[z+h series] file.01 - 星の道 - hoshi no michi -2- (NC17 Yaoi Warning)
posted on 31 Jan 2008 09:11 by hanachiko in NOVELandPOEM
เอนทรี่ที่แล้วเป็นฟิคอาคุสึ น้องดัน *---* ใครใคร่อ่านไปอ่านได้นะก๊ะ *--*
อารมณ์ดีขึ้นแล้วหน่อยนึง
เมื่อคืนล่อกันแบบเมาๆ
ออกมาเป็นตอน 2 ดังนี้
ด้วยความที่ยังเมาและมึน
รูปประกอบไว้ก่อน เด๋วตอนหน้าลงให้สองรูป (มัวแต่ข่มขืนถ่ายทำกันจนลืมหารูป)
ซ้ำร้ายคราวนี้
กล้องขัดข้อง ฟิล์มเน่า
ทำให้มีเืบื้องหลังน้อยนิด เอาน่า คิดซะว่ามันก็แค่Special Featuresอันนึงในแผ่น(?)
ถ้าพร้อมแล้วก็ ลุยนะคะ *---*
ใครนึกหน้าแคสไม่ออก ไม่รับรู้อะไร หาจิ้มเอาตอนที่1จากRecommendด้านข้างนะคะ
เหมือนเดิม อย่าลืมกดเพลงฟังไปด้วยขณะอ่านเพื่ออรรถรส
สวัสดีค่ะ
เรื่องที่จะลงต่อไปนี้ เป็นYaoi Fictionนะคะ
ขอความกรุณา ผู้ที่ไม่สนใจและรับไม่ได้ กรุณากดปิดด้วย
ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียใจ อะไร เปิดแล้วไม่อ่าน ฮานะไม่บังคับค่ะ
หากไม่ชอบ กรุณาปิดนะคะ ^^
ขอบคุณค่ะ
...
星の道 - hoshi no michi
-2-
ภายในห้องนอนที่ไร้แสงไฟของโฮชิยูกิ เจ้าของห้องกำลังเปิดลิ้นชักเพื่อควานหากุญแจด้วยมืออันสั่นเทา ด้วยความที่ประตูห้องของเขาถูกพ่อเลี้ยงเปลี่ยนเอาล็อคออกไป ทำให้ห้องนี้ต้องล็อคด้วยกุญแจเท่านั้น ทั้งจากด้านในและด้านนอก พอคว้าเจอกุญแจก็รีบไปที่ประตู
... ล็อค...
... ต้องล็อค...
หัวใจของเขายังคงเต้นแรง มือที่ถือลูกกุญแจไว้สั่นเสียจนเสียบให้เข้ารูไม่ได้ นัยน์ตาสีน้ำตาลมีน้ำใสๆมาคลออยู่เต็ม ร่างบางเริ่มรู้สึกคลื่นไส้จนอยากจะวิ่งไปอาเจียนเสียเดี๋ยวนี้
... ไม่สั่น...
... ไม่...
ขณะที่เจ้าของห้องตื่นตระหนกมากเสียจนไม่สามารถปิดผนึกห้องนั้นเพื่อแยกตัวเองออกจากสถานการณ์ที่สัญชาตญาณของเขากำลังร้องเตือนว่าอันตรายได้ ลูกบิดสีเงินที่เขากำลังจดจ่อพยายามกับมันอยู่ก็ขยับ บานประตูถูกแรงจากด้านนอกดันให้เปิดออก เขารีบดันสู้เอาไว้ แต่แรงจากด้านนอกก็ดูจะมากเกินกว่าเขาจะต้านไหว เสี้ยวใบหน้าที่เห็นจากช่องว่างเล็กๆ นั้นคือน้องชายของเขาไม่ผิดแน่
ฮิคารุไม่พูดอะไรเลย มีเพียงดวงตาสีเข้มที่ดูดุดันเอาจริง เขามองคนด้านในไม่ถนัดนัก บ้านทั้งหลังมืดสนิท สองแรงยันประตูสู้กันไปมา แต่เขารู้ดีว่าไม่นานคนด้านในก็จะแพ้
ความรู้สึกหวาดกลัวเริ่มก่อตัวขึ้นภายในจิตใจ แม้เพียงจะแวบเดียวที่เห็นดวงตาของน้องชาย ร่างกายก็เหมือนมีแรงเพิ่มขึ้นที่จะดันประตูห้องไว้ไม่ให้อีกคนเข้ามาได้
... ไม่ใช่ฮิคารุ...
