[Original+Fiction] RAINBOW: -5-

posted on 08 Jan 2008 22:00 by hanachiko  in NOVELandPOEM

RAINBOW

Author: hana matsumoto


















-5-

 

 

 

โคกะในชุดเสื้อแขนยาวตัวหนากับกางเกงยีนส์และรองเท้าบู๊ทสีดำ ยืนเคาะประตูหน้าห้องของมาซาชนิดรัวไม่ยั้งมือ จนกระทั่งประตูเปิดออกพร้อมกับใบหน้าที่เพิ่งตื่นของชายหนุ่ม เขาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อลมพัดผ่านเข้ามาในห้อง อากาศภายนอกเริ่มเย็นลงเรื่อยๆพร้อมกับใบไม้ที่ร่วงจนเกือบหมดต้น

“วันนี้ฉันจะไปซื้อของที่ตลาด... เย็นนี้มาซาอยากกินอะไร”

“... หา”

“ฉันถามว่าเย็นนี้อยากกินอะไร”

“.....” มาซาฮารุหลบสายตาของโคกะที่จ้องมองมาก่อนจะเอ่ยถาม

“หมอนั่นล่ะ”

“หือ.. โคจิน่ะเหรอ เขาก็ต้องทำงานสิ..... เขาเป็นไอดอลนะ” ถึงจะพูดออกไปแบบนั้น แต่บางทีโคกะเองก็ยังลืมว่าโคจิเป็นไอดอล

“... เนื้อชีสสูตรเธอ”

“โอเค... ไปล่ะ แล้วเจอกันนะมาซา อย่านอนตื่นสายนักล่ะ” ร่างเล็กตบบ่ามาซาฮารุเบาๆก่อนจะหันหลังเดินจากมาโดยไม่ทันได้เห็นว่ามาซาฮารุยังคงยืนมองเธอจนลับสายตา

ระหว่างที่กำลังทอดเนื้ออยู่ เสียงโทรศัพท์มือถือของโคกะดังขึ้น มือซ้ายของเธอจึงย้ายมาถือตะเกียบยาว มือขวาหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาดู ปรากฏว่าเป็นอีเมลหนึ่งฉบับ เธอรีบกดดูอย่างไม่ลังเล


‘ผู้ส่ง: มิซากิ โคจิ

หัวข้อ: หิวข้าว

( ̄_ ̄*) หิวจังเลย ในสตูดิโอมีแต่กาแฟล้างถ้วย จิบิกะกินข้าวหรือยัง อีกเดี๋ยวผมก็จะได้ไปกินแล้ว แต่ต้องไปกับทางบริษัท...

จิบิกะอย่าลืมกินข้าวนะ’

 

ในขณะที่มือซ้ายจับตะเกียบเกลี่ยเนื้อ มือขวาก็กดข้อความตอบอีกคนไป

 

‘หัวข้อ: Re: หิวข้าว

หืมมมมมมม์(°〜°) ฉันกำลังทำข้าวเย็นกินกับมาซาอยู่ เนื้อชีสหอมมากเลยล่ะ

มิซากิ โคจิก็อย่าลืมกินข้าวล่ะ’

 

“เรียบร้อยแล้ว” โคกะหันมาหาด้วยใบหน้าสดใส ในมือมีจานใส่เนื้อบดผสมชีสราดด้วยเดมิกุระซอส* เขาลุกขึ้นมารับจานจากมือของเธอก่อนจะวางลงที่โต๊ะ โคกะตักข้าวสวยใส่ชามแล้วนั่งลง

“มาซา... วันอาทิตย์โคจิชวนฉันไปเที่ยวโอกินาว่าอควอเรี่ยมล่ะ” โคกะเริ่มบทสนทนาขึ้นมา

“เหรอ”

“ในที่สุดฉันก็จะได้ไปเสียที... ถ้าฉันมัวแต่รอมาซาจอมขี้เกียจ คงไม่ได้ไปแน่เลยชาตินี้” หญิงสาวทำเสียงตำหนิคนตรงหน้าในประโยคหลังก่อนจะก้มลงตัดเนื้อเข้าปากต่อ มาซาฮารุได้แต่มองใบหน้าที่มีความสุขของโคกะด้วยความรู้สึกเจ็บในอก ครั้นพอเธอสบตามา ก็จำต้องฝืนส่งยิ้มให้ - - - แต่เขามั่นใจ ไม่มีใครสามารถดูแลโคกะได้เหมือนเขา หญิงสาวก็แค่อารมณ์ดีไปกับการได้ใกล้ชิดกับไอดอลที่ชื่นชอบเท่านั้น

หกโมงเช้าวันอาทิตย์ โคกะมายืนรอโคจิที่หน้าร้านCafé et Librairie เธอสวมเสื้อยืดสีดำกับเอี๊ยมสีชมพูอ่อน มีเสื้อคาร์ดิแกนนิตติ้งตัวยาวสีขาวทับอยู่อีกที ใบหน้าได้รับการแต่งแต้มมาเล็กน้อย หญิงสาวคอยก้มลงมองตัวเลขดิจิตอลบนนาฬิกาข้อมือเป็นระยะๆ เธอรู้สึกว่า แต่ละวินาทีช่างยาวนานเหลือเกิน

