[z+h series] file.01 - 星の道 - hoshi no michi -prologue-
posted on 25 Jan 2008 23:50 by hanachiko in NOVELandPOEMสวัสดีค่ะ
กลับมาพบกันอีกครั้ง หลังจากมีเอนทรี่คั่นความเพี้ยนของเจ้าของบลอค
มาคราวนี้ ไม่ได้มามือเปล่านะคะ
แต่ขน[z+h series]เรื่องที่1 มาฝากกันแล้วล่ะค่ะ
ตอนนี้เป็น Prologue (บทนำ) ที่จะปูข้อมูลพื้นฐานให้คุณผู้อ่าน(?)ทราบ
และเข้าใจตรงกันก่อนนะคะ (ทำเป็นทางการเชียวมึง)
ก่อนที่จะไปพบกับบทนำ
ขอแนะนำแคสให้เห็นชัดๆกันอีกทีนะคะ
Aiba Hiroki
รับบทเป็น
HOSHIYUKI
Ono Kento
รับบทเป็น
HIKARU
Kawai Ryunosuke
รับบทเป็น
TOMOKI
(ทำไมรูปมันใหญ่เล็กไม่เท่ากัน)
พร้อมมั้ยคะ
ก่อนที่จะให้อ่าน
แนะว่ากดรอให้เพลงขึ้นแล้วค่อยอ่านนะคะ SOUNDTRACKสรรหาโดยซาคุโร่
พร้อมกันแล้ว โอเคนะคะ
...
星の道 - hoshi no michi
-prologue-
:: Hoshiyuki’s side ::
‘แกจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น’
‘ชดใช้ที่ฉันต้องหาเลี้ยงหน่อย’
‘ร้องออกมาสิ ร้องออกมา กลัวน้องชายที่น่ารักจะได้ยินหรือไง’
“!?” ร่างบางในชุดนอนสีเทาสะดุ้งตื่นขึ้นจากความฝันที่แสนโหดร้าย... ภาพจากความทรงจำอันปวดร้าว ‘โฮชิยูกิ’หอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน หยาดเหงื่อผุดพรายขึ้นมาตามตัว เขาหันมองนาฬิกาข้อมือตรงโต๊ะข้างเตียง หน้าปัดที่อาศัยแสงจันทร์บอกเวลาตี2เกือบครึ่ง
โฮชิยูกิลุกออกจากเตียง เขาค่อยๆเปิดประตูห้องด้วยความระมัดระวังไม่ให้เกิดเสียงดังแล้วพาตัวเองมาหยุดยืนอยู่หน้าห้องตรงข้าม นัยน์ตาสีน้ำตาลสะท้อนบานประตูไม้อยู่เนิ่นนาน มือเรียวยกขึ้นทาบวางบนบานประตูพลางหวนนึกไปถึงอดีต
ก่อนที่แม่จะตาย คนที่กำลังหลับอยู่หลังประตูบานนี้ในตอนนั้นยังเป็นเพียงน้องชายตัวเล็ก ฮิคารุตัวน้อยที่คอยจะแอบเข้ามาในห้องนอนเขาเวลาที่ฝันร้ายกับมือเล็กๆที่เคยจับไว้จนหลับไปด้วยกันทั้งคู่... น้องชายคนสำคัญที่เขายอมเสียสละทุกอย่าง ทั้งศักดิ์ศรี ทั้งอนาคตเพื่อปกป้องไว้จากมือของผู้ชายคนนั้นที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อเลี้ยง
โฮชิยูกิถอยออกมาก่อนจะเดินไปที่ครัวเพื่อดื่มน้ำเย็น ดวงตาที่สวยงามดูเหนื่อยล้าจากฝันร้าย แม้ผู้ชายคนนั้นจะตายไปเกือบ5ปีได้แล้ว แต่ความโหดร้ายทารุณที่ถูกกระทำจากคนๆนั้นยังคงเป็นบาดแผลใหญ่ที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจตลอดเวลา ร่างกายยังคงจำสัมผัสที่น่ารังเกียจได้ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน และสิ่งเลวร้ายทุกอย่างนั้นก็ตามหลอกหลอนเขาในความฝันอยู่ทุกคืน
แต่ชายหนุ่มก็อดทนมาได้ ด้วยเหตุผลเพียงอย่างเดียว
ฮิคารุ...
แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตของเขา
หลังจากเตรียมอาหารเช้าและข้าวกล่องไว้ให้ฮิคารุเสร็จแล้ว โฮชิยูกิก็ออกจากบ้านไปก่อนเพราะวันนี้เขาถูกเรียกให้เข้ากะเช้าที่ร้านสะดวกซื้อใกล้ๆบ้าน ความที่ว่าตั้งใจทำงานและฮิคารุเองก็มีวันที่ต้องกลับดึกมากๆอย่างวันอังคารกับพฤหัส ทำให้เขาสามารถทำงานกะดึกในสองวันนั้นได้ เมื่อบวกกับค่าล่วงเวลาเข้าไป ทำให้ชายหนุ่มสามารถเลี้ยงตัวเองและน้องชายมาได้จนถึงตอนนี้... ฮิคารุเองก็ตั้งใจเรียนให้เป็นนักเรียนทุนเพื่อแบ่งเบาภาระของเขา
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นอกจากร้านสะดวกซื้อที่ทำงานพิเศษอยู่นั้น มีเพียงตลาดแถวบ้านเท่านั้นที่โฮชิยูกิจะแวะไป จากประสบการณ์ที่แสนเลวร้ายทำให้ชายหนุ่มร่างบางกลายเป็นคนเก็บตัวและเข้าสังคมไม่เก่ง เพื่อนสมัยมัธยมต้นก็ขาดการติดต่อกันไปจนไม่ได้สนใจ... จนตอนนี้ นอกจากฮิคารุ เจ้าของร้านสะดวกซื้อ และพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดแล้ว โฮชิยูกิมีเพียงโทโมกิซึ่งเป็นเพื่อนที่ทำงานพิเศษด้วยกันเท่านั้นที่พอจะคุยด้วยได้
ในวันที่ไม่ต้องทำกะดึกอย่างวันนี้ โฮชิยูกิจะแวะซื้อของที่ตลาดก่อนกลับบ้าน ด้วยความที่เขาเป็นคนน่ารัก บรรดาลุงป้าที่ตลาดต่างพากันเอ็นดูและเห็นใจในชะตากรรมที่น่าสงสารของพี่น้องสองคนนี้ จึงมีหลายครั้งที่โฮชิยูกิจะได้สินค้าราคาพิเศษจากพ่อค้าแม่ค้าในย่านนี้
“เอาเนื้อไปเพิ่มอีกสิจ๊ะ ฮิคารุจังจะได้โตเร็วๆ” หญิงสาววัยกลางคนหั่นเนื้อเพิ่มให้มากกว่าที่โฮชิยูกิสั่งไป เขารีบยกมือก่อนจะเอ่ยท้วง
“ไม่เป็นไรหรอกครับ...” ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มจางๆออกมา “ฮิคารุสูงกว่าผมแล้วล่ะครับ”
“ตายจริง โฮชิจังยอมได้ยังไงจ๊ะ ถ้าอย่างนั้นล่ะก็ โฮชิจังนั่นแหละที่ต้องกินเยอะๆ เอ้า ป้าแถมให้” ไม่พูดเปล่าแต่เธอก็คีบเนื้อใส่ถุงเพิ่มให้กับชายหนุ่มที่ยืนรออยู่ เขาโค้งขอบคุณอยู่หลายรอบก่อนจะเดินออกมา
พอกลับถึงบ้าน โฮชิยูกิก็จัดแจงนำของที่ซื้อมาใส่ตู้เย็นและเตรียมตัวทำอาหารเย็นให้เสร็จพอดีกับที่ฮิคารุจะกลับมา หลังจากทานอาหารเย็นเรียบร้อยเขาก็จะเป็นคนเก็บกวาดทุกอย่างแล้วจึงไปอาบน้ำ... โฮชิยูกิไม่ลืมที่จะเอ่ยคำว่าราตรีสวัสดิ์กับน้องชาย และเขียนไดอารี่ก่อนนอน
... เมื่อคืนนี้ผมฝันถึงผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว...