... ไม่ใช่ฮิคารุที่พี่รู้จัก...
เด็กหนุ่มร่างสูงไม่คิดที่จะรออีกต่อไป เขารวบรวมแรงไว้แล้วผลักเข้าไปในทีเดียว ในที่สุดเขาก็บุกรุกเข้าไปในห้องนั้นได้สำเร็จ พี่ชายที่ยันอยู่ด้านในล้มอยู่บนพื้นตรงหน้า คงเป็นเพราะผลจากแรงของเขาเมื่อครู่
เขามองร่างบางตรงหน้า สบตากันภายใต้แสงสลัว เขาเห็นความตื่นกลัวในดวงตาคู่นั้น
แค่เพียงสายตาที่จ้องมาก็ทำให้กลัวเสียจนลุกแทบไม่ขึ้น โฮชิยูกิยันแขนไว้กับพื้นเพื่อพยุงตัวให้ยืนขึ้น ครั้นอ้าปากเรียกชื่อน้องชาย กลับไม่มีแม้เสียงใดใดหลุดรอดออกมาเลย ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความหวาดหวั่น ในสมองไม่สามารถเรียบเรียงความคิดอะไรได้อีกต่อไป
ฮิคารุสาวเท้าเข้าไปหา เขาคว้าข้อมือข้างหนึ่งของพี่ชายดึงให้ลุกยืน ร่างนั้นฝืนลุกขึ้นด้วยแรงของเขา เด็กหนุ่มดึงจนอีกฝ่ายถลาก่อนจะเหวี่ยงให้ลงไปอยู่บนเตียง เขามองดูร่างอันสั่นเทาที่ท่าทางยังตั้งตัวไม่ติดพลางปลดกระดุมเสื้อกาคุรัน
"!?" แวบหนึ่งที่รู้สึกเหมือนโดนกระชากกลับไปยังอดีต แต่พอเหลียวกลับมามองก็พบกับฮิคารุ ไม่ใช่คนที่หลอกหลอนอยู่ในความฝันทุกๆคืน โฮชิยูกิมองใบหน้าของน้องชายด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งสับสน ทั้งมึนงง และหวาดกลัว
ร่างสูงโยนกาคุรันลงบนพื้น มือปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวด้านในต่อพลางนั่งลงบนเตียง ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจับจ้องใบหน้าหวานของพี่ชาย สำหรับเขาในตอนนี้อีกฝ่ายไม่ต่างอะไรจากลูกไก่ในกำมือ โฮชิยูกิดูสับสน คงไม่รู้จะทำอย่างไร แต่ถ้าไม่ขัดขืนก็ย่อมดีต่อเขาอยู่แล้ว
ฮิคารุถามตัวเอง...เขาถามว่ากำลังทำอะไร...เขาคิดจะทำเรื่องแบบนี้กับพี่ชายแท้ๆ ของตัวเอง แต่มันเพราะอะไร...
ความใกล้ชิด...เขาได้มาแล้ว...
สายเลือด...สิ่งที่ไม่มีใครมีได้นอกจากเขา...เขาก็มีมันแล้ว...
แต่เขายังไม่ได้...สิ่งที่คนอื่นๆ ก็มีสิทธิ์ที่จะได้จากคนตรงหน้านี้...
