[Original+Fiction] RAINBOW: -6-

posted on 19 Feb 2008 01:54 by hanachiko  in NOVELandPOEM





Title: RAINBOW

Author: hana matsumoto













-6-





 

‘ผู้ส่ง: โค

หัวข้อ: คิดถึง

คิดถึงจิบิกะจัง มีแววทำงานจนคริสต์มาสแน่ๆ... แต่ยังไงคืนอีฟผมก็จะพยายามมาให้ได้นะ’

 

‘หัวข้อ: Re: คิดถึง

(#`ε´#ゞ ทำงานไปเถอะน่า อย่าอู้มาส่งข้อความสิ’

 

‘ผู้ส่ง: โค

หัวข้อ: Re: Re: คิดถึง

ทำเป็นเขิน... ผมอยากเจอหน้าจิบิกะจริงๆนะ’

 

โคกะเปิดระบบกล้องถ่ายรูปขึ้นมาพลางแลบลิ้นใส่เลนส์แล้วกดชัตเตอร์ ก่อนจะกดส่งเป็นข้อความภาพไปให้โคจิ ไม่ทันเก็บมือถือลงกระเป๋า ก็มีอีเมลตอบกลับมา

 

‘ผู้ส่ง: โค

หัวข้อ: ตัวประหลาด

อื้ม อื้ม (^__^)// ผมคิดถึงตัวประหลาด’

ตั้งแต่ได้คบเป็นแฟนกัน งานของโคจิก็มีมากขึ้นจนเวลาที่จะได้เจอกันแทบไม่มี โคกะถึงกับอวดว่าเพราะเธอเป็นตัวนำโชคจนถูกโคจิเรียกว่า ‘ลัคกี้จิบิกะ’ อยู่พักหนึ่ง การพบกันที่ร้านยังคงไม่มีปัญหาเนื่องจากเขายังไม่ถูกจับตามองในเรื่องส่วนตัวมาก แต่จากวันที่ไปอควาเรี่ยมด้วยกัน ทั้งสองคนก็ยังไม่มีโอกาสได้ไปเดทกันอีกเลย จนโดนโยนวันเดทมาเป็นคริสต์มาสอีฟ

เสียงเคาะประตูห้องของเธอดังขึ้น โคกะที่กำลังมัดผมอยู่เดินไปเปิดประตู

“อ้าวมาซา... มีอะไร”

“คืนนี้ไม่กินข้าวนะ... ต้องไปงานเลี้ยง”

“หือ.. งานเลี้ยง? ปกติเลี่ยงได้ไม่ใช่เหรอ” หญิงสาวตีสีหน้าประหลาดใจ

“อืม... ก็เธอปฏิเสธฉันนี่... พ่อก็เลยบังคับน่ะ ก็แค่ไปดูพวกผู้หญิงที่หวังสูบเงินจากฉัน... ก็แค่นั้น” มาซาฮารุตอบพลางทำหน้าเบื่อโลก

“มีเนื้อชีสเหลืออยู่... เอาเป็นข้าวกล่องไปปลอบใจที่มหาวิทยาลัยไหม” เธอบุ้ยหน้าไปทางในห้อง แต่เขากลับส่ายศีรษะ

“ไม่ดีหรอก มีแฟนแล้วนะยัยบ๊อง... มาทำข้าวกล่องให้ฉันเดี๋ยวก็ถูกเข้าใจผิดหรอก”

“โคไม่เข้าใจผิดหรอก... ไม่เข้าใจผิด... จะเอาไหมยะ” โคกะยกนิ้วชี้ขึ้นมาส่ายไปมาที่ปากพลางทำเสียงจุ๊ๆ

“... เอามาสิ”

เมื่อมาซาฮารุออกไปจากห้อง โคกะก็พลันนึกถึงวันที่กลับมาจากอควาเรี่ยม เป็นครั้งแรกที่ทะเลาะกับเพื่อนชายคนนี้อย่างจริงจัง

“ประสาทเสียหรือไง ไอดอลแบบนั้นจะมาจริงจังกับเธอได้ยังไง ก็แค่หลอกเธอเล่นสนุกไปวันๆเท่านั้นแหละ”

“ไร้สาระเกินไปแล้วนะมาซา ฉันจะคบใครเป็นแฟนมันก็เรื่องของฉัน ไม่ใช่เรื่องที่นายจะมาตัดสินนะ!” โคกะขึ้นเสียงกลับพลางเดินหนีอย่างไม่สนใจ ข้อมือเล็กถูกคว้าไว้ทำให้ต้องหันมามองอีกฝ่ายอย่างโมโห

“เธอชอบหมอนั่นจริงๆเหรอ” มาซาฮารุถามเสียงอ่อน น้ำเสียงและสายตาที่มองมาทำให้โคกะสงบลง

“ฉันก็ไม่รู้หรอกนะ ว่ามันจะอะไรกันนักหนา แต่ว่า ตอนนี้ ฉันรู้สึกว่ารัก... ถ้าคบกันไปแล้วมันไม่รอด ก็คือไม่รอด... มาซาเข้าใจใช่ไหม มาซาน่าจะรู้นี่ว่าฉันเป็นคนแบบไหน... ถ้ามันจะไปกันไม่รอด หรือเขาหลอกฉัน ก็ให้ฉันเห็นเอง ไม่ต้องให้ใครมาบอก ไม่อย่างนั้น ชั่วชีวิตฉันก็ต้องอยู่โดยที่มีคนคอยบอกเสมอนี่...”