... ไม่รู้เหมือนกันนะ ว่าอีกนานแค่ไหนผู้ชายคนนั้นถึงจะหายไปจากความฝันของผม...
... ไม่รู้อีกเหมือนกัน... ว่าเมื่อไหร่ ผมถึงจะกล้าที่จะเคาะประตูห้องนอนของฮิคารุเพื่อบอกว่าผมฝันร้าย...
... แม่ครับ...
... ผมทำหน้าที่พี่ชายได้ดีหรือเปล่าครับ...
:: Hikaru’s side ::
“ผลการเรียนไม่เคยตกจากท็อป 5...เป็นประธานนักเรียน...เป็นเอสชมรมบาส...หน้าตาดี...ตัวสูง...ขรึมแต่ก็อ่อนโยน เป็นสุภาพบุรุษ...ยิ้มทีฉันแทบจะยกชีวิตให้” เด็กสาวที่ไล่คุณสมบัติเหล่านั้นทำหน้าเคลิ้มฝัน สองมือประสานอยู่กับอกทำตาปรือปรอยขณะที่กำลังเดินกลับห้องเรียนบนทางเดินในอาคาร เพื่อนสาวที่เดินด้วยกันหัวเราะขำ
“เลิกฝันได้แล้ว คนหาที่ติไม่ได้ขนาดนั้นเขาคงจะแลเธอหรอก”
“อ้าว ยัยคนนี้ เพราะงั้นถึงต้องฝันเอาไงยะ” สองสาวคุยกันต่อ หัวข้อสนทนายังคงวนเวียนอยู่ที่เดิม...ประธานนักเรียนของโรงเรียนแห่งนี้ที่ว่ากันว่ายังไม่มีใครหาจุดอ่อนเจอ ทั้งเรียนดี กีฬาเด่น เคร่งขรึม ใจเย็น สุภาพและอ่อนน้อมถ่อมตน เพื่อนก็ชอบ อาจารย์ก็รัก ประวัติไม่เคยด่างพร้อย เว้นก็แต่ที่ได้ยินมาว่าฐานะทางบ้านไม่ค่อยดีและสมาชิกในครอบครัวเหลือแค่พี่ชายคนเดียวเท่านั้นแค่นั้นเอง
“นี่ เธอว่าถ้าฉันไปยืมดิค ฮิคารุคุงจะให้ยืม-” พูดไม่ทันจบ สองสาวที่เดินมาจนถึงสุดหัวมุมก็ชนเข้ากับใครบางคนที่เดินพ้นออกมาจากอีกด้านในจังหวะเดียวกันพอดี เด็กสาวที่กำลังพูดชนเข้าไปเต็มจังจนถึงกับทำท่าจะล้ม แต่ก็ได้มือใหญ่ของคนตรงหน้าคว้าข้อมือฉุดเอาไว้ได้ทัน
“เป็นอะไรหรือเปล่า?” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ถามออกมาช่วยให้อาการงุนงงตกใจหายไป เธอตะลึงมองคนถามตาโต เจ้าของใบหน้าที่เพิ่งลอยอยู่ในจินตนาการเมื่อครู่และร่างสูงโปร่งโดดเด่นนั้นคือ ‘ฮิคารุ’ ไม่ผิดแน่
“ฮิ..ฮิคารุคุง...เอ่อ...ม..ไม่เป็นไรค่ะ...”
“ดีแล้ว...เป็นเด็กผู้หญิงต้องระวังหน่อยนะ” เด็กหนุ่มผมดำปล่อยข้อมืออีกฝ่ายออก เขาพูดพร้อมใช้นิ้วมือปัดผมยาวสีน้ำตาลที่กระเซิงเล็กน้อยเพราะแรงดึงของเขาให้เข้าทรง
“ขอบคุณค่ะ!” เด็กสาวรีบก้มขอบคุณเป็นการใหญ่ เสียงของเธอสั่นด้วยความตื่นเต้น
“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัว...” เขายิ้มให้น้อยๆ อย่างเป็นมิตรก่อนหยุดเท้าเมื่อเพิ่งเดินสวนไปได้สองสามก้าว “อ้อ...ถ้าลืมหรือไม่มีจริงๆ ล่ะก็...จะยืมผมก็ได้นะ...ดิคน่ะ”
และนั่นคือประธานนักเรียนผู้แสนจะสมบูรณ์แบบของโรงเรียนแห่งนี้...
