สวัสดีค่ะ

เรื่องที่จะลงต่อไปนี้ เป็นYaoi Fictionนะคะ

ขอความกรุณา ผู้ที่ไม่สนใจและรับไม่ได้ กรุณากดปิดด้วย
ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียใจ อะไร เปิดแล้วไม่อ่าน ฮานะไม่บังคับค่ะ

หากไม่ชอบ กรุณาปิดนะคะ ^^

ขอบคุณค่ะ



AIBA HIROKI
รับบทเป็น
HOSHIYUKI





ONO KENTO
รับบทเป็น
HIKARU







KAWAI RYUNOSUKE
รับบทเป็น
TOMOKI








เหมือนอย่างเคยนะคะ กดให้เพลงเล่นก่อนแล้วค่อยอ่านเพื่อความเร้าใจค่ะ












 




...










星の道 - hoshi no michi






-1-













ม่านสีฟ้าเทาเคลื่อนเปิดออกเมื่อมือใหญ่รวบมันไปรวมที่ด้านเดียว ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองผ่านกระจกลงไปบนถนนด้านล่างพลางติดกระดุมคอเสื้อเชิ้ตขาวเม็ดสุดท้าย เขาหันหลังกลับดึงเสื้อกาคุรันออกจากไม้แขวนแล้วสวมลวกๆ ก่อนจะเดินไปหยุดที่หน้าโต๊ะอ่านหนังสือ เด็กหนุ่มร่างสูงหยุดมองรูปในกรอบพลาสติกเก่าๆ มือติดกระดุมครบทั้งหมดจนถึงคอ เขาสูดลมหายใจพร้อมเบนสายตาหนี มือคว้ากระเป๋าก่อนเดินออกจากห้อง

กลิ่นหอมๆ ของอาหารที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ ลอยมาตั้งแต่ยังไม่ทันเหยียบถึงพื้นชั้นล่าง เมื่อเขาเดินไปถึงห้องครัวก็หยุดมองคนที่กำลังง่วนอยู่หน้าเตา ครู่หนึ่งถึงเอ่ยทักทายออกไป

"อรุณสวัสดิ์ครับ..."

เมื่อได้ยินเสียงทักทายยามเช้า โฮชิยูกิหันมามองคนที่เพิ่งเดินเข้ามาแล้วยิ้มให้จางๆ

"อรุณสวัสดิ์ ฮิคารุ" เขาเอ่ยตอบก่อนจะหันกลับมาใช้ตะเกียบคีบชิ้นไก่สีเหลืองทองที่ลอยขึ้นมาจากน้ำมันมาวางพักไว้ที่ตะแกรงข้างๆ

"วันนี้พี่ทำไก่ทอดกับสลัด... ฮิคารุอยากได้อะไรเพิ่มหรือเปล่า" ชายหนุ่มพูดต่อโดยที่ไม่หันมามองคู่สนทนา เขายังคงยุ่งกับไก่ที่ยังสุกไม่ได้ที่อีกสองสามชิ้น

เด็กหนุ่มได้ยินคำถามชัดเจนดี แต่เขาไม่ได้ให้คำตอบในทันที ฮิคารุเดินเข้าไปด้านใน ดึงเก้าอี้ออกมาแล้ววางกระเป๋าก่อนนั่งลงบนเก้าอี้อีกตัวข้างๆ

"แค่นั้นก็พอแล้วครับ..." ดวงตาทั้งคู่ยังคงสะท้อนเงาของพี่ชาย สองมือที่วางบนโต๊ะประสานกันแน่นขึ้นเมื่อความคิดเกี่ยวกับคนตรงหน้าเริ่มสับสนวุ่นวาย

คนที่กำลังยกกระทะออกจากเตาไปวางพักที่อ่างล้างจานนิ่งไปชั่วขณะหนึ่งก่อนจะรีบเทน้ำมันใส่ที่กรองเพื่อไม่ให้อีกคนรู้สึกผิดปกติ... หรือจริงๆแล้วฮิคารุก็อาจจะไม่สนใจว่าเขากำลังทำอะไรอยู่

ร่างบางหันกลับมาที่โต๊ะอาหาร ดึงเก้าอี้อีกตัวที่อยู่ตรงข้ามกับฮิคารุออกมาแล้วจึงนั่งลงบ้าง

"... ทานนะครับ"

"ทานนะครับ" ฮิคารุพูดตามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เขาก้มหน้ามองแต่อาหารในจานเหมือนทุกวัน บรรยากาศเงียบสงบจนได้ยินแม้แต่เสียงพวกแม่บ้านที่ทักทายกันอยู่ด้านนอก

เขาไม่ได้มองหน้าพี่ชายตรงๆ มานานแล้ว...