“ฉันอยู่กับเธอได้... ตลอด”

“แต่มาซาเป็นเหมือนคนในครอบครัวของฉัน... มาซาอุดช่องว่างในใจของฉันไม่ได้... ฉันถึงบ้าไอดอลอย่างที่มาซาเคยเห็นไง... แต่โค... อุดช่องว่างตรงนั้นได้... ทำให้ฉันรู้สึกแบบที่ไม่เคยเป็น... เข้าใจฉันใช่ไหมมาซา... เข้าใจนะ...” คราวนี้มาซาฮารุเงียบไปนาน โคกะเองก็ไม่คิดขยับหนีไปไหน ในเมื่อคุยกันแล้ว ก็ต้องเอาให้เข้าใจกัน ไม่อย่างนั้นคงรู้สึกไม่สบายใจไปตลอด

ในที่สุดมาซาฮารุก็ปล่อยข้อมือเธอให้เป็นอิสระ

“รับปากนะว่าจะมีความสุข”

“สัญญาได้แค่ถ้ารู้สึกว่าไม่ใช่หรือไม่ดีก็จะเลิก”

โคกะนึกแล้วก็ถอนหายใจออกมาทั้งๆที่ใบหน้าระบายรอยยิ้ม มาซาฮารุทำตัวเหมือนเป็นทั้งพ่อและพี่ชายมากกว่าที่เธอคิดไว้ แต่เพราะรู้สึกแบบนี้มาตลอด จะให้เธอหันมามองเขาแบบคนรักคงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หญิงสาวกลับมาคิดถึงโคจิพลางนึกถึงของขวัญคริสต์มาสที่จะให้เขา

... ถักผ้าพันคอให้ก็แล้วกัน...

... เอาสีชมพูท่าจะดี...

... คงดูน่ารักพิลึก...

โคกะกลับสู่สภาพการเป็นลูกค้าแบบเนียนๆ ข้อมูลที่ถูกกองไว้เป็นตั้งๆกำลังได้รับการคิดวิเคราะห์จากเธอ ผมม้าด้านหน้าถูกหนีบเป็นกระจุกอยู่ด้านบน

... หนอย...

... คิดโจทย์มาได้...

... ประเด็นเรื่องโฮโมเซ็กช่วลในบทละครของเชคสเปียร์...

... อีตาเขย่าหอกเอ๊ย...

... คอยดูนะ...

... งานที่ต้องทำส่งเพื่อเรียนจบ...

... ฉันจะเล่นละครของนาย...

โคกะคิดเพื่อเป็นแรงผลักดันขณะที่ปากกาก็ขีดๆๆลงบนกระดาษด้วยความแค้น (เรื่องอะไรก็ไม่รู้) สายตาเธอเหลือบไปมองผ้าพันคอในถุงที่ถักเกือบเสร็จเรียบร้อย ริมฝีปากเล็กของเธอค่อยคลี่ยิ้มออกมาก่อนจะหันกลับมาสนใจรายงานต่อ

... จะได้ถักให้ทันคริสต์มาส...

เสียงริงโทนดังมาจากมือถือบนแท่นชาร์จ โคกะที่เพิ่งออกจากห้องน้ำมารีบขยี้ผ้าขนหนูผืนเล็กบนศีรษะแรงๆก่อนจะรีบกดรับ

“ไฮไฮ”

-จิบิกะ ผมเลื่อนเดทคืนอีฟได้ไหม-

“เอ๋??? ทำไมล่ะ?? มะรืนนี้แล้วนะ” โคกะทำน้ำเสียงเป็นเชิงต่อว่าเล็กน้อย

-ตอนนี้ผมอยู่สนามบิน... ต้องไปไต้หวัน ก็เลยไม่รู้ว่าจะกลับไปทันไหม-

“.... ฉันก็... จะรอดูก็แล้วกัน... เผื่อโคกลับมาทัน... โอเคไหม”

-อื้ม... ผมจะพยายามมาให้ได้นะ-

“โอเค ฉันจะรออยู่หน้าร้านนะ”

-จิบิกะ...-

เสียงที่ลอดมาจากปลายสายฟังดูขุ่นขึ้น

“หืมม์”

-... ถ้าผมถึงสนามบินแล้วจะโทรไปหา... รอผมอยู่ที่ห้องนะ อย่ามารอที่หน้าร้าน... กลางคืนมันอันตราย-

โคจิกำชับด้วยน้ำเสียงจริงจัง ความเป็นห่วงที่ผ่านมาทางโทรศัพท์ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่น

“เข้าใจแล้ว... อย่าลืมของฝากนะ... ของฝาก”

-อื้ม ผมไม่ลืมหรอก... เอาล่ะ... เขาเรียกขึ้นเครื่องแล้ว ผมไปก่อนนะ แล้วไว้ค่อยคุยกันนะจิบิกะ-

“แล้วไว้คุยกันนะ... เดินทางดีๆกลับมาดีๆล่ะโค..” โคกะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสดใส

... ดังใหญ่แล้ว...