ไม่นานนักก็มีเสียงแตรดังขึ้น พอหันมองไป ก็พบว่าเป็นรถที่โคจิขับมา เขากวักมือเรียกเธอจากในรถเป็นสัญญาณให้โคกะเดินอ้อมมาขึ้นรถ ร่างเล็กวิ่งอ้อมด้านหน้ามาเปิดประตูแล้วกระโดดขึ้นนั่ง โคกะเอี้ยวตัวไปคาดเข็มขัดนิรภัยก่อนจะสังเกตได้ว่า รถยังไม่เคลื่อนตัวออกจากที่เดิม พอหันมองข้างๆก็พบว่าคนขับรถกำลังมองเธอ บนใบหน้าของโคจิมีรอยยิ้มปรากฏขึ้น พวงแก้มใสที่ปราศจากบลัชออนเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นมาทันที

“อ... อะไร มิซากิ โคจิ?? หน้าฉันมีอะไรติดอยู่หรือไง”

“เพิ่งเคยเห็นจิบิกะแต่งตัว...” เขายื่นใบหน้าเข้ามาใกล้กับหน้าเธอ โคกะเบิกตาโตก่อนจะถอยตัวไปจนหัวชนกับกระจกรถ

“แต่งหน้าด้วยนี่.... น่ารักดีนะ” โคจิถอยกลับมาแล้วจึงเริ่มออกรถ

... บ้าที่สุด...

... ยื่นเข้ามาได้...

... หัวใจจะวาย...

“จิบิกะไม่แต่งตัวแบบนี้ไปมหาวิทยาลัยเหรอ”

“ไม่เห็นจะต้องแต่งดีๆไปนี่... ฉันไปก็ไปแค่เรียน แล้วก็ออกมาทำงานแล้ว ไม่รู้จะแต่งไปให้ใครดู”

“แปลว่าวันนี้แต่งมาให้ผมดูสินะ”

“ล... หลงตัวเองเกินไปแล้วนะมิซากิ โคจิ!” โคกะทำเสียงดังก่อนจะหันหน้าหนีไปนอกกระจกรถ หันไปได้พักหนึ่งก็เหลือบสายตามามองคนที่กำลังขับรถอยู่ โคจิแต่งตัวธรรมดา เสื้อตัวหลวมแขนยาวคอวีสีเทากับกางเกงยีนส์ ถ้าให้เทียบกันแล้ว มาซาฮารุยังพิถีพิถันเรื่องการแต่งตัวกว่ากันเยอะ

... ช่างเรื่องนั้นเถอะ...

... เตรียมอารมณ์ดีกับอควอเรี่ยมดีกว่า...

“อะ... ยังไม่หนาวเลย” โคกะเอ่ยขึ้นเมื่อลงจากรถ เธอถอดเสื้อคาร์ดิแกนออกมาผูกไว้กับเอวแล้วสะพายกระเป๋าพาดไหล่

“ไปกัน... รีบเข้าไปก่อนที่คนจะมาเยอะดีกว่า... วันนี้วันอาทิตย์ พอ10โมงคนก็จะเริ่มเยอะมากแล้วนะ” โคจิเดินมายืนอยู่ข้างๆพลางยกมือรุนหลังเธอให้เริ่มเดิน

“อื้อ!”

โคกะเดินผ่านตู้กระจกแต่ละตู้อย่างอ้อยอิ่ง ดวงตากลมโตของเธอทอประกายกว่าครั้งไหนๆ มือสองข้างทาบลงกับกระจกตู้ทุกบานที่เดินผ่าน โคจิมักก้มตัวลงมาให้ศีรษะอยู่ระดับเดียวกันแล้วเอ่ยถามว่าสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลที่อยู่ในตู้นี้คืออะไร แล้วโคกะก็จะตอบด้วยคำบรรยายที่ละเอียด (จนบางทีละเอียดกว่าป้ายบอกที่ติดอยู่ข้างๆตู้) ร่างสูงพยักหน้ารับรู้ก่อนจะย้ายไปตู้ถัดไป เรื่อยไปจนจบชั้นที่สี่ ทั้งสองคนจึงเริ่มสังเกตว่าคนเริ่มมากันเยอะแล้ว

“คนเริ่มเยอะแล้วแฮะ” โคกะเหลียวมองรอบตัว มีทั้งคณะเด็กนักเรียน กลุ่มวัยรุ่น รวมไปถึงครอบครัว ชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างๆเอื้อมมือมาคว้าแขนเสื้อคาร์ดิแกนที่ผูกเอวของโคกะอยู่

“ดึงไปทำไมน่ะ?” หญิงสาวเอ่ยถาม

“จิบิกะตัวเล็ก คนเยอะแล้ว ผมจับไว้แบบนี้จะได้ไม่หลง” เขาตอบพร้อมกับยิ้มกว้างให้

“มิซากิ โคจิอยากสูงเอง ช่วยไม่ได้” ร่างบางหันหน้าหนีไปทางอื่นด้วยความเขิน แล้วรีบเดินโดยที่มีอีกคนจูงแขนเสื้อไว้

“เดินชั้นสามให้เสร็จแล้วไปหาอะไรกินกันนะ”

“จะกินที่คาเฟ่หรือกินบุฟเฟต์ที่ร้านอาหาร?” โคจิถาม

“บุฟเฟต์!” โคกะรีบตอบทันที

“ตั้งแต่เช้าฉันยังไม่ได้กินอะไรเลยนะ” เธอเอามือลูบท้องป้อยๆพลางเป่าแก้มจนพอง โคจิกระตุกแขนเสื้อที่จับไว้เบาๆ

“แล้วก็ไม่รู้จักกินมา ปะ... ไปชั้นสามให้เรียบร้อย แล้วจะได้กลับขึ้นมากินที่ชั้นสี่”

