☆[Tenipuri+FanFiction] Voyage : 7 (NC17 Yaoi Warning)

posted on 03 Nov 2007 19:01 by hanachiko  in TeniPuri

สวัสดีค่ะ

เรื่องที่จะลงต่อไปนี้ เป็นYaoi Fictionนะคะ

ขอความกรุณา ผู้ที่ไม่สนใจและรับไม่ได้ กรุณากดปิดด้วย
ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียใจ อะไร เปิดแล้วไม่อ่าน ฮานะไม่บังคับค่ะ

หากไม่ชอบ กรุณาปิดนะคะ ^^

ขอบคุณค่ะ



Title: Voyage
Author: shadow as Tezuka Kunimitsu
                              Oishi Syuuichiroh
hana matsumoto as Fuji Syuusuke
Fandom: The Prince of Tennis
Pairing: ?? x Fuji Syuusuke
Rating: NC17
Warning: Yaoi
Genre(s): Angst / Drama












~7~



ม้าเร็วที่ถูกส่งมาจากทางการพร้อมสาสน์ที่สั่งให้เข้าร่วมปราบกบฎในอีกเดือนหนึ่งข้างหน้าทำให้จิตใจที่เงียบสงบกระวนกระวายขึ้นอย่างประหลาด ไดเมียวหนุ่มรับสาสน์นั้นพลางนึกตรึกตรองในใจว่าควรจะบอกชูสึเกะหรือไม่ ในเมื่อกลับมาได้ไม่นานก็ถูกเรียกไปอีกครั้ง...ครานี้ก็มิอาจคาดเดาได้ว่าจะล่วงเวลาไปเท่าใด

ร่างสูงเก็บสาสน์เข้าที่ชายพกยูกาตะแล้วเข้าไปยังห้องโถงกลางที่ใช้เป็นที่รับประทานอาหาร

ฟูจิที่อยู่ในห้องกำลังจัดเรียงสำรับสามชุดสำหรับเทะสึกะ โออิชิ และตัวเขา ข้างกายมีชูกำลังใช้อุ้งเท้าตะปบชายเสื้อของโออิชิเล่นฆ่าเวลา

"ท่านคุนิมิตสึ... มาพอดีเลยขอรับ ข้ากำลังจัดอาหาร กะว่าถ้าเสร็จแล้วจะไปตามท่าน..."

"มีอะไรหรือขอรับท่านคุนิมิตสึ" คนสนิทเป็นฝ่ายจับสังเกตได้ก่อน ใบหน้าครุ่นคิดเช่นนี้น่ากลัวจะเป็นเรื่องที่หนักหนา

"สาสน์จากท่านโชกุน... ให้ข้านำทัพไปปราบกบฎเดือนหน้า" เขาตอบเรียบๆ ในใจนึกเป็นห่วงความสัมพันธ์ที่เริ่มก่อตัวทีละน้อยระหว่างตนเองและฟูจิ

ใบหน้าหวานที่แสดงอารมณ์สดใสเมื่อครู่พลันซีดลงทันที

... นำทัพ...

... ไปรบ...?

"ต้องไปใช่ไหมขอรับ" โออิชิถามเช่นคนที่เข้าใจดี หากแต่ถ้าเป็นชูสึเกะแล้ว...

"ใช่" เทะสึกะรับคำแล้วมองไปยังร่างเล็กที่จับทัพพีด้วยมือสั่นๆ

"........." ฟูจิไม่อาจสรรหาคำใดมาเอ่ยพูดได้ ในหัวของเขาคิดไม่ออก

... รบ นานแค่ไหน...

... จะต้องห่างกับท่าน...

... อีกแค่ไหน...

"ชูสึเกะ..." ร่างสูงพูดเรียบๆกับคนที่อยู่ใกล้ "ตั้งแต่คืนนี้ไป เจ้ามานอนกับข้าที่ห้องได้ไหม"

...ให้ข้าได้ใกล้ชิดกับเจ้ามากขึ้น..เผื่อมันจะไม่มีอีกเป็นหนที่สอง...

"...... ทำไมขอรับ?" ฟูจิหันมองด้วยความประหลาดใจ

"ถามทำไมกัน..เจ้ารังเกียจข้าหรือ" ด้วยเหตุผลที่ไม่สามารถอธิบายได้ ไดเมียวหนุ่มจึงใช้วิธีกึ่งตัดพ้อแทน

"เปล่าขอรับ ไหนเลยข้าจะรังเกียจท่านได้" เด็กหนุ่มหน้าหวานหันไปมองหน้าโออิชิแล้วจึงเอ่ยต่อ "ท่านชูอิจิโร่ก็ช่วยข้าทีสิขอรับ หากข้ากลับไปนอนกับท่านคุนิมิตสึอีก พอถึงคราต้องออกรบ ข้าคงนอนคนเดียวไม่ได้เหมือนตอนนู้น จำได้ใช่ไหมขอรับ ท่านชูอิจิโร่"

"จำได้สิ..เจ้าร้องโยเยจนต้องให้ลูกพ่อค้าซาเอกิมาเล่นด้วยจนหลับไปพร้อมๆกัน" แผนการใหม่เริ่มปลูกร่างในหัว การที่ช่วยนายถือเป็นหน้าที่ของคนรับใช้ที่ดีใช่ไหม "ถ้าอย่างนั้นพอหลังจากท่านคุนิมิตสึไป..เจ้าก็เรียกโคจิโร่ให้มานอนที่เรือนนี้เหมือนเมื่อก่อนดีไหม?"

