขายิ้มตอบ

“ปลาแช่แข็งที่ห้องโคคงตายไปจากโลกนี้แล้วล่ะ... ถ้าจะซื้อข้าวสารไปหุงฉันคงหิวตาย... เอายากิโซบะแทนก็แล้วกัน” โคกะพูดเองเออเองตัดสินใจเสร็จสรรพก็เริ่มเดินเลือกเนื้อหมู

“ผัดหมูเหรอ ผมอยากกินกุ้ง” โคจิแย้งขึ้นมาเมื่อโดนให้หยุดตรงหน้าแผงเนื้อหมู

“กุ้งไปซื้อที่ตลาดดีกว่า สดกว่าเยอะ”

“ไม่เป็นไรหรอก... ที่นี่ก็รับมาจากตลาดโดยตรงเมื่อเช้า... มั้งนะ ฮ่าๆ” เป็นโคจิที่พูดเองแล้วหัวเราะเองบ้าง

“อยากกินกุ้งขนาดนั้นเชียว... กุ้งก็กุ้ง” หญิงสาวยิ้มออกมาพลางเดินไปตรงของทะเล โดยมีโคจิรีบเข็นรถตามมา

หลังจากเลือกกุ้งกันเป็นที่เรียบร้อย (โดยมีการเถียงกันเล็กน้อยว่าจะเอาแบบลอกเปลือกแล้วหรือยังไม่ได้ลอก) ทั้งสองคนก็มาซื้อผัก ชายหนุ่มเอื้อมหยิบแครอทขึ้นมาหัวหนึ่งแล้ววางลงในรถเข็น แต่โคกะกลับหยิบมันออกแล้ววางคืนที่เดิม

“ทำอะไรน่ะจิบิกะ”

“ฉันเกลียดแครอท” เธอตอบโดยที่ไม่มองหน้าโคจิพลางหยิบกะหล่ำปลีมาวาง

“แล้วถั่วงอกล่ะ กินไหม” โคจิถามพลางชูแพคถั่วงอกในมือขึ้น

“อื้อ!” คนตัวเล็กตอบพร้อมทั้งพยักหน้าแรงๆแล้วเดินนำไปข้างหน้า (เป็นการบังคับกลายๆว่าเลิกดูผักได้แล้ว)

“เหลือเครื่องปรุงกับเส้นโซบะ... ที่ห้องโคไม่มีเครื่องปรุงอะไรเลย จะซื้อไปด้วยเลยไหม” โคกะหันมาถามความเห็น จริงๆแล้วซื้อแบบซองเดียวไปก็ได้เพราะถ้าเจ้าตัวไม่ได้ทำอาหารกินเองที่บ้าน ซื้อขวดใหญ่ๆไปก็จะเสียเปล่าได้

“ซื้อแบบซองก็ได้... มะ? ซื้อขวดใหญ่ๆเปลืองตายเลย โคไม่ทำอะไรกินเองนี่”

คำตอบที่ได้คือรอยยิ้มกว้าง

“ซื้อแบบขวดไปนั่นแหละ ไม่เป็นไรหรอก”

“ไม่ต้องจิบิกะ... ผมออกเอง” เขาร้องห้ามเมื่อเห็นโคกะหยิบกระเป๋าเงินออกมา

“... แต่ฉันกินด้วยนะ”

“อเมริกันแชร์ได้ไง ไปยืนรอข้างนอกเลยไป” ไม่พูดเปล่าแต่โคจิยังทำมือไล่เธอด้วย โคกะได้แต่เบ้ปากอย่างขัดใจขณะที่เดินออกไปรอด้านนอกตามที่เขาบอก

รออยู่ไม่นานโคจิก็เดินออกมาพร้อมกับถุงพลาสติกใบกลางที่ใส่ของจนตุง

“หึย... พลาสติกเหรอเนี่ย โลกร้อนนะโลกร้อน”

“ฮ่าๆๆ จิบิกะนี่ตลกเสมอต้นเสมอปลายดีนะ” โคจิว่าแล้วจับมือเธอไว้

“เมื่อกี๊ก็เหมือนกัน... อย่าทำให้ผมรู้สึกว่าเป็นผู้ชายที่พึ่งไม่ได้สิ เธอเป็นแฟนผมนะ... ผมออกแหละดีแล้ว... ส่วนจิบิกะก็อยู่เฉยๆไป”

“ใครออกกฎแบบนั้นไม่ทราบ ก็ต้องช่วยกันออกสิ... กินด้วยกัน” เสียงเล็กๆเถียงกลับทันที

“แต่นั่นน่ะมันหน้าที่ของผม”

“เป็นไอดอลพันล้านแล้วค่อยเลี้ยงฉันก็แล้วกัน”

โคจิส่ายศีรษะให้กับความดื้อดึงของเธอ

“อ๊ะ แวะร้านสะดวกซื้อก่อนแวบนึงนะ... โครออยู่นี่แหละ” พูดจบเธอก็วิ่งหายเข้าร้านไปโดยปล่อยให้โคจิได้แต่ยืนมองอย่างประหลาดใจ ไม่นาน ร่างเล็กก็ออกมาพร้อมทั้งชูของที่ซื้อมาให้ดู