ฮิคารุแทบจะไม่เคยแสดงสีหน้าไม่พอใจ ยิ่งอารมณ์โกรธก็ยิ่งไม่มีให้เห็น เขาวางตัวได้อย่างดีเยี่ยม เป็นประธานนักเรียนที่ดี เป็นกัปตันชมรมที่เข้มงวดและใจเย็น เป็นนักเรียนที่ว่านอนสอนง่ายของครูบาอาจารย์ และเป็นเพื่อนที่ดีของเพื่อนนักเรียนทุกคนไม่ว่าจะรุ่นน้องหรือรุ่นพี่ มีไม่กี่คนเท่านั้นที่จะรู้สึกไม่ชอบหรือหมั่นไส้ หลายคนยกให้เขาเป็นแบบอย่างที่ดี แต่ไม่เคยมีใครทันฉุกคิดเลยว่าฮิคารุไม่มีเพื่อนสนิท และความดีเหล่านั้นช่างเป็นความดีที่มากเกินไปจริงๆ...
“ขอบคุณครับ ถ้ายังไงพรุ่งนี้ผมจะรวบรวมข้อมูลแล้วก็ทำตารางโดยละเอียดมาให้อาจารย์พิจารณาอีกทีนะครับ” เด็กหนุ่มตัวสูงเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มหูพร้อมยิ้มเสริมคำขอบคุณของตัวเองขณะที่มือรวบรวมเอาเอกสารเสนอของบประมาณให้แต่ละชมรมมาเก็บไว้ในแฟ้ม
เขาเดินออกจากห้องพักครูด้วยท่าทางสงบและนิ่งเฉยเช่นปกติ ก้าวยาวๆ อย่างเคยกลับไปที่ห้องสภานักเรียนที่บัดนี้ฉาบไปด้วยแสงแดดยามเย็นสีส้ม ในห้องว่างเปล่า คนอื่นๆ กลับกันไปหมดแล้ว เหลือแค่เขาที่ติดธุระชี้แจงเรื่องรายละเอียดและเหตุผลในการจัดงบขอทุนของแต่ละชมรมในวันนี้
หลังจากเก็บเอกสารเข้าที่แล้ว มือใหญ่ก็หยิบกระเป๋าเป้ของตนแล้วมุ่งตรงออกจากโรงเรียน เขาดูนาฬิกาที่ข้อมือซ้ายครั้งหนึ่งขณะที่เดินเข้าห้องน้ำของสถานีรถไฟเพื่อเปลี่ยนเอาเสื้อกาคุรันซึ่งเป็นเครื่องแบบตัวนอกออกแล้วหยิบเอาแจ็คเก็ตสีแดงเข้มตัวหนาออกมาสวมทับพร้อมหมวกแก็ปสีดำ หลังจากนั้นก็ออกเดินทางต่อไปยัง ‘ที่ทำงานพิเศษ’ ของตัวเองทันที
ทันทีที่ไปถึง เขาถูกตำหนิเล็กน้อยที่มาสาย แต่เพราะเจ้าของร้านหรือคนตำหนิรู้ดีว่าเขาอายุเท่าไรและอะไรน่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้มาสายก็ไม่ได้คิดจะคาดโทษแต่แรกอยู่แล้ว
เด็กหนุ่มเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาใช้ห้องน้ำในร้านอาบน้ำเสียใหม่ แล้วสวมเครื่องแต่งกายที่แขวนรออยู่ สูทสีดำสนิทตัวสวยยังคงเข้ากับเขาได้ดี เสื้อเชิ้ตตัวในสีฟ้าอ่อนปลดกระดุมคอและกระดุมที่เรียงต่อมาอีกสอง สวมสร้อยเงินกับจี้กางเขนเล็กๆ ที่มีคนจัดไว้ให้กับแหวนอีกสองสามวง เซ็ตผมเล็กน้อย แล้วจบด้วยน้ำหอมที่ฉีดพรมลงบนเสื้อผ้าอีกทีเพื่อไม่ให้กลิ่นติดตัวก็เป็นอันเสร็จ
เด็กหนุ่มเดินออกจากห้องพักพนักงานเข้าไปยังตัวร้านที่อยู่ใต้แสงไฟสลัว วันนี้หญิงสาวที่เรียกตัวเขาเป็นคนละคนกับเมื่อวานแต่ก็เป็นลูกค้าประจำพอๆ กัน เขายิ้มให้ รอคำเชิญของอีกฝ่ายก่อนจะนั่งลงข้างๆ พร้อมคำทักทายผสมถ้อยคำเยินยออันรื่นหูให้แก่อีกฝ่าย
