☆[Original+Fiction] RAINBOW: -4-
posted on 27 Nov 2007 20:13 by hanachiko in NOVELandPOEMTitle: RAINBOW
Author: hana matsumoto
-4-
“ไปกินโอเด้ง กันไหมจิบิกะ” โคจิเอ่ยถามขึ้นขณะที่ยืนอยู่หน้าร้านหลังจากปิดร้านเรียบร้อย หญิงสาวเอามือลูบท้องวนไปมา
“ไม่เอา... กินของแบบนั้นไม่อิ่มแน่... ฉันกำลังหิวนะ” โคกะตอบพลางกัดริมฝีปากยามที่กำลังใช้ความคิด
“ข้าวกล่องร้านสะดวกซื้ออีกไหม”
“เมื่อวานเพิ่งกินไป... เอาเป็น........ ราเมงดีกว่า” เธอบอก
“ได้”
“เนกิราเมง ที่นึงครับ”
“ทงคัตสึราเมง พิเศษไม่ใส่ผักกับหน่อไม้ค่ะ”
“... เอาชาสองที่ครั-”
“ชาหนึ่งที่ค่ะ ของฉันเอาเป็นโค้กเย็นๆค่ะ”
โคกะหยิบตะเกียบที่เสียบไว้มาแกะออกจากกัน เธอหันมองซ้ายขวา แล้วก็เหลือบมองไปยังรูปภาพที่แปะอยู่กับฝาผนังร้าน จากนั้นก็กลับมาเคาะตะเกียบกับโต๊ะเบาๆ
“ทำไมไม่กินผักล่ะจิบิกะ” โคจิเอ่ยถามขึ้นหลังจากมองกิริยาฆ่าเวลาของคนตรงหน้าได้พักหนึ่ง
“ก็ฉันไม่ชอบกิน” เธอเบ้ปากบวกกับสีหน้าขยะแขยงประกอบคำตอบ
“แล้วจะแข็งแรงได้ไงเนี่ย สุขศึกษาไม่เคยเรียนเหรอ ต้องกินให้ครบหมวดหมู่”
“มิซากิ โคจิไม่ต้องทำเป็นครูเลย ผักน่ะ ฉันกิน... แต่ผักในราเมงฉันไม่ชอบ” โคกะทำเชิดใส่แล้วหันไปอีกทาง พอดีกับที่พนักงานนำราเมงมาเสิร์ฟ กลิ่นน้ำซุปที่ลอยมาทำเอาโคกะเม้มปากแน่น รู้สึกว่ากว่าราเมงจะถูกวางลงบนโต๊ะมันช่างยาวนานเสียเหลือเกิน พอทั้งสองเอ่ยคำว่า ‘ทานนะครับ/คะ’ โคกะก็รีบคีบเส้นทานก่อนเป็นอย่างแรก
“อื๊อ~~ อร่อยจัง~~ ไม่ได้มากินตั้งนานแล้ว” ดวงตากลมโตปิดสนิท สีหน้าอิ่มเอิบใจทำเอาคนตรงหน้าขำออกมา
“สีหน้าเธอนี่สุดยอดจริงๆเลย”
“ก็ฉันชอบราเมงร้านนี้นี่นา”
“มันก็ไม่ไกลจากร้านของมากิซังไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่เดินมากินล่ะ” โคจิถาม แต่โคกะดูจะไม่สนใจนัก หญิงสาวตั้งอกตั้งใจกินจนราเมงชามพิเศษหายวับไปด้วยความรวดเร็ว เธอหันมาให้ความสนใจกับแก้วโค้กที่มีไอเย็นอยู่รอบๆ มือยกแก้วขึ้นดื่มรวดเดียวหายไปครึ่งแก้ว
“ฮ้า~~ มีความสุขจังเลย”
โคจิถึงกับหัวเราะออกมาเสียงดัง หากเป็นคนทั่วไปก็คงจะนึกโกรธขึ้นมาบ้างที่ถูกหัวเราะใส่แบบนี้ แต่โคกะกลับไม่สนใจ
“เพราะว่าตอนเย็นฉันต้องกินข้าวกับมาซาไง แล้วมาซาก็เรื่องมาก ไม่ค่อยชอบออกมากินข้างนอก ฉันก็เลยเป็นคนทำข้าวเช้ากับข้าวเย็น ส่วนตอนกลางวัน ฉันกินแซนด์วิช ไม่ก็ขนมปังไส้ยากิโซบะที่มหาวิทยาลัยน่ะ พอวันอาทิตย์ ฉันก็นอนกลิ้งๆอยู่บ้านกินอาหารสำเร็จรูป ไม่ก็สั่งพิซซ่า... เห็นไหม ฉันก็เลยไม่ได้มากินราเมงที่นี่ไง”
ชายหนุ่มตรงหน้านิ่งไปแวบหนึ่ง ก่อนจะนึกได้ว่าเมื่อครู่เขาถามอะไรเธอไว้
“นึกว่าจะไม่ตอบแล้วนะ จิบิกะ” เขาพูดกลั้วหัวเราะ
