☆[Original+Fiction] RAINBOW: -3-

posted on 01 Nov 2007 16:05 by hanachiko  in NOVELandPOEM

Title: RAINBOW

Author: hana matsumoto






















-3-

ตลอดวันอาทิตย์ โคกะไม่ได้ขยับหนีไปจากห่อผ้าห่มบนเตียงเลยแม้แต่น้อย ถุงขนมและกระป๋องน้ำมากมายเกะกะอยู่ข้างเตียง ข้างๆห่อผ้าห่มที่มีตัวเธอซุกอยู่นั้น มีกล่องทิชชู่วางอยู่ เสียงสะอื้นดังมาเป็นระยะๆขณะที่สายตาของเธอยังจับจ้องอยู่บนหน้าจอ

“ไม่เป็นไรหรอก... ถึงจะเป็นแค่ช่วงสั้นๆ แต่ฉันก็มีความสุขที่ได้ดูแลเธอ”

“ฮึก... ฉันขอโทษเคย์... ฉันขอโทษ”

“ไม่ต้องขอโทษฉันหรอก ฉันรู้อยู่ตลอด” เขายิ้ม นัยน์ตาสีนิลของเขามีน้ำคลออยู่เต็ม “ที่เธอต้องการน่ะ ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นคานาตะ”

โคกะดึงทิชชู่แผ่นใหม่มาซับน้ำตา

... ยัยนางเอกบ้า ฮินะงี่เง่า...

โคกะนึกว่าอยู่ในใจ ขณะที่ดูละครต่อไปเรื่อยๆจนจบ หน้าจอเป็นสีดำสนิทหลังจากที่เธอยอมออกมาจากห่อผ้าห่มเพื่อมาปิดทีวี ร่างเล็กยืนนิ่งอยู่ข้างเตียงพักหนึ่ง ก่อนจะเริ่มส่งเสียงฮึดฮัดไปมา

“หงุดหงิด หงุดหงิด หงุดหงิด--------!!” มือสองข้างหยิบหมอนขึ้นฟาดกับเตียงไม่ยั้ง “ยัยฮินะบ้า ทั้งๆที่เคย์น่ะสมบูรณ์แบบที่สุดเลย ทำไมถึงไม่เห็นความดีแล้วหันไปรักไอ้พระเอกคานาตะบ้าที่ดีแต่ขี้เก๊ก ดูโลเล ไม่ให้ความรู้สึกมั่นคง แถมยังปากร้าย ชอบทำให้ร้องไห้ บ้าที่สุด” พอฟาดหมอนจนพอใจก็ทิ้งตัวลงกับเตียงอีกครั้ง “เคย์น่ะ ทั้งรัก ทั้งดูแล ทั้งเป็นห่วง แถมยังเป็นคนอนาคตไกล ฐานะทางสังคมก็ดี หล่อก็หล่อ... ทำไมถึงไม่เลือกเคย์นะฮินะ” โคกะพึมพำอู้อี้อยู่กับหมอนข้าง

... หรือเพราะว่าความรักเข้าใจยาก...

สายตาของเธอเหลือบไปมองนาฬิกาบนฝาผนัง ตัวเลขบ่งบอกเวลาทุ่มนึง หญิงสาวจึงตัดสินใจย้ายตัวเข้าห้องน้ำ โคกะฮัมเพลงเป็นทำนองเพลงประกอบละครเมื่อครู่ ไม่นาน ก็ออกมา แล้วเดินออกจากห้องเพื่อไปเคาะประตูข้างๆ

พอประตูเปิดออก

“หิวหรือยังมาซา เย็นนี้กินอะไรกันดี” ใบหน้าของเธอระบายยิ้มสดใส

“........ งานเสร็จแล้วเหรอ”

“อื้อ! เรียบร้อย” เธอตอบพร้อมยกสองนิ้ว มาซาฮารุจึงยิ้มออกมา

“ไปแต่งตัวสิ... ไปกินที่ร้านกัน” ชายหนุ่มเอ่ยบอก มือเอื้อมมาจับเธอหันหลังแล้วดันไปข้างหน้า แต่ร่างเล็กกลับขืนตัวไว้แล้วหันมา

“แต่งตัว? ไปกินอะไรเนี่ย”

“ไปกินร้านดีๆหน่อยไง.. ฉลองให้ที่งานเสร็จ”

“ไม่ต้องก็ได้มั้ง ร้านดีๆของมาซาเนี่ย” เธอว่าพลางนึกไปถึงร้านอาหารย่านโอโมเทะซันโด หรือกินซ่าก็ต้องกลืนน้ำลายกับราคาอาหาร

“น่า ฉันเลี้ยงเอง”

“โอเค!” พอได้ยินคำว่าเลี้ยง โคกะก็ตอบตกลงแทบจะในทันที สมองไม่ต้องใช้เวลากลั่นกรองความคิด

ณ ร้านอาหารฝรั่งเศสสุดหรูที่ชั้น30ของตึกในเครือของกลุ่มบริษัทโคกาคุโจ มาซาฮารุเลือกนั่งที่โต๊ะริมหน้าต่าง ทำให้มองเห็นวิวกลางคืนของโตเกียวได้สวยงามดี เขาใส่เสื้อสูทยี่ห้ออาร์มานี่สมกับฐานะ รูปร่างสมส่วนยิ่งทำให้ชายหนุ่มเป็นจุดสนใจของบรรดาสาวน้อยใหญ่ที่มาทานอาหารกันที่นี่ โคกะในชุดแสกเรียบๆแขนตุ๊กตาสีฟ้าอ่อนเดินอยู่ข้างๆ

... ถ้าเป็นละครนะ ต้องมีผู้หญิงท่าทางร้ายๆเดินเข้ามาขัดขาฉันแน่ๆ...