“เคนโตะจังล่ะก็ ทำไมวันนี้มาสายซะได้ ยิ่งมีเวลาน้อยๆ อยู่” หญิงสาวในชุดแซ็คสีดำราคาแพงจากแบรนด์หรูเอ่ยตัดพ้อเขาหรือก็คือ ‘เคนโตะ’ ชื่อปลอมที่ใช้ในร้านแห่งนี้ ดวงตาที่แต่งแต้มไว้อย่างสวยงามปรายมองมาที่เขาอย่างมีเลศนัย
“ขอโทษด้วยครับนาคามุระซัง พอดีวันนี้ผมติดธุระนิดหน่อย ยังไง...เพื่อเป็นการไถ่โทษ...แก้วแรกนี่ให้ผมเลี้ยงนะครับ” เขายิ้มตอบอย่างเยือกเย็น ใช้สายตาแบบเดียวกันมองอีกฝ่ายกลับไป
“แหม...แต่อยู่คุยกันอีกเดี๋ยวเดียวเธอก็เลิกงานแล้วนี่” หล่อนแสร้งทำเป็นงอน นั่นเพราะตัวเขาที่ทำงานนี้ถือเป็นความลับสูงสุดที่ไม่มีใครรู้สักคนแม้แต่พี่ชายเองก็ตาม เขาโกหกว่ามาทำงานเป็นติวเตอร์ให้เด็กที่อยู่ชั้นต่ำกว่า ดังนั้นจะกลับบ้านดึกมากไม่ได้เขาจึงตกลงกับเจ้าของร้านไว้ว่าจะเลิกงานช่วงสามทุ่มเสมอ
“ถ้าอย่างนั้นล่ะก็...” รอยยิ้มของเด็กหนุ่มเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มรู้ทัน แขนยื่นออกไปโอบไหล่อีกฝ่ายพลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้ กระซิบบอกที่ริมหู “หลังผมเลิกงาน...จะอยู่คุยเป็นเพื่อนเป็นการส่วนตัวสักพักนึงก็ได้นะครับ...”
หญิงสาวหัวเราะคิกอย่างถูกใจ หล่อนเงยหน้าขึ้น ใบหน้าของทั้งสองอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ
“แหม...ก็เป็นซะแบบนี้...ฉันถึงถอนตัวถอนใจจากเคนโตะจังไม่ได้สักที” พูดจบ ริมฝีปากที่แต่งแต้มด้วยลิปสติกสีแดงสดก็แนบจุมพิตมา เขารู้ดีว่าจะเป็นอย่างนั้น มือโอบเอวบางและตอบสนองตามที่หล่อนต้องการอย่างไม่อิดเอื้อน ขณะที่ดวงตาคู่หวานของหญิงสาวปิดสนิท เด็กหนุ่มกลับลืมตาเหลือบมองไปยังด้านหลังของหล่อน ที่ซึ่งผู้จัดการร้านกำลังมองมาอย่างไม่พอใจนัก
เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ชอบใจอะไร...ที่นี่ก็แค่โฮสต์คลับธรรมดา แค่มีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่หน้าตาดีมาคอยนั่งคุยนั่งดื่มเป็นเพื่อน เอาอกเอาใจตามเหมาะสม ถ้ามากกว่านั้นก็เป็นเรื่องที่ต้องตกลงกันเอง ไม่ควรทำอะไรประเจิดประเจ้อในร้าน...ซึ่งเขากำลังทำผิดกติกานั้นอยู่ในตอนนี้
ฮิคารุส่งสัญญาณมือที่ด้านหลังของหญิงสาวแทนคำขอโทษก่อนจะยิ้มให้และผงกศีรษะน้อยๆ ประกอบเมื่อผละออกจากอีกฝ่าย หลังจากนั้นก็กลับมาทำหน้าที่ตามปกติรอจนถึงเวลาเลิกงานของตัวเองแล้วก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า บอกลาคนอื่นๆ เท่าที่พบในตอนนั้น แล้วก็ออกทางหลังร้านอ้อมไปออกตรงถนนด้านหลังอีกที
