☆[Tenipuri+FanFiction] Voyage : 6 (Yaoi Warning)

posted on 27 Oct 2007 21:49 by hanachiko  in TeniPuri

สวัสดีค่ะ

เรื่องที่จะลงต่อไปนี้ เป็นYaoi Fictionนะคะ

ขอความกรุณา ผู้ที่ไม่สนใจและรับไม่ได้ กรุณากดปิดด้วย
ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียใจ อะไร เปิดแล้วไม่อ่าน ฮานะไม่บังคับค่ะ

หากไม่ชอบ กรุณาปิดนะคะ ^^

ขอบคุณค่ะ



Title: Voyage
Author: shadow as Tezuka Kunimitsu
                              Oishi Syuuichiroh
                           Saeki Koujiroh
hana matsumoto as Fuji Syuusuke
Fandom: The Prince of Tennis
Pairing: ?? x Fuji Syuusuke
Rating: PG
Warning: Yaoi
Genre(s): Angst / Drama












~6~













"โค~" ฟูจิเอ่ยเรียกเพื่อนขณะที่กำลังวิ่งเข้ามาหา ไม่ได้พบหน้ากับเพื่อนที่สนิทกันมาเกือบสามเดือน ถือว่ายาวนานสำหรับคนที่อยู่ด้วยมาแทบจะตลอดเวลาแปดปีที่เทะสึกะไม่อยู่ พอวิ่งมาถึงตรงหน้า ก็แย้มยิ้มพร้อมเอ่ยต้อนรับ "กลับมาแล้วหรือ โคจิโร่"

"ชูจัง ข้ากลับมาแล้ว..มีของมาฝากเจ้าเยอะเลยแต่ว่ามันอยู่ที่เรือนนะ"

 ซาเอกิ โคจิโร่ เพื่อนบ้านวัยไล่เลี่ยที่เล่นด้วยกันเป็นประจำเพิ่งกลับมาจากการไปเที่ยวบ้านเกิดของญาติ เขามองใบหน้าหวานที่แย้มยิ้มให้แล้วส่งยิ้มตาหยีตอบ

"เจ้าชอบลูกอะไรนะ..ที่เขาเรียกว่าเชอรี่ใช่ไหม..เมืองที่ข้าไปมันมีขายอยู่เยอะเลย ข้าเห็นแล้วคิดถึงเจ้าเลยซื้อมาฝาก"

"ขอบใจเจ้ามากที่นึกถึงข้า ถึงเจ้าจะทิ้งข้าไปสามเดือนก็เถอะ" ประโยคสุดท้ายฟูจิทำทีไม่พอใจ ก่อนจะยิ้มออกมา "กลับมาปลอดภัยก็ดีแล้วนะโค"

"ข้ารู้ว่าเจ้ารออยู่ไง" เด็กหนุ่มยิ้มให้อีกครั้งแล้วจับมือเช่นทุกคราว "ไปกันเลยนะ..นะ? ชูจัง"

หากเป็นปกติคงรีบตามไป แต่มือที่ถูกจับขืนแรงไว้เล็กน้อย

... ข้าต้องบอกท่านคุนิมิตสึก่อน...

... หากท่านคุนิมิตสึไม่อนุญาต ข้าคงไปด้วยไม่ได้...

"โค..."

ร่างสูงของไดเมียวหนุ่มมาหยุดยืนใกล้ๆ สายตาพิจารณาคนแปลกหน้าที่เข้ามาจับมือถือแขนคนในเรือนของตน หากแต่เด็กหนุ่มผู้นั้นกลับส่งยิ้มให้แล้วค้อมหัวทำความเคารพ ใบหน้าเช่นนี้...คงเป็นลูกชายของพ่อค้าใหญ่ที่นี่กระมัง

...เพื่อนเก่า..เจ้าเด็กนี่เองหรอกรึ...

"ท่านคุนิมิตสึ?" ฟูจิมีสีหน้าประหลาดใจกับการปรากฏตัวของเขาเล็กน้อย แต่ก็เอ่ยแนะนำให้ได้รู้จักกัน "ท่านคุนิมิตสึขอรับ นี่คือเพื่อนของข้า ซาเอกิ โคจิโร่ขอรับ..." เด็กหนุ่มหน้าหวานเว้นคำพูดไป ก่อนจะเอ่ยต่อ "โค... ท่านผู้นี้คือท่านเทะสึกะ คุนิมิตสึ ที่ข้าเล่าให้ฟังบ่อยๆอย่างไรล่ะ"

"อ๋อ..." เด็กหนุ่มทำเสียงยานคางอย่างนึกได้ "สวัสดีขอรับ ผมเป็นเพื่อนของชูจังอยู่ละแวกบ้าน ไม่ทราบว่าท่านรู้จักพ่อค้าซาเอกิไหมขอรับ" ประกายตาชุ่มชื้นยิ้มส่ง..ชนิดที่เรียกว่ายิ้มทั้งตาทั้งปาก ซาเอกิเป็นคนที่ติดจะร่าเริงสักนิด ทว่าก็ไม่มีพิษภัยอะไร