“แปรงสีฟันไงล่ะ... ห้องโคคงไม่มีแปรงสีฟันอีกอันหรอก จริงไหม”

“อืม...” เขาตอบก่อนจะใช้มือข้างที่จับมือเธอเมื่อครู่ลูบศีรษะเธอแล้วพาเดินกลับไปยังที่พักของตน

กลิ่นหอมอ่อนๆของกุ้งที่ผัดกับโชยุลอยอยู่ทั่วห้อง โคกะปรับไฟอ่อนแล้วหันไปหยิบผักที่หั่นไว้เรียบร้อยแล้วมาโยนใส่กระทะ จากนั้นจึงโยนเส้นที่ลวกสุกแล้วตามลงไป

“หอมจัง จิบิกะ” เจ้าของห้องที่อาบน้ำเสร็จแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำ เขาสวมเสื้อยืดแขนยาวตัวหนากับกางเกงยีนส์เช่นเคย โคกะหันมาหาพลางบอกให้นั่งรออีกไม่นาน แต่ร่างสูงกลับเดินมาหาเธอและไม่ลืมที่จะคว้าตะเกียบจากลิ้นชักออกมา เขาคีบกุ้งจากกระทะแล้วเป่าสองสามทีก่อนจะส่งเข้าปากไป

“อื้ม อร่อย” โคจิยิ้มกว้าง แล้วยกมือขึ้นเช็ดผมให้แห้งขณะที่ยอมเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะดีๆ

“ใช้ไม่ได้เลย แอบกินก่อนได้ยังไง” เธอบ่นอุบก่อนจะหันมาทำหน้ายู่ใส่คนที่ยิ้มอารมณ์ดีอยู่กับโต๊ะทานข้าว

“ก็มันหอมนี่...”

โคกะปิดเตา แล้วยกกระทะไปเหนือจานสองใบที่วางไว้ จากนั้นจึงแบ่งยากิโซบะใส่จานทีละใบ เมื่อเรียบร้อยแล้วก็เปิดน้ำใส่กระทะเพื่อแช่ไว้

“โคกินก่อนก็ได้นะ... ฉันขออาบน้ำก่อน... ยืมห้องน้ำได้ใช่ไหม”

“ไม่เห็นต้องถามเลย จะยืมห้องน้ำผมแล้วจะคืนผมยังไงหือ? ไปอาบน้ำเถอะ ผมรอ... จะได้กินพร้อมกัน”

โคกะไม่เถียงอะไรต่อ แต่ถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้วเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ แต่ประตูยังไม่ทันปิดดีหญิงสาวก็ออกมา

“โค... ขอผ้าเช็ดตัวผืนนึงสิ”

เจ้าของห้องลุกขึ้นเดินเข้าห้องนอนไป แล้วกลับออกมาพร้อมกับผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่กับผืนเล็ก โคกะเอ่ยคำขอบคุณแล้วจึงหายเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้ง

โคกะมองไปรอบๆห้องน้ำสีขาว เธอสามารถพูดได้เลยว่าโคจิมีความเป็นระเบียบมากกว่ามาซาฮารุอยู่หลายขุมเลยทีเดียว

... ที่รู้สึกอยู่ตอนนี้คือความสุขใช่ไหมนะ...

... อย่างกับจะบินได้อย่างนั้นแหละ...

... อยากจะยิ้มตลอดเวลา...

... โค...

“อิ่มจังเลย~~” โคกะถอยเก้าอี้ออกมาก่อนจะทำหน้าสบายอารมณ์ หลับตาพริ้มอย่างมีความสุข

“ไม่อิ่มก็แย่แล้วล่ะจิบิกะ...” ร่างสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้พลางหยิบจานของทั้งสองคนไปที่อ่าง โคกะรีบร้องห้ามก่อนจะลุกตามมา

“ฉันล้างเอง”

“ผมล้างให้ จิบิกะทำให้ผมกินแล้ว... เธอไปเป่าผมไป ไปทำงานทั้งหัวชื้นอย่างนั้นพอดีผมไม่เป็นทรง” เขาเปิดน้ำพลางเอ่ยสั่งกลายๆกับคนตัวเล็กที่ยังทำท่าว่าจะช่วยล้าง จนโคกะต้องยอมไปทำตาม

“สวัสดีค่า มากิซัง” โคกะเอ่ยทักอย่างเริงร่าเมื่อเปิดประตูร้านเข้าไป ที่เห็นอยู่ในร้านไม่ใช่เพียงมากิ แต่ยังมีผู้ชายวัยกลางคนในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีน้ำตาลอ่อนกับกางเกงยีนส์สีเข้มที่ดูสบายๆอีกคนหนึ่ง