“หือ ตอบสิ แต่ต้องหลังจากฉันรู้สึกอิ่มนะ... วันนี้น่ะ หิวสุดๆเลย” โคกะตอบพลางยกแก้วโค้กขึ้นดื่มต่อ สายตาแอบเหลือบมองคนตรงหน้า ตั้งแต่เรื่องหนังสือภาพคราวนั้น ผ่านมาได้เกือบสองเดือนแล้ว คำพูดที่เขาใช้กับเธอดูเป็นกันเองมากขึ้น ทั้งหมดเป็นเพราะว่าได้เจอหน้ากันแทบจะทุกวันจนแทบจะกลายเป็นกิจวัตรประจำวันก็ว่าได้
ถ้าวันไหนไม่ได้เจอคงรู้สึกประหลาดๆ
“จิบิกะ พรุ่งนี้ผมต้องไปถ่ายวาไรตี้ไวด์โชว์ทั่วประเทศ คงจะไม่อยู่ประมาณเดือนนึงเป็นอย่างมาก จะเอาของฝากไหม” โคจิเปิดบทสนทนาเมื่อพ้นประตูร้านราเมง
“ไปอาโอโมริ หรือเปล่า”
“ผ่านนะ” เขาคิดครู่หนึ่งแล้วจึงตอบ
“ถ้าอย่างนั้น เอาแอปเปิ้ลของอาโอโมริมาฝากด้วย” โคกะต่อทันที
“ได้สิ”
“ลัลล้า~ ลัลล้า~~ แอปเปิ้ลหวาน ล้า~~ลา~ อา! โอ! โม! ริ!” หญิงสาวเดินสลับกระโดดพลางร้องเพลงแต่งเอง (เมื่อครู่) อย่างอารมณ์ดี
“อะไรกัน จิบิกะ... จะไม่บอกว่า ‘ต้องคิดถึงมิซากิ โคจิแน่ๆเลย’ อะไรทำนองนั้นเหรอ”
ร่างเล็กหยุดกระโดด เธอหันกลับมามองหน้าคนพูด
“คิดถึงเหรอ... นั่นสินะ... ไม่รู้เหมือนกันแฮะ” โคกะยกแขนขึ้นมา พาดคางกับข้อมือพลางกลอกตาไปมา
“ไม่รู้สิ... ตอนนี้มิซากิ โคจิยังอยู่นี่... ฉันคิดไม่ออกหรอก”
เขาหัวเราะออกมาเสียงดัง
“อะไรของนาย... เอาล่ะ เดินทางดีๆก็แล้วกันนะ มิซากิ โคจิ... แล้วไว้เจอกัน” โคกะโบกมือลาแล้วแยกเดินออกมาดังเช่นทุกวัน
สองอาทิตย์ผ่านพ้นไป กับการที่ไม่มีโคจิเป็นลูกค้าที่ร้าน หลายครั้งที่เสียงกระพรวนที่ผูกไว้กับประตูร้านดังขึ้น โคกะจะต้องเหลียวมองไป และรู้สึกผิดหวังเมื่อคนที่เดินเข้ามาไม่ใช่โคจิ
... อยากกินแอปเปิ้ลจากอาโอโมริขนาดนั้นเชียว...
... โทรไปหาดีไหมนะ...
... จะได้ไม่ลืมซื้อมาให้...
โคกะเดินไปถึงหน้าโทรศัพท์ของร้าน แล้วถึงนึกขึ้นได้
... ไม่มีเบอร์นี่นา...
... บ้าที่สุดเลย...
“รุ่นพี่อาคุตางาวะไม่ได้ชอบฉันหรอก... ก็แค่คุยด้วยง่าย ไม่ได้วุ่นวายแล้วก็เรื่องมากอย่างริวซากิซังเท่านั้นเอง..”
“เดี๋ยวสิโทโมะ... เธอกำลังเข้าใจฉันผิดนะ” เขามีสีหน้าตกใจกับคำพูดของเธอ
“ยิ่งคบกัน ฉันก็ยิ่งลำบากใจ เพราะต้องคอยระแวงริวซากิซังตลอดเวลา ฉันทนไม่ไหวหรอก” หากโทโมะได้สังเกต คงเห็นสีหน้าที่เศร้าหมองของเขา
“เพราะอย่างนั้น เราเลิกกันเถอะนะ เลิกกันเถอะ ฉันไม่ไหวแล้ว...” หญิงสาวร้องไห้ไปพูดไป
โคกะกอดหมอนไว้แน่นก่อนจะเอื้อมไปกดหยุดวิดีโอ เอาเทปออก แล้วจึงปิดทีวี เธอยังคงกอดหมอนใบนุ่มไว้กับตัวขณะที่เดินกลับมาทิ้งตัวลงบนเตียงนอนอีกครั้ง
... ที่บอกว่าเล่นเป็นรักที่ไม่สมหวัง...
... จริงๆแล้วมันควรจะสมถ้าโทโมะไม่อ่อนแอ...
ร่างเล็กกลิ้งตัวไปสุดขอบเตียงอีกด้าน สายตามองเหม่อไปยังผนังห้อง
... กับอีแค่แฟนเก่าระราน...
... ทำให้ความรักไม่มั่นคงได้เลยเหรอ...
... ถ้าโทโมะ เห็นสีหน้าของรุ่นพี่อาคุตางาวะ...
... อาจจะเปลี่ยนใจก็ได้...
... ในเมื่อรุ่นพี่ รักเธอขนาดนั้น...
