[Tenipuri+FanFiction] Voyage : 9 (Yaoi Warning)
posted on 13 Jan 2008 11:04 by hanachiko in TeniPuri
สวัสดีค่ะ
เรื่องที่จะลงต่อไปนี้ เป็นYaoi Fictionนะคะ
ขอความกรุณา ผู้ที่ไม่สนใจและรับไม่ได้ กรุณากดปิดด้วย
ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียใจ อะไร เปิดแล้วไม่อ่าน ฮานะไม่บังคับค่ะ
หากไม่ชอบ กรุณาปิดนะคะ ^^
ขอบคุณค่ะ
Title: Voyage
Author: shadow as Tezuka Kunimitsu
Shiraishi Kuranosuke
hana matsumoto as Fuji Syuusuke
Fandom: The Prince of Tennis
Pairing: ?? x Fuji Syuusuke
Rating: PG
Warning: Yaoi
Genre(s): Angst / Drama
~9~
เวลาผ่านไปจนย่างเข้าฤดูหนาว ร่างบางยืนอยู่ใต้ต้นซากุระที่บัดนี้เหลือเพียงกิ่งก้านและลำต้น ใกล้ๆกันนั้นมีกองไฟเล็กๆที่ก่อไว้ให้คลายหนาว ฟูจิสอดซุกแขนไว้ในชายเสื้อเพื่อความอบอุ่น เกล็ดหิมะที่ปรายโปรยลงมายังไม่หนักมาก
... ป่านนี้ท่านจะเป็นเช่นไรบ้าง...
มือสองข้างยกขึ้นเพื่อเป่าลมหายใจอุ่นร้อนคลายหนาว เขาออกมายืนรอเจ้าของจวนแห่งนี้ทุกวันเป็นกิจวัตร
... เพื่อที่ข้าจะได้เป็นคนแรกที่ต้อนรับท่าน...
ร่างเพรียวภายใต้ผ้าขนสัตว์ที่หนานุ่มเดินพ้นประตูจวนออกไป ภายนอกเงียบสงัด ไม่มีแม้เสียงแมลงให้รำคาญใจ นอกจากเกล็ดหิมะที่ตกลงมาแล้ว กลับไม่มีสิ่งใดเคลื่อนไหว นอกจากตัวเขา
ราวกับว่าเวลากำลังหยุดนิ่ง
หิมะขาวอ่อนนิ่มโปรยปรายลงบนแผ่นหลังอ่อนล้าที่เอนซบอยู่บนหลังม้า เลือดจากปากแผลจับตัวเป็นก้อนเกาะอยู่ที่รอยแผลฉกรรจ์จากดาบของศัตรู วงล้อมที่ฝ่ามาได้....แม้จะชนะแต่ก็ชนะแบบบอบช้ำเหลือเกิน ใบหน้าเปรอะเปื้อนเลือดทั้งจากศัตรูและพวกพ้อง นัยน์ตาริบหรี่ใกล้จะปิดแต่ก็ฝืนเพื่อกลับมาหาดวงตะวันหนึ่งเดียวที่รอคอยเขาอยู่
หากมิได้เห็นหน้า...หากมิได้เห็นว่าเจ้าเป็นสุขดี
...ข้าก็มิอาจตายได้...
เงารางๆที่ปรากฏขึ้นท่ามกลางหมอกจางๆทำให้ฟูจิที่ตั้งใจจะหันหลังกลับจวนต้องชะงักเท้าไว้ นัยน์ตาคู่สวยหรี่มอง
... มิตร...
... หรือศัตรู...
เงานั้นชัดเจนขึ้น อาชาตัวใหญ่ที่เคยขึ้นขี่กับเทะสึกะปรากฏแก่สายตา บนหลังมันมีคนที่คุ้นตาเอนซบอย่างอ่อนแรง ก่อนที่จะได้คิดสิ่งใด ขาสองข้างก็รีบวิ่งเข้าหาพลางร้องเรียกด้วยความตกใจ
"ท่านคุนิมิตสึ!!"