ทันทีที่ทั้งสองคนนั่งลง โคกะก็เริ่มพูดขึ้นก่อน

“สมกับเป็นมาซาจริงๆ จองร้านแบบนี้ได้ด้วย” หญิงสาวทำตาโตพลางมองไปยังวิวนอกกระจกร้านอย่างตื่นเต้น “ถ้าตกลงไป.. มาซาว่าร่างกายฉันจะเละไหม”

“ฉันจะปล่อยให้เธอตกลงไปได้ยังไงหายัยบ๊อง” เขาหัวเราะก่อนจะหันไปรับเมนูจากผู้จัดการร้าน เมื่อโคกะเห็นเช่นนั้น จึงยกมือขึ้นรับมาเช่นกัน

“มาซา.. ฉันกินอาหารฝรั่งเศสไม่เป็น”

“งั้นฉันสั่งให้ เอาเป็นคอร์สก็แล้วกัน จะได้กินหลายๆอย่าง” เขาพูดจบก็หันไปสั่งให้เรียบร้อยแล้วหันมามองหญิงสาวที่นั่งทำหน้าประหลาดๆอยู่

“อะไรโคกะ ทำหน้าแบบนั้น”

“ก็มันประหลาดน่ะสิ ฉันไม่ค่อยชอบบรรยากาศร้านแบบนี้เท่าไหร่เลย มันเหมือนกับว่า ฉันต้องนั่งหลังตรง หยิบส้อมจากนอกเข้าใน อะไรแบบนั้น หรือเปล่า แล้วเวลาทานซุป ก็ต้องตักออกข้างนอก ใช่ไหม” โคกะทำมือไม้เป็นท่าทางประกอบคำพูดของเธอ ทำเอาชายหนุ่มหัวเราะออกมาอีกครั้ง

“อื้ม แบบนั้นแหละ”

เธอถึงกับเบ้ปาก แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยออกมาต่อ ก็ปรากฏร่างหนึ่งขึ้นที่ข้างโต๊ะ หญิงสาวในชุดเดรสผ้าชีฟองพิมพ์ลายเก๋ยืนอยู่ โคกะมองหน้าเธอ

... อย่าบอกนะว่า...

“มาซาฮารุ ผู้หญิงคนนี้ใคร” หล่อนถามเสียงแข็ง สายตามองคนที่นั่งตรงข้ามกับมาซาฮารุตั้งแต่หัวจรดเท้า คนถูกมองจึงชักสีหน้าหงุดหงิดขึ้นมาทันที โคกะไม่ชอบให้ใครมามองเธอด้วยสายตาดูถูกเช่นนี้

“คนพิเศษของฉัน...” มาซาฮารุเพียงแค่ใช้หางตาปรายมองแล้วพูดต่อ “ถ้ารู้แล้วก็อย่ามากวน... ฉันจะกินข้าวกับเขาเงียบๆ” น้ำเสียงที่เขาใช้ผิดกับเวลาที่พูดกับโคกะโดยสิ้นเชิง

หญิงสาวแสนสวย (ในสายตาของโคกะ) คนนั้นหน้าเสีย ก่อนจะฮึดฮัดเดินกลับไปยังโต๊ะของเธอกับเพื่อนสาว แต่คำว่า ‘คนพิเศษ’ นั้นทำให้โคกะถึงกับทำหน้ายุ่งขึ้นมา ใบหน้ากลมๆของเธอยื่นเข้าหาก่อนจะกระซิบลอดไรฟันถาม (จริงๆก็คือการโวยวายด้วยการกระซิบ)

“มาซาจะบ้าเหรอ?? โกหกแบบนั้นได้ไง!! ถ้าผู้หญิงคนนั้นผูกใจเจ็บ เอาน้ำกรดมาดักสาด ใช้ผู้ชายมาลักพาตัวฉัน เอามีดกรีดหน้า เอามีดจิ้มๆจ้วงๆจนฉันพรุน หรือฆ่าหั่นศพ อ๊ะ! ไม่สิ หล่อปูนถ่วงทะเล!! อ๊า- ฉันต้องตายแน่ๆเลย” ว่าพลางทำหน้าหวาดเสียวและสยองในชะตากรรมของตัวเอง

“เธอดูหนังมากเกินไปแล้ว ถ้าไม่โกหก เดี๋ยวก็มากันไม่เลิก...” มาซาฮารุหัวเราะเบาๆ

“ก็หาวิธีปฏิเสธที่มันดีกว่านี้สิยะ อย่าเอาฉันเป็นเครื่องมือในการบอกไล่ผู้หญิงของมาซาสิ!!! ไม่รู้แหละ!! แต่ถ้าเจอนะคอยดู ฉันตามฆ่ามาซาแน่ๆ”

“ไม่มีหรอก เพราะฉันจะปกป้องเธอเอง” ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่ออกจะอ่อนโยนสักหน่อย

“เชอะ แล้วฉันจะคอยดู”

บทสนทนาเป็นต้องจบลงเมื่ออาหารอย่างแรกยกมาเสิร์ฟ กุ้งกับปลาแซลมอนรมควันและสลัดอโวคาโดวางอยู่ตรงหน้า

“... กินได้เหรอ”

“ได้สิยัยบ๊อง”

หญิงสาวใช้ปลายส้อมเขี่ยยกผักออก “ปลายังไม่สุกเลย”

“ก็รมควันนี่นา”