นัยน์ตาสีน้ำตาลคอยเหลือบมองคนตรงหน้าอยู่บ่อยครั้ง ตั้งใจว่าพอฮิคารุทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว คงจะต้องพูดเรื่องที่เขารู้สึกคาใจกับอีกฝ่ายเสียที เพื่อที่ว่ายามเช้าที่โต๊ะอาหารอาจจะได้กลับมามีเสียงสนทนากันมากกว่าเสียงส้อมกระทบกับจาน

"อิ่มแล้วครับ ขอบคุณครับ" เด็กหนุ่มรวบช้อนส้อมเข้าหากันก่อนลุกขึ้นยกจานไปวางในอ่างล้าง เปิดน้ำใส่พลางล้างมือ เช็ดด้วยผ้าที่เตรียมไว้แล้วเดินกลับมาที่โต๊ะ หยิบกระเป๋าขึ้นเตรียมออกจากบ้าน

"ฮิคารุ เดี๋ยว" โฮชิยูกิรีบลุกขึ้นยืนพลางจ้องมองดวงตาของน้องชายนิ่ง

"ครับ?" ฮิคารุหยุดการกระทำทั้งหมด เขายอมมองใบหน้านั้นโดยตรงซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ นั่นก็เพราะน้ำเสียงจริงจังของอีกฝ่ายที่เรียกไว้ เมื่อเขาเห็นว่าพี่ชายมองมาตรงๆ เขาก็มองกลับไปเช่นนั้น

"... พี่ทำอะไรให้ไม่พอใจหรือเปล่า" ไม่รู้ว่าคิดไปเองไหม แต่สายตาที่อีกฝ่ายมองกลับมาให้ความรู้สึกแปลกไปจากที่เขาเคยจำได้

ฮิคารุนิ่งไปอึดใจหนึ่ง เขายังไม่ถอนสายตาไปไหน "ทำไมถึงถามอย่างนั้นครับ?"

สายตาของฮิคารุดูราวกับสายตาของผู้ใหญ่ก็ไม่ปาน ดูแข็งขึ้นกว่าเคย "พี่รู้สึกว่าเรา... ไม่ได้คุยกันนานมากแล้ว" เขาเว้นช่วงไปแล้วจึงเอ่ยต่อ "เหมือนฮิคารุ... เลี่ยงที่จะคุยกับพี่"

"เปล่านี่ครับ" เขาตอบอย่างชัดเจนด้วยท่าทางเฉยเมยไม่รู้สึกรู้สาราวกับไม่เคยมีเรื่องอย่างนั้นเกิดขึ้น...แต่เขาโกหก

ความรู้สึกของพี่ชายถูกต้องแล้ว เขาเลี่ยงที่จะคุยกับอีกฝ่าย เลี่ยงที่จะมองหน้า หากเลี่ยงที่จะเจอกันได้เขาก็คงทำ แต่เพราะถ้าทำถึงขนาดนั้นก็คงมากเกินไป และถ้าไม่ใช่เขาแล้ว ใครจะดูแลพี่ เพียงแต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับเขามันผิดปกติและอันตรายเกินไป แน่นอน...เขากลัวตัวเองที่คิดถึงพี่ชายตอนทำเรื่องพรรค์นั้นออกมาได้...แต่เขากลัวมากกว่าที่มันรุนแรงและชัดเจนมากขึ้น

"ช่วงนี้...เราอาจจะยุ่งกันทั้งคู่..."

"... เหรอ" โฮชิยูกิเบนสายตาไปอีกทางหนึ่ง บางทีเขาอาจจะกังวลมากจนเกินไป น้องชายคนนี้ของเขาเป็นทั้งประธานนักเรียน เอสของชมรม ทั้งยังเป็นนักเรียนทุน คงจะมีเรื่องวุ่นวายมากมายพอตัวเหมือนกันก็เป็นได้

ฮิคารุดึงกระเป๋าลงจากเก้าอี้ เขากำสายสะพายของมันแน่นและเบนสายตามองไปทางอื่นเช่นเดียวกัน

"ผม..." เด็กหนุ่มสูดลมหายใจลึกอีกครั้ง "ไปก่อนนะครับ..."

"อื้ม... อย่ากลับเย็นมากนะ ฮิคารุ" โฮชิยูกิพูดไล่หลังคนที่เดินออกไปจากห้องนี้

หลังจากใส่ผ้ากันเปื้อนของร้านเรียบร้อย โฮชิยูกิก็เริ่มเดินเช็คสต็อกสินค้าในร้านทั้งหมดทีละแถว ทีละแถว... เวลาทำงานหรือเวลาที่ได้ทำอะไรมากกว่านั่งอยู่เฉยๆเป็นเวลาที่เขาชอบที่สุด เพราะเวลาที่ต้องทำงาน เขาก็ไม่ต้องคิดถึงเรื่องอื่นนอกจากงานตรงหน้าที่กำลังทำ ไม่ต้องมีผู้ชายคนนั้นโผล่ขึ้นมาในมโนภาพ

แต่วันนี้เหมือนจะแตกต่างไปจากเดิม เพราะกลับมีคนปรากฏขึ้นมาก่อกวนสมาธิในการทำงานของเขา สายตาที่ฮิคารุมองตอบเขายังคงติดอยู่ในความคิด

... ฮิคารุโตขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่...

ทั้งๆที่เคยคิดว่าเป็นพี่น้องที่สนิทกันที่สุด แต่พอตอนนี้เขาเองก็ไม่แน่ใจ ถึงจะเห็นการเติบโตของน้องชาย แต่กลับรู้สึกว่าไม่รู้จักดวงตาคู่นั้น

ชายหนุ่มตัวบางเดินเช็คสต็อกจนเรียบร้อยในเวลาเดียวกับที่ในหัวมีแต่ภาพใบหน้าเรียบเฉยๆของฮิคารุเมื่อเช้า

... หรือพี่จะพลาดอะไรไป...

... ฮิคารุ...