นัยน์ตาหรี่ปรือเบิกกว้างขึ้นเมื่อได้ยินเสียงคนรัก "ชูสึเกะ..ข้ากลับมาแล้ว..." ขาดคำร่างสูงก็พลิกตกจากหลังม้าลงมานอนท่ามกลางหิมะสีขาว แรงกระแทกทำให้แผลที่เริ่มติดปริออก เลือดย้อมหิมะก้อนขาวจนแดงฉานเกือบทั่วทั้งร่าง สติที่ประคองมาหมดสิ้นสมประดี...แม้แต่ลมหายใจก็แผ่วจนเกือบจะขาดหาย
"ท่าน!!!" ร่างบอบบางถลาลงกับพื้นหิมะ สีแดงของเลือดที่ปรากฏบนหิมะทำเอาหัวใจแทบหยุดเต้น ฟูจิโอบประคองร่างสูงไว้ในอ้อมกอด "ท่านคุนิมิตสึ! ท่านคุนิมิตสึ!!"
... ท่านอย่าเพิ่งเป็นอะไร...
หยาดน้ำตาไหลลงอาบแก้ม "... ตอบข้าสิ..." ชายแขนยูกาตะของฟูจิถูกฉีกออกเพื่อกดปากแผลไว้ ไม่ให้เลือดไหลออกมาได้มากกว่านั้น
เหนือคาคบไม้สูงใหญ่ เงามืดของใบไม้บดบังร่างชายชุดดำผู้ปิดหน้าด้วยผ้าสีเดียวกันผืนบางที่ถูกลมหนาวพัดสะบัดจนพริ้วไหว ฝีเท้าเบาบางเดินบนยอดไม้จากต้นหนึ่งสู่ต้นหนึ่งแม้กิ่งของมันจะเอนลู่แต่ร่างสูงก็ยังเดินอย่างมั่นคง เมื่อเห็นว่าไดเมียวหนุ่มผู้มีบาดแผลฉกรรจ์ล้มลงในอ้อมกอดของใครคนหนึ่ง นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนก็โชนแสงวาบขึ้นมา
ชิราอิชิกระโดดลงสู่พื้นดิน ฝีเท้าฉับไวก้าวเข้าซ่อนอยู่ในพุ่มไม้
มืดสั้นในมือกระชับขึ้นเมื่อเห็นลมหายใจที่สะดุดและหยาดเรือดที่รินลงลงกลางหิมะ รอยยิ้มบางๆผุดฉายอยู่ที่ใบหน้าในมุมมืด คมดาบวาววับล้อกับแสงแดดอ่อน
...ในดาบเดียว..ไม่มีทางรอดแน่...
ร่างบางตัดสินใจค่อยๆประคองแขนข้างหนึ่งของเทะสึกะให้พาดบ่า ก่อนจะลุกขึ้นยืนด้วยความยากลำบาก ลำพังส่วนสูงที่ต่างกนก็ทำให้ลำบากอยู่แล้ว ชุดเกราะที่สวมใส่อยู่ยิ่งทำให้ลำบากมากกว่าเก่า
แต่ฟูจิก็ไม่คิดจะปล่อยทิ้งไว้
ชายผู้ซ่อนตัวหลังพุ่มไม้กระชากตัวพุ่งเข้าหวังตัดลมหายใจของไดเมียวอ่อนแอ...ผู้ที่ทำให้คนสำคัญยิ่งกว่าชีวิตทั้งสองของเขาดับสูญ
...หิมะเอ๋ย..เลือดของชายผู้นี้จะชโลมลงสู่เจ้า...
...โปรดส่งมันไปเพื่อเซ่นสังเวยนายของข้า..ผู้สิ้นชีพ...