“...... ไม่ทานนะ จานนี้กินไม่เป็น” เธอเลื่อนจานข้าวมาข้างหน้า

“... เสียมารยาทนะ”

“ก็กินไม่เป็นนี่นา”

หลังจากนั้น ก็มีซุปมันกุ้ง และตามด้วยเป็ดอบราดซอสส้ม ตบท้ายด้วยเครปไอศกรีม จนหมดมื้อ ที่โคกะพอจะทานได้ก็มีแต่เป็ดกับเครป มาซาฮารุได้แต่หัวเราะแล้วโยกศีรษะเธอไปมาพลางบอกให้หัดไว้ เวลาเข้าสังคมจะได้ไม่มีปัญหา หญิงสาวได้แต่ทำแก้มป่อง

... กินข้าวกล่องร้านสะดวกซื้อยังสบายใจกว่าเลย...

ปลายนิ้วของโคกะกดเครื่องคิดเลขในร้านพลางคิดไปเรื่อย ใกล้จะถึงวันที่หนังสือภาพของโคจิจะวางแผงแล้ว ดีไม่ดี พอหมดเดือนน่าจะมีเงินเก็บพอสมควร โคจิเพิ่งเป็นไอดอลได้ไม่นาน ทำให้ไม่มีสินค้ามากมายให้เสียเงินซื้อ

‘กิ๊ง กิ๊ง’

“ยินดีต้อนรับค่า~!!? มิซากิ โคจิ!”

“สวัสดีตอนดึก จิบิกะ” ชายหนุ่มร่างสูงยกมือทักทายอย่างอารมณ์ดีพลางหันไปค้อมศีรษะให้กับมากิ เจ้าของร้านสาวยิ้มรับให้

“ฉันบอกว่าฉันชื่อโคกะ!” เธอพูดเสียงเข้ม แต่โคจิทำราวกับไม่ได้ยินคำพูดของเธอ

“ผมเพิ่งเลิกงาน จะแวะมาบอกจิบิกะว่า หนังสือภาพของผมจะออกวางอาทิตย์หน้า ไปโปรโมทที่วีนัสฟอร์ทตรงโอไดบะ 100คนแรกจะได้มีทแล้วก็ลายเซ็นด้วยนะ” เขาเดินเข้ามาหาโคกะที่ชั้นหนังสือแล้วยื่นใบปลิวให้

“... ใบปลิวนี่มีกี่แบบน่ะ”

“สอง”

โคกะยื่นมือมาตรงหน้า “อีกแบบล่ะ”

คนตัวสูงหัวเราะออกมา “นึกแล้วว่าจิบิกะต้องขอ” เขาหยิบอีกใบส่งให้ก่อนจะบ่นว่าหิวข้าว

“อุดหนุนที่ร้านสิจ๊ะ โคจิคุง” มากิว่าพลางขยิบตาให้

“ผมไม่ทันสังเกตเลยครับว่ามีอาหารด้วย” โคจิใช้สายตาไล่ไปบนกระดานไม้ที่ติดอยู่กับผนัง รายการอาหารทานง่ายๆเขียนอยู่ไม่มากนัก

“... เอ็น เค สเปเชียลคืออะไรครับ” มีเพียงเมนูเดียวบนนั้นที่ไม่สามารถเดาได้ว่าเป็นอาหารประเภทไหน

“อ๋อ เมนูของโคกะจังจ้ะ”

โคจิหันมามองคนที่กำลังเรียงหนังสือเข้าชั้น “จิบิกะทำอาหารได้ด้วยเหรอ”

“ได้สิ! เห็นฉันเป็นอะไรน่ะ มิซากิ โคจิ?”

“งั้นผมเอาเอ็น เค สเปเชียล”

การที่เมนูของโคกะถูกสั่ง ทำให้เธอต้องละมือจากการจัดหนังสือ ร่างเล็กเดินหายเข้าไปยังหลังร้านเพื่อทำอาหารจานที่ว่า

... เขาจะบอกว่าอร่อยไหมนะ...

เธอคิดกับตัวเองขณะใช้มีดหั่นเนื้อสไลด์ให้เป็นชิ้นเล็กๆ

“ได้แล้วค่ะ” คำพูดที่ใช้สุภาพขึ้น เนื่องจากมีลูกค้าคนอื่นแวะเข้ามาซื้อหนังสือ โคกะวางจานอาหารลงบนโต๊ะ ชายหนุ่มมองผักที่ห่ออะไรไว้บางอย่างแล้วมีไม้เสียบกลางแล้วก็เงยหน้าขึ้นมองคนเสิร์ฟ หญิงสาวหลบสายตาไปทางอื่นแล้วจึงถาม “มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ”

“นี่... อะไรห่ออะไร”

“เนื้อผัดดับเบิลยูซอสห่อด้วยผักกาดแก้วสดค่ะ”

เมื่อได้ยินส่วนประกอบภายในผักห่อ โคจิก็หยิบชิ้นแรกเข้าปาก

“อื้ม อร่อยดีนี่จิบิกะ”

“ขอบคุณค่ะ” ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกมาเต็มที่ เธอแสดงอารมณ์ดีใจออกมาอย่างไม่ปิดบัง แต่ก็ต้องหุบยิ้มเมื่อชายหนุ่มผมดำตรงหน้ายิ้มอยู่เช่นกัน แม้ว่าจะคุยด้วยอย่างปกติได้แล้ว แต่ทุกครั้งที่เขายิ้มให้ โคกะเป็นต้องรู้สึกวูบไหวจนทำตัวไม่ถูกอยู่ทุกครั้ง