... ดีจังเลยนะโค...

เสียงเพลงคริสต์มาสดังมาเรื่อยๆตามร้านรวงต่างๆ บรรยากาศดูคึกคักไปทั่วเมือง คู่รักหลายคู่เดินควงกันไปตามริมถนน โคกะทาบมือลงบนกระจกร้านแล้วก็ต้องรีบชักมือคืนออกมา เพราะอากาศข้างนอกเย็นมากกว่าที่คิดไว้

“เอาล่ะ โคกะจัง วันนี้เรารีบปิดร้านกันดีกว่านะจ๊ะ” มากิเอ่ยขึ้นพร้อมๆกับที่เริ่มเช็ดเคาน์เตอร์

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ หนูบอกแล้วนี่คะ ว่าโคเขาแคนเซิล” โคกะหันมายิ้มตอบ

“เอาล่ะเอาล่ะ... ฉันต้องปิดเร็วอยู่ดีจ้ะ ฉันจะไปรับแฟนที่นาริตะจ้ะ”

“... อ้าว ทาโร่ซังจะกลับมาแล้วเหรอคะ”

“จ้า จะกลับมาอยู่ตั้งสองอาทิตย์” มากิตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

... ถ้าไปนาริตะ...

“งั้นหนูไปด้วยนะคะ” โคกะดูมีท่าทีกระตือรือร้นขึ้นมาทันที

“จะไปรับโคจิคุงสินะ”

คนตัวเล็กกว่าพยักหน้าหงึกหงัก มากิจึงเข้ามารุนหลังเธอพร้อมกับกำชับ

“ถ้าอย่างนั้นก็รีบไปแต่งตัวให้น่ารักดีกว่า... เร็ว”

“ค่ะ! เดี๋ยวหนูจะรีบมา ขอเวลาประมาณ20นาทีนะคะ”

“อีก30นาทีฉันจะออกจ้ะ เอาล่ะ รีบไปรีบมานะ”

“ค่ะ!” โคกะรีบวิ่งไปเก็บของที่หลังร้านด้วยความรวดเร็วก่อนจะพุ่งออกจากร้านไปราวกับติดจรวด

... ไปเซอร์ไพรส์ดีกว่า...

... โคจะได้ดีใจ...

โคกะในชุดเสื้อแขนยาวคอเต่าสีดำ ที่มีชุดวันพีซไหมพรมแขนยาวคอกว้างลายเทาสลับขาวสวมทับอยู่อีกที ก้าวผ่านประตูเลื่อนอัตโนมัติเข้ามา เสื้อผ้าวันนี้รับกับกระเป๋าสะพายไหล่ใบสีขาว รองเท้าบู๊ตสีขาวและถุงเท้ายาวสีดำ ผมยังคงถูกมัดมาด้านข้างเหมือนเดิม มือข้างหนึ่งถือถุงกระดาษสีเขียวแดงซึ่งเป็นสีของคริสต์มาสไว้ ข้างในเป็นผ้าพันคอสีชมพูอ่อนที่ถักเสร็จแล้ว

“แล้วพบกันพรุ่งนี้นะจ๊ะ โคกะจัง”

“ค่า~~ ขอบคุณมากนะคะมากิซังที่ให้หนูติดรถมาด้วย” หญิงสาวโค้งตัวขอบคุณก่อนจะแยกกับมากิ นัยน์ตากลมโตเหลียวมองไปรอบๆด้วยความไม่คุ้นเคย

... ไม่ได้มานานแค่ไหนแล้วนะ...

... ตั้งแต่พ่อกับแม่ยังอยู่เลยมั้ง...

โคกะเดินไปนั่งลงตรงเก้าอี้ติดกันแล้ววางถุงไว้บนตัก นาฬิกาเรือนใหญ่ที่อยู่บนฝาผนังบอกเวลาห้าทุ่ม หญิงสาวยกมือข้างเล็กขึ้นมาถูกันเพื่อความอบอุ่นก่อนจะเบนสายตาไปยังจอทีวีที่แสดงตารางเวลาเครื่องขึ้นเครื่องลงของแต่ละเที่ยวบิน

... มาเร็วเกินไปหรือเปล่านะ...

หญิงสาวหันมาเปิดกระเป๋าออกแล้วหยิบงานซีร็อกซ์รวมบทละครของเชคสเปียร์ออกมา หลังจากที่ส่งรายงานชิ้นสุดท้ายไปแล้ว งานจบการศึกษาของเธอต้องทำละครเวที และกลุ่มของเธอก็เลือกทำงานเขียนของเชคสเปียร์ ในฐานะที่เธอเป็นหัวหน้ากลุ่ม ทุกคนจึงลงความเห็นให้เธอเป็นคนเลือกเรื่องที่จะทำ

สายตาของเธอไล่อ่านเรื่องย่อแต่ละชิ้นอย่างละเอียด มืออีกข้างหยิบปากกามาเขียนโน้ตที่น่าสนใจสำหรับแต่ละเรื่องไว้

... ที่แน่ๆโรมิโอ จูเลียตเนี่ยปาทิ้งไปเลย...