แต่ก่อนที่คมมีดจะได้คร่าชีวิตของเทะสึกะนั้น ฟูจิได้สอดตัวเข้าขวางไว้ ร่างของไดเมียวหนุ่มล้มลงกับพื้นแทบจะทันที
"..จะ..เจ้า?...ชูสึเกะ..ชูสึเกะ..ยะ..อย่า" แรงกระแทกเรียกสติบางส่วนที่ฝังลึกให้ฟื้นคืนขึ้น เทะสึกะพยายามจะพูดและลุกขึ้นต่อสู้เพื่อคนรัก มือใหญ่จับที่ดาบเหล็กเย็นเฉียบของตน ทว่าบาดแผลและความหนาวเหน็บกลับกัดกร่อนแรงทั้งหมดไปเสียสิ้น
...แม้แต่คนรักของตนเอง..ก็มิอาจสามารถปกป้องได้...
เปลือกตาหนักอึ้งราวกับมีตะกั่วถ่วงค่อยๆปิดลง สิ่งสุดท้ายที่ดวงตามองเห็น...คือม่านหิมะสีจาง
แขนสองข้างกางออกราวกับปกป้องร่างที่ล้มอยู่กับพื้นหิมะ ไม่เกรงกลัวว่าคมมีดจะปลิดชีวิตเขาไป
แขนที่ตั้งใจตวัดจ้วงแทงหยุดค้างในอากาศ ชายที่มีใบหน้าราวกับผู้หญิงแต่แววตาเด็ดเดี่ยวนี่คือใครกัน? ท่อนแขนที่ชะงักค่อยๆยื่นออกไปตรงหน้าราวกับจะขู่
...เพราะความกรุณาของท่านไดเมียวเซย์อิจิ....
...คำสอนที่ว่า อย่าฆ่าคนที่ไร้ความผิด...ดังก้องในใบหูที่เย็นเฉียบ
"ข้ามิให้เจ้าเข้ามามากกว่านี้แน่ๆ!" น้ำเสียงตวาดกร้าว สายตาที่จ้องมองอีกฝ่ายมีแต่ความโกรธเกรี้ยว แม้จะเป็นศัตรูแต่ฟูจิก็ไม่ได้มีทีท่าว่าเกรงกลัว
... ในเมื่อคนผู้นี้จะเอาชีวิตของท่านคุนิมิตสึ...
"สงครามจบลงแล้วมิใช่หรือ! ลอบสะกดรอยตามมาเช่นนี้เจ้าช่างขี้ขลาดนัก!!"
กระแสเสียงสำเนียงหวานทว่าท่วงทำนองกลับกราดเกรี้ยวสะดุดหูของชิราอิชิไม่น้อย ดาบสั้นคู่กายลดลงแนบลำตัว
"ขี้ขลาดรึ...เจ้าคนต่ำช้าที่หมดสตินั่นต่างหากที่ขี้ขลาด ไอ้คนเลวนั่น..." เสียงโกรธขึ้งหยุดไปเมื่อรู้ตัวว่าไม่ควรพูดอะไรให้ศัตรูกระโตกกระตาก
"ใครกันที่ต่ำช้า!!! คนที่คิดทำร้ายผู้ที่ไม่มีทางสู้ต่างหากที่ต่ำช้า!! เจ้าถอยกลับไปเสีย!!" ฟูจิรู้สึกถึงอารมณ์ที่เดือดพล่าน คนผู้นี้เป็นศัตรู แต่กลับพูดจาราวกับเทะสึกะเป็นฝ่ายกบฎเสียเอง
"ไม่..." ดาบสั้นเหวี่ยงเข้าไปเฉียดใบหน้าหวาน "จนกว่าข้าจะเอาชีวิตมันได้"
"ข้ามศพข้าไปก่อน!!" ฟูจิประกาศก้อง นัยน์ตาคมสวยมองดวงตาของอีกฝ่ายอย่างเด็ดเดี่ยว
"เจ้าอยากตายรึ?" คมมีดปราดเข้าไปที่หว่างคิ้วเรียว นัยน์ตาที่ไม่หวั่นไหวของฟูจิทำให้รอยยิ้มพึงใจผุดขึ้นซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าผืนบาง
...แข็งแกร่งราวกับหินผา..ทั้งที่อ่อนแอบอบบางเช่นนี้...