"ข้าได้ความกรุณาจากพ่อของเจ้าบ่อยๆ" ไดเมียวหนุ่มนิ่งไปกับคำเรียกแทนตัว...ชูจัง... เจ้าเด็กนี่ท่าจะสนิทสนมกับชูสึเกะมากนัก นัยน์ตาสีน้ำตาลไล่ไปยังมือที่จับกันไว้แน่น

"แล้วนี่...เจ้าจะเอาตัวชูสึเกะไปไหนหรือ"

"โคบอกข้าว่าซื้อของมาฝากข้ามากมาย... ข้าไปดูได้ไหมขอรับ ท่านคุนิมิตสึ" เป็นร่างบางที่ออกตัวตอบแทน

แม้ใจจะไม่อยาก แต่ปากกลับต้องอนุญาตไป เทะสึกะพยักหน้าแล้วพูดต่อ "อย่ากลับมาค่ำนัก ข้าจะให้คนตั้งสำรับไว้รอตอนเย็น"

"ขอรับ ข้าจะรีบกลับมาทันทีที่เสร็จธุระขอรับ"

ร่างสูงมองส่งฟูจิไปช้าๆ เสียงสนทนาของเพื่อนสนิทดังเข้ามาในหู เสียงที่อ่อนหวานกับเขาเสมอกลับแปรเปลี่ยนได้หลากอารมณ์ ทั้งง้องอน บึ้งตึง หรือหัวเราะร่าในระยะเวลาเพียงสั้นๆ ทางอีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะดีใจเสียเหลือเกิน รอยยิ้มบางๆติดอยู่บนใบหน้าสม่ำเสมอ แต่ที่ขัดเคืองใจทุ่สุดคงเป็นมือไม้ที่ทุบถองแกมหยอกเย้าของคนในเรือน...หากเป็นเจ้าเด็กนั่นทุบถองเจ้าข้าคงไปชิงตัวมาพลางสั่งสอนไปเสียบ้าง

...กระไรเลย..เจ้าช่างดูมีความสุขเหลือเกิน...

ผ่านไปนับเดือนที่เด็กลูกพ่อค้าซาเอกิกลับมา โออิชิที่ลอบสังเกตความเป็นไปในบ้านเงียบๆเริ่มทนไม่ได้กับอาการหัวฟัดหัวเหวี่ยงแบบไม่แสดงออกของเจ้าเรือนเทะสึกะ หน้าตาไม่สดใสที่เนื่องมาจากการกระทำของฟูจินั้นเห็นแล้วก็อดสงสารมิได้

...ชูสึเกะเด็กน้อยก็มิได้สังเกตเลย เวลาที่เจ้าทุ่มเทให้โคจิโร่นั้นแทบจะเรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาทุกข์ทนของพวกข้า อาหารกลางวันวันแล้ววันเล่าถูกส่งกลับพร้อมกับคำเหน็บว่าไม่อร่อยบ้างจืดชืดบ้าง จนคนครัวกลัวตัวสั่นไปหมด ชูสึเกะ..เจ้าช่างมีอิทธิพลต่อเขาเหลือเกิน

ในบ่ายแก่ของวันหนึ่ง โออิชิที่ถูกเลือกเป็นตัวแทนของคนในบ้านเดินเข้ามาหาชายที่นั่งอยู่ลำพัง..จะว่าถูกเลือกก็ไม่เชิงนัก เขามาที่นี่ด้วยความเต็มใจอยู่หลายส่วน

"ท่านคุนิมิตสึขอรับ...ไม่ทราบว่าช่วงนี้ท่านเป็นอะไรหรือ อาหารกลางวันที่แม่ครัวทำไม่ถูกปากหรือขอรับ"

"เปล่า" รับคำด้วยน้ำเสียงเช่นนี้แสดงว่ามีสิ่งใดแน่..ข้าเป็นคนสนิทของท่านมานานย่อมรู้ดี

"ช่วงนี้ข้าไม่ค่อยเห็นหน้าชูสึเกะเลย..ไม่รู้ว่าไปเที่ยวเล่นกับโคจิโร่ถึงไหนนะขอรับ" คนสนิทชวนคุยต่อด้วยประโยคที่แกล้งสงสัย...