หลังจากทานข้าวกลางวันจนอิ่ม ทั้งสองคนก็ลงมาที่ชั้นสอง แทงค์ปลาที่ว่ากันว่าใหญ่ที่สุดในโลกมีฉลามวาฬอยู่ข้างใน โคกะหยุดยืนมองด้วยความตื่นเต้น เธอยืนนิ่งอยู่นาน ก่อนจะค่อยๆเดินตามกระจกแทงค์น้ำไปเรื่อยๆ เพื่อตามดูปลาที่แหวกว่ายช้าๆ - - - จนในที่สุด ก็มาจบลงที่ชั้นหนึ่ง ชั้นที่เรียกกันว่าทะเลลึก

โคกะมาหยุดอยู่หน้าแทงค์ปลาขนาดเล็กพลางใช้สายตากวาดมองไปมา สัมผัสฝ่ามือกับกระจกหนา ความเย็นแผ่ซ่านเข้ามา

... อควอเรี่ยมที่นี่ดีสมคำร่ำลือจริงๆ...

โคจิเดินเข้ามายืนข้างๆเงียบๆ มือของเขายังคงถือแขนเสื้อของโคกะไว้ เมื่อหญิงสาวหันมาก็พบว่าเขากำลังมองเธออยู่

... จะทวงคำขอบคุณหรือไง...

“ขอบคุณนะมิซากิ โคจิที่ชวนฉันมา” โคกะเอ่ยขึ้น

“ไม่เป็นไร ก็จิบิกะชอบปลานี่” โคจิยิ้ม

“รู้ได้ยังไง”

“ก็ผมเห็นจิบิกะชอบหยิบหนังสือปลาทะเลมายืนดูเวลาไม่มีลูกค้านี่”

“.... ชวนฉันมาเพราะรู้ว่าฉันชอบเหรอ” โคกะเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม ดีใจที่อีกฝ่ายสังเกตเห็นเรื่องเกี่ยวกับเธอ

“เปล่า”

คำตอบสั้นๆของชายหนุ่มทำเอาคนตัวเล็กถึงกับร้องอ้าว

“แล้วอย่างนั้นทำไมล่ะ” โคกะถามต่อ

“นั่นสินะ”

“... นั่นสินะ?”

“เพราะผมรักจิบิกะล่ะมั้ง”

... เพราะรักนี่เอง...

“????” โคกะที่เพิ่งตั้งสติได้หันมามองอีกคนตาโต

“อะไรนะ????”

“เพราะ-ผม-ตก-หลุม-รัก-จิบิกะ... ละมั้ง” โคจิทวนคำพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

หญิงสาวไม่ยิ้มด้วย โคกะอ้าปากค้าง ขาสองข้างค่อยๆก้าวถอยไปสองสามก้าว สิ่งที่อีกฝ่ายพูดออกมาไม่ใช่เรื่องที่น่าเป็นไปได้ในโลกแห่งความเป็นจริง ในเมื่อขนาดความฝันยังไม่ยอมให้เธอสมหวังเลย

“มุข... มุขอะไรอีก”

“ผมเปล่ามุขนะ...” คราวนี้โคจิกลับมาทำสีหน้าจริงจังกว่าเมื่อครู่ น้ำเสียงที่ใช้ก็ฟังดูหนักแน่น เขาก้าวขายาวๆเดินตาม มือยังคงไม่ปล่อยจากแขนเสื้อคาร์ดิแกนของเธอ

“มิซากิ... มิซากิ โคจิ.... เป็นไอดอล... นะ”

“อื้ม... แต่ไอดอลก็เป็นคนนะ...”

“ฉัน... เป็นคนธรรมดา... นะ”

“จิบิกะเป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดต่างหาก...”

ความเงียบเข้าปกคลุมระหว่างคนสองคน

“....... พูด... พูดจริงเหรอ” โคกะถามด้วยความหวั่นใจ หัวใจเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆจนเหมือนจะกระเด็นออกมานอกอกได้

“อื้อ”

“.... แน่เหรอ”

“แน่สิ... ผมพูดไม่ชัดพอเหรอ... ผมอยากคบกับจิบิกะ... ไม่ใช่แบบที่เป็นอยู่อย่างนี้... แต่เป็นแบบที่ผู้ชายคนนึงอยากจะอยู่กับผู้หญิงที่ตัวเองรัก พูดแบบนี้เธอเข้าใจง่ายกว่าหรือเปล่า”

โคกะทรุดตัวลงนั่งพิงอย่างหมดแรงเมื่อถอยจนถึงผนังมุมห้อง มือสองข้างยกขึ้นปิดหน้าเพราะไม่อยากเชื่อกับเรื่องที่ได้ยิน ทั้งๆที่คิดมาตลอดว่าควรจะทำอย่างไรดีกับความรู้สึกของตัวเองที่ดูจะเพิ่มขึ้นทุกวัน โคจิก็กลับมาบอกรักเธอเสียอย่างนั้น ร่างสูงที่หยุดยืนอยู่ข้างหน้าย่อตัวลงนั่งตาม

“จิบิกะ..”