"ไม่มีใครอยากตาย แต่หากข้าต้องเสียสละชีวิตเพื่อท่านคุนิมิตสึ ข้าก็มิเสียดาย" เด็กหนุ่มหน้าหวานเว้นคำพูดไป "ข้าบอกให้เจ้าถอยไปเสีย!!"
"เสียสละชีวิต? เจ้าเป็นอะไรกับมันกันถึงได้ยอมพูดคำนี้ออกมา" ชิราอิชิกระทุ้งด้ามดาบลงที่หน้าผาก
"คนเลวที่เข่นฆ่าคนอื่นเช่นนี้ไม่ควรมีใครเสียสละเพื่อมันไม่ใช่หรือ?"
"เจ้าไม่รู้อะไร!! ท่านเกลียดสงครามยิ่งกว่าสิ่งใด!! ที่ท่านทำไปก็เป็นเพราะหน้าที่ทั้งนั้น!! มิใช่พวกเจ้าเองหรือที่ก่อความวุ่นวาย!!" ฟูจิยังไม่ยอมลดความโกรธลงแม้แต่น้อย
"ปากดีเหลือเกินนะเจ้าคนใช้ในเรือน" ชิราอิชิแกล้งดูหมิ่นอีกฝ่าย หวังจะให้เปิดเผยความสัมพันธ์ที่คาดไว้มามากกว่านี้
...ดูท่าจุดอ่อนของไดเมียวเลวทรามผู้นี้ คงไม่พ้นชายหน้าสวยตรงหน้า...
ฟูจิมองอีกฝ่ายอย่างโกรธแค้น แต่หากต่อปากต่อคำไปมากกว่านี้ เทะสึกะที่หมดสติอยู่อาจจะไม่รอดได้
... ข้าไม่ยอมให้ท่านเป็นอะไรเด็ดขาด...
ร่างบางหันหลังให้ศัตรูอย่างไม่เกรงกลัว แขนสองข้างค่อยประคองร่างสูงขึ้นช้าๆ
ร่างในชุดดำปล่อยให้ฟูจิประคองเทะสึกะเดินห่างออกไป ม่านหิมะโปรยปรายปิดบังสายตาทอประกายกล้าอย่างมาดหวังที่จับจ้องไม่ลดละ หิมะหนานำพาความหนาววูบเข้าสู่ร่างกายคนคล้ายจะแข็ง ชิราอิชิกระโดดขึ้นบนคาคบไม้ก่อนจะจากไปโดยไม่เหลือร่องรอย...
...เจ้าที่ทำลายคนที่ข้าเคารพ...
...เช่นนั้นแล้ว ข้าจะทำให้เจ้าตายทั้งเป็น...
เด็กหนุ่มหน้าหวานนั่งอยู่ข้างฟูก สายตาจับจ้องที่ไดเมียวผู้หลับใหลด้วยความกังวล หมอประจำตัวบอกว่าแผลไม่ได้โดนจุดสำคัญ หากแต่เสียเลือดไปมากรวมถึงฝืนร่างกายมากเกินไปทำให้หมดสติ ฟูจิเฝ้าคอยดูแลพยาบาลไม่ได้พัก แม้อาหารก็ไม่ยอมทาน
... ข้าจะทานพร้อมกับท่าน...
แม้จะพยายามนั่งนิ่ง แต่ความอ่อนล้าก็เข้ารุมเร้า จนในที่สุด ร่างบางก็ฟุบลงกับผืนเสื่อด้วยความเหน็ดเหนื่อย
ราวกับมีหินถ่วงอยู่ที่เปลือกตา ความหนักอึ้งที่กดทับอยู่ค่อยๆเบาบางลง เทะสึกะลืมตาขึ้นมองเห็นเพดานโล่งแสนคุ้นตา แผลที่หลังและร่างกายเจ็บแปลบร้าวไปทั้งตัว สิ่งที่มองหาสิ่งแรกก็คือ...คนที่อยากกลับมาเพื่อพบหน้า
"ชู..ชูสึเกะ" เสียงแหบแห้งค่อยๆเอ่ยขึ้นเรียกหาคนรัก
...ชูสึเกะ..เจ้าอยู่ที่ไหน...