“ทาโร่ซัง สวัสดีค่ะ” หญิงสาวโค้งทักจนแทบจะขนานกับพื้นโลก

“ไม่ได้เจอกันเกือบปี... ท่าทางสบายดีนะ โคกะจัง” ทาโร่ยิ้มทักก่อนจะมองเลยไปยังชายหนุ่มตัวสูงที่ยืนอยู่ข้างหลัง ไม่ทันได้เอ่ยถาม โคจิก็รีบแนะนำตัวก่อน

“สวัสดีครับ ผมมิซากิ โคจิครับ”

“หวานใจของโคกะจังที่เล่าให้ฟังเมื่อคืนไงคะคุณ” มากิเอียงมากระซิบ เขาถึงได้ยิ้มออกมาพร้อมทั้งเชื้อเชิญให้ทั้งสองคนรีบเข้ามาในร้าน

โคกะรีบไปใส่ผ้ากันเปื้อนของร้านแล้วออกมาในสภาพพนักงานประจำร้าน  โคจิกับทาโร่นั่งคุยกันที่มุมหนึ่งของร้าน - - - ‘ซากากิ ทาโร่’ คนรักของมากิผู้ยึดอาชีพเป็นนักสำรวจทางโบราณคดีที่มีชื่อเสียง ทำให้เขาต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆเป็นเวลานาน ถึงแม้ทั้งสองคนไม่ได้จดทะเบียนกันตามกฎหมาย แต่ก็อยู่ด้วยกันมาเกือบ10ปีแล้ว

โคกะลอบมองคนสองคนที่นั่งคุยกันอยู่เป็นพักๆ วันนี้มีลูกค้ามาหาซื้อหนังสือมากกว่าปกติ คงเพราะเป็นเย็นวันคริสต์มาส เลยมีคนมาเลือกซื้อไปเป็นของขวัญ เดาได้ว่าเป็นคนที่ยุ่งจนลืมซื้อเพราะเกือบทุกคนขอร้องให้ห่อของขวัญสวยๆให้

“โคกะจัง... เก็บของได้แล้วจ้ะ วันนี้ไม่ต้องช่วยฉันเก็บร้านก็ได้” มากิร้องบอกคนที่กำลังขนกองหนังสือไปเก็บที่ชั้น

“ไม่เป็นไรค่ะ ช่วยแป๊บเดียวเอง... หนูไม่ได้รีบไปไหนอยู่แล้วค่ะ... ว่าแต่นี่เพิ่งจะสามทุ่มครึ่งเองนะคะ” โคกะถามขณะที่รีบเก็บหนังสือให้เข้าที่ ขณะเดียวกัน ผู้ชายสองคนที่เหลืออยู่ในร้านก็ช่วยกันยกเก้าอี้เก็บ

“ฉันต้องไปเก็บของเตรียมตัวจ้ะ”

“โคกะจัง... ร้านปิดยาวจนถึงหลังปีใหม่เลยนะ... ฉันจะพามากิไปเที่ยวเสียหน่อย” ทาโร่บอกพร้อมกับที่โอบไหล่มากิให้ชิดเข้ามา

“ค่ะ ถ้ายังไงโทรบอกหนูก็ได้ค่ะ” โคกะรับคำด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแล้วหันไปช่วยเก็บร้านต่อ

เมื่อเก็บร้านกันเป็นที่เรียบร้อย โคกะกับโคจิก็บอกลาทั้งสองคน แล้วจึงเดินออกมาจากร้านพร้อมๆกับโคจิ อากาศด้านนอกเย็นจนโคกะต้องยกมือขึ้นมาพ่นลมหายใจใส่ ร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างๆพันผ้าพันคอให้เธอก่อนจะจับมือเธอเข้ามาซุกไว้กับกระเป๋าเสื้อโค้ทของเขา

“ถักมายาวแบบได้ใช้งานจริง... ดีมากๆเลยจิบิกะ” เขาเอ่ยชมก่อนจะหยุดเดิน

“ไปไหนกันไหม”

“ไปไหนที่ว่าคือไปไหนล่ะ” โคกะเอียงคอมองหน้าอีกคน

“เธออยากไปไหนล่ะ”

พอถูกถามกลับหญิงสาวก็หยุดยืนคิด จะว่าไป วันนี้ก็ยังเป็นวันคริสต์มาสอยู่นี่นะ

“ไปดูต้นคริสต์มาสที่ชิบุยะกัน”

ไฟหลากสีได้รับการประดับรอบต้นคริสต์มาสต้นยักษ์ ที่ยอดต้นมีดาวสีทองดวงใหญ่สะท้อนแสงกับไฟสวยติดอยู่ โคกะแหงนศีรษะจนสุดแถมยังเผลอมองตามจนเกือบล้ม แต่ก็มีโคจิยืนอยู่ข้างหลังเป็นคนระวังให้

“ระวังหน่อยสิ” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยเตือนพลางพาดแขนสองข้างข้ามไหล่ของเธอเผื่อโอบเธอหลวมๆจากด้านหลัง พอโดนโอบไว้อย่างนั้น โคกะเลยยกมือขึ้นมาจับมือเขาไว้ทั้งสองข้าง

... ความรู้สึกอบอุ่นแบบนี้...