มือเปิดกระดาษข้ามเนื้อเรื่องส่วนที่เป็นของโรมิโอกับจูเลียตไป สายตาก็มาเจอกับเรื่องแฮมเล็ต เจ้าชายแห่งเดนมาร์ก

... แฮมเล็ตก็เล่นกันจนเกร่อ...

พอเปิดมาต่อก็เจอกับส่วนของเรื่องตลกอีกมากมาย

... เรื่องตลกก็ไม่เอา...

... น่าจะไปซีร็อกซ์เสียเอง...

... ใครเรียงเรื่องกันแบบนี้เนี่ย...

เธอคิดไปพลางเปิดให้พ้นๆไปพลาง จนไปเจอกับเรื่องแม็คเบธ คราวนี้มือที่ตั้งใจจะเปิดต่อกลับหยุดนิ่ง สายตาไล่อ่านตั้งแต่บรรทัดแรกอย่างละเอียดพร้อมกับขีดส่วนที่น่าสนใจไว้เรื่อยๆ

“เฮ้อ...” โคกะถอนหายใจออกมาหลังจากอ่านจนจบทั้งปึก ในที่สุดก็ตัดสินใจได้

... แม็คเบธ...

... พระเอกที่เป็นตัวร้าย...

... แบบนี้แหละ...

... สะใจดี...

พอได้เรื่องที่ต้องการแล้ว ใบหน้าของเธอก็เริ่มระบายไปด้วยรอยยิ้มพร้อมกับเสียงฮัมเพลงเบาๆอย่างอารมณ์ดี

... กี่โมงแล้วเนี่ย...

นาฬิกาเรือนใหญ่เรือนเดิมบอกเวลาเกือบตีหนึ่ง บนหน้าจอทีวีข้างๆก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะมีเครื่องจากไต้หวันมาลงที่นี่

... เพิ่งจะตีหนึ่งเอง...

... ไม่เป็นไรหรอกน่า...

โคกะนั่งนิ่งได้เพียงครู่เดียวก็ตัดสินใจหยิบงานขึ้นมาทำต่อแทน

... ไหนๆก็จะนั่งรอแล้ว...

... ลองวิเคราะห์ ตีความและลองคิดแนวที่จะใช้ทำละครเวทีไปเลยดีกว่า...

... ยังไงพรุ่งนี้ก็ไม่มีเรียนแล้ว...

ปากกาจรดลงบนกระดาษก่อนที่ความคิดของเธอจะถูกเรียงไปมาบนกระดาษหน้าหลังของซีร็อกซ์ปึกนั้น

ร่างเล็กบิดขี้เกียจสุดตัว ก่อนจะวางกระดาษและปากกาลงข้างๆ ในที่สุดก็พอจะได้ไอเดียที่จะทำงานแล้ว สายตาพลันไปสบกับนาฬิกาเรือนใหญ่อีกครั้ง

... หวาย...

... ตีสี่แล้วเหรอเนี่ย...

... ทำเพลินเลย...

เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋า บนหน้าจอไม่มีสายที่ไม่ได้รับ ไม่มีอีเมลที่ไม่ได้อ่าน แววตาที่เป็นกระกายอยู่ก่อนหน้านี้ดูสลดลงไปวูบหนึ่ง ความคิดที่ว่าโคจิอาจจะไม่กลับมาวันนี้ หรือไม่ก็ลืมที่จะโทรหาเธอเริ่มผุดขึ้นมาในหัว นัยน์ตากลมโตจ้องมองหน้าจออีกครั้ง

... โอม... เพี้ยง!!...

“!!?” โทรศัพท์มือถือในมือที่ถูกบีบจนแน่นสั่นขึ้นมาก่อนเสียงริงโทนที่แสนคุ้นเคยจะดังขึ้น

ไม่ต้องรออ่านว่าใครโทรมา โคกะกดรับทันที

“โค!”

-หวา? ทำไมรับเร็วจัง จิบิกะ-

“ก็ฉันหยิบมือถือขึ้นมาดูพอดีน่ะสิ... โทรจิตแหงๆเลยเนอะ... โทรจิต” โคกะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเริงร่า

-ผมเพิ่งแยกกับทีมงาน กำลังว่าจะไปเรียกแท็กซี่ จะออกมาเจอกันไหม-

“ไม่เหนื่อยเหรอโค” หญิงสาวรีบลุกขึ้นแล้วเก็บข้าวของใส่กระเป๋าและหยิบถุงของขวัญขึ้นมาพลางเดินไปหาว่าเรียกแท็กซี่กันตรงไหน

-ไม่หรอก... ผมอยากเจอจิบิกะมากกว่า-

“... แล้วตอนนี้โคอยู่ไหนแล้ว” คนตัวเล็กแอบตัวเองหลังเสาเมื่อเห็นบริเวณที่มีบริการแท็กซี่ โคกะคอยยืดคอออกไปมองหาโคจิ

-กำลังเดินอยู่... เดี๋ยวก็พ้นประตูแล้ว... ว่าไง จะออกมาเจอกันไหม-

“อื้อ!! เจอสิ” เธอยังคงชะเง้อชะแง้มองหาโคจิว่าพ้นประตูมาหรือยัง

-ถ้าอย่างนั้น พอถึงหน้าร้านแล้วผมจะโทรบอกนะ แล้วเจอกัน!-

“เอ๋-??” พอพูดจบชายหนุ่มกลับตัดสายไปทำเอาโคกะถึงกับยืนนิ่ง

... เอาล่ะ...