โคกะยังคงคิดถึงใบหน้าของคนที่อยู่ในจอเมื่อครู่ ก่อนหน้านี้คิดว่าที่คิดถึงไม่ใช่โคจิ แต่เป็นแอปเปิ้ลที่โคจิสัญญาว่าจะซื้อมาฝาก แต่พอได้ดูที่ละครที่อัดไว้ ก็เหมือนกับสิ่งที่คิดมาตลอดนั้นผิด
... ฉันคิดถึงนาย...
... ไม่ใช่แอปเปิ้ล...
“..... ไง จิบิกะ คิดถึงผมไหม” ประตูร้านถูกเปิดออกพร้อมกับคนและเสียงที่คุ้นเคย โคกะรีบเดินมาต้อนรับด้วยความดีใจที่ได้เห็นหน้า ชายหนุ่มตัวสูงยื่นถุงแอปเปิ้ลให้เธอพร้อมกับยิ้มกว้าง
“ขอบคุณมากนะมิซากิ โคจิ” เธอยิ้มตอบก่อนจะหันเหลียวมองรอบตัว ร้านกำลังจะปิดแล้ว มากิเองก็คงอยู่หลังร้าน
“ฉัน... คิดถึง... นาย... จริงๆนั่นแหละ” โคกะก้มหน้าอ้อมแอ้มตอบ โคจิหัวเราะเบาๆในลำคอก่อนจะย่อตัวลงเพื่อมองหน้าเธอ
“อื้ม ผมก็คิดถึงจิบิกะ”
พวงแก้มของเธอเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้น รู้สึกได้ว่าหัวใจของเธอเต้นรัวแรงมากกว่าที่ควรจะเป็น
“นี่... มิซากิ โคจิ” หญิงสาวก้มหน้าลงมองพื้นร้าน
“หืมม์... เวลาเรียกแล้วต้องมองหน้าด้วยสิจิบิกะ”
หากเป็นปกติ โคกะคงรีบเงยขึ้นย้อนด้วยคำพูดที่ฟังแล้วเข้าใจยาก แต่เธอกลับยืนนิ่ง
“ฉัน... รู้สึกว่า... ฉันจะตกหลุมรัก... มิซากิ โคจิ... เข้าแล้ว... สิ”
โคจิเงียบไป เขายืดตัวขึ้นตรง ดวงตากลมโตของเธอปิดแน่น รอฟังสิ่งที่เขาจะพูดต่อจากนี้
“พูดแบบนี้ก็ลำบากสิ...”
โคกะเงยขึ้นมองหน้าเขาทันทีด้วยความตกใจ
“ผมไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกัน เข้าใจนะ... ผมแค่รู้สึกว่าจิบิกะน่าสนใจดีเท่านั้น แล้วก็เป็นเพื่อนที่คุยด้วยสนุก... นะ”
“!!!!?!??!” ร่างเล็กสะดุ้งพรวดขึ้นนั่ง นัยน์ตากลมโตเบิกโพลงในความมืด
... ฝันอะไรนั่น??????...
โคกะมองฝ่าความมืดไปรอบๆ ใบปลิวโปรโมทหนังสือภาพทั้งสองแบบติดอยู่บนกำแพงห้อง น้ำเสียงที่โคจิพูดยังติดอยู่ในหู
... ชอบจนเก็บไปฝันเลยเหรอ...
โคกะนิ่งไป เมื่อคิดถึงคำปฏิเสธที่โคจิ (ในฝัน) พูดกับเธอ
... นั่นสินะ...
... แค่ดีด้วยไม่ได้แปลว่าต้องชอบ...
“โคกะจัง วันนี้ดูไม่ร่าเริงเลย ไม่สบายหรือเปล่าจ๊ะ” มากิถามขึ้นหลังจากเห็นหญิงสาวร่างเล็กถอนหายใจเป็นรอบที่สามล้าน
“ฝันร้ายค่ะฝันร้าย...” โคกะตอบปนหัวเราะแห้งๆ
... แย่ที่สุดเลย...
... ฝันบ้าอะไรแบบนั้น...
“..... ไง จิบิกะ คิดถึงผมไหม” ประตูร้านเปิดออกพร้อมกับคนที่โคกะกำลังคิดถึงอยู่ ทำเอาหญิงสาวถึงกับสะดุ้งเฮือก
... พูดแบบนี้มันเหมือนกับฝันเมื่อคืนชัดๆ...
“มิซากิ โคจิ!!” อารามตกใจทำให้เผลอเรียกชื่อเขาเสียงดัง เจ้าของชื่อได้แต่หัวเราะก่อนจะยื่นถุงกระดาษสีน้ำตาลใบใหญ่ให้
“เอ้า แอปเปิ้ลจากอาโอโมริ”
เธอยื่นมือไปรับถุงมา
“ขอบคุณนะ”
... โล่งอกที่พูดไม่เหมือนในฝัน...