โออิชิอุ้มเจ้าชูตัวน้อยขึ้นมา ชูดูเหมือนจะเป็นใจกับเขา มันร้องแง้วหง่าวแล้วทำท่าดิ้นรนเล็กน้อย นัยน์ตาสีฟ้าใสเหลือบมองนู่นนี่ไม่อยู่สุข

"สงสัยชูจะหิวนะขอรับ ข้าขอตัวไปหาอาหารให้มันก่อน"

โออิชิลุกขึ้นแล้วก็เดินหายลับไปอย่างรวดเร็ว ระเบิดเวลาที่ทิ้งเอาไว้ทำให้ไดเมียวที่นั่งนิ่งอยู่ถึงกับเลื่อนถาดสำรับที่เพิ่งมาวางออกห่าง นัยน์ตาสีน้ำตาลจ้องไล่บนใบหน้าสวยหาแววความผิดปกติทำนองว่าเรื่องเมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องตลกของโออิชิ... แต่ก็พบเพียงใบหน้าที่สงสัยในการกระทำของเขาเท่านั้น

"เป็นความจริงหรือชูสึเกะ" เทะสึกะถามเสียงเรียบ

"หมายถึงอะไรหรือขอรับ... เรื่องที่โคมานอนกับข้าหรือขอรับ"

ฟูจินิ่งไปก่อนจะเอ่ยต่อ "ถ้าเรื่องนั้นก็ จริงขอรับ"

"เจ้าเป็นเจ้าเรือนหรือถึงให้ใครต่อใครมานอนที่นี่ได้" ตะเกียบที่ถือไว้ในมือกระแทกวางอย่างรุนแรง "ข้าขอสั่งห้ามอย่างเด็ดขาด... มิให้เพื่อนของเจ้ามานอนเป็นเพื่อน เจ้าก็มีชูอยู่แล้วโตป่านนี้ยังต้องการใครนอนเป็นเพื่อนเหมือนเด็กเล็กๆอีกหรือ"

เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีอ่อนถึงกับตกใจกับคำสั่งของผู้เป็นนาย "ก็ไม่ใช่เพราะเมื่อก่อนท่านนอนกับข้าหรอกหรือ ท่านไม่เข้าใจข้าหรอกว่าตั้งแต่ท่านไปออกรบครั้งนั้น กี่คืนที่ข้าต้องนอนร้องไห้ จนมีโคมาเป็นเพื่อน ข้าถึงเพลาลง จนในที่สุดข้าสามารถนอนคนเดียวได้ แล้วพอท่านกลับมา ท่านก็จะเรียกข้าไปนอนด้วยทั้งๆที่รู้ว่าอีกเดือนหนึ่งท่านก็จะต้องไปออกรบ แล้วข้าจะทำเช่นไร??"

"ชูสึเกะ...วาจาไร้หางเสียงเช่นนี้ใครเป็นผู้สั่งสอนหรือ" โทสะที่เริ่มกรุ่นทำให้น้ำเสียงที่เปล่งออกมาเรียบตึงอย่างชัดเจน เขาขยับจะลุกหนีออกจากห้องแต่เมื่อตรองแล้วว่าอีกฝ่ายคงหนีหายไปเหมือนวันก่อน ร่างสูงจึงนั่งลงที่เดิม

"ท่านเปลี่ยนไปอีกเรื่อง... หากท่านไม่ให้โคมานอนเป็นเพื่อนข้า... ท่านก็ให้ข้าไปร่วมรบกันท่านด้วยเป็นไร" ฟูจิไม่ยอมเปลี่ยนวิธีพูดของเขา

แม้นไม่อาจนำสหายคนสนิทมานอนเป็นเพื่อนได้ แต่หากได้เป็นประโยชน์ยามสงคราม ก็ไม่เป็นไร

...หากวิชาดาบที่เรียนมา จะเป็นประโยชน์ต่อท่านได้บ้าง...

"เจ้าไปไม่ได้หรอก..สงครามไม่ใช่ตลาดในเมือง ไปก็เหมือนเอาชีวิตไปทิ้งเสียเปล่า" เทะสึกะพูดแล้วถอนหายใจหนักหน่วง

"ถึงต้องเอาชีวิตไปทิ้ง แต่หากข้าทิ้งชีวิตไปโดยที่สามารถปกป้องท่านได้ ข้าก็ยอม!" พอเห็นร่างสูงถอนหายใจออกมาแบบนั้น ขอบตาก็ร้อนผ่าวขึ้นมาแทบจะทันที

... ทำอย่างไรท่านจึงจะเข้าใจ...

... ข้าไม่อยากให้คนที่ข้ารักต้องเสี่ยงอันตรายอีก...

ความโมโหที่แล่นขึ้นสู่โสตประสาทสั่งให้ร่างสูงดึงแขนบอบบางไปยังห้องที่เก็บชุดเกราะของตน เทะสึกะหยิบชุดเกราะหนักอึ้งจากโครงมาสวมบนร่างบอบบาง หมวกเหล็กประจำตำแหน่งไดเมียวสวมทับบนศีรษะ เขาถือดาบเหล็กกล้าคมกริบในมือไว้เมื่อยังเห็นฟูจิยืนตัวเกร็ง... พยายามจะไม่ล้มลงไปกับพื้น

"ถ้าเจ้าอยากไป...ชุดเช่นนี้เจ้าต้องสวมในทุกๆวัน"

ยืนอยู่ได้ไม่นาน ร่างบางก็ทรุดลงกับพื้นห้อง ไม่เคยคิดมาก่อนว่าเสื้อเกราะจะหนักมากมายถึงเพียงนี้ โออิชิไม่เคยฝึกให้เขาใส่เสื้อเกราะเลยแม้สักคราเดียว

"ข้า..."