...และวันนี้เขาต้องได้...
พออีกคนนั่งลงมา โฮชิยูกิเหลียวไปมองอีกทางก็พบกับผนังห้อง ด้วยความหวาดกลัวบีบให้เขาลืมไปเลยว่าพ่อเลี้ยงจัดเตียงไว้แบบนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เขามีทางดิ้นรนมากนัก ร่างบางค่อยขยับกายถอยแม้จะไม่มีทางอื่นให้ไป
"... ฮิคา.. รุ" ในที่สุดโฮชิยูกิก็สามารถเปล่งเสียงออกมาได้ เขาเรียกชื่อคนตรงหน้าก่อนจะมองฮิคารุด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดผวา
เด็กหนุ่มยื่นมือออกไป เขาได้ยินชัดว่าเสียงที่เรียกชื่อเขาเมื่อครู่สั่นมากแค่ไหน มือเอื้อมแตะลงบนใบหน้านั้นเบาๆ โดยที่ไม่ต้องใช้ความพยายามเสียด้วยซ้ำ โฮชิยูกิสะดุ้ง ผวาถอยออกไปอีก คราวนี้เขาขยับตามแล้วคว้าปกเสื้อแจ็คเก็ตตัวเก่าของอีกฝ่ายไว้ก่อนจะตลบมันเพื่อถอดออกจากร่างเจ้าของ
คราวนี้นัยน์ตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ร่างกายแสดงอาการต่อต้านออกมาด้วยการขืนตัวไว้ ก่อนจะยกแขนขึ้นปัดป้องมือของอีกคนที่เอื้อมมาคว้าเสื้อยืดตัวในของเขาหลังจากเหวี่ยงเสื้อแจ็คเก็ตไปข้างๆ
ฮิคารุตอบรับการปฏิเสธนั้นได้อย่างง่ายดาย เขาจัดการรวบแขนทั้งสองข้างของอีกฝ่ายไว้ด้วยกัน มือใหญ่ข้างหนึ่งบีบข้อมือสองข้างในมือของตัวเองแน่น อีกมือเลื่อนเข้าใต้ชายเสื้อยืดไล้ไปตามแนวแผ่นหลังบาง พี่ชายเกือบจะส่งเสียงอะไรบางอย่างออกมา แต่เขาก็ชิงขโมยจูบมาเสียก่อน ร่างในอ้อมแขนเริ่มออกแรงดิ้นรน ในเมื่อเป็นแบบนี้เขาคงจัดการเสื้อยืดนี่ไม่ได้ง่ายๆ
เด็กหนุ่มยอมปล่อยมือที่จับกุมอีกฝ่ายออก หลบเลี่ยงการปัดป้อง อีกมือละจากผิวนวล แล้วใช้ทั้งสองมือกระตุกฉีกเสื้อยืดตัวเก่าของร่างบางจนขาดวิ่น
โฮชิยูกิที่ในตอนแรกหลับตาลงอย่างหวาดกลัวด้วยความตกใจที่ร่างสูงจู่โจมมาแบบไม่ทันตั้งตัวพลันเบิกตากว้างเมื่อได้ยินเสียงเสื้อฉีกขาด ริมฝีปากบางถูกบดขยี้อย่างรุนแรง ปลายลิ้นของฮิคารุรุกไล่เข้ามากวาดไล้ไปทั่วช่องปากอย่างจาบจ้วง
แม้จะอยากดิ้นหนีแต่ร่างกายที่ถูกร่างสูงกดไว้ทำให้ไม่สามารถพลิกหนีไปไหนได้ น้ำตาเริ่มเอ่อออกมาอีกครั้ง
"อย่าร้องไห้..." ริมฝีปากที่ละออกไปคลอเคลียกระซิบอยู่ที่ข้างหูแต่ไม่ใช่น้ำเสียงปลอบโยน ร่างบางหลุดเสียงสะอื้นออกมาเบาๆ สองมือที่ยันไหล่เขาเอาไว้ดูเหมือนจะออกแรงมากขึ้นแต่ก็ยังไร้ผล เสื้อที่ถูกฉีกไปแล้วกำจัดให้พ้นทางไปไม่ยาก เขาไล้มือต่ำลงยังขอบกางเกง แกะกระดุมและซิปนั้นออกโดยง่าย