... ไม่ได้รู้สึกมานานแค่ไหนแล้วนะ...

“จิบิกะ...” โคจิเรียกแล้วถอยตัวออกมาเล็กน้อย เจ้าของชื่อจึงหันมาหาเพื่อถามว่ามีอะไร แต่คำตอบที่ได้คือมือที่กำไว้ยื่นมาตรงหน้า

“เอ๊ะ?”

“เมอร์รี่คริสต์มาส”

โคกะยกมือไปรองไว้ใต้กำปั้นเพื่อลุ้นว่าเขาจะปล่อยให้อะไรร่วงลงมา เมื่อโคจิคลายมือที่กำไว้ออก ที่ห้อยมือถืออันเล็กหล่นลงบนฝ่ามือของเธอ เมื่อหญิงสาวก้มลงมอง ก็พบกับที่ห้อยมือถือรูปกุญแจดอกนึง

“นี่... ?”

“กุญแจห้องผม” โคจิยิ้มตอบ และเขายิ้มกว้างขึ้นอีกเมื่อแก้มของเธอเปลี่ยนสี โคกะจ้องมองกุญแจดอกนั้นราวกับมันเป็นสมบัติล้ำค่า

“เวลาไม่ได้เข้าร้าน จะได้มาหาผมที่ห้องได้ไง”

“แล้วโคจะอยู่ที่ห้องหรือไง” เสียงเล็กสวนขึ้นให้ทั้งๆที่มือยังถือกุญแจห้องของโคจิไว้ท่าเดิม

“ก็โทรเข้ามาหาก่อนสิ...”

ยังไม่ทันจะได้พูดตอบ เสียงโทรศัพท์มือถือของโคกะก็ดังขึ้น เจ้าตัวจึงรีบหยิบขึ้นมา ปรากฎว่าเป็นอีเมลเข้า

 

‘ผู้ส่ง: มาซาบ้า

หัวข้อ: ข้าวเย็น

ฉันยังอยู่ที่งานเลี้ยงของบริษัท ไม่ต้องทำข้าวเผื่อนะ’

 

“อะไรเหรอ”

“มาซาน่ะ... ต้องไปงานเลี้ยงอีกแล้ว ฮะๆๆ” โคกะหัวเราะออกมาก่อนจะเล่าให้โคจิฟังถึงสาเหตุที่พักนี้มาซาฮารุต้องออกงานมากมาย โคจิเพียงแค่ฟังเงียบๆแล้วตอบรับสั้นๆ

“.... อืม แล้วต่อจากนี้อยากไปไหน สี่ทุ่มครึ่งแล้วนะ... คิดนานเดี๋ยวรถไฟก็หมดหรอก”

“พรุ่งนี้ตารางงานของโคเป็นยังไงล่ะ” โคกะถามกลับ

“ตอนเย็นต้องไปอัดรายการวิทยุ”

“โคเอาแต่ถามว่าฉันอยากทำอะไร แล้วโคล่ะ อยากทำอะไร” คนตัวเล็กใส่กุญแจห้องห้อยเข้ากับที่ห้อยมือถือแฮนด์เมดที่ได้จากโอกินาว่าอควาเรี่ยม

“... ผมยังอยากอยู่กับจิบิกะ... คืนนี้ไปค้างที่ห้องผมอีกไหม” ประโยคสุดท้ายโคจิติดจะทำเสียงอ้อนเล็กน้อย โคกะพยักหน้าตกลงแต่แล้วก็กลับทำหน้ายุ่ง

“ฉันไม่อยากกลับไปเอาเสื้อผ้าที่ห้องแล้วกลับมาทางนี้อีกอะ... ขี้เกียจแล้ว ขี้เกียจ~~~จ” หญิงสาวทำเป็นงอแงพลางจับฝ่ามือใหญ่ของเขาแกว่งไปมา

“งั้น... จากตรงนี้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ถึงอพาร์ทเมนต์ผม... ให้ผมแวะไปเอาของแล้วไปที่ห้องจิบิกะก็ได้”

“อือ อย่างงั้นก็แล้วกัน”

ทั้งสองคนมาถึงที่หน้าอพาร์ทเมนต์ที่โคกะพักอยู่ตอนเกือบจะห้าทุ่มสี่สิบกว่าได้ นับว่าเฉียดฉิวกับรถไฟเที่ยวสุดท้ายพอสมควร โคจิทำท่าตื่นเต้นแล้วหันมาโยกศีรษะเธอไปมา

“ถึงตึกจะไม่สูงเท่าของผม แต่ท่าทางหรูหราน่าดูนี่”

“ไม่หรอก ของโคดูทันสมัยกว่ากันเยอะ ของฉันสร้างตั้งหลายปีแล้ว” โคกะว่าพลางเดินผ่านประตูกระจกเข้ามา