“อันนี้ผมซื้อแยมแอปเปิ้ลมาให้มากิซังครับ” ร่างสูงหันไปหาเจ้าของร้าน เขาเดินไปยื่นกล่องกระดาษที่มีรูปขวดแยมวาดอยู่บนกล่อง มากิยิ้มแย้มขอบคุณอย่างอารมณ์ดี เธอรับของฝากชิ้นนั้นมาแล้วนำไปวางไว้หลังเคาน์เตอร์
“ว่าไงจิบิกะ” โคจิเดินกลับมาหาคนที่กำลังเตรียมเก็บร้าน โคกะหันมองอย่างหวาดๆ
“ว่าไงอะไร”
“คิดถึงผมหรือเปล่า” เขายื่นหน้าเข้ามาหา ทำให้คนตัวเล็กสะดุ้งอีกครั้ง
“ฉันจะคิดถึงนายหรือไม่มันทำไมเหรอ” เธอย้อนกลับ
“ก็ผมอยากรู้นี่ ว่าจิบิกะจะคิดถึงผมเหมือนที่ผมคิดถึงจิบิกะหรือเปล่า” โคจิยิ้มกว้างจนตาหยี แต่อีกคนไม่ยิ้มไปด้วย
... คิดถึงฉันเหรอ...
... ถ้าแค่บอกว่าฉันก็คิดถึงนาย...
... คงไม่เป็นไร...
... ใช่ไหม...
“อ... อื้อ... คิดถึง” โคกะรู้สึกว่าแก้มร้อนขึ้นมาเล็กน้อย เธอค่อยๆมองหน้าโคจิด้วยความอยากรู้ว่าเขาจะมีปฏิกิริยาตอบรับแบบไหน
“นั่นสิน้า--- จิบิกะไม่มีมือถือด้วย”
... มือถือ...
... ฉันก็อยากมี...
... ทั้งๆที่เมื่อก่อนฉันคิดว่าไม่จำเป็น...
“เวลาที่ไม่ได้มา จะส่งข้อความมาหาก็ไม่ได้ซะด้วย...” โคจิพูดลอยๆไปเรื่อยๆ
“ไม่รู้สินะ... ฉัน... ว่าจะซื้ออยู่เหมือนกัน” โคกะบอก เธอเดินไปหยุดอยู่หน้าประตูที่เข้าไปหลังร้าน
“จะซื้อแล้วเหรอ” เขาถามต่อ แต่หญิงสาวหายไปหลังร้านเพื่อหยิบกระเป๋า ถอดเก็บผ้ากันเปื้อนและเก็บของ ก่อนจะเปิดประตูออกมา
“อืม... พรุ่งนี้ฉันหยุด... จะชวนมาซาไปดู” โคกะตอบ ขณะที่ชายหนุ่มเดินไปปิดไฟตามจุดต่างๆ ร่างเล็กมาหยุดยืนรออยู่หน้าประตูร้าน
“ใช้ของโดโคโหมะสิ” โคจิที่เดินตามออกมายังคงพูดต่อ
“มิซากิ โคจิใช้ของโดโคโหมะเหรอ” หญิงสาวถามหลังจากล็อคประตูร้านเป็นที่เรียบร้อย
“อื้ม ถ้าจิบิกะใช้ระบบเดียวกัน ก็ดีออก”
“แล้ว... รุ่นไหนดีล่ะ” เธอถามต่อ
“จิบิกะเพิ่งจะอายุ21เองไม่ใช่เหรอ ถามยังกะเป็นคุณยายแล้วอย่างนั้นแหละ” โคจิว่าพลางหัวเราะออกมา
“พูดมากน่า” โคกะเป่าแก้มจนพองก่อนจะหันหน้าหนีไปอีกทาง
“ผมใช้รุ่นD904i... มีหลายสีนะ” ชายหนุ่มดึงมือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงให้เธอดู ตัวเครื่องสีไวน์แบบสไลด์ดูกะทัดรัด โคกะรับมาลองวางดูในมือ ใบหน้ากลมเงยมองเจ้าของมือถืออันนี้
“ทำอะไรได้มั่ง”
“ได้ทุกอย่างแหละ พรุ่งนี้จิบิกะก็ลองไปดูก็แล้วกัน” เขาตอบ โคจิปล่อยให้เธอมองดูมือถือของเขาอีกสักพักก็เก็บคืนไป ก่อนจะแยกกัน
หลังจากเตรียมอาหารเรียบร้อย มาซาฮารุลุกมาช่วยหยิบจานมาจัดวางที่โต๊ะ โคกะจึงเอ่ยถามขึ้น
“พรุ่งนี้ไปซื้อมือถือเป็นเพื่อนหน่อยสิมาซา... มาซาใช้ของโดโคโหมะใช่ม้า... พาฉันไปซื้อทีนะ”
“อะไรของเธออีกเนี่ย เพื่อนก็ไม่มี เธอยังเคยบอกว่าเปลืองจะตาย จะซื้อทำไมหา” ชายหนุ่มถามเสียงขุ่น นึกแปลกใจในความคิดกระทันหันของหญิงสาว
“คืองี้นะคืองี้นะ... โคจิน่ะ กลับมาแล้ว”