โคกะเดินหลีกออกมาทำงานที่เหลือต่อ อดไม่ได้ที่จะฮัมเพลงอย่างมีความสุข แค่คำชมของโคจิก็ทำเอาอยากจะวิ่งไปมาอย่างเริงร่ารอบๆร้าน ติดที่มีลูกค้าและโคจิก็ยังนั่งอยู่

“ขอบคุณที่มาใช้บริการ โอกาสหน้ากรุณามาใหม่นะคะ” โคกะโค้งตัวเมื่อลูกค้าคนนั้นเดินออกไป เธอเอ่ยคำสุภาพพร้อมเพรียงกับมากิ ประตูร้านยังไม่ทันปิดดีก็เปิดออกกว้าง

“โคกะ! .......... กลับบ้าน...” มาซาฮารุเดินเข้ามา เขามองโคจิที่เอาหนังสือไปเก็บคืนชั้นเพียงแวบหนึ่ง

“มาซานี่จริงๆเลยนะ... ไม่เห็นต้องมารับเลย ทีเมื่อก่อนล่ะไม่เห็นมา... ฉันเก็บร้านอยู่” โคกะบ่นตอบขณะกำลังเดินกลับมาเช็ดเคาน์เตอร์

“ทำไม มาไม่ได้หรือไง”

“เปล่า ก็แค่คิดว่ามันแปลกเฉยๆ”

มาซาฮารุยืนมองหญิงสาวที่ง่วนกับการทำงาน พลางหันไปมองโคจิที่กำลังจัดเก้าอี้เข้าที่ ชายหนุ่มผมทองมองกลับไปมา จนในที่สุด เมื่อโคกะเข้าไปเก็บของที่หลังร้าน เขาก็ตัดสินใจเดินออกจากร้านไป

“อ้าว มาซาไปแล้วเหรอ... อะไรของเขาน่ะ” หญิงสาวเปิดประตูออกมาก็ต้องประหลาดใจ เมื่อเพื่อนชายของเธอไม่อยู่เสียแล้ว

“... เห็นเดินออกไปแล้วน่ะ” โคจิตอบ

“พิลึกคนแฮะ”

“จิบิกะ ไปหาอะไรทานกันไหม” คนตัวสูงหันมาถามอย่างอารมณ์ดี

“อืม...” โคกะนิ่งคิดไป เธอนึกถึงมาซาฮารุที่มารับอยู่ทุกวัน แต่แล้วจู่ๆก็ออกจากร้านไปโดยไม่รอ “ไม่เป็นไรล่ะ มาซาคงยังไม่ได้กินอะไร... ฉันกลับก่อนนะ มิซากิ โคจิ”

“แล้วไว้พบกันที่งานเปิดตัวหนังสือภาพนะ จิบิกะ”

โคกะไม่ตอบอะไรนอกจากหัวเราะ

“ทำไมถึงหนีกลับมาก่อนล่ะ เป็นอะไรหือมาซา?” หญิงสาวร่างเล็กเปิดฉากถามหลังจากเดินเข้าไปในห้องของมาซาฮารุ

“เปล่านี่... ไม่มีอะไร ถามทำไม”

“ก็ดูสิ ฉันอุตส่าห์กลับมากินข้าวเย็นกับมาซา ทั้งๆที่โคจิชวนไปกินแท้ๆ” โคกะทำเสียงบ่นใส่ขณะที่หยิบผ้ากันเปื้อนมาผูกรอบเอว เจ้าของห้องแค่นหัวเราะออกมา

“ขอโทษที่ทำให้เธอพลาดโอกาสดีๆก็แล้วกัน”

“รู้ตัวก็ดีแล้วย่ะ!” คำตอบของโคกะทำให้ห้องเงียบไป แต่เธอก็ยังฮัมเพลงไปทำกับข้าวไปอย่างอารมณ์ดี (แม้จะแอบหงุดหงิดอยู่เมื่อครู่ก็ตาม)

ณ ถนนกลางวีนัสฟอร์ทในยามบ่ายวันอาทิตย์ เด็กสาวทั้งมัธยมต้น มัธยมปลาย และมหาวิทยาลัย รวมไปถึงแม่บ้านยังสาวพากันยืนจนถนนดูแคบลงไปถนัดตา โคกะในชุดเสื้อฮู้ดและกระโปรงสั้นกับรองเท้าส้นตึกสี่นิ้ว ชะเง้อมองข้ามบรรดาหญิงสาวน้อยใหญ่

... โคจิ...... โคจิ... โคจิ... อ๊ะ เจอแล้ว...

ไกลออกไปไม่มากนัก โต๊ะยาวที่ตั้งไว้พร้อมกับตั้งหนังสือภาพจำนวน100เล่มวางอยู่ โคจิในชุดลำลองสบายๆกำลังคุยกับสตาฟที่อยู่ข้างๆ เธอยืนอยู่ได้ไม่นาน ก็มีเสียงดังขึ้น ขอความกรุณาให้ทุกคนที่มาเข้าแถวเรียงกัน หญิงสาวจึงค่อยๆถอยออกไปไกลกว่าเดิม ดวงตากลมโตจ้องมองกลุ่มคนมากมายเริ่มเรียงคิวกัน

... เริ่มดังแล้วสินะ...

พอแถวเรียงหนึ่งตั้งขึ้นอย่างสวยงาม โคกะก็ไม่อยู่ตรงนั้นเสียแล้ว ร่างเล็กก้าวพ้นออกมาจากบริเวณวีนัสฟอร์ท

... ไว้ค่อยซื้อทีหลังก็แล้วกัน...

โคกะพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียง สายตาจับจ้องหนังสือภาพของโคจิที่วางอยู่บนเตียงเช่นกัน ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจเอื้อมมือมาเปิดดูทีละหน้า ภาพถ่ายในแบบที่เป็นธรรมชาติของชายหนุ่มร่างสูงปรากฏให้เห็นหลายอิริยาบถ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่กำลังทานราเมง ขี่จักรยาน หรือตอนที่ยืนอ่านหนังสือหน้าร้าน ริมฝีปากเล็กของเธอค่อยคลี่ยิ้มออกมาขณะที่เปิดผ่านไปเรื่อยๆ ปลายนิ้วเรียวสัมผัสไปบนหน้ากระดาษอย่างทะนุถนอม

... พอมาดูอย่างนี้ ก็เป็นไอดอลจริงๆนั่นแหละ...

“พอมีงานเพิ่มขึ้น คนก็จะเห็นสเน่ห์ของนาย... รู้ว่ารอยยิ้มของนายน่าดูแค่ไหน รู้ว่านายเป็นคนสุภาพขนาดไหน” หญิงสาวพึมพำออกมาขณะที่มือพลิกหน้ากระดาษต่อ ความรู้สึกเหมือนมีอะไรกระตุกอยู่ในกายนี้ช่างชวนให้ปวดหัว

... ไม่ใช่เพราะฉันชอบนายใช่ไหม...

... เพราะความรู้สึกชอบกับรักมันดูวุ่นวาย...

... แต่ฉันไม่เคยรู้สึกว่าใครน่าสนใจเท่านาย...

... แล้วความรู้สึกนี้มันแปลว่าอะไร...

อากาศข้างนอกเริ่มร้อนขึ้นกว่าปกติ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าฤดูร้อนใกล้เข้ามาแล้ว และนับรวมไปด้วยว่าปิดเทอมฤดูร้อนใกล้เข้ามาแล้ว ทุกอย่างเป็นเรื่องธรรมดา แต่ที่ไม่ธรรมดาคือลูกค้าประจำของร้าน ตั้งแต่โคจิเดินเข้ามา เขาไม่ยอมเอ่ยปากทักทายกับโคกะเลยจนเธอรู้สึกใจเสีย

... หรือพอดังแล้วเลยหยิ่ง...

จนกระทั่งใกล้เวลาร้านปิด เขาก็ยังไม่พูดกับเธอ

... เกลียดกันแล้วหรือไงนะ...

... นั่นมันความคิดนางเอกการ์ตูนชัดๆ...

โคกะตัดสินใจเดินเข้าไปหาเขาพร้อมกับหนังสือภาพในมือ

“มิซากิ โคจิ”

เจ้าของชื่อ (และนามสกุล) เพียงแค่หันมองโคกะ แต่เขาไม่ปริปากอะไร

“เซ็นให้หน่อยได้ไหม”

“ไม่ได้” เสียงทุ้มเอ่ยราบเรียบ แต่อีกคนถึงกับทำตาโต

“ทำไมล่ะ????”

“คนอุตส่าห์มาบอกเวลาสถานที่เสียดิบดี แต่กลับไม่ยอมโผล่ไป ช่วยไม่ได้”

“ร... เรื่องนั้น..” โคกะนิ่งไป ไม่คิดว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะพูดเรื่องนี้ขึ้นมา “....... ฉัน... ไปแล้วต่างหาก”

“แล้วทำไมผมถึงไม่เจอ” โคจิยืนขึ้น เขาก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อมองหน้าของโคกะ

“..... ก็...” โคกะเบือนหน้าหนี

“... ก็อะไร โนงุสะ โคกะ”

ที่โคกะหันหน้าหนีไปตอนแรกนั้น เธอรีบหันกลับมามองอีกฝ่ายอย่างตกใจ

... ทั้งๆที่เมื่อวานยังเรียกฉันว่าจิบิกะอยู่เลย...

... โกรธขนาดนั้นเลยเหรอ...

หญิงสาวเริ่มรู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยคำขอโทษ

“ฉันขอโทษ... แต่ฉันไปมาแล้วจริงๆนะ...”

โคจินิ่งเงียบ ไม่โต้ตอบอะไร แต่สายตาของเขายังจับจ้องใบหน้าของเธอราวกับรอคำตอบที่ดีกว่านี้

“ฉัน...” หญิงสาวเงียบไปอึดใจหนึ่ง ถ้าไม่พูดออกไป โคจิก็คงไม่ยอมคุยด้วยเหมือนเดิม แต่ถ้าพูดออกไป โคจิก็อาจจะมองว่าแปลกจนไม่คุยด้วยเหมือนเดิมก็ได้

“ฉัน... พอไปถึงที่นั่นแล้ว เห็นผู้คนมากมายมายืนรอมิซากิ โคจิ... ก็คิดว่านายเริ่มดังแล้วสินะ พอคิดแบบนั้น ฉันก็เลยถอยออกมา... เพราะถ้าฉันได้เข้าไปมีท... จะให้ฉันทำเฉยๆกับมิซากิ โคจิที่เป็นไอดอลไม่ได้หรอก แล้วถ้าไปมีท มิซากิ โคจิเรียกฉันว่าจิบิกะ ก็คงจะทำให้แฟนๆหลายคนไม่พอใจ แต่ถ้านายเรียกฉันว่าโนงุสะซัง หรือไม่เรียกเลยและทำเหมือนกับฉันเป็นหนึ่งในแฟนๆอีกกว่า100คนของนาย... ฉัน ก็ไม่อยากเจอสภาพแบบนั้น... ฉันถึงเดินถอยออกมา... ขอโทษนะ”