"อรุณสวัสดิ์ โฮชิยูกิ" ใครบางคนหยุดยืนอยู่ข้างๆ พอหันไป คนที่เอ่ยทักทายก็ยิ้มเป็นมิตรมาให้อย่างเคย

"วันนี้ก็ฝากตัวด้วยนะ" โทโมกิตอบด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง

ชายหนุ่มเป็นนักศึกษาที่ได้ทุนของมหาวิทยาลัยเข้ามาเรียนต่อในเมืองแห่งนี้ เขาเป็นคนหัวดีที่หาได้ยากในหมู่เพื่อนนักเรียนด้วยกันในเมืองเกิด เมื่อเข้ามาเรียนแล้วแม้ทุนจะมากเพียงพอและที่อยู่ก็ได้อาศัยหอของมหาวิทยาลัยก็ตาม แต่โทโมกิที่เป็นคนขยันขันแข็งและเสียดายเวลาว่าง ก็จัดสรรเวลาในวันที่ไม่มีเรียนมาทำงานในร้านสะดวกซื้อแห่งนี้

"เช่นกันนะ" โฮชิยูกิยิ้มแล้วค้อมศีรษะลงเล็กน้อย เขามองโทโมกิที่เอาสต็อกสินค้าจากมือของตัวเองเพื่อไปขนของจากหลังร้านมาเติมที่หน้าร้าน เพื่อนคนเดียวที่เขามีคนนี้เป็นคนอัธยาศัยดี ทั้งยังมีน้ำใจและไม่ถือตัว ร่างบางนึกอิจฉาโทโมกิอยู่เหมือนกันที่สามรถยิ้มได้ราวกับเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในญี่ปุ่นก็ว่าได้

... และโทโมกิคนนี้ ก็เป็นถึงนักเรียนทุนของมหาวิทยาลัย นอกจากจะยิ้มได้อย่างนี้แล้ว ยังมีโอกาสได้เรียนต่อจนถึงระดับมหาวิทยาลัยอีก ช่างเป็นคนที่โชคดีจนน่าอิจฉาเสียเหลือเกินสำหรับตัวเขาที่ได้เรียนจบแค่ชั้นมัธยมต้น

แต่เขาก็เลือกที่จะเสียสละเพื่อให้ฮิคารุได้โอกาสไป ทุกอย่างของโฮชิยูกิจึงกลายเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับฮิคารุ... ตลอดเวลา

ห้องเรียนวิชาคณิตศาสตร์ยังคงมีเสียงกระซิบกระซาบพูดคุยกันเบาๆ ระหว่างนักเรียนแต่ละคนเช่นเคย และหลังจากการเปลี่ยนผังที่นั่งเมื่อตอนต้นเดือนก็ทำให้ตอนนี้เขาได้ที่นั่งติดหน้าต่างมา

ฮิคารุวางศอกไว้บนโต๊ะ เท้าคางมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเงียบเชียบ ไม่สนและไม่ใส่ใจอะไรอื่นรอบตัวอีก ไม่ว่าจะเสียงอาจารย์ที่กำลังตั้งใจสอนอยู่หน้าห้อง หรือแม้แต่เพื่อนที่ชักจะคุยกันดังขึ้นทุกทีโดยไม่รู้ตัว

ตอนนี้เขาคิดก็แต่เรื่องของพี่ชายของตนเท่านั้น...

...พี่ทำอะไรให้ไม่พอใจหรือเปล่า...เสียงอันคุ้นเคยกับใบหน้าที่แฝงไปด้วยความเศร้าหมองพาลให้เขารู้สึกไม่สบายใจ ฮิคารุเริ่มหงุดหงิดเมื่อรู้ตัวดีอยู่ว่าตัวเองเป็นต้นเหตุ

คนที่คิดอะไรไม่ดีคือฝ่ายเขาเองแท้ๆ แต่ก็ตัวเขาเองอีกที่ยิ่งทำให้พี่ไม่สบายใจ เขาเกลียดความทรงจำบางอย่างที่หลอกหลอนตัวเองอยู่และเขารู้ดีว่าไม่ใช่เรื่องที่จะสารภาพกับพี่ได้ ถ้าหากพี่เดาออกว่าความทรงจำที่ว่านั้นทำให้เกิดเรื่องผิดปกติอะไรขึ้นกับตัวเขา...พี่อาจจะกลายเป็นฝ่ายเย็นชาหรือหลบหน้าเขาแทนก็ได้...

"ฮิคารุคุง" เสียงกระซิบดังจากโต๊ะข้างๆ เขาเหลือบตาไปมองก็เห็นเด็กผู้หญิงที่เป็นเพื่อนร่วมชั้นกำลังทำไม้ทำมือเรียกความสนใจอยู่ด้านหลังเพื่อนที่นั่งข้างหน้าเพื่อหลบสายตาอาจารย์

"ฮิคารุคุง...สมมติว่าฮิคารุคุงรู้สึกได้ว่าแฟนตัวเองต้องงอนอะไรสักอย่างแน่ๆ แล้วก็อุตส่าห์จะไปง้อแต่พอถามว่าโกรธอะไรหรือเปล่า กลับตอบมาว่าเปล่าน่ะ...คิดว่าน่าโมโหมั้ย?"

เด็กหนุ่มถึงกับอึ้งไปชั่วครู่ ยิ่งนึกถึงคำตอบที่ตัวเองจะตอบ

"ก็คงจะโมโห..." เขายิ้มให้เล็กน้อย "แต่เราอาจจะคิดมากไปเองก็ได้ใช่มั้ย? เพราะงั้นก็ไม่ควรคิดอะไรไปเองอย่างนั้นเหมือนกัน"

"ตอบสมเป็นฮิคารุคุงเลย" เด็กสาวหันกลับไปมองบนกระดานพลางพึมพำ "แต่ถ้าเป็นคนที่เราใส่ใจล่ะก็...ไงๆ ฉันก็ค่อนข้างแน่ใจนะว่าไม่ได้ดูพลาดไป...หมอนั่นต้องงอนฉันแน่ๆ เลยล่ะ...ทำไมถึงไม่ยอมพูดออกมานะ ทำแบบนี้ฉันก็ไม่สบายใจเหมือนกัน..."