“....” มือสองข้างที่ปิดหน้าย้ายมาจับข้อมือของโคจิที่ยึดแขนเสื้อเธอเอาไว้ ชายหนุ่มที่นั่งยองๆอยู่มองคนที่ก้มหน้าก้มตาไม่ยอมเงยขึ้น แม้จะค่อนข้างมืด แต่โคจิก็ยังสังเกตเห็นว่าพวงแก้มของเธอเปลี่ยนเป็นสีเข้มไปจนถึงใบหู

“ฉัน.... รู้สึกเหมือนจะตายได้อย่างงั้นแหละ....” น้ำเสียงของเธอฟังดูเบาหวิวจนโคจิต้องยื่นหน้าเข้ามาใกล้

“เหรอ”

“ก็ใช่น่ะสิ! มิซากิ โคจิเล่นมาบอกรักฉันแบบไม่ให้ทันตั้งตัวแบบนี้คิดว่าฉันเอาเวลาที่ไหนไปตั้งสติกันน่ะ ขี้โกงที่สุดเลยนะรู้ไหม ทั้งๆที่ฉันบอกรักมิซากิ โคจิไปในฝันก็ปฏิเสธฉันมาแต่ตัวจริงกลับมาบอกรักฉันแบบนี้ ขี้โกงๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ฉันกลุ้มใจอยู่คนเดียวตั้งนานบ้าที่สุดเลย” จากเสียงเบาเปลี่ยนมาเป็นการโวยวายแบบคอมโบจนคนฟังต้องคิดว่าเอาตรงไหนไปหายใจ

โคจิหัวเราะออกมา

“พูดรัวเป็นต่อยหอยแบบนั้น หายใจทางผิวหนังเหรอจิบิกะ”

“เชอะ” โคกะสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง

“จิบิกะ... รู้สึกเหมือนจะตายได้เลยเหรอ” โคจิอมยิ้มก่อนจะกระตุกชายแขนเสื้อที่จับไว้

“ไม่เป็นฉันมั่งไม่รู้หรอก”

“ลองดูไหม ว่าจะตายหรือเปล่า” น้ำเสียงของโคจิฟังดูเริงร่ากว่าปกติ แต่โคกะกลับรีบหันกลับมาด้วยความระแวง

“ลองอะ.......”

โคกะเบิกตากว้างเมื่อริมฝีปากของโคจิโน้มลงมาสัมผัสแผ่วเบา ก่อนที่เสียงหัวเราะจะตามมาเมื่อชายหนุ่มถอนริมฝีปากออกไป

“จิบิกะ ทำตัวแข็งขนาดนั้นเลย ไม่ได้สิ เวลาจูบน่ะ ต้องหลับตารู้ไหม”

“ล... หลับบ้าอะไร?” ร่างเล็กถอยกรูดด้วยความลืมตัวว่าตอนนี้เธออยู่ในสภาพไหน ศีรษะชนกับผนังด้านหลังดังโครม

“โอ๊ย... เจ็บ.. เป็นบ้า..”

“เป็นยังไงล่ะ... ตอนเจอกันครั้งที่สองก็แบบนี้ ชนนู่นชนนี่แถมยังปล่อยให้แก้วบาดอีก...” เขายกมือข้างที่ไม่ได้จับแขนเสื้อขึ้นมาลูบศีรษะเธอเบาๆ

“ก็มิซากิ โคจิเล่นจ... จู...”

“จ...?”

“จูบมาแบบไม่ให้ตั้งตัวก็ต้องตกใจสิ!! ฉันไม่เคยจูบกับใครคนอื่นมาก่อนอย่างมิซากิ โคจินี่ จะได้รู้ว่าต้องหลับตาแล้วก็ห้ามทำตัวแข็งน่ะ” โคกะตอบเสียงดังพลางเบ้ปากทำทีว่างอน แต่สีแดงเรื่อตรงแก้มเหมือนจะเริ่มแพร่ไปทั่วใบหน้า

“ก็จิบิกะน่ารักมากๆเลยนี่นา... แปลว่าถ้าให้ตั้งตัวจะไม่ตกใจใช่ไหม”

“อื้อ เอ้ย! ไม่ใช่” เธอรีบยกมือขึ้นมาตั้งการ์ดเมื่อโคจิลดใบหน้าลงมาใกล้อีกครั้ง

“มิซากิ โคจิจะฆ่าฉันเหรอ”

“จิบิกะ... ต้องไม่เรียกอย่างนั้นแล้วสิ... เรียกชื่อผมได้แล้ว” เขายอมปล่อยมือจากแขนเสื้อ มาจับข้อมือเล็กของหญิงสาวไว้แทน โคจิค่อยๆลดมือลงเพื่อดึงการ์ดของเธอลงไปด้วย

“มิซากิ โคจิไม่ใช่ชื่อหรือไง”

“จะเรียกชื่อเล่นก็ได้นะ ไม่ว่า”

“แล้วมิซากิ โคจิ ไม่ใช่ชื่อเล่นหรือไง”

“ชื่อเล่นที่ไหนยาวแบบนั้น จิบิกะ”

โคกะนิ่งไปเมื่อต้องใช้ความคิด

... จะให้เรียกชื่อ...

... จะเรียกว่าอะไรล่ะ...

ถ้าเป็นแฟนกัน การเรียกเต็มยศแบบนั้นอาจจะฟังดูห่างเหินเกินไป แต่การที่จู่ๆจะมาให้เรียกชื่อ หรือชื่อเล่น ก็ออกจะกะทันหันไปหน่อย ถ้าจะให้เรียกแบบที่ถนัด นอกจากการเรียกว่ามิซากิ โคจิแล้ว คงจะต้องเป็น

“ถ้าอย่างนั้น... ฉันจะเรียกมิซากิ โคจิว่า ‘โค’ เฉยๆ... ตกลงไหม”

“ได้... ตกลง” โคจิยิ้มกว้างก่อนจะค่อยลดหน้าเข้ามาหา

“ผมให้โอกาสจิบิกะตั้งตัวแล้วนะ...”