... ถ้าเป็นแบบนี้...

... ก็ต้องจ้องไม่ให้พลาดทีเดียว...

... ออกมาเสียทีสิโค...

“รู้ไหมว่ามาแบบนี้ผมเซอร์ไพรส์มากเลยนะ” วงแขนแข็งแรงโอบรัดร่างเล็กจากด้านหลัง โคกะรีบหันศีรษะไปดูด้วยความตกใจ

“โค??” เสียงของเธอฟังดูตกใจระคนดีใจ ชายหนุ่มคลายอ้อมกอดเพื่อให้โคกะหันมาหาเขาทั้งตัว ฝ่ามือใหญ่ลูบศีรษะเธอเบาๆ

“มารอผมตั้งแต่เมื่อไหร่” โคจิถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มที่ดูเขินๆปรากฏอยู่

“... ตั้งแต่ห้าทุ่มได้... ฉันติดรถมากิซังมาน่ะ”

มือที่ลูบศีรษะของเธออยู่ย้ายมาดีดหน้าผากมนเข้าเต็มแรง

“โอ๊ย!!” หญิงสาวร่างเล็กถอยตัวออกมา ยกมือข้างที่ว่างขึ้นมาลูบบริเวณที่ถูกดีด

“เจ็บนะโค”

“ทีเดียวยังไม่พอด้วยซ้ำ... ไม่เห็นต้องมารอนานขนาดนั้นเลย... นี่แปลว่ายังไม่ได้นอนใช่ไหม”

“อือ... แอบง่วงๆนิดๆแล้วล่ะ..... แต่ว่านะ แต่ว่า... ก่อนจะว่าฉันดูนี่เสียก่อน...” โคกะลากเสียงยาวในคำสุดท้ายก่อนจะยื่นถุงของขวัญให้คนตรงหน้า

“แต่นแต๊น~~~น! เมอร์รี่ คริสต์มาส!”

โคจิรับถุงมาแล้วรีบเปิดด้วยความรวดเร็ว หากสังเกตดีๆจะเห็นว่าเขาดูเขินมากกว่าเมื่อครู่ แค่โคกะมารอรับเขาแบบนี้ก็ดีใจมากพออยู่แล้ว นี่ยังมีของขวัญมาให้อีก ทำเอาโคจิตีสีหน้าไม่ถูกเลยทีเดียว

ผ้าพันคอไหมพรมสีชมพูผืนยาวถูกดึงออกมาจากถุง โคจิยิ่งยิ้มกว้างมากขึ้น

“ยาวจัง... ว่าแต่ ทำไมสีชมพูล่ะ”

“ก็ฉันว่าเหมาะกับโคดี... มะ?” ริมฝีปากเล็กแย้มรอยยิ้มออกมาให้ก่อนจะถามว่าใช้เลยไหม

โคจิไม่ตอบแต่รูดผ้าพันคอผืนที่ใช้อยู่ออก แล้วพันปลายด้านหนึ่งของผ้าพันคอผืนใหม่เข้ากับลำคอ อีกด้านหนึ่งเขายกแขนพร้อมกับส่วนที่เหลือข้ามศีรษะของโคกะแล้วพันรอบๆลำคอของเธอ

“เอ้า...”

“... อ... เอ๋?” นัยน์ตากลมโตกระพริบปริบๆ

“อากาศเย็นแบบนี้ไม่รู้จักพันผ้าพันคอได้ยังไง...” เขาทำเสียงดุใส่

“ว่าแต่... โครู้ได้ยังไงว่าฉันยืนอยู่ตรงนี้”

“ผมเห็นพอดีน่ะสิ... เลยรีบวางหู... ตื่นเต้นไหม” เขายกปลายนิ้วขึ้นจิ้มแก้มเธอเบาๆ

“อื้อ! มากๆเลย...” ตอบเสร็จโคกะก็หาวออกมา ลมหายใจที่ผ่อนออกกลายเป็นไอสีขาว โคจิโอบไหล่เธอให้เข้ามาชิดพลางเดินไปเรียกแท็กซี่

“วันนี้ผมได้พัก... ไปที่ห้องผมไหม... ง่วงแล้วสิจิบิกะ”

“ไปได้เหรอ?”