“นี่ไง ดูหรูหราจริงๆด้วย” โคจิยังคงไม่เลิกพูด

“ก็ถือว่าหรูหราแหละ... สำหรับค่าเช่าห้องแสนนึงน่ะนะ”

“ห้องกว้างกว่าผมอีก... แต่ค่าเช่าถูกกว่า... ไม่ยุติธรรมเท่าไหร่เลย” โคจิท้วงขึ้นหลังจากถอดรองเท้าเก็บเข้าตู้เรียบร้อย โคกะทำหูทวนลมไม่สนใจคำพูดของเขาก่อนจะเริ่มบอกว่าอะไรอยู่ตรงไหน เริ่มจากห้องน้ำอยู่ทางขวามือเป็นห้องแรก ห้องทางขวาถัดจากห้องน้ำคือส่วนที่มีอ่างล้างหน้าและต่อไปถึงห้องอาบน้ำ มีตู้เสื้อผ้าเล็กๆต่อมา แต่เธอบอกว่าเธอใช้เก็บพวกเสื้อโค้ทกับผ้าพันคอ จากนั้นก็เป็นประตูที่กั้นทางเดินกับห้องด้านในไว้

“ขวามือนี่เป็นครัว แล้วก็มีตู้หนังสือกับตู้เสื้อผ้ากันไว้ แล้วถึงเป็นเตียงฉัน ปลายเตียงก็ตู้ใส่พวกกระดาษ รายงานที่ได้คืนแล้ว บนนั้นก็ทีวี... ข้างๆนั่นก็โต๊ะทำงานของฉันกับโน้ตบุ๊ค” โคกะปลดกระเป๋าออกวางข้างเครื่องโน้ตบุ๊คของเธอ โคจิเดินตามเข้ามามองไปรอบๆ

“แล้วที่แปะอยู่บนผนังห้องนี่อะไร”

“โปสเตอร์ของโคไง” โคกะตอบเสียงเขียวก่อนจะทำท่าแยกเขี้ยวใส่

“... รู้สึกแปลกๆยังไงไม่รู้”

“แปลกทำไม รูปตัวเองไม่ใช่เหรอ”

“ก็นั่นแหละ ที่ห้องผมผมยังไม่ติดเลย”

“ถ้าโคติดโปสเตอร์รูปตัวเองหรือผลงานของตัวเองไว้บนผนังห้อง ฉันคงคิดว่าโคเพี้ยนน่าดู”

“เหรอ... ผมคิดว่าคนที่มีแฟนเป็นไอดอลอย่างจิบิกะแล้วยังติดไว้เหมือนกับเป็นคนปลื้มไอดอลทั่วไปน่าจะเพี้ยนกว่านะ ตัวจริงก็อยู่ตรงนี้แล้ว... ถ้าแปะรูปถ่ายที่ไปเที่ยวด้วยกันธรรมดาผมว่ายังปกตินะ” พอได้ทีโคจิเลยหันมาแซวบ้าง

“ฉันเคยไปเที่ยวกับโคแค่หนเดียวเองนะ ไม่ต้องพูดมากเลย” หญิงสาวเดินเลยผ่านคนที่ยังยืนหันไปหันมาตรงปลายเตียง

“เดี๋ยวฉันหุงข้าวแล้วจะไปอาบน้ำ... โคนั่งเล่นไปก่อนก็ได้” เจ้าของห้องตัวเล็กบอกก่อนจะหายไปที่ครัว ไม่นานก็มาเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบชุดนอนแล้วออกไปอาบน้ำ

“จิบิกะ... ทั้งมากิซังแล้วก็ทาโร่ซังรักเธอน่าดูเลยนะ” โคจิพูดขึ้นมาหลังจากคีบเนื้อสไลซ์เข้าปาก วันนี้ชายหนุ่มขอให้เธอทำเมนูที่ร้านให้ทาน โคกะจึงทำเอ็น เค สเปเชียล แล้วก็ผัดผักกับข้าวผัดกระเทียม

“อืม?”

“ผมรู้สึกเหมือนตกเป็นผู้ต้องสงสัยที่กำลังถูกสอบสวนยังไงยังงั้นเลย”

“ยังไงอะ” เธอเอียงศีรษะมองขณะที่ยังค้างปลายตะเกียบไว้ในปาก

“ทาโร่ซังซักผมจนหมดเปลือกเลย ถามว่ารู้จักกับจิบิกะได้ยังไง... ตั้งแต่นั่นเลย แล้วยังถามเรื่อยไปจนถึงว่าพ่อกับแม่ผมทำอะไร” เขาตอบพร้อมกับเสียงหัวเราะ

“อย่างนั้นเหรอ”

“อืม ทั้งสองคนรักเธอมากนะ... ไม่อย่างนั้นเธอคงจ่ายค่าเช่าอพาร์ทเมนต์นี่เองไม่ไหวหรอก จริงไหม... ค่าจ้างที่เธอได้จากมากิซังน่ะ ผมว่าดีจะตายสำหรับงานง่ายๆแบบนั้น”