“หา? เดี๋ยวสิ เดี๋ยว” คราวนี้ข้อมือถูกจับไว้ทั้งสองข้าง ที่จะดึงมาตั้งการ์ดก็หมดสิทธิ์

“หลับตาสิ... จิบิกะ”

พอใบหน้าของโคจิโน้มเข้ามาใกล้ในระยะประชิด โคกะก็รีบหลับตาแน่น คราวนี้ริมฝีปากของทั้งคู่สัมผัสกัน เนิ่นนาน ในสมองของโคกะไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว ความกลุ้มใจทั้งหมดที่มีมาก่อนหน้านี้ได้ละลายหายไปสิ้น ราวกับโลกทั้งใบหยุดนิ่งไว้แค่ตรงนี้เท่านั้น - - - โคจิถอนริมฝีปากออกมา เขาปล่อยข้อมือของโคกะให้เป็นอิสระก่อนจะย้ายมือมาลูบศีรษะเธอเบาๆ ร่างเล็กที่นั่งอยู่เอนตัวมาข้างหน้าจนเกือบจะล้มใส่โคจิ ศีรษะแนบเข้ากับแผ่นอกกว้าง ชายหนุ่มยกแขนโอบเธอเข้ามาใกล้

“..... หัวใจแทบหยุดเต้น...” หญิงสาวพึมพำเบาๆ

“แล้วมาซุกผมแบบนี้ไม่ตายเหรอ” โคจิเอ่ยถามกลั้วหัวเราะพลางลูบแผ่นหลังเธอช้าๆ

“ฉันอยู่ในสภาวะไม่รับรู้อะไรแล้วต่างหาก...”

“สรุปจิบิกะเป็นสิ่งมีชีวิตจากนอกโลก แล้วตอนนี้ก็กำลังสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาวอยู่สินะ”

“... สรุปมิซา..... เอ่อ... โคอยากจะมีแฟนเป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดจากนอกโลก.. ใช่ไหม”

“เป็นจิบิกะเนี่ยล่ะ ที่ผมอยากให้เป็นแฟน” แม้คำพูดจะฟังดูไม่จริงจัง แต่น้ำเสียงจริงจังของเขาก็ทำให้ร่างเล็กที่ขดตัวอยู่ในอ้อมกอดห่อตัวเข้าหากันพลางมุดเข้าหาร่างสูงมากกว่าเดิม

“ขออยู่อย่างนี้อีกเดี๋ยวนะ”

โคกะไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมาลงเอยแบบนี้ แต่แค่เพียงโคจิบอกว่ารัก เธอก็รู้สึกถึงความสุขมากมายที่ไม่ได้สัมผัสตั้งแต่พ่อกับแม่ตายจากไปไหลวนอยู่ในกาย

... ดีใจจัง...

... มีความสุขจัง...

... ขอบคุณนะ...

... โค...

ทั้งสองคนหยุดแวะร้านขายของที่ระลึกก่อนจะออกจากอควอเรี่ยม

“... นี่... ตุ๊กตานี่น่ารักไหม” โคกะหยิบตุ๊กตาฉลามวาฬหน้าตาน่ารักขึ้นมาจากชั้น พลางยกชูให้อีกคนที่ยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์

“หน้าเอ๋อๆเหมือนจิบิกะดี... อยากได้เหรอ” เขาถามขณะยื่นของให้พนักงานแคชเชียร์

“จะซื้อให้เหรอ”

“เปล่า...” โคจิรับของคืนมาแล้วเดินมาหาหญิงสาวที่ยืนทำหน้าเบ้

“ผมซื้อนี่ให้แล้วต่างหาก คู่กันไง” เขาชูสายห้อยมือถือแฮนด์เมดขึ้นตรงหน้าเธอ โคกะรีบวางตุ๊กตาคืนที่ก่อนจะรับของขวัญจากคนตรงหน้า

“ขอบคุณนะ” ใบหน้าของเธอแสดงความดีใจออกมาอย่างไม่ปิดบัง โคจิลูบศีรษะเธอเบาๆพลางเอ่ยถาม

“ไม่อยากได้ตุ๊กตาแล้วเหรอ”

“ไม่เป็นไรแล้ว... นี่ดีกว่าเยอะเลย” เธอตอบพลางหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อผูกสายห้อยมือถือเข้ากับที่ของมัน แต่กลับโดนคนตัวสูงแย่งไปจากมือ

“มานี่ ผมทำให้ ขืนรอจิบิกะทำ... ได้กลับโตเกียวพรุ่งนี้แน่ๆ”

โคกะสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง ก่อนจะหันกลับมามองคนที่กำลังใส่สายห้อยให้เธอ

... ขอบคุณที่ซื้อให้นะ...

... แถมยังใส่ให้อีกต่างหาก...

... ฉันจะไม่แกะมันออกเด็ดขาดเลย...