เมื่อริมฝีปากถูกปล่อยให้เป็นอิสระ ร่างบางได้โอกาสหอบหายใจออกมา ใบหน้าหวานเบือนหนีไปอีกทางพร้อมทั้งดวงตาที่ปิดลงแน่นเมื่อรู้สึกถึงลมหายใจร้อนที่ต้นคอ พอได้สติว่ามือหยาบกร้านของอีกฝ่ายเลื่อนไปอยู่ที่ไหน โฮชิยูกิก็รีบร้องห้าม
"ไม่.. นะ! ฮิคารุ.." เสียงที่ออกมากลับฟังดูเบาหวิวและสั่นเครือ
มือที่อุ่นจนร้อนสัมผัสสิ่งที่อยู่ภายใต้เนื้อผ้าขณะที่พรมจูบไปทั่ว ตั้งแต่ใบหูเรื่อยมาจนถึงลำคอระหง ค่อยๆ ใช้ฝ่ามือและปลายนิ้วยั่วเย้าให้อารมณ์ของอีกฝ่ายตื่นขึ้น แรงขืนเริ่มน้อยลง ถ้อยคำปฏิเสธเริ่มมากขึ้นแทน ร่างที่เขาใกล้จะได้ครอบครองอ่อนแรงลงมากแล้ว เขามองใบหน้านองน้ำตาของอีกฝ่ายก่อนจะจุมพิตอีกครั้งด้วยความหลงใหล
ภาพบางอย่างไหววูบเข้ามา...ร่างอันบอบบางของพี่...ที่เคยอยู่ในอ้อมกอดของชายคนนั้น...ใบหน้านี้ที่ทำให้หัวใจของเขาสั่นคลอนมาโดยตลอด
การกระตุ้นเร้าจากคนที่มีชั้นเชิงทำให้ความรู้สึกวาบหวามค่อยๆแล่นไปทั่วร่างกายที่เริ่มเกร็งตามจุดที่ถูกสัมผัส จนเมื่อมือใหญ่สอดเข้ามากอบกุมส่วนที่กำลังร้อนผ่าวเพราะแรงอารมณ์ไว้แน่น โฮชิยูกิถึงปล่อยเสียงครางให้เล็ดรอดออกมา
"อ๊ะ! พอเถอะ... ฮิคารุ"
เสียงของอีกฝ่ายบอกเขาว่าควรทำอะไร มือขยับโหมอารมณ์ของร่างนั้นให้รุนแรงขึ้น จากช้าๆ แล้วค่อยเร่งจังหวะ ขณะเดียวกันริมฝีปากก็จูบลงบนหน้าอก ปลายลิ้นโลมไล้ไปบนยอดอกที่กำลังตอบสนองต่อสัมผัสของเขา ในเมื่อร่างกายของโฮชิยูกิซื่อสัตย์ต่อสิ่งที่เขาให้ถึงขนาดนี้ เขาคงไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายมีโอกาสพักหายใจ ทั้งยังจงใจเร่งเร้าให้ร่างนั้นปลดปล่อยออกมาโดยเร็ว
"อ... อ๊า" ร่างบางไม่อาจห้ามเสียงครางของเขาไว้ได้ สะโพกสั่นระริก ปลายนิ้วจิกเกร็งกับฝ่ามือจนห้อเลือดก่อนที่ร่างกายจะปลดปล่อยความสุขออกมา ในหัวสมองของโฮชิยูกิเริ่มมึนขึ้นเรื่อยๆ
"พอแล้ว... นะ.. ฮิคารุ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่าปนไปกับเสียงหอบหายใจ
"ยังหรอก..." ฮิคารุจับจ้องร่างนั้น มือแกร่งค่อยๆ ลากเอากางเกงยีนส์สีซีดของอีกฝ่ายออก เขารู้ดีว่าร่างนั้นกำลังสับสนมึนงงและอ่อนแรงแค่ไหน...แผ่นอกบางกระเพื่อมขึ้นลงจากการหอบหายใจ ใบหน้าแดงระเรื่อและดวงตาที่มองมาเหล่านั้น...