"ยื่นมือมา" เทะสึกะสั่งราวกับสั่งทหารคนหนึ่งในกรมกอง...มิใช่ชูสึเกะแสนรัก

ฟูจิได้แต่ทำตามคำสั่งที่เฉียบขาดของร่างสูง มือยื่นออกไปข้างหน้า

ดาบเหล็กในมือใหญ่ถูกยกขึ้นสูงแล้วปล่อยให้ร่วงลงบนฝ่ามือบอบบางตรงกลางพอดิบพอดี เทะสึกะลดมือลงช้าๆแล้วเชิดหน้าขึ้นออกคำสั่งต่อ

"ลุกขึ้นสิชูสึเกะ!!..ถ้าเจ้าอยากไปรบกับข้าเรื่องแค่นี้ต้องทำได้..ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้!!"

น้ำเสียงของอีกฝ่ายทำให้ร่างบางจำพยายามลุกขึ้น หากแต่เหล็กหนักอึ้งที่สวมอยู่บนกาย รวมถึงดาบที่อยู่ในมือทำให้ไม่อาจขยับได้ตามใจคิด

... ข้าไร้ประโยชน์ถึงเพียงนี้เชียวหรือ...

สุดท้าย เด็กหนุ่มผมยาวก็ได้เพียงทรุดนั่งอยู่บนพื้น หยาดน้ำตาแห่งความเจ็บใจหลั่งไหลลงอาบแก้มนวล

เทะสึกะนั่งคุกเข่าลงกับพื้นพลางปลดเครื่องแต่งกายเหล็กทั้งหมดออกจากร่างบอบบาง มือใหญ่หยิบดาบออกเบาๆแล้วใช้ปลายนิ้วไล้รอยแดงที่อยู่บนฝ่ามือ...ดูสิ ฝ่ามือของเจ้าเป็นรอยแดงเช่นนี้เชียว

"ข้าขอโทษ... หากแต่ที่ทำไปก็เพราะความเป็นห่วง" น้ำเสียงอ่อนโยนกล่าวกับฟูจิคล้ายคลึงกับตอนที่พูดกับเด็กตัวน้อยวัยหกปีที่เพิ่งเก็บมาเลี้ยง

"... ข้า.... ฮึก... อยาก... เป็นประโยชน์ต่อ.... ฮึก... ต่อท่าน" ฟูจิเอ่ยคำพูดออกมาปนเสียงสะอื้น

"แค่มีเจ้าอยู่กับข้ามันก็เป็นประโยชน์มากพอแล้ว.." ปลายนิ้วสากเลื่อนขึ้นมาปาดน้ำตาบนใบหน้าขาว ริมฝีปากอุ่นที่เริ่มเย็นแตะสัมผัสฝากรอยจุมพิตที่หน้าผากช้าๆ

"แต่ข้า... อยาก... ทำอะไรให้ท่าน... ได้มากกว่านี้...." แขนเรียวเล็กโอบกอดร่างสูงตรงหน้าไว้แน่น "ทั้งๆที่... ข้ารักท่านมาก... แต่ข้าไม่ได้... ทำอะไรเพื่อท่านเลย..."

...รัก?...ข้าได้ยินอะไรเพี้ยนไปหรือเปล่า...

...เจ้ารักข้าหรือชูสึเกะ...

ชายหนุ่มเชยคางมนขึ้นสูง ก่อนที่ฟูจิจะได้รับรู้อะไรริมฝีปากนุ่มนวลก็กดทับบดเบียดลิ้มลองความหอมหวานบนกลีบปากนิ่มนั่นเสียแล้ว เทะสึกะสอดปลายลิ้นเข้าไปช้าๆก็ได้พบกับความรู้สึกที่เพิ่มสูงขึ้น...ทั้งตนเองและจากคนตรงหน้า

"...ข้ารักเจ้า...."

นัยน์ตาคู่สวยที่ชุ่มไปด้วยน้ำตากระพริบมองปริบๆ ริมฝีปากที่สัมผัสเมื่อครู่ไม่ใช่เพียงเฉียดกันเหมือนคราวก่อน

"... ท่าน... คุนิมิตสึ..."

ร่างสูงยันกายบอบบางออกห่าง แววตาคล้ายเจ็บปวดกับท่าทีที่ไม่เปลี่ยนแปร..ไม่ทั้งจุมพิตตอบ ไม่ทั้งหลบตาเขินอาย มีเพียงแววตาฉงนสงสัยเพียงเท่านั้น "ขอโทษ...เจ้าไม่ได้หมายความว่ารักเฉกคนรักใช่ไหม"

เทะสึกะค้อมศีรษะลงนิดหนึ่งแล้วกล่าวต่อ "...ขอโทษที่ข้าหุนหันพลันแล่น..ทำตามใจตนเอง..หวังว่าเจ้าจะไม่รังเกียจข้า..ข้าขอโทษชูสึเกะ"

คราวนี้พวงแก้มของฟูจิเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นมาแทบจะทันที สิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่ชัดเจนจนไม่อาจคิดได้ว่าหูฝาดไป "ข้า..."

... รักท่าน...