บนใบหน้าของโคจิค่อยปรากฏรอยยิ้มออกมา แต่คราวนี้คนที่สะดุ้งไม่ใช่โคกะ กลับเป็นเจ้าของรอยยิ้มนั้นเสียเอง

“ทำไมไม่ตกใจแล้ว... หายแล้วเหรอจิบิกะ”

“ก็... ก็ไม่หายหรอก... แต่ เพราะคิดว่ามิซากิ โคจิจะไม่ยิ้มให้ฉันแล้ว พอยิ้มให้ก็เลยโล่งใจมากกว่า... น่ะ”

โคจิยิ้มกว้างจนตาหยี

“เอามาสิ... ผมจะเซ็นให้” เขายื่นมือออกมา หญิงสาวจึงรีบวางหนังสือภาพบนมือใหญ่ข้างนั้นทันที เขาเขียนอยู่นาน ก่อนจะส่งคืนกลับมา


ให้ จิบิกะ

ขอบคุณที่ไปถึงที่แต่ไม่ยอมเข้าแถว ผมเซ็นให้เพราะจิบิกะเป็นคนแปลกที่น่าสนใจ แล้วก็เป็นคนใจดีที่ให้ผมยืมร่มทั้งๆที่ไม่รู้จักกัน

ตั้งใจเรียนนะ!

มิซากิ โคจิ


พออ่านจบ โคกะยิ้มออกมาด้วยความดีใจ เธอกอดหนังสือภาพของเขาเอาไว้กับอก ก่อนจะเดินหายไปข้างหลังเพื่อเอาไปเก็บ

... ขอบคุณมากนะ โคจิ...

โคกะบรรยายความรู้สึกดีใจที่เกิดขึ้นมากมายให้กับมาซาฮารุฟังขณะที่กำลังนั่งทานข้าวอยู่ในห้องของเขา สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสดใส จวบจนมาซาฮารุทานมื้อเย็นจนหมดแล้ว โคกะก็ยังทานไม่หมดเพราะมัวแต่เล่าให้เขาฟัง

“เธอ... บ้าจริงๆนั่นแหละ... หมอนั่นเป็นไอดอลนะ มันก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาอยู่แล้วที่จะต้องทำดีกับแฟนๆ ขืนทำตัวไม่ดี แฟนคนนั้นเอาไปลือ เรตติ้งตกจะทำมาหากินยังไงล่ะ จริงไหม” มาซาฮารุเอ่ยปราม

“มาซาอะ... มัน... ไม่เหมือนกันสักหน่อย ฉันน่ะ รู้สึกได้ว่าโคจิ... เขาดีกับฉันจริงๆนะ ไม่ใช่เพราะว่ามีเหตุผลเรื่องเรตติ้งแอบแฝง”

“เธอน่ะเชื่อคนง่ายเกินไปแล้ว...” เขาพูดต่อ

“เปล่าเสียหน่อย” โคกะเถียง

“แล้วงั้นอะไร”

“ฉัน... แค่กำลังคิดน่ะ... ว่าฉันชอบเขาหรือเปล่า” พูดจบ หญิงสาวก็คีบเนื้อไก่ทอดคำสุดท้ายเข้าปาก เธอลุกขึ้นหยิบชามข้าวที่วางซ้อนกันไว้ไปล้างที่อ่าง

“... ชอบ? นี่ยังไม่ชอบอีกหรือไง” มาซาฮารุถามเสียงขุ่น “ฉันว่าเธอชอบเขานานเกินเดือนแล้วนะ”

“หือ?” โคกะหันมามอง “ไม่ได้หมายถึงว่าเพราะโคจิเป็นไอดอลที่ฉันบ้าซักหน่อย ที่ฉันพูดนี่หมายถึงในฐานะคนเหมือนกัน... อะไรแบบนั้นล่ะมั้ง”

ได้ยินเช่นนั้น เจ้าของห้องจึงไม่พูดอะไรต่อ มาซาฮารุเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ โคกะยังคงฮัมเพลงต่อขณะทำความสะอาดครัวให้เรียบร้อย ก่อนจะกลับไปยังห้องของตัวเอง

“ฮ่า~~~! โค้กเย็นๆหลังอาบน้ำนี่มัน... สุดยอด~~” โคกะพูดกับตัวเองหลังจากซดโค้กกระป๋องแช่เย็นเข้าไปอึกใหญ่ มือข้างหนึ่งวางแก้วลงบนโต๊ะข้างเตียง อีกมือหนึ่งหยิบรีโมทเปิดทีวีดู เมื่อไม่พบรายการที่น่าสนใจเธอก็กดปิดไปแล้วหันมาซดโค้กเข้าอีกอึกหนึ่ง จากนั้น จึงแผ่ตัวลงบนเตียง

โคกะยังจำได้ ความรู้สึกเสียใจที่พัดวูบเข้ามาเมื่อตอนโคจิเรียกเธอว่า ‘โนงุสะ โคกะ’ ความรู้สึกดีใจกับรอยยิ้มของเขาที่ได้กลับมาอีกครั้ง ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยพบมาก่อน

... เพราะฉัน เริ่มรู้สึกแปลกๆยิ่งกว่าเดิม...

... กับการที่ได้เจอกันที่ร้าน...

... กับการที่เรียกฉันว่าจิบิกะ...

... ฉัน ดีใจมาก...

... มากกว่าตอนได้Aวิชาวรรณกรรมร่วมสมัยเสียอีก...

 

 

 

 

To be continue...