"...ยังไม่พอ..."
เพียงไม่กี่อึดใจเขาก็จัดการให้ร่างนั้นเปลือยเปล่าได้ มือข้างหนึ่งคอยกดแขนท่อนบนของอีกฝ่ายไว้เพื่อตรึงไม่ให้หนีไปไหนได้ ร่างสูงเบียดเข้าใกล้ ดันให้เรียวขาทั้งคู่จำต้องแยกออกจากกัน
เพียงเท่านั้นโฮชิยูกิที่อ่อนเพลียจากการปลดปล่อยเมื่อครู่ก็เริ่มพยายามดิ้นรนอีกครั้ง เขารู้ดีว่าจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นต่อแม้ว่าจะเบลออยู่ก็ตาม มือที่ตรึงแขนเขาไว้เริ่มทำให้รู้สึกเจ็บ ถึงตรงนี้ร่างกายกลับไม่จดจำแล้วว่าเกลียดการถูกสัมผัสมากปานไหน สิ่งเดียวที่ร่างกายทำงานเหนือสมองคือการพยายามไม่โอนอ่อนตามอีกฝ่ายเท่านั้น
เด็กหนุ่มใช้มือข้างที่เปรอะเปื้อนสิ่งที่อีกฝ่ายปลดปล่อยแตะลงบนช่องทางพร้อมทั้งเริ่มการรุกล้ำด้วยปลายนิ้ว โฮชิยูกิขืนแรงมากขึ้นจนรู้สึกได้แต่ก็ยังไม่เกินแรงที่เขาต้านไว้
โฮชิยูกิพยายามต่อต้านน้องชายของตัวเอง แต่ยิ่งปลายนิ้วนั้นสอดลึกเข้ามา ผนังภายในยิ่งเกิดความปั่นป่วนมากขึ้นจนร่างทั้งร่างเริ่มสั่นสะท้าน
...นี่ไงล่ะ...พี่ชายของเขา...
ร่างกายที่รู้จักผู้ชายดี...ร่างกายที่เคยเป็นของคนอื่นที่ไม่ใช่เขา...
...เพราะอย่างนั้น พี่ถึงได้คิดถึงคนอื่นมากกว่า...ถึงได้ให้ความสนิทสนมกับคนอื่น...