เขามองเสี้ยวใบหน้าที่เต็มไปด้วยความทุกข์ใจของเพื่อนร่วมห้องคนนั้น ใจนึกไปถึงพี่ชายอย่างช่วยไม่ได้...แต่เรื่องของเขาจะให้พูดออกไปได้ยังไงกัน...

ฮิคารุหันกลับไปมองกระดานหน้าห้องบ้าง...ถึงเล่าไม่ได้...แต่อย่างน้อยเขาก็อาจทำให้พี่สบายใจขึ้นได้บ้าง เอาไว้หลังจากจัดการเรื่องที่ชมรมเสร็จแล้วค่อยแวะไปดูพี่ที่ร้านหน่อยก็คงจะดี

โฮชิยูกิที่กำลังถูพื้นอยู่เงยหน้าขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงนาฬิกาตีบอกเวลาห้าโมงเย็นซึ่งเป็นเวลาเลิกงานของเขา แขนข้างหนึ่งยกขึ้นเพื่อปาดเหงื่อบนใบหน้า แต่ยังไม่ทันที่จะได้ก้มตัวลงหยิบถัง ก็มีมือหนึ่งเอื้อมมาจับไหล่ไว้

"!?" ร่างบางยกแขนปัดมือข้างนั้นออกพร้อมทั้งถอยตัวออกมาทันที ใบหน้าที่ดูซีดลงแสดงสีหน้าตื่นตระหนกออกมาอย่างไม่ปิดบัง

พอหันมองเจ้าของมือข้างนั้นก็พบกับโทโมกิที่ยืนนิ่งด้วยสีหน้าที่ออกจะอึ้งๆเสียหน่อย

ชายหนุ่มเงียบและมองอย่างตกตะลึงอยู่อีกอึดใจใหญ่ๆ ถึงตั้งตัวได้ เขาหัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อน "ขอโทษๆ ฉันไม่รู้ว่านายไม่ชอบให้จับตัว"

"อืม... ผมไม่ได้บอก.. เองล่ะ" โฮชิยูกิก้มลงหยิบถังน้ำขึ้นมา หัวใจเต้นรัวแรงด้วยความรู้สึกหวาดผวาจนต้องคิดกับตัวเองซ้ำๆว่านั่นคือมือของโทโมกิ หัวใจจึงค่อยกลับมาเต้นเป็นปกติ

"ว่าแต่... มาเรียก.. มีอะไรเหรอ โทโมกิ?"

"ก..ก็เห็นว่าถึงเวลาเลิกงานของนายแล้ว" โทโมกิพยายามจะตอบ แต่เขาเองก็ตกใจกับปฏิกิริยาเมื่อครู่ของอีกฝ่ายไม่แพ้กับที่อีกฝ่ายตกใจจนปัดมือเขาออกเหมือนกัน เขารู้สึกได้ถึงความรู้สึกรังเกียจที่ถ่ายทอดออกมา สำหรับคนที่เคยมีแต่คนรักคนชอบอย่างเขาจึงถือเป็นเรื่องที่เกิดไม่บ่อยนัก มิหน้ำซ้ำแม้จะดูดีขึ้นแต่เขาก็คิดว่าสีหน้าของคนตรงหน้ายังไม่สู้ดีนักจึงพลอยเป็นกังวล

"โฮชิยูกิ...ไม่ต้องเอาอุปกรณ์ไปเก็บก็ได้...เดี๋ยวฉันทำที่เหลือต่อเองนะ" เขายื่นมือออกมารอรับจากอีกฝ่ายพร้อมใบหน้ายิ้มแย้มเพื่อแสดงความหวังดีอย่างจริงใจ

"อ้าว... แล้วโทโมกิ... ไม่เลิกงานพร้อมผมเหรอ" ชายหนุ่มเอียงศีรษะเล็กน้อยขณะเอ่ยถาม เพราะหากเป็นปกติ วันนี้เขาสองคนจะต้องเลิกงานพร้อมกัน

"วันนี้ฉันคงทำต่ออีกพักนึงน่ะ พอดีผู้จัดการขอไว้เพราะโคจิติดธุระบอกว่าจะมาเลท ก็คงจะอยู่ถึงตอนนั้นนั่นแหละ" อีกฝ่ายตอบ

"แล้วไม่มีงานที่มหาลัยเหรอ" โฮชิยูกิถามต่อ

"ส่วนของพรุ่งนี้เคลียร์หมดตั้งแต่อาทิตย์ก่อนแล้วล่ะ เพราะงั้นสบายมาก" โทโมกิตอบพร้อมรอยยิ้ม "โฮชิยูกิก็คงจะกลับบ้านเลยใช่มั้ย?"