"... ท่านคุนิมิตสึ........." เด็กหนุ่มหน้าหวานพลันเรียงคำพูดไม่เป็นประโยค

"ข้า... มิได้... รังเกียจ......" ใบหน้าหวานก้มลงไม่กล้าสบตา "ข้า... รัก.... รักท่าน..."

เพียงไม่กี่คำที่ได้ยินก็ทำให้หัวใจที่อยู่ในอกพองฟูขึ้นอย่างประหลาด เทะสึกะรวบมือเล็กมากอบกุมไว้เบาๆ "รักข้า?....ชูสึเกะ เจ้าเข้าใจความหมายของคำนี้หรือไม่..รักของข้าไม่เหมือนกับการที่เจ้ารักชู..ไม่เหมือนกับการที่เจ้ารักชูอิจิโร่...รักของข้าหมายความถึงข้าจะมอบหัวใจของข้าให้เจ้าแต่เพียงผู้เดียว...แล้วของเจ้าเล่า เป็นเหมือนกันหรือไม่"

"..." ฟูจิผงกศีรษะเป็นคำตอบ "เพราะเช่นนั้น ข้าจึงไม่ต้องการให้ท่านไปออกรบ... ข้า... ไม่อยากอยู่ห่างจากท่าน.... อีกแล้ว"

ไดเมียวหนุ่มโอบร่างเล็กเข้ามาในอ้อมกอด "หน้าที่กับความรัก..ข้าไม่อยากเลือกสิ่งใดทั้งนั้น แต่หากข้าไม่ไปรบเจ้าเองก็อาจจะเดือดร้อนเพราะได้ชื่อว่าเป็นคนในปกครองของผู้ที่หนีสงครามเป็นได้"

...หากเจ้าต้องระหกระเหินเร่ร่อนด้วยข้าเป็นเหตุ..ข้าคงไม่ให้อภัยตนเอง...

"..... ให้ข้า... ไปด้วยเถิด....." คนในอ้อมกอดเอ่ยอ้อนวอน

"มิได้" ตอบด้วยเสียงขึงขัง "เจ้าไปก็ตายเปล่า..ชูสึเกะ...ให้ข้าได้ฝากเรือนไว้กับเจ้าได้ไหม ฝากที่ๆข้าจะกลับมาพักกายและใจไว้กับเจ้าแทน"

...หากข้าพลาดพลั้งตายไปในสงคราม...

...โปรดอยู่รักษาสิ่งที่วิญญาณข้าจะกลับมาเถิด...

"...." น้ำใสๆหลั่งไหลลงอาบแก้มอีกครา "ท่านสัญญา... ว่าจะกลับมา... ใช่ไหม"

... จะไม่สิ้นชีวิตเพราะสงคราม...

"... จะกลับมาให้เร็วที่สุด... ไม่ทิ้งข้าไปยาวนานเช่นคราวก่อน.... ใช่ไหม"

"...แม้จะเป็นวิญญาณข้าก็จะกลับมาหาเจ้า" เทะสึกะจุมพิตเบาๆที่เปลือกตาคู่สวย มือใหญ่ค่อยๆช้อนร่างบอบบางเข้าไว้ในอ้อมกอดแล้วลุกขึ้นยืนหันหน้าไปทางทิศของเรือนนอนของตน

"ให้ทั้งหมดของเจ้ากับข้าได้ไหม..ชูสึเกะ" คำถามแผ่วเบาเอ่ยจากริมฝีปาก

".... ทุกอย่าง... แม้กระทั่งวิญญาณของข้า... เป็นของท่านตั้งแต่แรกอยู่แล้ว..."

ริมฝีปากสีสดคลี่ยิ้มให้ด้วยรักทั้งหมดที่มี

... ตั้งแต่ท่านรับข้ามา...

... ทุกอย่างของข้า เป็นของท่าน...

"...ข้ารักเจ้าเหลือเกิน...." ร่างสูงจุมพิตอีกครา...แนบแน่นและเนิ่นนาน...

เสียงร้องท้วงดังขึ้นจากลำคอเรียวเมื่อเขาเอื้อมมือเข้าไปปลดยูกาตะ ผมยาวที่มัดไว้รุ่ยร่ายคลอเคลียไหล่ขาวทั้งสองที่โผล่มารับแสงเทียนนวล ฟูจิที่นอนราบไปบนฟูกกัดริมฝีปากแน่น ตัวสั่นไหวคล้ายจะปฏิเสธ ดวงตาคู่สวยเหลือบมองเป็นระยะเมื่อเขาเริ่มสัมผัสผิวกายลึกลงไป... เรียวขางามยกหนีเมื่อมือคืบคลานเข้าใกล้ เทะสึกะพึงพอใจกับท่าทีที่ใสซื่อของอีกฝ่ายที่ไม่เคยรู้จักวิธีสัมผัสแบบลึกซึ้งมาก่อน

"...กลัวหรือ..."

"..." ฟูจิไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยตอบ เขาได้เพียงผงกศีรษะรับ สัมผัสจากฝ่ามือใหญ่ที่หยาบกร้านก่อให้เกิดความรู้สึกวาบหวามแล่นริ้วไปทั่วกายจนหวาดกลัว

"... ข้า... ไม่เคย..."