“ฉันก็รักมากิซังกับทาโร่ซังมากๆเหมือนกัน เพราะว่าทาโร่ซังสนิทกับพ่อฉัน... ทั้งสองคนก็เลย ไม่อยากจะทิ้งขว้างฉันในตอนที่ฉันไม่เหลือใครนั่นแหละ... แต่ถ้าจะยื่นมือช่วยฉัน เขาก็คงอยากให้ฉันได้รู้สึกว่า การต้องพึ่งตัวเองเป็นยังไง อะไรประมาณนั้นล่ะมั้ง”

“คราวก่อนไม่เห็นเล่าให้ผมฟังแบบนี้เลย” โคจิยื่นนิ้วมาจิ้มหน้าผากของหญิงสาวเข้าหนึ่งที

“ก็คราวนั้นฉันเล่าเรื่องของมาซานี่นา... คราวนี้ฉันเล่าเรื่องของมากิซังกับทาโร่ซังให้ฟัง มันคนละเรื่องกันนะ... คนละเรื่อง” โคกะทำคิ้วย่นก่อนจะพูดต่อ

“จริงๆเลยนะเธอนี่...”

... อีกอย่าง...

... ตอนนั้นฉันก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่...

... ว่าควรจะเล่าให้โคฟังจนหมดหรือเปล่า...

เตียงของโคกะเล็กกว่าเตียงของโคจิเล็กน้อย แต่บนเตียงกลับมีหมอนหลายใบ โคจิยืนมองกองหมอนนั่นพร้อมทั้งอมยิ้ม เจ้าของห้องตัวเล็กที่ดึงหมอนออกไปวางไว้บนโต๊ะทำงานหันมองคนที่ยืนยิ้มด้วยความประหลาดใจ

“จะนอนแล้ว... นอนสิ” โคกะพูดเป็นเชิงสั่ง หวังจะเลียนแบบเมื่อตอนเช้าที่ถูกบังคับให้นอนที่ห้องของโคจิ

“จิบิกะแหละนอนข้างใน ผมนอนข้างนอกเอง” ชายหนุ่มไม่พูดเปล่าแต่จับต้นแขนของเธอไว้แล้วดึงให้นอนลงบนเตียงก่อนที่จะตามมานอนข้างๆ ร่างสูงหันตะแคงเข้าหาคนที่ทำหน้าพูดไม่ออกอยู่ แขนซ้ายยกพาดไปเหนือศีรษะเล็ก อีกข้างตั้งใจจะโอบเธอไว้แต่พอเห็นสีหน้าของโคกะเขาก็ต้องหัวเราะออกมา

“ยังไม่หายผวาผมอีกเหรอ” พอถูกโคจิจ้องตาตรงๆแบบนี้ก็ทำเอาหญิงสาวรู้สึกหน้าร้อนขึ้นมาทันที โคจิใช้ปลายนิ้วสัมผัสไล้เรือนผมของคนที่นอนตัวเกร็งเบาๆ

“นอนเถอะๆ” เขาชักแขนที่พาดอยู่เหนือศีรษะของร่างเล็กกลับคืนมาแต่ยังคงนอนตะแคงหันหน้าหาโคกะ เขายิ้มก่อนจะเอ่ยคำว่าราตรีสวัสดิ์แล้วหลับตาลง

... น่ารักจังเลยโค...

... จะแปลกไหม...

... ถ้าฉันจะบอกว่า...

... ฉันรักโคจังเลย...

“... โค”

“หืมม์” คนถูกเรียกลืมตาขึ้นมา ท่ามกลางความมืด โคกะจับมือซ้ายของชายหนุ่มไว้ด้วยมือเล็กๆทั้งสองข้างก่อนจะขยับตัวเข้ามาใกล้จนมือข้างนั้นสัมผัสเข้ากับใบหน้าของโคกะ

“ขอนอนแบบนี้ได้ไหม”

“ฮะๆๆ ได้สิ” น้ำเสียงอ่อนโยนปนขันของเขาทำให้โคกะยิ้มออกมาบ้าง โคจิเอ่ยคำว่าราตรีสวัสดิ์อีกครั้งก่อนหลับตาลง โคกะยังไม่ยอมหลับตา เธอมองใบหน้าของเขาท่ามกลางความมืด ทั้งๆที่ตอนเจอกันครั้งแรกไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีกเป็นหนที่สองด้วยซ้ำ หรือบางทีนี่อาจจะเป็นพรหมลิขิต

... ไม่ก็พ่อกับแม่ส่งคนที่วางใจมา...

... ใช่ไหมคะ...

ยิ่งอยู่ใกล้ๆกันแบบนี้ ยิ่งทำให้ความรู้สึกรักตอกย้ำแน่นลงในหัวใจ ร่างเล็กขยับกายเล็กน้อยก่อนจะบีบมือข้างที่จับไว้เบาๆ

... โคล่ะ...