ฝ่ามือหนาที่ความหาแตะได้ที่เส้นผมยาวสลวย เทะสึกะเอนตัวตั้งศอกกับที่นอน เขามองคนรักด้วยแววตาห่วงหา ปลายผมหอมถูกยกขึ้นสูดดมช้าๆ
"ชูสึเกะ..."
เสียงที่แว่วเข้ามาในโสตประสาททำให้คนที่เผลอหลับไปค่อยลืมตาขึ้นมา พอเห็นว่าเทะสึกะลุกขึ้นได้แล้ว เขาก็รีบเอ่ยคำขอโทษ
... ข้าไม่น่าเผลอเลย...
"ข้าเผลอหลับไป... ข้าขอโทษ.. ท่านคุนิมิตสึ... ท่านต้องการสิ่งใดหรือไม่... น้ำ หรืออาหาร ข้าจะรีบจัดให้"
หากข้าจะตอบว่าต้องการเจ้า...คงจะเกินไปสินะ "ข้ายังไม่หิวหรอก..." ปลายนิ้วลูบไล้ผิวแก้มที่ดูซูบเซียวลงไป
"ดูเจ้าสิ เหตุใดจึงผอมลงไปเช่นนี้..นี่ข้าไม่ได้ตื่นมาเห็นเจ้ากี่วันหรือ"
"ประมาณ5วันได้... ท่านอย่าเพิ่งขยับตัวมากนะ... ปากแผลเพิ่งจะเริ่มสมานกันดี" มือข้างเล็กยกขึ้นมาจับฝ่ามือของอีกฝ่ายที่สัมผัสแก้มของเขาไว้
"เจ้ายังมิได้ตอบข้าเลยว่าเหตุใดจึงแก้บตอบลงไปเช่นนี้" คิ้วเข้มนิ่วขึ้นเมื่อขยับตัว ราวกับคมดาบยังฝังอยู่ที่ใดสักแห่งในร่าง
มือที่จับแก้มนิ่มค่อยๆเลื่อนลงมาพยุงกายให้นั่งได้ ตามตัวได้รับการรักษายังดี ช่วงท้องที่ถูกดาบฟันถูกพันทับด้วยผ้าดิบสีสะอาด เขาจับเส้นผมเล็กละเอียดเบาๆด้วยความรัก
"ตอบลงไปหรือ ข้ามิเห็นรู้สึกเช่นนั้น" ฟูจิตอบเฉไฉไปอีกเรื่องหนึ่ง ร่างบางลุกขึ้นมาประคองเทะสึกะไว้ "ท่านควรจะนอนนิ่งๆ..."
"จะให้ข้านิ่งเฉยได้เยี่ยงไรในเมื่อคนรักของข้าดูเหมือนจะแตกหักได้แค่เพียงเป่าลม" คนที่ถูกประคองอาศัยจังหวะโอบรัดร่างบอบบางเข้ามากอด
"ดูสิ...เจ้าผอมลงไปขนาดนี้เชียวหรือ..ไม่มีใครจัดการเรื่องสำรับให้เจ้าหรือ เจ้าพวกนั้นรังแกเจ้าหรือไร" เทะสึกะกล่าวแม้รู้ว่าไม่ว่าใครในจวนนี้ก็ต่างรักและเอ็นดูชูสึเกะผู้นี้มาก
...แต่ด้วยเหตุใดกันเล่า...