เขาเพิ่มเรียวนิ้วที่แทรกเข้าไปอีก ขยับช้าๆ ดึงให้ร่างนั้นมีอารมณ์ร่วมตาม ร่างบางเกร็งจนสั่นแต่ไม่ยอมให้เสียงใดๆ เล็ดรอดจากลำคอ มาถึงขนาดนี้ก็ยังคิดจะต้านเอาไว้ เมื่อเกิดความรู้สึกแบบนั้นเด็กหนุ่มก็เริ่มรุนแรง
ภาพฮิคารุตรงหน้าถูกซ้อนทับสลับไปมากับภาพของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อเลี้ยง ส่งผลให้หยาดน้ำตาเริ่มหลั่งไหลอาบแก้มขาวที่บัดนี้เปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อ ยิ่งฮิคารุเพิ่มความรุนแรงขึ้นมา ภาพของพ่อเลี้ยงก็ยิ่งซ้อนให้เห็นชัดมากขึ้นเรื่อยๆ
เสียงครางแผ่วๆที่ดังแว่วในลำคอถึงกับสะดุดไปเมื่อปลายนิ้วที่รุกรานสัมผัสโดนเข้ากับจุดเร้าอารมณ์ภายในร่างกาย จนร่างบางนั้นเกร็งตัวมากขึ้นกว่าเดิม
ร่างที่เริ่มกระสับกระส่ายด้วยท่าทางทรมานทำให้เขารู้ว่าต้องทำอย่างไร ฮิคารุเน้นสัมผัสนั้นมากขึ้น จงใจกระตุ้นให้หนักขึ้นอีก เสียงครางหลุดรอดออกมาหลายครั้ง ส่วนอ่อนไหวของร่างบางเริ่มแสดงปฏิกิริยาให้เห็น เขาถอนเรียวนิ้วออกเมื่อรู้สึกว่าภายในร่างของอีกฝ่ายพร้อมมากพอแล้ว
มือแกร่งแยกเรียวขาทั้งสองข้างนั้นออกจากกัน ข้างหนึ่งปล่อยให้พาดอยู่กับท่อนแขนของเขา อีกข้างค้ำเอาไว้ด้วยมือ ดันจนยกสูงขึ้นเพื่อให้เข้าหาได้สะดวก ริมฝีปากจูบลงต้นขาขาวก่อนจะเริ่มต้นรุกล้ำเข้าไปในร่างนั้น
ถึงจะถูกทำให้พร้อมแต่ก็ยั่งต่างกัน โฮชิยูกิกรีดร้องออกมาเมื่อแก่นกายร้อนผ่าวค่อยๆชำแรกลึกเข้ามา น้ำตาแห่งความเจ็บปวดไหลออกมาไม่หยุด ร่างบางยังพยายามที่จะถอยหนีโดยที่ลืมไปเสียแล้วว่าเขาถูกพันธนาการไว้ด้วยมือของฮิคารุ
ความเจ็บปวดเช่นนี้ที่ร่างกายไม่ได้สัมผัสมาเป็นเวลานานวิ่งแล่นกลับเข้ามาในโสตประสาท
"ปละ... อ๊า! ปล่อย... พี่"
เด็กหนุ่มดันกายเข้าไปจนแนบชิด ทั่วร่างรู้สึกถึงความร้อนจากภายในร่างของอีกฝ่าย ใบหน้าของร่างในครอบครองเต็มไปด้วยหยดน้ำตา ร่างนั้นสั่นระริก พยายามจะพลิกกายหนีแต่เมื่อไร้เรี่ยวแรงเสียแล้วโอกาสที่จะทำสำเร็จก็ยิ่งติดลบ เขาโน้มกายเข้าใกล้ แนบริมฝีปากจูบลงบนทางน้ำตาขณะที่อีกฝ่ายสะดุ้งหลับตาแน่นเหมือนกลัวว่าจะโดนทำร้าย
ไม่ใช่มองไม่เห็นความทุกข์ทรมานของร่างบาง แต่ความหอมหวานเย้ายวนที่ได้รับก็เกินกว่าที่เขาจะหักห้ามใจได้ ฮิคารุเริ่มต้นขยับกาย เสียงครางดังจากร่างด้านใต้ แต่แม้จะอ้อนวอนแค่ไหนก็เหมือนไม่ได้ยินอีกต่อไปแล้ว
พอฮิคารุเริ่มขยับกายเข้าออก ทั้งความเจ็บและความเสียวกระสันก็วิ่งพล่านไปทั่วร่างกายบอบบาง แต่ก็ไม่มีอะไรสู้สิ่งที่เห็นอยู่ตอนนี้ ภาพคนที่ทาบทับกายลงมาไม่ใช่ฮิคารุแต่เป็นพ่อเลี้ยง ริมฝีปากที่ถูกบดขยี้จนช้ำสั่นระริกยามเอ่ยร้องห้าม
"อา ปล่อยผม! ปล่อยผะ ฮ้า-"
ร่างสูงประกบจูบลงมาอีกครั้ง ปิดกั้นถ้อยคำที่กำลังจะพ้นริมฝีปากนั้นออกมา เขาจับความผิดปกติในคำแต่ละคำนั้นได้
...ปล่อยผม...พี่ไม่เคยใช้คำว่าผมกับเขา
คนที่กำลังกกกอดร่างนั้นในสายตาและการรับรู้ของโฮชิยูกิไม่ใช่เขาแต่เป็นคนอื่น
...หยุดนะ อย่าทำกับผมแบบนี้...คนที่จะเป็นเจ้าของพี่ คนที่จะครอบครองพี่ จากนี้ไปมีแต่ผมเท่านั้น!