... รักฉัน...

... เหมือนที่ฉันรู้สึกรักโคหรือเปล่า...

“... ทำไมยังไม่ยอมนอน... จิบิกะ” โคจิที่ยังไม่ยอมลืมตาถามเสียงแผ่ว เมื่อไม่ได้คำตอบเขาเลยฉวยโอกาสดึงโคกะเข้ามากอดไว้อย่างที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ตอนล้มตัวลงนอน

“... คิดอะไรอยู่”

โคกะที่ถูกกอดไว้แน่นได้แต่ส่ายศีรษะแล้วตอบด้วยเสียงอู้อี้

“ไม่มีอะไร”

“คิดอะไรลามกรึไง”

มือที่จับมือของโคจิไว้ออกแรงบีบเต็มที่จนเจ้าของมือร้องโอ๊ยเบาๆ

“ผมแค่แหย่เล่นเฉยๆ”

โคกะไม่พูดอะไรต่อ คนที่กอดเธอก็ยังกอดไว้อย่างนั้นราวกับรู้ว่าเธอกำลังจะพูดอะไรต่อ

“... โค”

“ว่าไง”

“... ฉันรักโค” เสียงหวานใสที่ดังออกมาฟังดูแผ่วเบาเสียยิ่งกว่าเสียงกระซิบ

“... อื้ม” เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น

“ผมก็เหมือนกัน...”

ร่างเล็กขดตัวเข้าหากันจนดูเล็กกว่าเดิม เขายกมือลูบศีรษะเธอช้าๆ

“ทีนี้... นอนได้แล้วนะจิบิกะ”

“... ราตรีสวัสดิ์” โคกะเอ่ยเบาๆแล้วตัดสินใจนอนเสียที โคจิเองก็ต้องพูดคำว่าราตรีสวัสดิ์เป็นรอบที่สามก่อนที่จะได้นอนจริงๆ

... คนเราเวลาบอกว่ารักกัน...

... คำว่ารักนั้น...

... อยู่ได้นานแค่ไหนนะ...

... หนึ่งเดือน...

... หนึ่งปี...

... หรือว่าตลอดไป...

 

 

 

 

To be continue...



Free Talk>>

โฮกแฮ่ค่ะทุกคน

ปั่นเร็วมาก 5555

อยากต้อนรับธีมใหม่ด้วยเอนทรี่ดีๆเร็วๆ 555

คราวนี้ ไหนๆก็ดอดไปทำการค้นคว้าเพื่อนิยายเรื่องนี้เพิ่มขึ้น ก็เลยมีของมาให้ดูกันค่ะ




รูปนี้เป็นเส้นการเดินทางด้วยรถไฟในโตเกียว

เส้นสีส้มคือทางรถไฟ เส้นสีดำคือการเดินด้วยเท้าค่ะ *--*

อพาร์ทเมนต์ของโคจิคุง อยู่ในแถบชินจูกุ โดยลงรถไฟที่สถานีชินจูกุเกียวเอนมาเอะ แล้วเดินอีกนาทีกว่าๆก็จะถึงที่พักแล้วค่ะ

ส่วนอพาร์ทเมนต์ของโคกะอยู่ก่อนถึงสถานีรถไฟอิเคบุคุโระเล็กน้อย จุดที่โคกะลงรถไฟก็คือสถานีเมจิโระ เดินจากเมจิโระประมาณ11นาทีก็ถึงค่ะ

ส่วนอพาร์ทเมนต์ของทั้งสองคน

ด้วยความบ้าคลั่ง (ว่างไป?) เลยหามาให้ดูกันค่ะ

เริ่มจากอพาร์ทเมนต์ของโคจิคุงก่้อนเลยก็แล้วกันค่ะ

เป็นตึกคอมโฟเรีย2 ความสูง15ชั้น สร้างขึ้นในปี2005

ค่าเช่าของโคจิคุงตกเดือนละประมาณ120,000เยน(ยังไม่รวมค่าส่วนกลาง)ค่ะ

ส่วนนี่จะเป็นแผนผังห้องของโคจิคุงนะคะ

พอจะนึกภาพกันออกมากขึ้นมั้ยคะ *0*

มาที่ห้องของโคกะกันบ้าง

อพาร์ทเมนต์ของโคกะคือPacific Residence Mejiro สูง10ชั้น สร้างขึ้นในปี1998

ค่าเช่าก็ตกเดือนละแสนเยน (ยังไม่รวมค่าส่วนกลาง) อย่างที่ได้บอกไปในเรื่องนะคะ

และนี่คือผังห้องของโคกะค่ะ



นึกภาพออกง่ายขึ้นเนอะคะ

ส่วนโคจิคุง ก็... มองธีมบลอคเอาโลดค่า~~~~~!! ได้ฟีลถึงใจ

ก็มันคือนิยายขายฝันนี่นะ 5555555555 (ไม่อายผู้คน?)

แฮ่~~~~~~~!!