"อื้ม..." เขาผงกศีรษะรับ "... คงสนุกน่าดูเลยนะ... มหาลัยเนี่ย... โทโมกิถึงเคลียร์งานเสร็จเร็วขนาดนี้" โฮชิยูกิพูดไปพลางนึกอิจฉาเล็กๆ

... ชีวิตมหาวิทยาลัยสำหรับเขายังไงก็เป็นเรื่องที่ไม่มีวันเป็นไปได้

"หืม? อืม...ก็สนุกนั่นล่ะนะ ฉันเองก็ชอบเรียนหนังสือด้วย ตอนแรกก็กลัวเหมือนกันว่าจะไม่ได้เรียนต่อ แต่โชคดีที่ได้ทุนมา" ชายหนุ่มพูดต่อแล้วก็นึกขึ้นได้ "โฮชิยูกิเอง ถ้าอยากเรียนต่อล่ะก็ ตอนนี้ก็มีหลายทางมากเลยนะ พวกทุนเรียนก็มีเยอะขึ้นด้วย ยังไงให้ฉันลองช่วยดูให้มั้ย?"

"... ขอบคุณนะ... แต่ไม่เป็นไรหรอก" แววตาของชายหนุ่มหมองลงเล็กน้อย มัธยมก็เรียนไม่จบจะให้ไปเรียนมหาวิทยาลัยนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว พูดออกไปก็มีแต่ทำให้ตัวเองดูน่าสมเพชมากขึ้น

โทโมกิเงียบไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นท่าทางซึมเศร้าของอีกฝ่าย "...ยังไง...ถ้าไม่รังเกียจ มีอะไรก็ปรึกษาได้นะ" เขายิ้มให้อย่างที่ถนัด

"หือ?" หลังจากที่พยายามสังเกตสีหน้าคนตรงหน้าด้วยความเป็นห่วง เขาถึงได้เห็นรอยเปื้อนจางๆ บนแก้มนวล "โฮชิยูกิ เงยหน้าขึ้นหน่อยสิ มีอะไรเปื้อนแน่ะ"

"อะไรเปื้อนเหรอ" เขาทำถามที่อีกฝ่ายบอกพลางมองหน้าคนพูดอย่างงงๆ

"โทษทีนะ เอ่อ...ตรงนี้" คนตัวสูงกว่ายื่นมือเข้าไปหา เขาลังเลอยู่ว่าจะแตะดีหรือไม่จึงลองแตะปลายนิ้วลงไปก่อนเบาๆ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ถึงกับผวาทำท่าจะปัดมือเขาทิ้ง โทโมกิจึงค่อยๆ ใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือปาดเพื่อเช็ดเอารอยเปื้อนที่ว่าออก แต่แทนที่รอยนั้นจะหายหรือจางไปกลับยิ่งเลอะไปมากกว่าเดิม

"ย..แย่แล้ว...ขอโทษที เลอะกว่าเดิมอีก ไปหลังร้านเถอะ เอาทิชชู่ชุบน้ำเช็ดดูน่าจะออกนะ"

คราวนี้โฮชิยูกิค่อยๆยิ้มออกมาก่อนจะหัวเราะเบาๆ "โทโมกิทำหน้าตลกดีนะ" เขาพูดกลั้วเสียงหัวเราะ

"ถ้าอย่างนั้นฝากตรงนี้ด้วยนะ"

"อืม เดินทางดีๆ ระวังตัวด้วยล่ะ" โทโมกิยิ้มส่งพลางอวยพรไล่หลังไป "โชคดีนะ"

"แล้วเจอกันพรุ่งนี้" โฮชิยูกิหันมายกมือลาแล้วค่อยเดินหายไปที่หลังร้าน เขาเปิดล็อคเกอร์ของตัวเองออกแล้วถอดผ้ากันเปื้อนของร้านแขวนไว้ก่อนจะปิดล็อคเกอร์คืนดังเดิม

เขายกมือขึ้นจับไหล่ตรงที่ถูกโทโมกิจับเมื่อครู่ ทั้งๆที่อีกฝ่ายเป็นคนดีมาก แต่ร่างกายกลับต่อต้านซ้ำยังแสดงอาการออกมาเด่นชัด ที่ร้ายกว่าคือเป็นตัวเขาเองที่มองเห็นภาพร้ายๆเหล่านั้นแวบกลับคืนมาชั่วขณะหนึ่ง

โฮชิยูกิถอนหายใจออกมาก่อนจะสะบัดศีรษะสองสามที

... กลับไปล้างหน้าที่บ้านก็แล้วกัน...

ขณะที่โฮชิยูกิเดินออกทางประตูด้านหลังของร้าน ชายหนุ่มร่างบางก็ชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นเงาอันคุ้นตาของใครคนหนึ่ง แสงไฟข้างทางอันอ่อนแรงช่วยยืนยันให้เขาแน่ใจ

"ผมมารับพี่น่ะ..." เด็กหนุ่มร่างสูงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น เขายังอยู่ในชุดนักเรียนเรียบร้อยดี เว้นก็แต่กระดุมคอทั้งของกาคุรันตัวนอกและเชิ้ตตัวในที่ปลดออกสองสามเม็ด

นัยน์ตาคู่สวยกระพริบมองอย่างประหลาดใจ แต่แล้วเขาก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ "ถ้าอย่างงั้นก็กลับกันเถอะ" โฮชิยูกิพูดพลางเดินจนผ่านร่างสูงที่ยังยืนนิ่งไปได้สองสามก้าว ใบหน้าหวานหันกลับมามองคนที่มารับ

"ฮิคารุ..?"