".... ท่านคุนิมิตสึ.... จะให้ข้า... ทำอะไรไหม..." เสียงหวานเอ่ยสั่นพร่าด้วยความหวั่นใจ เขาไม่เคยมีประสบการณ์เช่นนี้มาก่อน แม้นการเอ่ยถามอาจทำให้รู้สึกขัดใจ แต่ก็อาจจะดีกว่าให้เขานอนนิ่งๆแบบนี้

"ปล่อยตัวเจ้าให้ตามสบายเถิด..." มือใหญ่กระตุกชายผ้าที่คาดไว้จนหลุดออก สาบเสื้อถูกแยกจากกันช้าๆตามด้วยใบหน้าที่ฝังลงไปสูดกลิ่นหอมเย็นของผิวกาย เทะสึกะเลื่อนตัวขึ้นคร่อม จุมพิตยอดอกสีอ่อนเนิบนาบ... ปลายลิ้นตวัดไล้เลียจนแปรเป็นสีเข้ม นัยน์ตาอ่อนโยนเหลือบมองฟูจิช้าๆ ริมฝีปากกลั้นหัวเราะด้วยอีกฝ่ายกำลังปิดหน้าปิดตาของตัวเองเสียมิด

"...กระไรเลย...เจ้าหายใจออกหรือ.."

ความรู้สึกเสียววาบตีพันกันจนทำตัวไม่ถูกจนต้องยกมือขึ้นปิดหน้าไว้ ไม่รู้ว่ากำลังแสดงสีหน้าแบบไหนออกไป รู้ตัวว่าร่างกายเริ่มร้อนขึ้นจากทุกสัมผัสของร่างสูง

"... อา.." เมื่อกลั้นไม่ไหว ฟูจิจำต้องปล่อยให้เสียงครางที่ตัวเองรู้สึกว่าน่าอายหลุดรอดออกไป

มือใหญ่ลากไล้ลงยังเบื้องล่างที่เกือบเปลือยเปล่า กำแพงบางๆของชั้นผ้ายูกาตะถูกเปิดออกเผยผิวกายเปลือยเปล่าทั้งเรือนร่าง เทะสึกะแตะสัมผัสแผ่วเบาตรงส่วนรุ่มร้อนที่เริ่มคุกรุ่นของร่างบาง มือใหญ่กอบกุมช้าๆแล้วเริ่มขยับทีละนิด ปลายลิ้นที่โลมเลียอยู่บนยอดอกยังคงดูดกลืนเรียกความเขินอายจากเจ้าของเรือนร่างนุ่มนิ่มนี้

"ชู..สึเกะ.."

ทันทีที่ส่วนอ่อนไหวถูกแตะต้อง เรียวขาสองข้างยกขึ้นหมายจะปกปิดโดยอัตโนมัติ

"ท่านคุนิมิตสึ..." เสียงหวานฟังดูสั่นไหว มือรีบเอื้อมมาจับข้อมือของอีกฝ่ายไว้

"ชูสึเกะ.." พร่ำเรียกเสียงอ่อนโยนเพื่อให้อีกฝ่ายคลายความกังวล เรียวขาที่ยกขึ้นนั้นเทะสึกะยึดลงกับฟูนอน ใบหน้าหล่อเหลาเลื่อนลงมายังจุดกึ่งกลางร่างกาย ปลายลิ้นอุ่นร้อนลามเลียช้าๆพร้อมๆกับสอดนิ้วชุ่มน้ำลายตนเองไปยังกลีบตูมที่แสนบริสุทธิ์ นิ้วชี้สอดเข้าไปได้เพียงข้อหนึ่งร่างในอ้อมกอดก็บีบแน่นคล้ายจะปฏิเสธ

"...อย่าเกร็งสิ..มิเช่นนั้นเจ้าจะเจ็บ.."

"อ.. ต... แต่ว่า... ข้า.... อ๊ะ!?" ครั้นพอตั้งใจจะผ่อนคลาย เรียวนิ้วหยาบกร้านก็สอดลึกเข้ามาจนเผลอเกร็งแน่นด้วยความตกใจ ที่ตั้งใจจะห้ามหรือถอยหนีเป็นต้องยกเลิก สัมผัสชุ่มชื้นจากปากของอีกฝ่ายทำเอาฟูจิถึงกับหมดแรงต้าน

สิ่งที่อยู่ข้านในริมฝีปากขยายตัวขึ้นเล็กน้อย ร่างกายบอบบางแอ่นขึ้นราวกับคันธนูเมื่อใกล้จะถึงจุดสูงสุดของอารมณ์ ไดเมียวหนุ่มห่อริมฝีปากเม้มขบด้วยฟันช้าๆ พักหนึ่งเขาก็รู้สึกถึงของเหลวในปากที่หลั่งไหลออกมา ริมฝีปากได้รูปถอนออกช้าๆก่อนจะใช้หลังมือปาดหยาดสีขุ่นที่เลอะมุมปาก

ร่างกายบอบบางทิ้งตัวลงกับฟูกอย่างหมดแรง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เรียนรู้และสัมผัสกับความรู้สึกเช่นนี้ ลมหายใจหอบหนักหน่วง หัวใจเต้นรัว ถึงจะรู้สึกเหนื่อย แต่ก็เป็นสุข ชั่วขณะที่ฟูจิรู้สึกเหมือนร่างกายจะระเบิดออก ภายในมโนภาพเขามองเห็นเพียงสีขาวและแสงวูบวาบราวกับดอกไม้ไฟ