ยิ่งคิดแบบนั้นเขาก็ยิ่งโถมแรงเข้าใส่ร่างบางที่ไร้ทางสู้ในอ้อมแขนหนักขึ้น
ทุกครั้งที่ฮิคารุขยับกายอย่างรุนแรง เสียงครางของร่างที่อยู่ภายใต้ก็ดังขึ้นผสมกับลมหายใจหอบระรัว
"อื๊อ! อย่าครั-!! ฮึก... กาคุซัง..."
ชื่อของพ่อเลี้ยงหลุดออกมาจากปากโดยที่คนพูดไม่รับรู้แม้สักนิดในเมื่อดวงตาสีน้ำตาลชุ่มน้ำตาสะท้อนภาพของชายอีกคน ไม่ใช่ฮิคารุ
...หยุดนะ!
"ลืมตาขึ้นมาเดี๋ยวนี้" เขาออกคำสั่งโดยไม่รู้ตัว มือข้างหนึ่งวางไปบนหน้าผากของร่างด้านใต้ก่อนออกแรงให้เงยหน้าขึ้นมองเขา
"ลืมตาขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ ลืมตาขึ้นมา โฮชิยูกิ!" เขาหยุดการเคลื่อนไหวของตัวเอง อาศัยแสงจากภายนอกที่ลอดเข้ามาเพียงเล็กน้อยในการจับจ้องใบหน้านั้น "มองผมเดี๋ยวนี้! คนที่กอดพี่คือผม! พี่เป็นของผม!"
แต่สติของโฮชิยูกิกลับไม่เหลือเพื่อฟังคำสั่งของคนที่กอดเขาไว้ แม้จะถูกจับจ้องแต่ก็ยังคงเอ่ยวนซ้ำไปมาราวกับคนบ้า
"ฮึก... พอ... พอซะที กาคุซัง... อา.."
ภาพหลอนที่เห็นกัดกร่อนจิตใจของโฮชิยูกิเข้าทีละนิด ความทรงจำที่แสนโหดร้ายถูกขุดให้เห็นเด่นชัดยิ่งกว่าตอนฝันร้าย
ดวงตาของเด็กหนุ่มวาวโรจน์เมื่อรู้สึกเหมือนพ่ายแพ้ต่อสิ่งที่ฝังอยู่ในใจอีกฝ่าย มือคว้าเอวบางยึดไว้แล้วเริ่มขยับร่างกายอีกครั้งอย่างรุนแรง ร่างกายที่เขาครอบครองบาดเจ็บ ต้นขาด้านในเปรอะเปื้อนคราบเลือดสีแดงจากการรุกรานที่โหดร้าย ชื่อที่ผ่านริมฝีปากนั้นออกมายังคงเป็นชื่อเดิม
กว่าจะรู้ตัวสองมือของเขาก็กำรอบลำคอขาวนั้นไว้เสียแล้ว เขาบีบมันแน่นขึ้น ทั้งรักทั้งหวงจนเมื่อไม่ได้มาก็อยากจะฆ่าให้ตาย
มือสองข้างยกขึ้นจับแขนของฮิคารุไว้แน่นจนเล็บจิกลงไปเป็นรอย ผ่านม่านน้ำตามา ในที่สุดโฮชิยูกิก็ถูกดึงกลับสู่ความเป็นจริงที่โหดร้ายไม่ต่างกับในฝัน พอถูกบีบลำคอไว้ทำให้เปล่งเสียงร้องออกมาไม่สะดวกแต่ร่างกายของเขาก็ใกล้จะไปถึงจุดสูงสุด ผนังอ่อนนุ่มภายในเริ่มตอดรัดพลางบีบตัวแน่นขึ้น ต่อจากนั้นไม่นาน โฮชิยูกิก็กรีดร้องออกมาเมื่อถูกพาไปถึงจุดนั้น ทว่ากลับมีเพียงเสียงแหบๆลอดออกมาเท่านั้น