มือใหญ่ที่อยู่ข้างตัวกำแน่นขึ้นจนแทบสั่น เขาไม่สามารถตอบอะไรได้ในทันที ร่างสูงหันตามไป เขาเดินเข้าไปหา จ้องมองใบหน้าของพี่ชาย

"มีรอยเปื้อนที่แก้มครับ..." พูดจบเด็กหนุ่มก็หยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อออกมา พี่ชายหรี่ตาลงและทำท่าเหมือนจะถอยหนีแต่ก็ทนหยุดเอาไว้ เขาค่อยๆ ใช้มุมหนาของผ้าที่พับไว้เช็ดให้อย่างเบามือก่อนจะหยุดชะงัก ฮิคารุขบกรามแน่น เขาละสายตาจากรอยนั้น จ้องตาอีกฝ่ายแล้วถามออกไป

"ผู้ชายคนนั้น...เป็นใครเหรอครับ?"

"เพื่อนที่ทำงานพิเศษ... ด้วยกันน่ะ" ถึงจะตกใจเล็กน้อยที่ฮิคารุยื่นมือมา แต่ใบหน้าของเขาก็ยังคงมีรอยยิ้มจางๆอยู่ เขาต้องระวังให้มากที่สุดที่จะไม่แสดงท่าทีแบบที่ทำกับโทโมกิกับน้องชาย... จะไม่ทำให้ฮิคารุต้องรู้สึกไม่ดี

"สนิทกันเหรอครับ...?" น้ำเสียงที่ถามนิ่งเหมือนก่อนหน้า มือที่หยุดไปก่อนหน้าเริ่มขยับต่อ เช็ดให้อีกเล็กน้อยจนจางลงมากก็ผละออกไป

"ก็... อื้ม...... ทำไมเหรอฮิคารุ?" ร่างบางตั้งท่าจะก้าวขาต่อเมื่อคนตรงหน้าเลิกเช็ดรอยที่เปื้อนหน้าให้

"ก่อนหน้านี้...แค่เห็นว่าพี่ไม่ได้สนิทกับใครเป็นพิเศษ..." เขายังยืนอยู่ที่เดิม มองอีกฝ่ายที่ท่าทางไม่ฉุกใจหรือรู้สึกถึงความรู้สึกของเขาเลยแม้แต่น้อยด้วยท่าทางสงบ...แต่ไม่ใช่กับจิตใจ...ดวงตาของเขาเริ่มสะท้อนอารมณ์คุกรุ่นที่สุมอยู่ภายในออกมาโดยไม่รู้ตัว

...ทั้งที่เคยพูด...ว่ามีแค่กันและกันก็พอแล้ว...

...ทั้งๆ ที่พูดอย่างนั้น...

"สนิทเป็นพิเศษ?" ผู้เป็นพี่ชายเริ่มแปลกใจกับประโยคบอกเล่าที่น้องชายเป็นคนพูดออกมา "ตอนนี้พี่ก็มีแค่โทโมกินี่ล่ะ ที่เป็นเพื่อน... ฮิคารุอยากรู้จักเหรอ?" เขาถามต่อโดยไม่สังเกตถึงแววตาที่เปลี่ยนไปของฮิคารุเลยแม้แต่น้อย

"ผมไม่อยากรู้จักใครหรอก..." น้ำเสียงของเขาเข้มและห้วนขึ้นจนรู้สึกได้ แต่ก็เกินจะควบคุม "...นั่นสินะ...ผมมันบ้าไปเอง..."

คราวนี้โฮชิยูกิได้ยินคำพูดประหลาดชัดถ้อยชัดคำจนตัวเขาเองตกใจ "ฮิคารุ? พูดอะไรแบบนั้น... บ้าเรื่องอะไร... พี่... ยังไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย"

"ใช่ พี่ไม่ได้ว่าอะไร พี่ไม่เคยทำอะไรผิดหรอก ผมถึงบอกว่าผมบ้าไปเอง ถึงผมจะเป็นยังไงก็ไม่ต้องสนใจ ส่วนเรื่องที่ผมหลบหน้าอะไรนั่นก็เลิกคิดมันซะนะครับ มันก็แค่เรื่องธรรมดา" เขาพูดทุกคำด้วยความรู้สึกเจ็บปวด ทั้งหมดนั้นผ่านออกมาจากริมฝีปากโดยไม่ต้องคิด เขาพยายามกดอารมณ์ของตัวเองอย่างเต็มที่และชิงเป็นฝ่ายออกเดินนำหนีออกไปก่อน

ถึงจะตั้งสติได้ตอนที่ร่างสูงเดินออกไปแล้ว เขาก็รีบวิ่งไปตัดหน้าฮิคารุไว้ นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาสองคนพูดจาไม่เข้าหูกันแบบนี้

"เดี๋ยวก่อนสิฮิคารุ!" นัยน์ตาสีน้ำตาลจ้องมองดวงตาสีเดียวกันของน้องชายด้วยความสับสน "ฮิคารุเป็นอะไรจะไม่ให้พี่ไม่สนใจได้ยังไง? ทำไมถึงพูดอะไรแบบนั้นออกมา"

"ถ้าพี่สนใจ พี่ก็ควรจะจำสิ่งที่ตัวเองพูดได้บ้าง!" เร็วกว่าความคิด มือใหญ่คว้าข้อมือของคนที่อยู่ตรงหน้า กระชากเข้าหากำแพง ผลักพี่ชายจนติดผนัง ร่างสูงใหญ่ของเขาบดบังแสงทั้งหมด เขาเห็นแค่แววตาตื่นตระหนกของพี่