และที่นั่น...หญิงสาวที่นัดกันไว้จะจอดรถเอาไว้รอ
ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำอย่างนี้ หากแต่ทำจนนับครั้งไม่ถ้วนตั้งแต่เริ่มทำงานมา...เขาไม่รู้เหมือนกันว่าทำถูกหรือไม่ อีกฝ่ายต้องการแค่ร่างกายของเขา ต้องการแค่สัมผัส ต้องการแค่ปลดเปลื้องความปรารถนา
...เขาเองก็เช่นกัน
ร่างกายอันนุ่มนิ่มและบอบบางของผู้หญิงเป็นสิ่งที่ชวนให้แตะต้อง เขาจูบและโอบกอดร่างนั้นอย่างไม่รังเกียจ แต่ก็ไม่ได้นึกรักใคร่หรือถลำลึกลงไปในความรู้สึกทำนองนั้นแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำเขาเสียอีกที่เป็นฝ่ายได้ประโยชน์จากการกระทำเหล่านี้ ทั้งเงิน ทั้งข้าวของ หรือแม้แต่ประสบการณ์และความหลงใหลที่พวกหล่อนมีให้ เสียงครางของร่างในอ้อมกอดบอกให้เขารู้ว่าตัวเองห่างไกลจากการเป็นนักเรียนชั้นมัธยมปลายขนาดไหนแล้ว
ไม่ใช่การคบกันแบบเด็กๆ...คู่ของเขาไม่ใช่เด็กสาววัยเดียวกัน และไม่มีความผูกพันอะไรมากเป็นพิเศษ แล้วยังมีความสัมพันธ์กันอย่างนี้ในรถของอีกฝ่ายที่จอดหลบในตรอกมืดๆ อีกด้วย...
แต่ไม่ว่าเรื่องเหล่านั้นอาจจะเหนือความคาดหมายของใครมากแค่ไหนก็ตาม...ก็ยังไม่เท่าสิ่งที่ปรากฏขึ้นมาหลอกหลอนเขาทุกครั้งที่ทำเช่นนี้ได้
ขณะที่เขาซบใบหน้ากับซอกคอที่ฟุ้งไปด้วยกลิ่นน้ำหอมของอีกฝ่าย หัวใจของเขาค่อยๆ ถูกความมืดกัดกินทีละเล็กทีละน้อย...ภาพของใครบางคนที่ปรากฏขึ้นในหัวชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ
ในที่สุดริมฝีปากก็ขยับถ้อยคำอันไร้เสียงออกมา
...โฮชิ...ยูกิ...
To be continue...
Free Talk
อ๊ากกกกกกกกกกกก น้องเคนโต่ววววววววววววววววว ง่วงแล้วอ่า - -"
แอบน็อคไปประมาณชม.กว่าๆ
เขียนแอบยากนิดนึงด้วยความไม่คุ้นเคย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อั๊งหัวใจกันมากมาย
ไม่มีไรให้พูดมาก (อีกนัยคือกรูง่วง)
ไปร่ะ 55555555
ฝากฟิคไว้ในอ้อมอกด้วยนะคะ~~~~~~~~~~~~~~!!

ที่จริงเขินค่ะ...นึกหน้าน้องเคนโตะแล้วเขิน...
แย่ค่ะแย่ (มุดดินไปครึ่งตัว...)
ปั่นอย่างด่วน กลัวฮานะหลับใน...แล้วก็หลับจนได้...ขอโทษค่ะ
ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ
ฮานะฝากฟิคนี้ไว้ในอ้อมอกแล้ว งั้นเราฝากไว้ในอ้อมใจนะคะ
ป.ล. ถ้ามันเอาไปแสดงจริงๆ ตูตายคนแรก...
#1 By Zakuro on 2008-01-26 05:06