เช่นเดียวกันกับร่างที่ขยับอยู่ด้านบน ไม่ช้าเขาก็ปลดปล่อยความต้องการออกมา ห้วงอารมณ์รุนแรงค่อยๆ คลายตัวลงพร้อมกับมือทั้งคู่ เขาหอบและมองใบหน้าเหนื่อยอ่อนของอีกฝ่ายที่กำลังไขว่คว้าอากาศหายใจ เด็กหนุ่มมองใบหน้าของพี่ชาย น้ำตาหยดหนึ่งหล่นกระทบแก้มนวลของร่างด้านใต้ เสียงหายใจที่เขาได้ยินสะเทือนลึกเสียดแทงเข้าไปในหัวใจ สองแขนโอบกอดร่างนั้นเอาไว้แน่น
นี่เขาทำอะไรลงไป...ไม่ใช่แค่หวังจะครอบครอง แต่เขายังเกือบจะฆ่าอีกฝ่าย...
...ดีจริงๆ...โชคดีจริงๆ ที่ยังไม่ตาย...
"โฮชิยูกิ...ผมรักพี่...ผมรักพี่นะ..."
"...... ฮิ.... คา........ รุ" นี่คือเสียงสุดท้ายที่ร่างบางเปล่งออกมาจากลำคอที่ขาดอากาศหายใจก่อนที่สติสัมปชัญญะจะดับวูบลง ไม่อาจทานให้ตัวเองยังมีสติอยู่ได้หลังจากเหตุการณ์ที่เกือบจะซ้ำรอย เขาแทบไม่ได้ยินคำบอกรักที่อีกฝ่ายพูดออกมาเสียด้วยซ้ำ
... เรามีกันแค่สองคนก็พอแล้ว...
... นะ...ฮิคารุ...
To be continue...
Free Talk>>
ทอล์คไรล่ะ
โฮก เขียนไปอั๊งกันไป
เคนโตะแม่งหล่อ
ไอบะจังแม่งเหมาะกับบทนี้จนใจหาย
สรุปคือคนเขียนแม่งเพี้ยนไปแล้ว 555555
เอาล่ะ
จากตอนแรกที่ไม่ตั้งใจว่าจะจบตอนนี้แบบนี้ เลยต้องจบแล้ว หนังยาวขึ้นอีกหน่อย เอาน่า *--*
แล้วก็นี่ค่ะ
เหมือนเดิมค่ะ อ่านเบื้องหลังแล้วค่อยมาเมนต์อีกรอบหลังจากเมนต์ฟิคไปแล้วนะคะ
ขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนพี่น้องคู่บาปค่า~~~~~!!
เย้เย กัมบาริมาสสสสส
(ยิ่งหลังๆ นี่มึนไปแล้ว) จำได้รางๆ แต่นึกแล้วหวั่นใจอ่ะค่ะ กร๊าก

เอาอีกเว้ยยยยยยยยยยยยยยย
#1 By KeeChan on 2008-01-31 09:53