"ทุกวันนี้ผมอดทน...ได้ยินมั้ยว่าผมอดทนอยู่...ผมอดทนและทำอะไรหลายๆ อย่าง...ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อพี่ทั้งหมด ทั้งเรื่องที่ผมหลบเลี่ยงพี่ก็ด้วย"

ด้วยความตกใจทำให้โฮชิยูกิไม่ทันได้คิดถึงอะไรทั้งนั้น แม้กระทั่งสิ่งที่น้องชายพูดออกมา เขารู้สึกเหมือนบางสิ่งที่พยายามเก็บกดไว้จะหลุดออกมา ข้อมือที่ถูกบีบด้วยแรงไม่ใช่น้อยทำให้รู้สึกเจ็บจนต้องนิ่วหน้า

"... ปล่อยพี่นะ ฮิคารุ" ความหวาดกลัวเริ่มปรากฏขึ้นในจิตใจ ในมุมที่ยืนแบบนี้เขามองหน้าของฮิคารุไม่เห็นเลยนอกจากเงามืด ข้อมือสองข้างพยายามออกแรงให้หลุดจากการจับกุม

"โฮชิยูกิ..." น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียกชื่ออีกฝ่าย ใบหน้าเคลื่อนเข้าใกล้ มือที่จับกุมเอาไว้คลายออก ริมฝีปากเฉียดเข้าไปจนเกือบจะแตะกันและกัน

ร่างกายไปไวกว่าที่สติจะคิด แขนสองข้างรีบออกแรงดันอีกฝ่ายที่กำลังเผลอปล่อยมือที่จับไว้ออกไปเต็มแรง ไม่แม้แต่จะหันมามองอีกครั้ง โฮชิยูกิรีบวิ่งออกไปจากตรงนั้นทันทีแม้ว่าร่างกายจะยังสั่นด้วยความกลัวอยู่ก็ตาม

... ทำไม...

... ทำไม...

... ฮิคารุเป็นอะไร...

ฝ่ายคนที่ถูกผลักยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นอึดใจหนึ่ง มือทั้งสองข้างกำแน่น เขารู้ดีว่าพี่ชายของเขาจะหนีไปที่ไหน เขาไม่จำเป็นต้องรีบตามไปเลยด้วยซ้ำ ดวงตาทั้งคู่ที่มองตามแผ่นหลังบางมีแววก้าวร้าว

...เพื่อน...คนที่คุยด้วย...คนที่ไว้ใจ...

...หรือแม้แต่น้องชาย...


เขาไม่ได้ต้องการแค่นั้น


...ไม่เคย...ต้องการแค่นั้น...

 


To be continue...



Free Talk>>

เคนโตะแม่งหล่อ ทอล์คแค่นี้ได้มะ?

ใครยังไม่รู้ หรือยังคิดไม่ออก ว่าเคนโตะจังเสะยังไง

จิ้มที่นี่

ซาคุโร่ฝากอัพเดทด้วยว่า

เด็กมันสูงขึ้น

จากเดิม 184 เซนต์ เป็่น

185.4 เซนต์!!

มันสูงเอาโล่ห์ (คงอยากสูงกว่าคาเนปเป้จนตัวสั่น)

ค่ะ น้องหล่อออออออ

คราวนี้ เรามีเบื้องหลังการถ่ายทำมาให้ชมกันด้วย บังคับอ่านค่ะ เพื่อความเมามันส์

ขอความกรุณา อ่านเนื้อเรื่องหลัก แล้วคอมเมนต์ก่อนนะคะ จากนั้น ค่อยโหลดเบื้องหลังไปอ่าน ถ้าอยากคอมเมนต์เบื้องหลัง เมนต์อีกได้ไม่ว่ากัน

บลอคนี้ชอบปั่นคอมเมนต์ กัมบาริมาสสสสสส

เบื้องหลังการถ่ายทำ ตอนที่1





ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ เลิฟคนอ่านจุ๊บๆ

ซาคุโร่ แอนด์ ฮานะ เดส

เย้เย

กัมบาริมาสสสสสส





Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

รูปเคนโตะโมเอ้~~~~~~~~OO[]OO
เข้ากับเรื่องได้อีก

...อี๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆโอ๊ยๆๆๆๆๆๆๆๆ

ไอบะจังแม่ง โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยย

ทนไว้ เคนโต๊ะ~~~~~

#1 By :nakare: on 2008-01-28 15:13

ฮือออออออออออออออออออออออออออออออ

ฮือออ เค้าชอบบบบบบ ชอบบบบบบบบ
จะอ่านอีกกกกกกกกกก ฮืออออออออ

เคนโตะ ไอคุงงงงงงงง
โฮกกกกกกกก ทำหนังเท๊ ทำโดเท๊!!!!!!!!!!

แย่มาก หลงรัก...

#2 By 【いくみ】 on 2008-01-28 15:15

อ่านเบื้องหลังแล้วฮา...กว่าจะได้แต่ละซีน สติหลุดกันไป
กร๊ากกกกกกกกกกกกกกก

เคนโตะหล่ออออออออ หล่อแม่งงงงงงงง ไม่ไหวแล้วววววววว ฮากกกกกกกกกกกก

#3 By 【いくみ】 on 2008-01-28 15:23

โฮ่ย.........
เคนโตะหล่อ สงสารไอคุงเหมือนกันนะ จิ้นภาพไอคุงปัดป้อง เกลียดกลัวบอดี้ทัชได้ล่ะ
แต่รู้สึกสะดีดเกินโฮชิยูกิไปนิด (มันผิดที่คนเขียนที่ไหนล่ะว้อยยยยย)
โทโมกิ เอ็งเป็นซุปเปอร์คนดีเรยว่ะ - -"
ไม่เอาอ่ะ เค้าชอบชั่วๆ