อากาศเย็นลงจนโคกะต้องปลดเสื้อคาร์ดิแกนตัวยาวจากเอวมาสวมทับ ท้องฟ้าใสที่เห็นอยู่เมื่อตอนเช้าเปลี่ยนเป็นมืดมิดเมื่อตะวันตกดิน แสงดาวระยิบระยับราวกับหิ่งห้อยตัวน้อยบนแผ่นกระดาษสีดำ ทั้งสองคนเดินเคียงคู่กันไปบนหาดทราย แต่ที่ต่างไปจากเมื่อเช้าคือโคจิได้จับมือเล็กๆของโคกะไว้แน่นตลอดทางที่เดินไปด้วยกัน

“ไม่เบื่อเหรอ... เดินเฉยๆแบบนี้” หญิงสาวถามขึ้นมาขณะที่เริ่มเดินกลับมาที่รถ

“ไม่หรอก... ผมชอบที่สงบๆน่ะ...” เขาหันมายิ้มให้ก่อนจะยกมือข้างที่ไม่ได้จับกันไว้มาลูบศีรษะเธอ

“อ๊ะ!!?? แล้วอย่างนี้ จะทำยังไงล่ะ? โคเป็นไอดอลนะ ถ้ามีแฟนล่ะ เรตติ้งจะตกไหม”

“เธอนี่นะ... เปลี่ยนเรื่องได้เร็วจริงๆเลย” โคจิเปิดประตูรถพลางบอกให้เธอขึ้นบ้าง จนเขาสตาร์ทรถแล้วจึงตอบคำถามเมื่อครู่

“ผมไม่ได้ดังอะไรนี่นา... มีแฟนเป็นคนนอกวงการน่ะ ไม่เป็นไรหรอก... ไม่ต้องถึงขั้นจัดแถลงข่าวอะไรใหญ่โตนี่... ก็อยู่ไปแบบนี้แหละ เค้าถามก็ค่อยบอกว่ามี... หรือเธอไม่อยากให้บอก ให้ปิดเป็นความลับ” เขาหันมาหา
“เวลาขับรถมองข้างหน้าด้วยสิ!” โคกะยื่นมือไปหันหน้าของชายหนุ่มให้กลับไปมองทางข้างหน้า

“อย่างนี้แหละดีแล้ว... จำได้ไหม... ที่ฉันเคยเล่าให้ฟังว่าฉันเคยเป็นพวกบ้าไอดอลรายเดือนน่ะ จำได้ใช่ไหม... คนสุดท้ายที่ฉันคลั่งไคล้ก่อนที่จะมาเจอโค... ฉันเลิกชอบไปเพราะว่า เขาน่ะ บอกกับสื่อว่าไม่มีแฟน แต่พวกนักข่าวก็ตามจับจนได้ว่ามีแฟน เลยความแตก... ฉันน่ะ ไม่ชอบรู้ไหม... แฟนเขาต้องทนอยู่แบบลับๆ มันคงเป็นเรื่องที่ทรมานน่าดู ว่าไหม” โคกะตอบพลางหันหน้ามามองคนที่ขับรถอยู่ โคจิไม่ตอบแต่ปล่อยมือจากพวงมาลัยข้างหนึ่งมาโยกศีรษะเธอช้าๆ

“รู้ไหม... ครั้งแรกที่ผมเจอกับจิบิกะ ผมตกใจมากเลย ที่จู่ๆก็มีเด็กผู้หญิงที่ไหนไม่รู้เอาร่มมายัดใส่มือผม... ตอนแรกผมก็คิดว่าเป็นพวกบ้าไอดอลที่ไหน แต่พอวันรุ่งขึ้น ผมลองมาเดินแถวนี้อีกครั้ง ก็ได้เจอกับร้านของมากิซัง แล้วผมก็ได้เจอเธอ กำลังกรี๊ดๆเรื่องของผมให้มากิซังฟัง ทำให้ผมได้รู้ว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นไม่เคยรู้จักผมมาก่อนจนกระทั่งเอาร่มมาให้” เขาหันมายิ้มให้ขณะที่จอดรถรอไฟแดง

“เด็กผู้หญิงอะไรกัน... ก็อายุพอๆกันนั่นแหละ...” โคกะทำปากเบ้แก้เขินทั้งๆที่ในอกรู้สึกพองโต ดีใจที่เขาจำเธอได้ตั้งแต่ตอนนั้น

“ก็ดูสิ... จิบิกะมัดผมอย่างกับเด็กมัธยมต้น แถมตัวนิดเดียว ผมก็คิดว่าเด็กไว้ก่อนสิ...”

“ฉันไม่ได้อยากเกิดมาตัวแค่นี้สักหน่อย”

“ผมคิดว่า จิบิกะเป็นคนที่คิดถึงใจคนอื่นมาก... บางทีก็มากกว่าตัวเองด้วยซ้ำ... อย่างที่เอาร่มมาให้ผมยืมแต่ตัวเองต้องวิ่งตากฝนกลับไป หรือโมโหแทนแฟนของไอดอลคนนั้นที่เขาต้องทนอยู่แบบลับๆ” โคจิหันกลับมามองถนนเมื่อไฟเปลี่ยนสี

“แล้วโคไม่คิดว่าฉันเป็นพวกบ้าไอดอล กรี๊ดกร๊าดที่ได้เป็นแฟนกับไอดอลเหรอ”

“ไม่หรอก... เพราะจิบิกะไม่เคยเสแสร้ง... เธออาจจะไม่รู้สึกตัว อย่างเวลาที่อยู่ด้วยกัน จิบิกะไม่เห็นทำตัวให้ดูน่ารักหรือว่าสวยเป็นพิเศษเลย... เธอเองยังเคยพูดเลยไม่ใช่เหรอ ว่าบางทีก็ลืมว่าผมเป็นไอดอล”