"...มากกว่านี้ได้ไหม.." แม้ความรู้สึกภายในจะล้นปรี่แต่ดูชูสึเกะจะเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน ไม่อยากจะหักโหม..แต่ถ้าหยุดไปกลางคันตอนนี้ก็คงมิอาจจะอยู่ร่วมห้องในค่ำคืนแสนยาวนานนี้ได้ ปลายนิ้วที่ยังไม่ถูกถอนออกแตะผนังอ่อนนุ่มภายในพลางหมุนวนหาจุดกระตุ้นความรู้สึกที่ซ่อนอยู่

จากที่นอนหมดแรง เรียวนิ้วที่หมุนวนไปมาพลันสัมผัสเข้ากับบางอย่าง นัยน์ตาคู่สวยที่กำลังจะปิดกลับเบิกโพลงขึ้น ร่างทั้งร่างกระตุกก่อนจะเกร็งจนช่องทางเบื้องหลังบีบรัดนิ้วข้างนั้น

"ท่.. าน... ค.. อะ... ฮ้า..." เด็กหนุ่มหน้าหวานได้แต่สะบัดศีรษะไปมาจนปอยผมเกาะเกี่ยวตามใบหน้าที่มีหยาดเหงื่อผุดพราย ความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวขึ้นมาแปลกกว่าที่เคย

ปลายนิ้วหวั่นไหวดึงห่างออกก่อนจะแทนที่แก่นกลางร่างกายที่รุ่มร้อนของตัวเอง ริมฝีปากได้รูปกัดแน่นเมื่อรู้สึกถึงผนังภายในที่บีบรัดเชื่อมโยงเอาไว้ รอยจีบเล็กมีหยาดโลหิตรินลงเปรอะสะโพกด้านในจนเทะสึกะต้องนิ่ง... ห้ามการกระทำที่จะทำให้เกิดความบาดเจ็บของคนๆนี้

"..ข้าขอโทษ...เจ็บหรือเปล่า" พูดอ่อนโยนแล้วจูบขมับเชื่องช้า "...ชูสึเกะ..ข้ารักเจ้าเหลือเกิน"

น้ำตาถูกขับออกมาเพื่อไล่ความเจ็บให้ละลายหาย แต่ก็สุขใจจนต้องหลั่งน้ำตากับคำรักที่เอ่ยบอก "ข้า.. ไม่เป็น.. ไร...."

... เพราะมันเป็นความเจ็บที่น่ายินดี...

"ข้าเอง... ก็.. รัก... รักท่าน.. ยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด.... ในโลกใบนี้.." เสียงหวานเอ่ยกระท่อนกระแท่นด้วยความคับแน่นที่สอดอยู่ในช่องทางด้านหลัง

ความคับแน่นทำให้ลมหายใจถูกระบายออกอย่างรวดเร็วราวกับหอบหายใจ นัยน์ตาที่ชุ่มหยาดน้ำของคนรักสะท้อนร่างของเขาที่ซ้อนทับ เช่นเดียวกับดวงใจของตนที่มีใบหน้าสวยฝากเอาไว้..

...ด้วยรักที่มอบให้กันและกัน...

ความสุขที่มอบทางกายสืบผ่านดวงใจสองดวง เทะสึกะกระแทกกายกดลงกับร่างบอบบางนั้น สะโพกแข็งแกร่งบดเบียดเสียดแทรกแลกเปลี่ยนความหวานหอมจนฟูจิในอ้อมกอดสั่นระริกไปทั้งกาย

"อ๊า-! ท่านคุนิมิต.. สึ ฮะ... อา! ข้า.. อ๊ะ--!" แม้คำพูดก็ไม่อาจเอ่ยออกมาได้ครบ คำบอกรักที่ถูกเสียงครางหวานหูดูดกลืนไปหมดสิ้น แขนสองข้างยกขึ้นไขว่คว้าคนที่ทาบทับอยู่

...เจ้าเป็นของข้า..ทั้งตัวและหัวใจใช่ไหม?...

คำถามที่นึกอยู่ในหัวตอนก่อนหน้านี้เลือนหายไปหมดสิ้น เทะสึกะรู้สึกถึงปลายเล็บที่กรีดแผ่นหลัง...เจ็บแต่เป็นสุข... ยิ่งเสียงครางดังขึ้นเท่าไรการเคลื่อนไหวก็ยิ่งถี่เร็วขึ้นเท่านั้น ความร้อนที่สั่งสมกำลังใกล้จะประทุเต็มที แม้แต่ตัวเขาเอง..เสียงครางทุ้มต่ำก็ยังมิอาจกลั้นได้

"รัก...ชูสึเกะ.."

"ท่านคุนิมิตสึ! ท่านคุนิมิต.. สึ-!! ข้า อ๊า-- รัก อ-! รักท่าน อือ รัก-!! อ๊า" ริมฝีปากบางพร่ำเรียกชื่อบุคคลอันเป็นที่รักออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าสลับกับคำรัก เสียงครางแสนหวานเริ่มถี่ขึ้นพอๆกับลมหายใจที่หอบกระชั้น

ส่วนร้อนผ่าวบีบรัดจุดกึ่งกลางร่างกายเต้นระริกตามจังหวะชีพจร หากดูแล้วคนที่ไม่ประสีประสาในเรื่องการมีสัมพันธ์กันคงใกล้จะไปในอีกไม่นานแล้ว เทะสึกะกระแทกกายลงประชั้นถี่เพื่อให้ความสุขสมที่อัดอั้นได้ปลดปล่อยออกมา เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างหู "ปล่อยความสุขของเจ้าออกมาเถิด...ชูสึเกะ"