Free Talk>>

ฮานะขยัน มันไม่น่าเชื่อ ก็ไม่ได้ขยันขนาดนั้นน่ะนะ แค่ พยายามเขียนให้ได้มากที่สุด

เหลือเวลาอีก2เดือน ตีซะเดือนครึ่ง ต้องจบ 45วัน ต้องจบ

อีก70หน้า 45วัน ต้องได้เว้ย!!

เขียนไป บ้าไป อ๊ายยยย โคจิ สุดหล่อออออ น่ารัก ผู้ชายบ้า ฮึ้ยยย คาเนปเป้

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก (อีนี่แหละบ้า/ท่านพญายม)

ยางามิเร็นบ้า!!!!!!!!!!!! มารหัวใจ~!!!!!!!!!

เค้าก็อยากออกซิงเกิ้ลกับคาเนปเป้เหมือนกันน้า!!!!!!!!!!!!!! *ดิ้นๆๆๆๆ*

ฝากยัยโคกะand the gangด้วยนะคะ *---*




บ๋ายบายบี๋~~~~~~~!!!






Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

จะเปิดเทอมแล้ววววววววววววววววววววววววววว

..................


(อันนี้เขาเรียกป่วนใช่ไหมคะ เจ้าของบลอค...confused smile)
(ใช่ค่ะ... )
*ผัวะ*...โดนตบออกจากบลอค


ปล.รูปหัวบลอคสวยจัง วาดเองเหรอ embarrassed

#1 By Eami on 2007-11-01 16:24

ไอ้ทอร์คข้างล่างมันอะไรห๊ะ เสียสติ!!

อืมๆๆ ตอนนี้ก็สนุกดีนะ แต่มีหลายเหตุการณ์ในตอนเดียวเลยแฮะ ตอนมาซาไปรับนั่นเรียกซะตกใจ !

งืมๆๆๆ แต่ชอบตอนเปิดเรื่อง อืมๆๆๆ

#2 By :nakare: on 2007-11-01 16:46

เป็นนางเอกที่ชวนปวดหัวดีจริงๆนั่นแหล่ะ 555+
ไหลรื่นดี อารมณ์นางเอกแสดงออกมาให้เห็นชัดขึ้น จนสงสารพ่อหนุ่มมาซาซะแล้ว

*หัวเราะ*

#3 By 【いくみ】 on 2007-11-01 16:49

อ่านแล้วอินดีนะเธอ
แต่...มาอินแตกก็free talk เธอเนี่ยแหละ เหอเหอ

ชอบผู้หญิงแบบโคกะอ่ะ
น่าแกล้งพิลึก เหอเหอopen-mounthed smile

#4 By . : : ZePhyRuS : : . on 2007-11-01 17:12

อ่านแล้วอินดีนะเธอ
แต่...มาอินแตกก็free talk เธอเนี่ยแหละ เหอเหอ

กร๊ากกก เห็นด้วยยยยยยยยยยยย

ผู้ชายเรื่องนี้มันจะหล่อไปไหน (อ่าว คอมเมนท์ให้นางเอกล่ะ? - ไม่มี.... )

#5 By KeeChan on 2007-11-01 20:47

โคจิน่ารักจังมากๆ จะรออ่านต่อไปนะครับ

ปล.ขอโทษที่ในฟิคเทะฟูไม่ได้เม้นให้นะครับ เม้นไม่ได้เพราะอะไรก็ไม่รู้ง่า ผมจะรออ่านเรื่องนั้นด้วยเหมือนกันนะคร๊าบบบบ

#6 By TsubAmE on 2007-11-01 23:26

รู้สึกเสียใจมากที่มาเมนต์ช้า ทำให้พลาดโอกาสอ่านนิยายหนุกๆ ไปตั้งอาทิตย์นึง (ประหนึ่งว่าเค้าแต่งเพราะแกเมนต์- -") มันสนุกจริงๆ นะ

โฮกกกกกกกกกกกก เศร้าใจ เสียดายเวลา ทำบ้าไรอยู่วะ TTOTT

ภาษาอ่ะ ชมไว้เยอะยังไงก็ยังอยากชมต่อ ชมให้เบื่อตายไปเลย 55555 เพราะว่าเขียนได้ดีแล้วก็ลื่นมากๆ อ่านกี่ทีก็ไม่เคยรู้สึกสะดุดเลย ปกติต้อง

เจอสักที่แหละที่รู้สึกว่ายังไม่ค่อยใช่ หรืออาจน่าเบื่อ ใช้คำซ้ำ ยืดเยื้อ สั้นกุดไปอะไรทำนองนี้ แต่ขอบอกว่ายังไม่เจอกับเรื่องนี้เลยอ่ะ โดยเฉพาะ

ตอนนี้อ่ะ แต่งดีมากจริงๆ ไหลลื่น อ่านแล้วไม่เบื่อ เข้าถึงอารมณ์ของตัวละครได้ตลอดอ่ะ ทั้งลุ้นทั้งอมยิ้ม วะ ฮ่าๆๆๆ ตัวลอยไปถึงไหนแระ? ฮี่ๆๆ

ล้อเล่นนนน แต่อันนี้เป็นความรู้สึกเราเองนะ คนอื่นไม่รู้ง่ะ - -" แล้วก็คำว่าชุดแซ็กอ่ะ ไม่สามารถเช็กจริงๆ ว่าคำที่ถูกต้องเขียนยังไง แต่ถามเพื่อน

แล้วคิดตรงกันว่า วันพีซกับชุดแซ็กน่าจะให้ความหมายเดียวกันนะ ไม่รู้สิ คนทั่วไปเห็นคำว่าวันพีซแล้วจินตนาการได้เหมือนกันป่าวไม่รู้แฮะ เอา