คนที่ถูกโอบกอดถึงกับทำตัวแข็งขึ้นมา ด้วยกลัวจะทำให้แผลของไดเมียวหนุ่มถูกกระทบกระเทือน
"มิมีผู้ใดรังแกข้าหรอก... เพียงข้า... อยากจะทานพร้อมกับท่าน... "
"แสดงว่าที่ผ่านมาห้าวันนี้..เจ้ามิได้กินข้าวเลยหรือ" เทะสึกะขมวดคิ้วแน่น
"เด็กดื้อ...เจ้าช่วยไปบอกโรงครัวให้ทำอาหารมาเดี๋ยวนี้ แล้วมานั่งกินต่อหน้าข้า"
"..... ข้ามิได้ดื้อเสียหน่อย" ฟูจิตอบเบาๆก่อนจะลุกขึ้นออกจากห้อง บนใบหน้ามีแต่ความสุขปรากฏอยู่ ดีใจที่เห็นอีกฝ่ายมีแรงมาดุเขาได้แล้ว
"แต่เจ้าทำให้ข้าเป็นห่วง...." เสียงทุ้มต่ำพูดพึมพำไล่หลังออกไป
เมื่อฟูจิออกไปแล้ว ใบหน้าหล่อเหลาก็กลับมาเคร่ง..ครุ่นคิดถึงประกายแววตาแวบหนึ่งของชายชุดดำที่มองเขา นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนส่งกระแสรุนแรงราวกับอยากฆ่าให้ตาย
แต่เหตุไฉนจึงไม่ลงมือ?...
ไม่นานนัก ฟูจิก็เปิดประตูเข้ามาในห้องพร้อมกับอาหารสองชุด
"ข้าบอกว่าให้เจ้ากินให้ดูมิใช่หรือ เจ้าเอามาทำไมตั้งสองชุด....ข้ายังไม่อยากอาหารเท่าไรนักหรอกชูสึเกะ"
"แต่ท่านต้องทานนะ... ท่านเสียเลือดแถมยังอ่อนเพลีย..." เด็กหนุ่มหน้าหวานไม่พูดเปล่า เขาวางถาดลงข้างเตียง ตะเกียบถูกหยิบขึ้นมา ฟูจิค่อยเลาะเนื้อปลาออกมาก่อนจะคีบขึ้น มืออีกข้างรองไว้ แล้วยื่นไปตรงหน้าเทะสึกะ
"ท่านต้องทานมากกว่าข้านะ..."
"เจ้ากินก่อน...หาไม่แล้วข้าจะไม่กิน" เป็นห่วงแสนห่วง แต่ดูเหมือนฟูจิเองก็เป็นเช่นเทะสึกะ...ที่ห่วงคนรักมากกว่าตัวเอง
ไม่พูดเปล่า มือใหญ่ปัดตะเกียบดันไปอีกทาง
หากเทะสึกะทันเห็น จะสังเกตว่าฟูจิค้อนให้ก่อนที่จะอ้าปากเอาชิ้นปลาเข้าไป แล้วจึงเลื่อนใบหน้าเข้าใกล้ ประกบริมฝีปากกับอีกฝ่ายพลางใช้ลิ้นส่งปลาให้ไดเมียวหนุ่มก่อนจะเป็นฝ่ายถอนริมฝีปากออกมา แก้มมีสีเลือดฝาดขึ้นมาทันที
"ท่านต่างหากที่ดื้อกว่า..."
"....ปลานี่อร่อยกว่าตอนข้าไปออกรบเสียอีกนะ" สัมผัสบนริมฝีปากยังไม่จางหาย แต่เทะสึกะแสร้งอ้าปากพลางร้องสั่ง
"ข้าอยากกินอีก...แต่ด้วยวิธีเมื่อครู่ได้ไหม"
ไดเมียวหนุ่มจับปลายคางคนรักแล้วเลื่อนใบหน้าสวยเข้ามาจุมพิตช้าๆ ละเลียดรับรสสัมผัสที่ห่างหายไปนาน ปลายลิ้นอุ่นเกี่ยวกระหวัดลิ้นเล็กๆหยอกล้อฟูจิ
รสสัมผัสที่โหยหาทำให้เด็กหนุ่มเคลิบเคลิ้มไป นัยน์ตาคู่สวยปิดลงดื่มด่ำกับความอ่อนหวานของจูบที่อีกฝ่ายมอบให้
"...พอก่อนเถอะ.." ฝ่ายที่เริ่มต้นผละออกก่อนอย่างเสียดาย
"ขืนข้าทำเช่นนี้ต่อไป ต่อให้ปากแผลเปิดข้าคงต้องกอดเจ้าเป็นแน่" นิ้วโป้งสากปาดน้ำใสที่เลอะมุมปากบางออกเบาๆ เขาเอื้อมมือไปหยิบตะเกียบ แต่แขนที่อ่อนแรงกลับทำมันร่วงลง
"ให้ข้าทำให้เถิด..." ฟูจิรีบจับตะเกียบขึ้นมา "ข้าจะป้อนท่านจนกว่าจะหมดนี่"
"เจ้าทำให้ข้านึกถึงอดีต..แต่ว่าครานี้ชูสึเกะตัวน้อยในตักข้ากลับต้องมาป้อนข้าเองแล้ว วันเวลาช่างผ่านไปเร็วจนน่าใจหาย"
ปลาย่างอุ่นๆเนื้อขาวปุยถูกส่งเข้าปาก เทะสึกะเคี้ยวดื่มด่ำรสปลาและความตั้งใจของคนป้อน รสละมุนละไมแผ่ซ่านจนอดยิ้มไม่ได้
"ให้ข้าได้ปรนนิบัติท่านบ้างเถิด" ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มขณะเอ่ยพูด
... ท่านดูแลข้ามามากพอแล้ว...