ในตอนนั้น ฟูจิไม่อาจรับรู้สิ่งที่อีกฝ่ายเอ่ยกระซิบ อารมณ์ทั้งหมดพุ่งขึ้นสูงสุด สะโพกมนยกขึ้นรับกับจังหวะที่เทะสึกะกระแทกกายลงมา ปลายเล็บจิกเกร็ง ครูดลงกับแผ่นหลังของอีกฝ่าย ราวกับมีระเบิดในร่างกาย ฟูจิปล่อยเสียงครางออกมาไม่เก็บงำ ของเหลวสีขุ่นถูกฉีดออกมาจากส่วนปลายของแก่นกายอีกครั้งจนเปรอะเปื้อน

"ชู..สึเกะ.." ชื่อที่ติดริมฝีปากมาช้านานถูกเรียกขึ้นเมื่ออารมณ์ร้อนถึงขีดสุด ช่องทางที่โอบล้อมหลอมละลายแก่นกายแข็งขึงจนเมื่อกระแสธารซัดโหมเข้าใส่ หยาดสีขาวพ่นใส่ร่างบอบบางข้างใต้ที่นอนอ่อนยวบในอ้อมกอด เทะสึกะครางเสียงต่ำ การกระทำทุกอย่างหยุดนิ่งเพื่อปรับระดับความร้อนและการรับรู้ของร่างบางที่นอนครางครือในลำคอ ไดเมียวหนุ่มจูบเบาๆที่แก้มนวลชื้นเหงื่อ กลิ่นฮัคกะหอมเย็นที่โชยจากร่างกายเรียกร้องให้เขากดจุมพิตอีกหลายครั้งหลายครา

ฟูจิพยายามเรียนรู้ที่จะตอบรับจุมพิตของเทะสึกะ "...." เขาไม่มีคำพูดใดจะเอื้อนเอ่ยออกมา นอกจากจะให้บอกว่า รักคนที่โอบกอดเขาไว้มากมายเพียงไหน

พอลมหายใจที่ขาดห้วงเริ่มกลับเป็นปกติ เสียงหวานเอ่ยเรียกชื่อของเขาอย่างอ่อนแรง "ท่านคุนิมิตสึ..."

"...อะไรหรือ..." เทะสึกะถามเสียงแผ่วก่อนที่จะดึงผ้าห่มผืนบางมาคลุมร่างเอาไว้ ท่อนแขนโอบกอดด้วยรักที่มอบให้ ดวงหน้า แววตา เรือนร่าง และความรู้สึกที่ดึงดูดเช่นนี้..เป็นความรักที่สุดแสนล้ำค่า อัญมณีในมือที่ครอบครองไว้งดงามเปล่งประกายยิ่งกว่าดวงดาวบนฟากฟ้า

"... ข้ารักท่าน... รักมาตลอด... แม้ข้าจะเพิ่งรู้ตัวก็ตาม...." ร่างเล็กขดตัวก่อนจะอิงแอบซบกับแผ่นอกกว้าง

"ตั้งแต่เมื่อไหร่รึ?" ถามเสียงหยอกเย้า นัยน์ตาอ่อนโยนฉายแววหยอกเย้า "ตั้งแต่เมื่อไหร่หรือที่เจ้าเริ่มรักข้า.."

"..... ข้ารักท่านตั้งแต่แรก... แต่... ตั้งแต่ท่านกลับมาไม่นาน... ข้าก็ได้รู้... ว่า.. ข้ามิได้รักท่านเช่นเมื่อก่อนอีกต่อไป...."

"... ท่านรู้ไหม... ว่าการที่ท่านผลักไสข้าออกห่าง... ทำให้ข้ารู้สึกเป็นทุกข์ขนาดไหน..."

"แล้วเจ้ารู้ไหม..ว่าการฝืนใจผลักเจ้าออกไป...ข้าเจ็บเพียงใด.." ร่างสูงพูดแผ่วผ่านผลายผมยาวที่ยกขึ้นมาจุมพิต "ช่างเรื่องอดีตเถิด...เวลานี้ข้าคิดเพียงเรื่องอนาคตของเราสองคน"

เทะสึกะกอดร่างที่ซุกซบในอกเอาไว้พลางยิ้มให้กับเด็กน้อยที่รักเท่าชีวิต "....อยู่เคียงข้างข้าตลอดไปได้ไหม...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น..ขอเพียงมีเจ้าอยู่เท่านั้น..."

"... ตราบเท่าที่ท่านต้องการข้า...." ศีรษะเล็กซบเข้ากับต้นแขนแข็งแกร่งแทนหมอน

... ขอเพียงท่านรักข้า...

... เพียงบอกว่าต้องการข้า...

... ข้าก็ไม่อาจจากท่านไปไหนได้...

... แม้นลมหายใจของข้าจะหมดสิ้นไปก็ตาม...

 




To be continue...



Free Talk>>

งานวันนี้เหนื่อย ไม่มีรีพอร์ต รูปเทะฟูหลังไมค์นะคะ *--*

วันนี้ไปเนียนเป็นฮาจิกับแจง *กอดดดดดดด*

ได้กอดแจงสนุกสนาน *---*

อยากตั้งแคมป์ไฟกลางงานจัง *----* (หัวเราะเลวๆ)



แฮ่~~~~~~~

บูม จะ ล่ม มั้ย วะ *--*



ไปร่ะ~~~~~~~~

อ๊ะ ลืม

ทอล์คของตอนนี้

ในที่สุดอีเทะก็ได้แอ้มแล้ว โหย แอ้มทีแม่งหล่อแสรดดดดดด ไม่หื่นแตกเหมือนอีชี่

แน่นอน จะเหมือนได้ไง เพราะถ้าเหมือน อีชี่กดอีฟูตั้งแต่ตอน1

แถมจะกลายเป็นพิศาล ออกแนวว่า

"ท่านยูชิ เหตุใดท่านจึงทำกับข้าเช่นนี้ ทั้งๆที่ข้ารักและเทิดทูนท่าน..."