“แล้วยังไง” เขากระแทกจานลงบนโต๊ะ โคกะหยิบกับข้าวมาวางแล้วตักข้าวใส่ชามทั้งสองใบ
“เขา... บอกว่าคิดถึงล่ะ คิดถึง” นัยน์ตากลมโตทอประกายสดใส
“แล้ว-ไง” มาซาฮารุเน้นย้ำทีละคำขณะมองใบหน้าของโคกะที่ทำท่าฝันหวานอย่างเสียอารมณ์
“อื้อ ก็ไม่แล้วไง... โคจิบอกว่า ถ้าฉันมีมือถือคงดีกว่านี้ ฉันก็เลยว่าจะซื้อไง... ซื้อ” เธอตอบพลางลงมือทานข้าว มาซาฮารุไม่ยอมพูดอะไรต่ออีก - - - จนกระทั่งเก็บจานข้าวไปล้าง เขาถึงเอ่ยขึ้นมา
“ถ้างั้น ซื้อเสร็จแล้วไปกินข้าวด้วยกันตอนเย็นนะ”
“หือ? ได้สิ” หญิงสาวหันมาทำตาปริบๆมองด้วยความงุนงง
“แต่งตัวดีๆไปล่ะ”
โคกะในชุดเดรสสีน้ำเงินเข้มเรียบกับใบหน้าที่มีเครื่องสำอางแต่งแต้มอยู่ (ตามคำสั่งของคนพามา) เดินตามหลังมาซาฮารุเข้าไปในห้องวีไอพีของภัตตาคารหรูในโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางกรุงโตเกียว หญิงสาวเดินตัวเกร็งพลางหันซ้ายหันขวาด้วยความที่ไม่คุ้นเคยกับสถานที่เช่นนี้
“มาซา... นี่มาทำอะไรที่นี่เนี่ย” เธอกระซิบกระซาบถาม แต่ก่อนที่เจ้าของชื่อจะได้ตอบอะไร สายตาของเธอก็พบกับคนที่คุ้นตานั่งอยู่ข้างในก่อนแล้ว
“คุณลุง?? สวัสดีค่ะ” โคกะโค้งตัวทักทายอย่างอ่อนน้อม
“อ้าวมาซาฮารุ... ไม่เห็นบอกพ่อว่าจะพาโคกะจังมาด้วย” ชายวัยกลางคนที่เริ่มมีร่องรอยของอายุให้เห็นบนใบหน้าเอ่ยถามหลังจากยิ้มรับหญิงสาว
“เซอร์ไพรส์ไงครับพ่อ” มาซาฮารุนั่งลงตรงข้ามผู้เป็นพ่อ โคกะจึงนั่งลงข้างๆเขา
“ทำไมเนี่ย เกิดอะไรขึ้น” เธอทำตาโต บนใบหน้ามีรอยยิ้มปนแปลกใจ โคกะหันมองมาซาฮารุ แต่เขาไม่ยอมมองเธอ พอไม่ได้รับความสนใจ มือเล็กจึงเอื้อมหยิบแก้วน้ำเย็นที่วางอยู่ตรงหน้าขึ้นดื่ม
“ก็เนี่ยล่ะพ่อ... ลูกสะใภ้ในอนาคตของพ่อ”
คำพูดของมาซาฮารุทำเอาโคกะแทบสำลักน้ำ ดีว่ายั้งอาการเอาไว้ทัน
“โคกะจัง?”
“ล้ออะไรฉันเล่นอีกเนี่ยมาซา... ใช้ฉันไล่ผู้หญิงที่มาติดนายเป็นครั้งคราวก็ไม่เป็นไรหรอก แต่นี่อะไรอีกหา” โคกะหันมาเขย่าแขนของเขา แต่มาซาฮารุกลับวางมือของเขาลงบนมือสองข้างนั้น
“ฉันจริงจังนะ...” มาซาฮารุสบมองดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของโคกะด้วยความรู้สึกจากใจ
“ไปกินอะไรดีจิบิกะ” โคจิถามขึ้นหลังจากออกมายืนกันที่หน้าร้าน เจ้าของชื่อกลับไม่ตอบอะไร จนเขาต้องเอ่ยคำถามนั้นซ้ำอีกครั้ง
“ข้าวกล่องสะดวกซื้อก็ได้” หญิงสาวตอบราบเรียบ กำปั้นลอยมาเคาะศีรษะเธอเบาๆหนึ่งทีก่อนจะตามมาด้วยคำถาม
“เป็นอะไร... ไม่สบายหรือเปล่า”
“........................ ไม่สบายทางใจน่ะ” ประตูร้านสะดวกซื้อเปิดออกอัตโนมัติ โคกะเดินลิ่วไปหยิบชุดข้าวกับโคร็อกเกะมาสองกล่อง แล้วหยิบโค้กกับชาอู่หลงเย็นมาอย่างละขวด คนตัวสูงได้แต่เดินตามอย่างงงๆ คนที่เดินนำวางกล่องข้าวกับเครื่องดื่มที่เคาน์เตอร์พร้อมกับหยิบเงินออกมาจากกระเป๋า โคจิถึงได้ร้องห้าม