“ได้สิ... ไปไหม”

“อื้อ...... ไปสิ ไป”

เมื่อมาถึงอพาร์ทเมนต์ที่โคจิอาศัยอยู่ โคกะแหงนหน้ามองอาคารสูงจนแทบจะหงายหลัง ก่อนหน้านี้เคยคิดว่าที่เธออยู่นั้นสูงแล้ว แต่ที่นี่กลับดูทันสมัยและสูงกว่าเยอะทีเดียว - - - โคจิพักอยู่ที่ชั้น14 พอเข้าไปในห้อง หญิงสาวใช้สายตากวาดไปรอบๆขณะที่รอเจ้าของห้องรูดผ้าพันคอออกมาแขวน ห้องของเขาเป็นสีขาวและทุกอย่างที่มองเห็นดูเป็นระเบียบกว่าที่คิดไว้ถ้าให้นึกเทียบกับห้องของมาซาฮารุ กะคะเนด้วยสายตาก็ดูจะเล็กกว่าห้องที่เธออยู่ด้วยซ้ำ

โคจิไม่ได้พูดอะไร ชายหนุ่มเดินนำเธอไปที่ห้องด้านขวา ห้องที่อยู่ตรงหน้าก่อนเลี้ยวขวาก็คือห้องทานข้าวกับห้องครัว เดาได้ว่าทางซ้ายมือเป็นห้องน้ำ พอเปิดประตูห้องทางขวาไป ก็เจอกับห้องนอนที่มีทีวีจอใหญ่ตั้งอยู่ด้านปลายเตียง

“หยา... ทีวีจอบิ๊ก” โคกะว่าพลางมองไปรอบๆห้องนอนเขาอย่างละเอียด มีโน้ตบุ๊คหนึ่งเครื่องวางอยู่บนโต๊ะข้างๆทีวี เจ้าของห้องเลิกผ้าห่มสีเทาขึ้นก่อนจะนั่งลง โคจิตบมือกับเตียงพลางร้องเรียกคนที่หมุนซ้ายหมุนขวาอยู่ใกล้ๆประตูห้อง

“มานอนมา... จิบิกะ”

“... ไม่เอา ถึงจะง่วงก็เถอะ...”

โคจิขยับยืดตัวจนหลังพิงกับหัวเตียงสบายๆ เขาจัดหมอนให้ตั้งขึ้นแล้วหันมาหาเธออีกครั้ง

“ไม่นอนก็มานั่งข้างๆผมนี่...”

พอเขาพูดแบบนั้น โคกะจึงปีนขึ้นเตียงแล้วนั่งในท่าเดียวกันข้างๆเขา สายตาเธอมองไปที่จอทีวีขนาดใหญ่ตรงหน้า

“ดูหนังกันไหม” เขาถามขึ้นหลังจากสังเกตได้ว่าหญิงสาวดูจะตื่นตาตื่นใจกับทีวีเครื่องนี้เหลือเกิน

“ก็ได้นะ... แต่ก่อนหน้านั้น... ฉันมีเรื่องจะเล่าให้ฟังล่ะ” มือเล็กๆของเธอวางลงบนฝ่ามือของเขาพลางตบเบาๆ โคจิหันมามองหน้าเธอก่อนจะยิ้มให้แล้วเอ่ยปากให้เธอเล่า

“ตอนปลายเดือนกุมภาน่ะ... ฉันจะแสดงละครของคณะด้วยล่ะ”

“หือ? จิบิกะเล่นละครเป็นด้วยเหรอ... ซุ่มซ่ามอย่างนี้ไม่ใช่ว่าไปทำฉากเขาพังหรอกนะ”

ทันทีที่ได้ฟัง คิ้วเรียวก็ขมวดเข้าหากันทันที แก้มที่ปกติกลมอยู่แล้วเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นแถมยังดูกลมกว่าเก่าเมื่อเธอเป่าแก้มจนพองพร้อมกับทำเสียง บู้... บู้ มือที่ตบเบาๆเปลี่ยนเป็นทุบปั้กลงบนฝ่ามือเขาเต็มแรง

“ฉันเรียนเอกวรรณกรรมนะยะ โคบ้า” โคกะค้อนให้ทีหนึ่งพลางทำเป็นหันหน้าหนี

... พูดมาได้...

... ถึงฉันจะซุ่มซ่าม...

... แต่นั่นมันเพราะโคต่างหาก...

... ที่ทำให้ฉันเพี้ยนจนเอ๋อ...

โคจิหัวเราะออกมาก่อนจะจิ้มแก้มป่องๆของคนตัวเล็ก

“ผมแหย่เล่น... เล่นเรื่องอะไรเหรอ” ฝ่ามือใหญ่เอื้อมมาลูบศีรษะเธอพลางโยกไปมา

“แม็คเบธ... รู้จักไหม”

“ที่ว่าเป็นละครเวทีต้องสาป ใช่หรือเปล่า” เขาหยุดมือที่กำลังโยก

“อื้อ... รู้เหมือนกันนี่นา”

“คนที่เล่นเป็นแม่มดในเรื่องจะตายกันไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมยังจะเล่นเรื่องนี้อีก” โคจิเป็นฝ่ายทำหน้ายุ่งขึ้นมาบ้าง

“ฉันจะใช้วิธีพากย์เสียงของแม่มดเอา กันไว้ไง” หญิงสาวตอบพร้อมรอยยิ้ม

“แล้ว... จิบิกะเล่นเป็นใคร”

“คงจะเล่นเป็นเลดี้แม็คเบธ... แต่นี่ก็แค่ที่ฉันอยากนะ ยังไงก็ต้องฟังความเห็นเพื่อนในกลุ่มก่อนนั่นแหละ...” พูดจบโคกะก็หาวออกมาอีกครั้ง

โคจิตลบผ้าห่มมาคลุมร่างเธอไว้ แล้วโน้มตัวมาดึงยางรัดผมของเธอออกปล่อยให้ผมสีน้ำตาลเข้มทิ้งตัวลงเลยบ่าลงมา

“ทำอะไร...”