#4 By LittleBaNaNa on 2008-01-28 15:24

อ๋า

น้องจะจูบ จะจูบ จะจูบ

ไอจังจะหนีทำม้ายยยยยcry
รู้สึกว่ากลัวตัวเองจะเมนต์เหมือนตอนแรก...
ไม่สนพี่เท่าไหร่

แต่สนน้อง !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
(เปล่าลำเอียงเพราะเค้าเป็นแคสริคไคนะ 555)

แต่ว่า โฮยยยยยยยยยยย
แบบนี้เอาใจไปเรยยยยยยยยยยยยย

ไม่ต้องทนแล้วเคนโตะ ลุยไปโลดด!!!!

#6 By Uriel*幸村が大好き!! on 2008-01-28 17:43

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด

เคนโตะหล่อโฮกกกกกกกกกกกก

รังสีชั่ว?กับความหึงหวงแผ่กระจายกระเจิง กดเลย! กดเลย!!

#7 By Lina on 2008-01-28 17:57

อร่ากกกก

เคนโตะเสะได้อีกกกก

ไอบะเคะได้อีกกก โอ๊ยยย หลบทำไมเล่า? แค่น้องชายจะจูบนิดๆหน่อย ๆcry

รออ่านตอนต่อไปคร่า

#8 By [Tsuki Barvon] on 2008-01-28 19:07

เคนโตะหล่ออออออออออออออ>[]<!!!

อย่าหลบซิลูก เคนโตะลุยโล้ดดด

#9 By +Ayame+ on 2008-01-28 20:26

ชอบบ ชอบบ ชอบบบบบ

ไอบะ คนสวยขี้กลัว55555+
เคนโตะ....ชั้นต้องมองนายใหม่สินะ555
(ปกติไม่ค่อยได้เลิฟ พักนี้ชักดูดีขึ้นเรื่อยๆๆๆ)


โอวว open-mounthed smile ทำไมคุนเพื่อนช่างแสนดีเช่นเน๊

#10 By ย า โ อ [Y a o] on 2008-01-28 20:51

///เหนเม้นก้วย
เหนด้วยยยยยยยยย


เค้าชอบฮิโยชิเลวๆๆๆอ๊า>//////<
(ฮานะ-แตเรื่องนี้ ไม่ใช่ฮิโยชิย่ะ!!!!!!!!!!)

#11 By ย า โ อ [Y a o] on 2008-01-28 20:58

เบื้องหลังการถ่ายทำ? ฮาเกินทำใจค่ะ=_="

กร้ามค้าง ขำบ้าอยู่หน้าคอมจนน้องนุ่ง พอ่แม่หันมามองเป็นแถว..

เข้าใจอารมณ์แบบว่าโฮกกันสุดขีด

#12 By Lina on 2008-01-28 21:20

โอ้ยยยยย~~!!! ชอบบบบ!!

โทโมกิ ช่างแสนดี (รู้สึกอย่างกับ...เทะฟู...)

คุณน้องปล่อยพี่ชายหนีไปได้ยังไง...หน้ามืดอีกนิด กดไปเลย!!
ขอจิ้มบอกก่อน เผื่อเน็ตตาย จะได้ไว้ตามเมนต์เรื่องอีกที (อีนี่ก็ชอบปั่นเมนต์ ฮ่าๆ)

แบบว่า...พอรูปน้องเคนโตะตัวโย่งโหลดขึ้นมาปุ๊บ

อีป้าหน้าจอเนี่ยก็อุทานทันทีว่า "อ๊ายยยยยยยยย อิเด็กบ้า!!" ลั่นห้อง

จะหล่อเอาโล่ พร้อมกับความสูงเหรอ!!

ไม่ๆ เราจะไม่โดนหน้าใสๆหลอกอีกเป็นครั้งที่...(นับไม่ไหว ฮ่าๆ)

ปล. จากที่แอบแสกนไป น้องเคนโตะพูดจาแมนโฮกกกกกกกกก >w<

ปล.2 เด๋วกลับมาใหม่ ทำงานก่อน เน็ตรั่วด้วยงิ

#14 By 「エース」エム on 2008-01-28 23:41

เคนโตะคู๊งงงงงงงงงงงง
/ดดีดดิ้นไปมา

รู้สึกว่าไอบะจังเหมาะกับบทแบบนี้โคดๆ
ส่วนเคนโตะก็เหมาะกับบทชายโฉดอย่างเหลือเชื่อ

ฮรากกกกกกกกกกกกก ชอบอ้ะT [] T!!

#15 By Nanapyo* on 2008-01-29 00:48

กลับมาบอกว่า...

...เมนต์หลังจอดีกว่า หึหึหึ


/วิ่งฉิว ไปนั่งเล่น m รอ คุณ Z หรือคุณ H มาออน อุอิ

#16 By 「エース」エム on 2008-01-29 14:19

สนุกอ่า มาต่อทีสิ อยากอ่านมากมาย

น้อชายจะจูบ จะจูบอยู่แล้วเชียวนะ

ไอจังหนีทำไมๆๆๆๆๆๆๆๆcry

#17 By [fujirain] on 2008-01-29 21:24

ง่าพี่ชายวิ่งหนีไปซะแล้ว

สงสารทั้งคู่เลยอ่า

#18 By SunRune (125.25.91.242) on 2008-04-25 10:27