เป็นว่าจิบิกะน่าร้ากกกกกกกกกกกกก >o<

แอบรู้สึกว่าตอนนี้มันสั้นๆ หรืออาจเป็นเพราะเริ่มดำเนินเรื่องเร็วขึ้น สำหรับเราถือว่าปกติสำหรับนิยายอ่ะนะ เพราะมันค่อนข้างต้องปูพื้นเนื้อเรื่อง

และตัวละครให้คนอ่านจินตนาการออกว่าเป็นยังไง ไม่เหมือนฟิคที่เขียนแค่ชื่อก็อาจจิ้นกันไปกระจุยกระจายว่าเป็นแบบไหน ยังไง ยิ่งฉากยิ่งสบาย

โดยเฉพาะฟิคการ์ตูน เพราะคนเรามักจะจำได้อ่ะนะ ไม่มากก็น้อยล่ะ ไม่ค่อยเป็นภาระให้คนแต่งเท่าไร แต่นิยายนี่สิ การจะวาดภาพฉากให้

ชัดเจน แต่อ่านแล้วไม่รู้สึกว่าเยิ่นเย้อ มันก็ไม่ง่าย แต่ทำได้อ่ะ ดีมากด้วย รู้สึกว่าโอเคเลยล่ะ อย่างห้องกับร้านนี่ เห็นภาพชัดมาก อยากให้มีร้าน

แบบนี้จริงๆ จัง >o< ยิ่งอ่านยิ่งหลงรัก หรือกระทั่งฉากที่เพิ่งปรากฎอย่างที่แจกลายเซ็นน่ะ ถึงจะโผล่มาบอกสถานที่นิดเดียว แต่ก็ไม่รู้สึกว่ามัน

ยากเกินความสามารถที่จะจิ้นฉากนั้นออกนะ ชอบที่บรรยายความรู้สึกโคกะน่ะ อารมณ์พวกบ้าไอด้อล เข้าใจเลยอ่ะ อาจเพราะตอนนี้ก็บ้าไอด้อลประมาณนี้อยู่ 55555 เพื่อนยังหาว่าบ้าเลย ไม่ยอมไปดูเพราะกลัวสร้างความลำบากให้ - -" ถึงมันจะคนละเหตุผล แต่รู้สึกว่าเหตุผลของโคกะฟังขึ้นแล้วก็น่ารักอ่ะ ความรู้สึกที่ว่าไม่อยากให้ลำบากอ่ะนะ แต่ถ้ามีคนประเภทนี้เยอะๆ สงสัยดาราคนนั้นคงไม่ค่อยรู้สึกว่าตัวเองเร่าร้อนซักเท่าไรล่ะม้าง มีแต่แฟนๆ สงบเสงี่ยมเรียบร้อย กร๊ากกกกกกกกกกกกก เอาเถอะ แบบนั้นมันอาจจะอุ่นใจดี(เรอะ?)

อันนี้อาจเป็นการคิดไปเอง แต่รู้สึกว่ามาซาที่มาโผล่ช่วงต้นๆ น่ะ เหมือนจะแสดงอะไรที่ตรงกันข้ามกับพระเอกในละครที่โคกะดูน่ะ คือจริงๆ คนส่วนใหญ่รวมถึงเราด้วย ก็น่าจะชอบพระเอกแบบปากร้าย นิสัยเสีย นั่นแหละ เราก็เบื่อตัวละครแบบพระเอ๊กพระเอกน่ะ แบบว่ามันดูธรรมดาเกินไป จืดชืดไม่มีไรน่าสนใจ แต่เหลือเชื่อว่าพระเอกแบบโคจิกลับทำให้รู้สึกแอบชอบขึ้นมาได้ซะงั้น ส่วนมาซาก็ชอบนะ อารมณ์พอๆ กันเลยอ่ะ ถ้าเป็นโคกะคงเหมาสอง 555555 แอบคิดว่านั่นเป็นการชี้นำรึเปล่า พูดเองก็งงเอง เอาเป็นว่าเราชอบทั้งสองคนเลยอ่ะ โคกะเลือกคนไหนก็ดีใจทั้งนั้นแหละ

อีกอย่างที่ชอบคือโคกะดูเป็นธรรมชาติอ่ะ สม่ำเสมอดี ยังไงยังงั้น ไม่มีอิ๊อ๊ะอิ๊งอั๊งแบบนางเอกที่พอรู้ตัวว่าตกหลุมรักแล้วก็เตลิดไปไกล แสดงท่าทางแปลกๆ ที่ในสายตาพระเอกดูน่ารักแต่สายตาคนอ่านแล้วน่าถีบ (ขออภัยที่หยาบคาย-"-) ชอบความเสมอต้นเสมอปลายอ่ะ แน่ล่ะว่าเกิดรู้สึกคิดได้ขึ้นมาว่าตกหลุมรักเข้าไปจริงๆ อาจมีอาการแปลกๆ แต่แอบเดาว่าโคกะคงรีบสารภาพรัก (รึเปล่า?) ก็ดูจริงจังกับชีวิตดีอ่ะ ถึงจะเขินๆ ขี้อาย แต่บทจะทำอะไรขึ้นมาก็ทำเลย ไม่มีคิดทบทวนให้เสียเวลา (เดาผิดขึ้นมาทำไงวะเนี่ย...)

มาต่อไวๆ ก่อนงานจะท่วมหัวจนไม่มีเวลาอ่านอีก TTOTT

#7 By なし on 2007-11-14 22:34