“นอนซะๆ... จะตีห้าแล้ว... ผมไม่ไปไหนหรอก วันนี้ว่างทั้งวัน”

ร่างเล็กค่อยๆถอยตัวลงมาพร้อมกับหมอนที่ไหลตามลงมาด้วย มือสองข้างจับผ้าห่มให้ปิดจนถึงคอ นัยน์ตากลมโตหันไปมองคนข้างๆที่ตั้งท่าจะซุกตัวลงมาบ้าง

... โคจะนอนข้างฉันแบบนี้เหรอ...

... แล้วฉันจะนอนหลับไหม...

ราวกับโคจิอ่านความคิดของคนตัวเล็กได้ เขาจึงกลับไปนั่งท่าเดิมแล้วหัวเราะเบาๆ

“ราตรีสวัสดิ์นะ จิบิกะ” ฝ่ามือใหญ่ลูบหน้าผากมนช้าๆสองสามที

“... ราตรีสวัสดิ์.. โค” ริมฝีปากเล็กคลี่ยิ้มออกมาก่อนที่ดวงตาจะปิดลง พอหัวถึงหมอนเข้า ความที่ไม่ได้นอนมาตลอดคืนทำให้โคกะหลับสนิทด้วยความรวดเร็ว

เธอจึงไม่ได้เห็น รอยยิ้มที่อ่อนโยนของโคจิขณะมองใบหน้ายามหลับของเธอก่อนที่ร่างสูงจะค่อยๆเอนตัวลงนอนข้างๆ แล้วโอบกอดเธอไว้

“... แล้วสักวัน มาอยู่กับผมแบบนี้ทุกวันนะ จิบิกะ”

 

... เหมือนกับมีใครพูดอะไรสักอย่าง...

... แต่สมองฉันไม่รับรู้อะไรแล้ว...

... ช่างเถอะ...

... ที่ฉันได้มาที่ห้องของโค...

... ก็เป็นของขวัญคริสต์มาสที่เยี่ยมมากแล้ว...

 

 

 


To be continue...

Free Talk>> 

ตอน6มาแล้ว

อัพบลอคเอาโล่ห์อย่างจริงจัง?

คาเนปเ้ป้บ้า แม่ง

เสื้อ หมอน BEANBAG กระเป๋า ปฏิทิน!!!!!!!!!

จะทำออกมาเพื่อ???????????????? (เพื่อขูดรีดกรูไง)

สตาฟเฮงซุยยยยยยยยยย (คำด่าใหม่?)

ให้ส่งทั่วโลกเดะ 5เอ๊ย!!!!!!!!


 

ง่วงแล้ว ไปนอนล่ะ *---*

บ๊ายบาย




Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ่อ ถึงได้ถามว่ารู้จักละครนั่นใช่มั้ยเนี่ย
เธอคิดจะเอาชั้นเป็นตัวยึดว่าคนอื่นจะรู้จักรึเปล่าได้ยังไงเล่า (ชั้นมันไม่ใช่มนุษย์ปกตินะเธอ)

#1 By . : : ZePhyRuS : : . on 2008-02-19 02:19

อ่านๆไปยังไงๆ โคกะนี่ก็ฮานะซังจริงๆแฮะ ประโยคคำพูดเงี้ย 5555555

ชอบอีตาเขย่าหอก - -b

อืม...มาซา สุภาพบุรุษฉุดไม่อยู่ แต่คุณโคจินี่แสนจะหล่อเหลือเกินวุ้ย...เอายังงี้...เห็นชื่อทาโร่ซังมาใกล้ๆโคจิแล้วขำชอบกล(มันพาลนึกมิวกับปุริของจริงรวมกันให้มั่วไปหมดอีกแล้ว)

หวังว่าจะราบรื่นไปได้ดีต่อไป.. แต่ปกติก่อนพายุจะมาฟ้ามันจะสงบนี่นะ *หัวเราะ*

มารับแทคของเอนทรี่ที่แล้วด้วย*-*

#2 By 【いくみ】 on 2008-02-19 04:34

เห็นด้วยกะเนม ฮ่าๆๆ โดยเฉพาะเวลาด่าตาเขย่าหอกopen-mounthed smile

ผู้ชายเรื่องนี้... บ้า!!!!!