“เฮ้! จิบิกะ- ผมจ่ายเอง”
“ไม่เป็นไรหรอก... ฉันเลี้ยง ฉันเลี้ยง”
“ได้ที่ไหนเล่า ผมเป็นผู้ชายนะ”
“เงียบไปก่อนน่า... เดี๋ยวมิซากิ โคจิจะต้องฟังฉันบ่นอีกยาว... เอาเป็นว่า มันเป็นค่าบ่นนะ” โคกะปัดมือของชายหนุ่มออกไปแล้วตัดสินใจจ่ายเงิน
หลังจากคีบข้าวเข้าปากแล้วตามด้วยโค้กอึกนึง โคกะจึงเริ่มพูด
“เมื่อวาน... มาซาบอกว่าชอบฉัน... ชอบน่ะ ชอบ.. ชอบแบบชาย-หญิง... มิซากิ โคจิเข้าใจใช่ไหม... มัน...... น่าตกใจมากเลยเพราะฉันไม่เคยคิดมาก่อน... อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่อนุบาล... แถมหมอนั่นยังคอยดูแลฉันมาตลอด จนพ่อแม่ฉันตายฉันก็เหลือแต่มาซาเป็นที่พึ่ง.... แต่.... แต่นะ....... คำว่าที่พึ่งของฉันหมายถึงเพื่อนหรือพี่ชาย.... ความหมายแบบนั้น” โคกะหยุดพักกินข้าวอีกสองสามคำ ชายหนุ่มร่างสูงที่นั่งฟังยังคงเงียบไม่พูดอะไร
“มันน่าตกใจจริงๆนั่นแหละ... มาซาเป็นถึงว่าที่ท่านประธานเชียวนะ... ว่าที่ท่านประธานของกลุ่มบริษัทโคกาคุโจ... รู้จักใช่ไหม...... มาซาก็ลงหน้าหนังสือเยอะพอๆกับไอดอลนั่นแหละ.... อือ....... ถ้าฉันคบกับมาซาฉันก็ต้องกลายเป็นคู่หมั้นของเขา ต้องออกงานสังคม ต้องทำตัวให้เหมาะสม ฉัน... ทนสภาพที่น่าอึดอัดจอมปลอมแบบนั้นไม่ไหวหรอก..... อืม ไม่ไหว” โคกะหยุดดื่มโค้กพลางใช้ตะเกียบตัดโคร็อกเกะออกเป็นชิ้นเล็กๆ
“แต่ก็อีกนั่นแหละ... นั่นเพราะว่าฉันไม่ได้ชอบมาซา... ไม่ได้รักมาซาแบบชาย-หญิงน่ะ... เข้าใจนะ ถึงฉันจะไม่เคยมีแฟน แต่ถ้าฉันรักใครขึ้นมาจริงๆ ให้ฉันทำอะไรก็ได้แหละ ความอดทนของฉันจะมีไม่หมดสิ้น อะไรแบบนั้น” คราวนี้เธอหยุดพูด ตั้งใจกินข้าวจนหายไปเกือบหมดกล่องสลับกับดื่มโค้ก
“แต่ก็นั่นแหละ ทั้งนี้ทั้งนั้น ฉันก็ปฏิเสธมาซาไปชัดเจนแล้ว...... ขอโทษคุณลุงไปแล้วด้วย..... เฮ้อ... ชีวิตมันวุ่นวายดีเนอะ... แต่ก็ยังดีล่ะมั้งที่ฉันกับมาซายังคุยกันได้เหมือนเดิม... ช่วยไม่ได้นี่นะ ก็คงเป็นเพราะเราผูกพันกันตั้งแต่เด็กนั่นแหละ”
“พ่อแม่เธอไม่อยู่แล้วเหรอ”
“อื้อ... ท่านเสียตอนฉันเข้ามหาวิทยาลัยได้น่ะ... ตอนแรกฉันก็พึ่งเงินเก็บของท่านไปก่อนขณะที่หางานทำน่ะนะ ร้านของมากิซังน่ะช่วยฉันไว้เชียวนะ.... อพาร์ทเมนต์ที่อยู่ตอนนี้ก็เหมือนกัน เลือกที่นี่เพราะมันสะดวกสบายแล้วก็มีบรรยากาศคล้ายๆกับที่บ้าน แถมมาซาก็มาอยู่ข้างๆด้วย.... ค่าเช่าตั้งแสนแน่ะ” โคกะทำตาโตเมื่อพูดถึงราคาค่าเช่าห้องของเธอ
“ช่วงแรกๆ ก็มีบ้างที่มาซาช่วยออกค่าห้องให้ก่อน... เนี่ยล่ะ ที่ทำให้ฉันรู้สึกได้ว่า มาซาน่ะ พึ่งได้มากกว่าญาติอีก - - - ไม่ใช่ว่าฉันไม่มีญาตินะ แต่ฉันตัดขาดมาจากพวกนั้นต่างหาก แต่หลังจากงานศพพ่อกับแม่ ฉันก็ไม่เห็นมีใครคิดจะสนใจเลยว่าฉันเป็นยังไงบ้าง...... ฉันเลยยิ่งต้องพยายามพึ่งตัวเองให้ได้เร็วๆ เป็นภาระให้คนอื่นไปเรื่อยๆน่ะมันไม่ดี....” หญิงสาวหยุดมาจัดการกับส่วนที่เหลืออีกเล็กน้อยในกล่อง เมื่อเรียบร้อย โคจิเป็นคนเอากล่องไปทิ้งที่ถังขยะใกล้ๆแล้วกลับมานั่งลงข้างๆตามเดิม