ไปก่อนร่ะ



จู๊บบบบบบ




เลิฟทุกคนนนนนนน






บันซาย~~~~~~!!!




Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ไอ้ผู้ชายบ้าาาาาาาาาาาาาาาาาา

อ่ากกกกกกกกกกกกกกกกก หวานเว้ยยยยยยยย หมั่นไส้!!!!!

ผู้ชายแมร่งยั่วนี่หว่า!!! (???)

จิ้นเสียงจิ้นหน้าคาเนปเป้ตอนพูดว่า "จิบิกะ" แล้วมัน.....

*ตาย*

#1 By KeeChan on 2008-02-23 15:26

.....มันนอนอีกเรอะ ... นอนเฉยๆได้ไงวะ !!!!

#2 By :nakare: on 2008-02-23 21:12

เออ ลืม ชั้นอ่านแล้วหิว

/ตบๆๆๆๆ

#3 By :nakare: on 2008-02-23 21:13

^
อีrep2
ไม่มีใครหื่นกินสมองอย่างมึงหรอกค่ะ อีห่า - -+
แฮ่ พี่ฮานะค้า
กลอยเปิดมาตามอ่านตั้งแต่ตอนแรกเลย

ฮะโฮก อ่านไปยิ้มไป น่าร๊าก
...แต่พอเห็นชื่อเป็นโคจิ เลยนึกภาพDKแทนคาเนะจัง

#5 By ハル♪☆haru*? on 2008-02-24 19:46

ฟิคหวานเลี่ยน
บังเอิญช่วงนี้แอนตี้คู่รักอยู่ค่ะopen-mounthed smile
เห็นข้อมูลที่อุตส่าห์หามาแล้วก็ทึ่ง...ขยันเนอะ สุดยอดเลย รายละเอียดยิบย่อยไม่ยอมให้หลุดพ้นสายตา 5555

ก็ยังคงเป็นฟิคที่มีของกินเป็นหลักเหมือนเดิม หรือความจริงเป็นเพราะเราสนใจของกินเป็นพิเศษไม่รู้แฮะ ถึงคราวนี้จะน้อยลงหน่อย แต่ก็ชวนให้หิวอยู่ดี ดูแล้วน่ารักเนอะ แฟนกัน ทำอาหารให้กัน นอนค้างด้วยกัน แต่แบบ...คาใจมาก โคจิเป็นโคตรสุภาพบุรุษที่ร้อยปีมีคนนึงหรืออย่างไร..นอนกอดแฟนตัวเองเฉยๆ ไม่คิดลามกเลยได้ไงเนี่ย!!! (แกมันลามกเกินกุลสตรีต่างหากมั้ง...- -")ก็โดยปกติแล้ว ผู้ชายก็นะ..แหม รู้ๆ กันอยู่ สองคืนเข้าไปแล้วก็ยังเป็นความรักที่อ่อนโยนแสนดีอยู่นั่นเอง อะไรมันจะมีความสุขปานนี้!! น่าอิจฉาจริงๆ จิบิกะ~~~~~~ >o<

คิดว่าเรื่องค่อยดำเนินเข้าสู่จุดไคลแม็กซ์ทีละน้อย โคจิช่างเป็นไอดอลที่เรียบง่ายดีแท้ เป็นคนอื่นโคกะคงโดนแฟนตามตบตีรุมทึ้งตายคาฝ่าเท้าไปแร้ว -"- เค้าว่าแฟนใคร ก็มักจะเป็นอย่างศิลปินอ่ะนะ โคจิคงเป็นสุภาพบุรุษแสนดี แฟนๆ เลยไม่ค่อยน่าหวาดกลัวเหมือนนักฆ่าเท่าไร 55555 แบบนี้แฟนตัวจริงก็ค่อยสบายใจหน่อย แต่ก็อย่างว่าแหละ ทุกคนก็ใช่ว่าจะดีเหมือนกันหมด ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่คนรอบตัว แต่อาจจะอยู่ที่ตัวเองมากกว่า โดยเฉพาะโคกะอ่ะ

เราเข้าใจว่าเวลาคนเรามีความสุขมักจะกลัวง่ายเป็นพิเศษ เพราะยิ่งสุขมากเท่าไร ก็ยิ่งกลัวว่ามันจะหายไป ถ้าทำใจได้ว่าสักวันมันก็ต้องหายไป เครียดไปก็เท่านั้น แบบนั้นคงไปบวชแล้วล่ะ 555 แต่อย่างโคจิคงทำให้โคกะรู้สึกมั่นคงมากพอที่จะไม่กังวลอีกเลยนะ คิดว่ายังงั้น ^^

เหลือแต่ก้างมาซา จะมีบทอะไรต่อไป ต้องรอตอนหน้า (หรือตอนหน้าๆ?) อันนี้ก็ได้แต่เดา หุๆๆๆ

มีแรงไปแต่งต่อได้แล้ว~~~~~ FIGHTING!!!!

#7 By なし on 2008-03-04 16:58