"ข้าไม่รู้..เจ้าก็ลองถามเขาดูสิ" เทะสึกะลุกขึ้นจากเบาะรองนั่งพลางเดินออกไปใกล้ประตู

"พวกเขาน่ารักดีนะขอรับ สนิทกันมาตั้งแต่เด็ก หากเป็นหญิงชายคงเรียกได้ว่า...เหมาะสมกันดี" โออิชิกล่าวยิ้มๆหยั่งเชิงชายหน้าขรึม

"หากชูสึเกะของเรือนเราเป็นเด็กสาวคงได้ออกเรือนไปกับโคจิโร่แล้วกระมัง" โออิชิตบท้ายด้วยอีกหนึ่งประโยคก่อนจะลากลับไปเรือนตนเองอย่างรวดเร็ว

ไดเมียวหนุ่มขมวดคิ้วขึ้ง ยิ่งได้ฟังคำของคนที่เลี้ยงฟูจิมาก็ยิ่งหวาดระแวงในความคิดของตน ดูแล้ว ซาเอกิ โคจิโร่ เองก็พึงใจเด็กในเรือนตนอยู่มาก

...หากวันนี้กลับมาคงต้องคุยกันเสียที...

...มิฉะนั้นแล้ว..อาจจะมีอะไรสายเกินเยียวยา...

ครั้นพระอาทิตย์คล้อยต่ำลง เสียงใสๆของฟูจิก็ดังขึ้น "กลับมาแล้วขอรับ" ร่างบางถอดรองเท้าฟางไว้ที่หน้าประตู ก่อนจะเดินขึ้นเรือนมา

"กลับมาแล้วเหรอ" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นก่อนร่างสูงจะก้าวเข้ามาใกล้ร่างเล็กพร้อมลูกแมวในมือที่ทักทายเจ้านายของมัน

"กลับเสียเย็นเชียว บ้านพ่อค้าซาเอกิดูจะมีอะไรน่าสนใจนัก"

"โคเอาหนังสือที่ซื้อหามาให้ข้าดูขอรับ มีหนังสือของคนต่างชาติอยู่ด้วยขอรับ" เขายื่นมือไปรับชูมาอุ้มไว้ก่อนจะแนบแก้มกับหัวของมัน

"หนังสือของชาวต่างชาติหรือที่ทำให้เจ้าเกือบลืมเวลาอาหารเย็น" ร่างสูงพูดจบก็คว้าชูกลับมากอดในมือ "ชู..เราไปกินข้าวกันเถิด" เทะสึกะหันหลังกลับเดินไปยังห้องโถงกลางที่มีสำรับเพียงหนึ่งวางตั้งไว้ เขาขยับนั่งลงช้าๆพลางบิปลาย่างป้อนเจ้าตัวน้อย ไม่ใส่ใจกับฟูจิที่ยืนนิ่งอยู่

ร่างบางเดินตามมาในที่สุด พอไม่พบกับอาหารเย็นของตัวเองก็มีสีหน้าสลดลง "ข้า... ขออภัยขอรับ..." ไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะมีทีท่าไม่พอใจถึงเพียงนี้

"ข้า... จะไปทานที่หลังครัวขอรับ... หากเสร็จแล้ว... ท่านทิ้งไว้ แล้วข้าจะมาเก็บสำรับของท่านเองขอรับ" ศีรษะเล็กโค้งคำนับแล้วค่อยๆถอยตัวออกมา

"นั่งลงซะ ชูสึเกะ" เสียงเรืองอำนาจสั่งหนักแน่นก่อนจะปล่อยให้แมวน้อยออกจากมือวิ่งไปหาเจ้านายของมัน

คนที่ถอยตัวออกไปหยุดการกระทำของตนและกลับมานั่งนิ่ง ใบหน้าหวานก้มลงเล็กน้อย

... ข้าทำอะไรให้ท่านไม่พอใจอีกหรือ...

"เจ้ากินนี่เถิด" เทะสึกะเลื่อนสำรับของตนไปวางไว้ที่หน้าอีกฝ่ายก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไป มือใหญ่เลื่อนประตูปิดลงพร้อมสำทับต่อ "...แค่เลี้ยงเจ้า..เรือนข้าไม่เปลืองข้าวเท่าไรหรอก"

กล่าวเพียงเท่านั้นแล้วก็เดินกลับไปยังเรือนกลางของตนเอง โดยที่ริมฝีปากเม้มแน่นจนเจ็บ...

... ข้าทำสิ่งใดให้ท่านไม่พอใจ...

... ไยท่านไม่เอ่ยปาก...

หยาดน้ำตาเอ่อล้นออกมาจนหยดกระทบลงบนผืนเสื่อ ชูที่แหงนมองได้แต่ร้องเหมียวๆพลางใช้เท้าหน้าเขี่ยกับหลังมือของเจ้านาย

... หากนี่คือความรู้สึกรัก...

... เหตุใดจึงเจ็บปวดเช่นนี้...