“มิซากิ โคจิ... ฉันน่ะ เคยมีเรื่องบ้าบอที่ทำอยู่ตั้งแต่ตอนพ่อกับแม่ไม่อยู่แล้วด้วยล่ะ รู้ไหมว่าอะไร - - - บ้าไอดอลไง... ถ้ายึดตามคำบ่นของมาซาที่ฉันได้ยินทุกเดือน ก็คือฉันจะบ้าไอดอลเดือนละคน อะไรแบบนั้น เงินเลยหมดเร็วเพราะเอาไปซื้อของจนเกือบหมด... ฟังดูงี่เง่าเนอะ แต่ มันก็ทำให้ฉันหายเศร้าเรื่องพ่อกับแม่ได้ แต่ก็กลายมาเป็นนิสัย - - - แต่ว่า ช่วงสี่ห้าเดือนที่ผ่านมานี้ ฉันเก็บเงินได้เยอะกว่าที่คิด.... พอไม่ได้บ้าไอดอลก็เลยเป็นแบบนี้.... ดีเนอะ!” ใบหน้าของเธอหันมายิ้มกับคนข้างๆ
“ผมก็ไอดอลนะ...” โคจิพูดเสียงต่ำ
“..... อ๊ะ! นั่นสินะ... บางทีฉันอยู่กับมิซากิ โคจิจนลืมไปเลยว่าเป็นไอดอล” โคกะทำเป็นสะดุ้งก่อนจะหัวเราะออกมา
“เสียใจด้วยนะ เรื่องพ่อกับแม่ของเธอ” ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่อง
“ไม่เป็นไรหรอก ตั้งสามปีแล้ว...” รอยยิ้มยังคงอยู่บนใบหน้ากลมๆของโคกะ คนข้างๆลุกขึ้นยืดตัวตรง ก่อนจะหันมารอให้เธอลุกขึ้นตาม
ทั้งสองคนเดินไปด้วยกันเงียบๆบนเส้นทางที่คุ้นเคย
... น่าแปลกที่ฉันเล่าให้เขาฟังจนหมด...
... ก็เขาเป็นคนที่ฉันชอบ...
... เกี่ยวกันหรือเปล่า...
... อย่างน้อยฉันก็ซื้อมือถือเพราะเขา...
พอคิดถึงโทรศัพท์มือถือ โคกะก็หยุดเดิน อีกคนหยุดตามแล้วหันมองว่าเธอลืมของไว้ที่ร้านหรือเปล่า หญิงสาวรีบล้วงมือลงไปในกระเป๋าใบใหญ่แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องสีชมพูอ่อนออกมา
“นี่ ฉันซื้อมาแล้ว” เธอยกอวดคนตรงหน้า โคจิมองรูปร่างของมันอยู่แวบหนึ่งก็ยิ้มออกมา
“รุ่นเดียวกับผมเลยนี่”
“อื้ม มันมีสีนี้ด้วย ฉันว่า มันน่ารักดี แล้วคนขายก็บอกว่ามันเป็นรุ่นที่ทำได้ทุกอย่างเลย” โคกะพูดด้วยท่าทางเหมือนเด็กที่กำลังอวดของเล่นชิ้นใหม่
... ทั้งๆที่ซื้อรุ่นนี้เพราะเหตุผลง่ายๆ...
... ก็แค่อยากใช้รุ่นเดียวกัน...
... บ้าไปไหมนะ...
“เบอร์ล่ะ?”
“อ... เดี๋ยวนะ ฉันยังจำไม่ได้เลย... ถ้าใช้มือถือโทรเข้าเครื่องของมิซากิ โคจิได้ไหม” เธอเอียงคอถาม เขาไม่ตอบแต่รับโทรศัพท์มาจากเธอ ไม่นาน ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังจากกระเป๋าของเขา โคจิใช้มืออีกข้างหยิบออกมา เขาจิ้มกดอยู่ไม่นานก็ส่งมือถือคืนให้เธอ
“เซฟเบอร์ผมไว้ด้วยนะ เอ้า นี่เบอร์ของจิบิกะ”
“อื้อ... เซฟสินะ” โคกะพึมพำคำว่าเซฟ เซฟ เซฟจนในที่สุดก็เรียบร้อย แต่ก่อนที่จะได้เก็บลงไป โคจิก็เอ่ยถามเธอขึ้นอีก
“เมลล่ะ เปิดบริการไอ-โหมดแล้วใช่ไหม”
“อื้ม เอาเมลของมิซากิ โคจิมาสิ...”