#3 By KeeChan on 2008-02-19 18:54

...มันนอนเฉยๆได้ยังไง กรี๊ดดด

#4 By :nakare: on 2008-02-19 21:04

ฟิคนี้ไม่ได้มาอ่านนานเลยอ่ะ
ลืมไปแล้วเดี๋ยวมีเวลาว่างจะไปตามอ่านน้า
ช่วงนี้จะสอบล่ะไม่มีเวลามานั่งอ่านแล้ว sad smile
ระหว่างอ่านเมนต์ไปก็ทำใจด้วยล่ะ หลังจากได้คำชมไปเยอะแล้ว ^^

แบบว่า มันจะไม่มีไคลแม็กซ์จริงง่ะ เรื่องนี้อ่ะ? มันเรื่อยๆ เกินไปแล้วรึป่าว? หรือว่าเพราะเรารู้โครงเรื่องคร่าวๆ ล่วงหน้าหว่า -"- ไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร แต่มันมองไม่ค่อยเห็นจุดขัดแย้งใหญ่ๆ เท่าไรเลยนะ ถ้าพี่จะจับเอาความรู้สึกมาเขียน ก็น่าจะเอาให้ละเอียดกว่านี้หน่อย มันอาจจะเป็นความชอบส่วนตัวของเราแบบว่า อย่างตอนที่โคกะกับมาซาทะเลาะกันอ่ะ ประโยคที่พูดออกมา เราชอบนะ มันทำให้เห็นความคิดโคกะชัดดี แต่น้อยไปหน่อย ไม่รู้ดิ เราว่าเวลาคนเราทะเลาะกันคงทำให้เข้าใจภายในประโยคสองประโยคยาก

ที่มาซายอมง่ายๆ เถียงอะไรไม่ออก หรือเหตุผลที่โคกะตอบมาซาได้ทันใจเหมือนคิดมาล่วงหน้าก่อนแล้วว่าปฏิกิริยาของมาซาจะเป็นแบบนี้ มันอาจเกี่ยวเนื่องไปเป็นไคลแม็กซ์ในตอนสุดท้ายรึเปล่า? เราก็แค่เดาไปเรื่อยๆ อ่ะนะ จริงๆ คิดว่าที่เรารู้สึกเรื่อยๆ เพราะเหมือนจะรู้ว่ามันต้องแฮปปี้ล่ะมั้ง แล้วเรื่องที่ยังไงตอนจบก็แฮปปี้ มันเลยเป็นการคิดไปเองว่ากลางเรื่องมันน่าจะมีปัญหาวุ่นวายมากหน่อย ออกแนวต้นร้ายปลายดี แต่นี่อ่านไปยิ้มไป อะไรมันจะรักกันปานนี้ แต่งงานไปเลยเห๊อะ! 55555

ตอนนี้ปัญหาในเรื่องมันดูเล็กน้อยเพราะโคกะเองก็เหมือนจะยอมรับเรื่องแย่ๆ ได้ดีเลยล่ะ ไม่ตีตนไปก่อนไข้ ไม่สติแตกบ้าบอ วิตกจริตคิดอะไรเพ้อเจ้อ เช่นว่าไปต่างประเทศคืนอีฟต้องแอบมีสาวแน่ๆ อะไรทำนองนี้ มันก็ดีนะ เพราะคาแรกเตอร์โคกะก็เป็นแบบนี้แต่แรกอยู่แล้ว ต่างก็ดูเป็นผู้ใหญ่ จัดการกับชีวิตของตัวเองได้ทั้งคู่ กระทั่งว่า ถ้ามาซาใช้ไม้แข็งเลิกคบเพราะโคกะไปคบโคจิ เราว่าโคกะก็จัดการได้เหอะ เพราะงั้นตอนอ่านจบมันเลยเกิดคำถามว่า แล้วมันจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นที่เป็นปัญหาได้มั๊ย? เราว่ามันก็คงไม่มี ถ้ามันไม่มี มันก็คงจบได้แล้วรึเปล่า? ขอโทษนะ แบบว่าเราเป็นพวกชอบอ่านอะไรเครียดๆ แล้วเห็นการคลี่คลายอะไรทำนองนั้น ต่อให้เป็นเรื่องฮาๆ หรือโรแมนติก มันก็ต้องมีบ้างแหละนิดๆ หน่อยๆ คงเป็นความชอบส่วนตัวเกินไป - -" ไม่รู้คนอื่นเป็นงี้ป่าว

ตอนนี้เหมือนมีแต่ติเลยแฮะ = = ก็เอามาเมนต์เพราะไอ้ที่ดีมันก็ดีอยู่แล้วอ่ะ เห็นแล้วอยากมีแฟนแบบนี้ ฟิคขายฝันจริงๆ น่ะแหละ 5555 ผู้ชายอะไรน่ารักสิ้นดี ยังเหลืออยู่ในโลกอีกเหรอเนี่ย ยิ่งคิดไปถึงตอนหน้า โห นอนข้างๆ เฉยๆ จะสุภาพบุรุษไปไหน -"- นับถือเลยจริงๆ มันก็ได้กลิ่นอายความรักนะ แต่เราอยากเห็นสีมืดๆ ในเรื่องนี้มั่งง่ะ...(มันจะมีได้มั๊ยอ่ะนั่น - -")

รอตอนที่ 8~~~~~

#6 By なし on 2008-03-09 17:10