"ยังเหลือเวลาอีกทั้งชีวิตสำหรับเจ้า..ไม่ต้องรีบร้อนหรอกชูสึเกะ" ลูบศีรษะเล็กๆแล้วไล้นิ้วมือตามเรือนผมยาวที่ทิ้งตัวเกือบจรดสะโพก
...งามเหลือเกิน...
...รัก..เหลือเกิน...
ภายนอกเรือนนอนมีเสียงดังของพวกเพื่อนๆโรนินที่กำลังจับกลุ่มดื่มเหล้าชมจันทร์ แต่ภายในกลับต่างไปโดยสิ้นเชิง ชิราอิชิ คุราโนะสึเกะ ยกจอกเหล้าสาดเข้าในลำคอ พิษร้อนแรงทำให้อดีตซามูไรผู้นี้ลืมเลือนความขมขื่นของการไร้นายมิได้เลย
...ท่านเซย์อิจิ...ข้าผิดเองที่ไม่สังหารมันโดยทันที...
...โปรดอภัยให้คนโง่เขลาเช่นข้าด้วย...
เหล้าสองจอกวางไว้ในถาดแทนการแสดงความเคารพสำหรับไดเมียวและทหารคู่ใจที่คว้านท้องฆ่าตัวตายตามไดเมียวเซย์อิจิ...ท่านเก็นอิจิโร่ผู้เข้มแข็ง สองชีวิตที่สูญเพียงเพราะคนๆเดียว
เทะสึกะ คุนิมิตสึ
ชิราอิชิกำจอกเหล้าจนแหลกละเอียดคามือ เลือดสีข้นไหลย้อนลงตามท่อนแขนที่มีผ้าพันเอาไว้ รอยเลือดหยดลงบนเสื่อตาตามิแทนสัตย์สัญญา
...หากมิได้ฆ่ามันด้วยมือของข้าเอง...อย่าเรียกข้าว่าคุราโนะสึเกะ...
To be continue...
Free Talk>>
ไม่ได้ดอง แต่โปรเจคซ้ำซ้อนจนลงฟิคไม่ทัน (คาดว่าอีกไม่นานจะได้อัพบลอคทุกวัน เป็นการลงฟิคมาราธอน 555)
ฝากไว้อีกเช่นเคย
ตัวร้ายออกแล้ว
ตอนหน้า
มีหน้าขาวหวานเลี่ยน *----*
ไปร่ะ
บะบุยยยยยยยยย
ปล. เริ่มโครงการตบจูบอาคุสึน้องดันแล้ว
ปลล. โครงการปีใหม่เทะฟูขอดองไว้ก่อน
ปลลล. Roaming Heartsได้ถ่ายทำต่อแล้ว เด๋วจะเอามาฉายที่บลอค *---*

#1 By เปลี่ยนจาก Yumishika เป็น Yusayo แล้วนะ on 2008-01-13 12:44