หลังจากจัดการแลกอีเมลแอดเดรสกันเป็นที่เรียบร้อย ทั้งสองคนก็เก็บโทรศัพท์มือถือเข้ากระเป๋าไป โคกะเดินฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีนำหน้าคนตัวสูงที่อยู่ข้างหลัง
“... จิบิกะ” โคจิเรียกเธอเมื่อรู้สึกว่าคนตัวเล็กชักจะเดินเร็วขึ้น เจ้าของชื่อเล่นหยุดขาสองข้าง แล้วหันมามอง
“ว่าไง”
“อาทิตย์หน้าว่างไหม”
“อือ... ว่างสิ... ว่าง... มีอะไร” เธอเอียงคอถาม
“ไปโอกินาว่า อควอเรี่ยมกัน ”
“หือ... ไปด้วยกันน่ะเหรอ”
“ใช่สิ” เขาเอื้อมมือมาโยกหัวของโคกะไปมา
“หัวฉันยุ่งหมด” หญิงสาวยกมือขึ้นดันมือใหญ่ออกไป
“ที่มิซากิ โคจิไปทำรายการไวด์โชว์มาใช่ไหม”
“ใช่ เขาให้บัตรมาสองใบ ไปด้วยกันไหม ผมจะได้เอารถมารับ”
“เขาให้บัตรมา แปลว่าฟรีใช่ไหม? งั้นไป ไปๆๆๆๆๆๆ” และเธอก็ต่อด้วยคำว่าไปอีกหลายครั้งด้วยใบหน้าดีใจสุดขีด
“ฉันอยากไปมาตั้งนานแล้ว แต่ว่ามาซาไม่สนใจอควอเรี่ยม แล้วถ้าฉันต้องไปคนเดียวฉันก็ขี้เกียจไป.... ลัลล้า~ ดีจังเลย ขอบคุณนะมิซากิ โคจิ” โคกะแสดงความดีใจออกมาทางสีหน้าอย่างไม่ปิดบัง
โคจิหัวเราะออกมาเบาๆพลางยกมือขยี้ศีรษะเล็กอย่างเต็มแรง หญิงสาวรู้สึกว่าตนกำลังแอบดีใจกับความสนิทสนมที่เพิ่มมากขึ้นระหว่างเธอกับเขา
“ถ้าอย่างนั้น วันอาทิตย์ผมจะมารับที่หน้าร้านนะ”
“ไม่ต้องรีบบอกก็ได้ไม่ใช่เหรอ” โคกะทำหน้าสงสัย
“ผมงานยุ่งต่างหาก อาจจะได้เจอกันอีกทีตอนวันอาทิตย์เลย” เขาตอบ
“นั่นสินะ... มิซากิ โคจิเป็นไอดอลที่เริ่มดังมากขึ้นอีกแล้วนี่นา” เธอพยักหน้าไปพูดไป
“ใช่ แล้วผมจะดังมากๆให้ดู” โคจิพูดพร้อมกับยืดตัวขึ้นราวกับเป็นยอดมนุษย์ ทำเอาคนตัวเล็กถึงกับงอตัวหัวเราะ
“อื้อ ฉันจะคอยดูนะ”
โคกะขยี้ผ้าขนหนูผืนเล็กลงบนศีรษะที่ยังเปียกชื้นของตนขณะเดินออกมาจากห้องน้ำ สายตาเหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนเตียงส่องแสงสว่างจ้า เธอเดินไปหยิบมันขึ้นมาดูก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดไฟ บนหน้าจอมีไอคอนรูปซองจดหมายพร้อมกับคำว่า ‘อีเมลยังไม่ได้อ่าน 1 ฉบับ’ โคกะเลื่อนตัวเครื่องขึ้นเพื่อปลดล็อค แล้วจึงกดอ่านอีเมล
‘ผู้ส่ง: มิซากิ โคจิ
หัวข้อ: แสดงความยินดี
(ノ^^)ノ———————※※☆★ยินดีด้วยนะจิบิกะ!!★☆ ที่มีมือถือเหมือนคนปกติสักที ผมว่าการที่จิบิกะไม่มีมือถือเป็นเรื่องน่าแปลกแห่งปีเลยล่ะ - - - ฝึกส่งข้อความบ่อยๆนะ จะได้ใช้คล่องเร็วๆ
ปล. (。-ω-)zzz. . . (。゚ω゚) อ๊ะ! ราตรีสวัสดิ์นะ จิบิกะ’
... บ้าที่สุด...
... ไม่เห็นต้องส่งมาเลย...
‘หัวข้อ: RE: แสดงความยินดี
ฉันรู้วิธีส่งข้อความย่ะヾ(*д*)ノ゛ปกติได้แต่พูดกัน พอลองส่งแบบนี้แล้วก็เลยรู้สึกแปลกๆยังไงไม่รู้นะ...... แปลก...
ราตรีสวัสดิ์ก็ได้★*♪。☆*★*♪。☆*( ̄  ̄●)ノ"’
ริมฝีปากเล็กคลี่ยิ้มออกมาเมื่อกดปุ่มส่งข้อความ มือซ้ายยังขยี้ศีรษะให้แห้ง ซักพัก ก็ลุกขึ้นไปหยิบไดร์เป่าผมมานั่งเป่าให้แห้งอยู่หน้าเครื่องโน้ตบุ๊ค มือขวาหยิบเมาส์ขยับไล่ดูตารางการออกรายการของโคจิแล้วกดสั่งพิมพ์ออกมา เพื่อจะคอยตั้งเวลาอัดอัตโนมัติกับเครื่องเล่นวิดีโอและทีวีของตนในยามที่ไม่อยู่
... เขายอมให้เมลฉัน...
... โดยที่ไม่กลัวว่าฉันจะเอาไปให้ใครอื่น...
... แปลว่าเขาไว้ใจฉันใช่ไหม...
... ทั้งๆที่ฉันควรจะไม่คิดกับนายเกินไปกว่านี้...
... แต่ฉันคิดไปแล้ว...
... ทำไงดีนะ...
To be continue...
Free Talk>>
กว่าจะได้ออกตอน4
ชีวิตแทบหาไม่ เขียนยากเชี่ย กว่าจะหาข้อมูลค่าใช้จ่ายเพิ่ม
กรูจะเป็นบ้า
จะเขียนทันกำหนดมั้ยวะ - -"
อี๊ มีส่งเมลด้วย อี๊
#1 By :nakare: on 2007-11-27 21:13