“ก็บางทีฉันอยู่กับโค คุยด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน จนลืมไปเลยว่าคนที่ฉันอยู่ด้วยตอนนี้เป็นไอดอลนะ โอ๊ย มันเป็นเรื่องอธิบายยาก ก็รู้นี่นาว่าฉันอธิบายอะไรไม่ค่อยเก่ง แต่ ก็ลองฟังดูนะ... บางทีฉันก็คิดนะ ว่าดีจัง ที่โคเป็นไอดอล ไม่อย่างนั้น ฉันคงไม่เห็นคนที่ฉันให้ร่มไปทางทีวี แล้วก็ไม่ได้มารู้จักกันแบบนี้ แต่บางทีฉันก็คิดว่าถ้าโคเป็นแค่ลูกค้าในร้านที่บังเอิญมาชวนฉันคุย ฉันจะได้ไม่ต้องมานั่งกลุ้มว่าฉันเผลอหลงรักไอดอลเข้าน่ะสิ”

โคจิหัวเราะออกมาอีก

“... ก่อนหน้านี้... ผมน่ะ กังวลเรื่องจิบิกะกับมาซาคนนั้นนะ... รู้ไหม” เขาเอ่ยถาม สายตายังมองตรงไปยังถนนข้างหน้า

“กังวลทำไมล่ะ”

“มาซาคนนั้นถือเป็นศัตรูหัวใจของผม” โคจิตอบ

“... อ๋อ เพราะว่าฉันเล่าให้ฟังว่ามาซาบอกว่าชอบฉัน... ใช่ไหม... โคก็เลยมองมาซาเป็นศัตรูหัวใจ... สินะ... อืม”

“ไม่ใช่หรอก ตั้งแต่เจอหน้ากันครั้งแรกต่างหาก... ถึงตอนนั้นจิบิกะจะเป็นแค่คนที่ผมรู้สึกว่าน่าสนใจเฉยๆ... แต่ผมก็รู้สึกได้ว่ามาซาคนนั้นคิดกับจิบิกะแบบไหน”

“เซนส์ดีจังนะ”

“จิบิกะเซนส์ห่วยต่างหาก”

โคกะเบ้ปากเมื่อถูกว่า โคจิได้แต่หัวเราะลั่นรถ หญิงสาวยิ่งทำเสียงจิ๊จ๊ะออกมาเมื่อถูกหัวเราะใส่แบบนั้น เขาเอื้อมมือมาลูบศีรษะเธอราวกับพ่อเอ็นดูลูก

“ผมชอบที่เธอเป็นแบบนี้แหละ...”

โคกะถึงกับทำตัวเกร็งขึ้นมาทันทีก่อนที่จะค่อยๆย่นคอลง มือสองข้างยกฮู้ดขึ้นมาสวมศีรษะ

“... แล้ว... ยังกังวลอยู่หรือเปล่า”

“หือ?”

“เรื่องของฉันกับมาซา”

“ผมควรหายไหม” เขาหันมาถาม

“ควร” โคกะตอบแทบจะทันที

“เหรอ...”

“ถึง... ถึงโคจะบอกว่าฉันเป็นคนที่คิดถึงใจคนอื่นก็เถอะ... แต่ว่า... เรื่องมาซากับเรื่องนี้ มันคนละเรื่องกันนะ... ถ้าฉันเป็นแบบที่โคกังวล... อืม กังวล... ป่านนี้ฉันไม่มานั่งอยู่ตรงนี้หรอก”

โคจิหมุนพวงมาลัยเลี้ยวเข้าหยุดที่ข้างทาง เขาหันมายิ้มให้อีกก่อนที่จะยื่นหน้าเข้ามาหา

“อืม... ผมจะลองไม่กังวลดู... แต่ก่อนหน้านั้น...” เขายิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากพลางโน้มหน้าเข้าหาคนที่ทำตัวแข็ง... ทั้งสองจูบกันอีกครั้งก่อนที่โคจิจะหันมาตั้งใจขับรถกลับโตเกียวเสียที

 

... รู้อะไรไหมโค...

... ฉันคิดว่าฉันเป็นคนที่มีความสุขที่สุดเลย...

 

 

 

 

To be continue...

Free Talk>>

โฮกกกกกกกกก โคจิบ้า ผู้ชายหล่อ อ๊ากกกกกกกกก คาเนปเป้!!!!

เอามาต่อเพราะแพร์เมนต์แล้ว

ตอนต่อไปต้องรีบปั่น

เด๋วไม่ทัน

เหลืออีก 50 หน้า

ฮากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก








Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อืมมมม ตอนนี้ยาวดีจัง
แต่อ่านแล้วสงสารพระรองอะ 5555555555+

จิบิกะ........คงคาแรคเตอร์ได้เหนียวแน่นดีแท้..