บลาๆๆๆๆ

พอเหอะ

ฝากด้วย

เจอกันตอนหน้า~~~~~~~~~~




บ๊ายบาย บี๋~~~~~~~~~~








Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ๊ายยยยย
อรั๊งงงงงง
เม้นไม่ออกแล้วค่า
อ่านฟิคพี่ หนูไม่เคยผิดหวังจริงๆ ><
ฟุจจี้ช่างไร้เดียงสา =w=
เกิดอาการหมั่นไส้ป๋ายังไงก็ไม่รุ =3=
แต่ยังไงมันก็เทะฟู เทะฟูวววว
TF จงจาเริญ~ /โบกธงเทะฟู
วิ่งไปชี้หน้าเทะ
อีหื่นนนนนนนนนนนนนนนน

แล้วก็วิ่งหนีไป
....ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกก


เมนต์ไม่เป็นภาษามนุดอีกละ

#2 By Uriel*幸村が大好き!! on 2007-11-03 21:07

ในที่สุดก็มีเอ็นซี อรั๊งงงงงงงง
/อีเทะยืนตบมือร้องบราโว รอมานานแล้วตู

เป็นอีชี่เหรอ....อีนางโดนกดตั้งแต่เจอกันที่ลานซากุระแล้ว 555

อีแบ๊วน่าร๊ากกกก อั๊งงงงงงง

#3 By +:+:+ミーピン+:+:+ on 2007-11-03 22:00

..........................

..........................

..........................

((สาบานว่ากรี๊ดแล้ว แต่อ่านไม่ออกกันเอง))

อีแกร่~~~~~~~~~~~~ ให้ฟูจังใส่ชุดเกราะนี่หวังให้นางไม่มีเเรงป่าวอ่ะ แผนแอ้มฉบับนักรบโบร้านโบราณณณ

แก่! แต่วันนี้หล่อให้อภัย ^^

ชู~~~~~~ ทั้งแมวทั้งคน(ชูจังและชูอิจิโร่) ให้โล่จ่ะลูก !
ลูกได้ทำให้ความฝันของมนุด(เกือบ)ทั้งโลกเป็นจริงแล้ว ! ทั้งอั๊ง ทั้งยั่ว ทั้งสวย ทั้งไร้เดียงสา .............. (อีกแล้ว)
ชู~~~~~~~ ท่าทางแกจะติดจากชู(อิจิโร่)นะ แมวบร้า อยู่ไม่ทันไรเหลี่ยมจัดเชียวแกร ชริ!

#4 By kuM (203.209.118.226) on 2007-11-03 22:59

ฮึ่ยยยยอิจฉาเทะ 55555555555+
หล่อจริงๆด้วยยยย
แต่ยาโอชอบยูชิมากกว่า อ่ากกกกกกกกกกกกก(ลำเอียงให้เฮียวเทได้ทุกอย่างงงงงง 55555+)

ฟูจิน่ารั้กนะจ๊ะ
อ้อนเทะไว้ อย่ายอมให้ไปปปปปปปปปปป

#5 By ย า โ อ [Y a o] on 2007-11-03 23:24

อ่านฟิคของพี่ฮานะแล้ว อึ้ง!!!!

ทำไมฟูจจี้ช่างน่ารักไร้เดียงสาได้ขนาดนี้ น่ารักเกินไปแล้วววววว

จะรออ่านหิคของพี่ฮานะต่อไปนะครับ//สู้ๆครับ

#6 By TsubAmE on 2007-11-03 23:32

เทะดุว่ะ แต่ก็..........

อิจฉาโว้ยยยยยยยยย
ได้กันแล้ววววววววววววววววว
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

#7 By :nakare: on 2007-11-04 00:00

... มันขอกันตรง ๆ เลยว่ะ "ไปนอนกะกรู" อืม........

คนแก่นี่น่ากลัวจริง

คนแก่โกรธไม่น่าดู... แก่ ๆๆๆๆ ทำเป็นด่า หุ้ยยยย ตาแก่เอ๊ยยยยยยยย

ต้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ต้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ต้อยเอ้ยยยยยยยยยยยยยย ไอ้แก่พรากผู้เยาว์!!!!!!!!!!

น้ามเน่า!!!!!!!!!!!!!!

#8 By KeeChan on 2007-11-04 00:27

ฮึ้ยยยย ดีใจ~~ ในที่สุดก็มีฉากนี้ รอมานานค่า เหอๆ(หื่นจริงวึ้ย)
เทะหล่ออออออออออ ว้ากกกกกกก ขอกันโต้งๆเลย
ฟูก็เชื่อฟังซะงั้น ตอนแรกทำเป็นเล่นตัว หุหุ อยากนอนกะเค้าก็บอกไปเห้อ

ประทับใจแมวววว กร๊าก น่ารักเหมือนเจ้านายไม่มีผิดค่ะ

ปล.อะไรกันนน เทะเพิ่งมา(เหรอ?) จะไปอีกแล้ววว