#1 By 【いくみ】 on 2008-01-08 23:17

ขอกรี๊ดให้กับฉากบอกรักช็อกโลกได้มั๊ยเนี่ย >o< ตอนแรกอ่านไป ก็เรื่อยๆ ไม่มีอะไร (แค่ผู้ชายขี้อิจฉาหนึ่งคน -"-) แต่พอโคจิบอกรักเท่านั้นแหวะ โอ้ ว้อย แม่เจ้า!! สะดุ้งสุดตัว ใจเต้นตึกตัก (ประหนึ่งโดนเองซะงั้น...= =) แล้วก็ยิ้มหน้าบาน น่ารักแฮะๆๆๆ มีแต่คำนี้ก้องอยู่ในหัว จนกระทั่งจบเรื่อง สรุปก็คือ เหมือนจะเพ้อไปกับโคจิจนแทบไม่มีสติรับรู้อะไรอย่างอื่นแล้วอ่ะ 555555

จากที่เรื่อยๆ มาทั้งเรื่องนะ ความสัมพันธ์ค่อยๆ พัฒนาไป จนกระทั่งต่างคนต่างแน่ใจก็บอกมันออกมา ชอบแบบนี้จัง รู้สึกว่าอุปสรรคไม่ใช่ฐานะ นิสัย อายุ (หรือเพศ 5555)มันดูเป็นความรู้สึกของคนสองคนอย่างเดียวมากกว่า อย่างอื่นไม่เกี่ยวเลยจริงๆ

ถึงเวลารักกัน คิดจะใช้ชีวิตร่วมกันมันควรจะมองไอ้ที่ว่าๆ มาก็เถอะ แต่อันดับแรก ตอนเริ่มต้น มันก็ควรจะเริ่มจากความรักไม่ใช่เหรอ? เราว่าอย่างอื่นมันปรับได้ แต่ถ้าไม่ได้รักแต่แรกก็จบ ความรู้สึกไม่ใช่ตึก ถึงจะได้หาปูนหาทรายมาเทรวมกัน หาเหล็กกล้ามาตั้งแล้วจะกลายเป็นสิ่งก่อสร้าง มันต้องการความรู้สึก เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่มีร่วมกัน ศึกษากันไปเรื่อยๆ เข้าใจกันบ้าง ไม่เข้าใจกันบ้าง แบบนั้นแหละที่จะทำให้ต่างคนต่างใกล้ชิด ไม่ใช่เพราะทำงานที่เดียวกัน อายุใกล้กัน หรือชอบอะไรเหมือนกันอย่างเดียวหรอก มันต้องการความใส่ใจต่างหาก ถ้ารู้สึกอยากจะใส่ใจใครสักคนมากขนาดยอมตามใจให้ทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายมีความสุขตัวเองก็มีความสุขไปด้วย นั่นน่ะ...อาจจะเรียกได้ว่าเป็นความรักอย่างหนึ่งนะ แต่ไม่กล้าฟันธง ไม่เชี่ยวขนาดนั้น เอาเป็นว่า..มันเป็นความรักรูปแบบหนึ่งก็แล้วกัน หุหุ

ก็ไม่ได้ไม่ชอบมาซานะ แต่...มันคงจะเป็นความรู้สึกแบบ น่ารำคาญมั้ง อยากเอาค้อนทุบหัวให้ฉลาดขึ้นมามั่ง -*- เป็นผู้ชายที่จมอยู่กับความรับผิดชอบแปลกๆ ดีเนอะ ไม่ลงมือทำอะไรสักอย่าง แต่จะเอาผลลัพธ์ที่ตัวเองอยากได้เหรอ? มันจะได้มั๊ยอ่ะ แล้วเคยถามโคกะหรือเปล่าว่าอยากให้เป็นแบบไหน หรือกระทั่งได้คำตอบไปแล้วก็ยังจะคิดบ้าๆ เข้าข้างตัวเองอยู่ว่าไม่ใช่ เดี๋ยวก็ต้องกลับมา? งั้นก็คิดไปเหอะมาซา จะรอดูนะว่าวันไหนจะฉลาด -"- (ว่าแต่ที่พูดมานี่เข้าขั้นเกลียดได้ยังเนี่ย 5555)

เรื่องของกินยังทำได้น่าอร่อยเหมือนเดิม 5555 แต่บังเอิญเราไม่กินเนื้อนี่สิ (เกี่ยวมั๊ย?) จิ้นไปเองว่าเป็นหมูชีสแล้วกัน 5555 ส่วนเรื่องชุดก็สมกับที่เป็นฮาจิ เรื่องแต่งตัวนี่เลิศจริงๆ สงสัยเป็นชุดที่อยากแต่งเองป่ะเนี่ย? 55555 น่ารักดี แต่เรื่องเสื้อคาร์ดิแกน ยอมรับว่าโง่ เราไม่รู้ว่ามันเป็นไงอ่ะ แต่ก็จิ้นไปเองแล้วว่าเป็นเสื้อไหมพรมแบบสวมหัว มันเป็นแบบไหนอ่ะ? ไม่ถนัดเรื่องพวกนี้เลยจริงๆ TTOTT

บทสนทนาทำได้ลื่นไหลดี อ่านแล้วไม่ติดขัดเลย ไม่รู้เคยบอกไปยัง เพิ่งได้คุยกับใครสักคนไปเรื่องนี้ แล้วก็รู้สึกว่าบทสนทนามันแต่งยาก แต่มันก็สำคัญ ถือเป็นคำชมประจำตอนแล้วกัน 55555 โดยเฉพาะตอนคุยกันเรื่องไม่แต่งไปมหาลัยอ่ะ เห็นภาพโคกะชัดดี เจ๊คงไม่สนใจใครนอกจากเรื่องกิน ไอดอล และเรื่องเรียนสินะ? มุ่งมั่นดีมาก นับถือเลย 55555

ขอให้ปั่นทัน 50 หน้า (ก่อนเราจะหมดกีฬามหาลัยด้วย -"-)

#2 By なし on 2008-01-08 23:27

ขำ
ยังกะนิยายตลก..
ฮิฮิ

#3 By :nakare: on 2008-01-11 22:27