ในวันรุ่งขึ้น ตอนเช้าฟูจิก็มิได้ออกมาทานข้าวพร้อมกัน ไดเมียวหนุ่มเหลียวมองหาจนถึงเวลาที่ต้องออกไปราชการ จนกระทั่งกลับมายามบ่ายคล้อยตะวันใกล้ตกดิน ร่างบอบบางก็ไม่มีวี่แววจะผ่านเข้ามาในสายตาเลยสักนิด จวบจนยามค่ำที่พระจันทร์เริ่มไต่ขอบฟ้า เทะสึกะกลับกระวนกระวายจนนั่งไม่ติดพื้น เมื่อถามใครก็ไม่มีคำตอบ เขาเดินไปมาอยู่ในสวนรออีกฝ่ายกลับมา

..เอาเถิด เจ้ากลับมาเมื่อไรข้าจะดุให้หนัก...

...โทษฐานที่ทำให้ข้าเป็นห่วง...

คนที่เทะสึกะกำลังคิดถึงอยู่นั้น กำลังนั่งกอดเข่าอยู่ใจกลางป่าไผ่ซึ่งเป็นสถานที่โปรด ดวงตาแดงช้ำจากการร้องไห้มาอย่างหนัก นัยน์ตาสีทะเลที่ควรเป็นสีฟ้าใสกลับหม่นหมองลง

... ข้ามิอยากกลับไป...

... ข้ามิอยากทานอาหารคนเดียว...

... ข้ามิอยากพบท่านที่เย็นชากับข้า...

... หากท่านกลับมาแล้วเป็นเช่นนี้...

... สู้ไม่ต้องกลับมาแล้วปล่อยให้ข้าคิดถึงท่าน...

... ยังจะดีเสียกว่า...

... เพราะข้า ไม่ต้องเสียน้ำตาเพราะความเจ็บปวดขนาดนี้...

เทะสึกะเงยหน้ามองพระจันทร์ บัดนี้มันลอยขึ้นอยู่บนฟากฟ้าที่ย้อมไปด้วยสีดำของรัตติกาลแล้ว สำรับอาหารเย็นที่ตั้งไว้สองชุดเย็นชืดโดยที่มันยังไม่ถูกแตะต้องสักนิด ร่างสูงเดินย่างเท้าบนกรวดหินรอคอยฟูจิกลับมา ในตอนแรกที่นึกโมโห..ตอนนี้เหลือเพียงความกังวลและห่วงหา เมื่อครู่เขาเพิ่งใช้โออิชิให้ไปตามที่เรือนของพ่อค้าซาเอกิ แต่คนสนิทก็ยังไม่กลับมาเสียที

...เจ้าหลงลืมข้าไปแล้วหรือ...

...เพื่อนสนิทคนนั้นสำคัญ..ยิ่งกว่าข้าหรือ...

"ท่านคุนิมิตสึขอรับ.." เสียงเร่งร้อนของโออิชิดังขึ้นก่อนจะพูดต่อด้วยท่าทีร้อนรน "โคจิโร่บอกข้าว่าวันนี้ชูสึเกะไม่ได้ไปที่เรือนขอรับ" มือใหญ่ปาดเหงื่อที่หน้าผาก แววตากังวลมองมายังแผ่นหลังของนายใหญ่ที่เอาแต่นั่งนิ่งไม่พูดไม่จา...

ร่างสูงใหญ่ผุดขึ้นยืนก่อนจะก้าวเดินออกไปนอกชานอย่างรวดเร็ว เขาหันกลับมาสั่งโออิชิด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "เจ้ารออยู่ที่นี่...แบ่งกำลังบางส่วนค้นหานอกจวน"

เทะสึกะนึกถึงเมื่อคราเป็นเด็ก ไม่รู้ว่าเติบโตแล้วจะเป็นเหมือนเมื่อก่อนหรือไม่..หากว่าไม่อยู่ที่นั่นแล้ว ต่อให้พลิกแผ่นดินทั้งเมืองหาข้าก็จะทำ

ลมกลางคืนที่เริ่มพัดผ่านจนผิวกายเย็นขึ้นมาทำให้ร่างบางยิ่งขดตัวเข้าหากัน พอคิดว่าจะทำให้เทะสึกะเป็นห่วงหรือไม่ ก็ต้องส่ายศีรษะไล่ความคิดนั้นออกไป

... ในเมื่อสิ่งที่ท่านเอ่ยกับข้า...

... ทำให้ข้ารู้ฐานะตัวเอง...

... ข้าเป็นเพียงคนในเรือนของท่าน...

... มิได้สำคัญต่อท่านดังที่เคยบอก...

ไดเมียวหนุ่มวิ่งข้ามไปหาทางสวนในเรือนเล็ก ที่ๆชูสึเกะตัวน้อยเคยหนีมาแอบซ่อนยามที่ถูกเขาดุ เมื่อหลายปีก่อนพอเจอกันก็นั่งงอนซบอยู่ข้างโขดหิน..จนเมื่อเขาเอ่ยขอโทษจึงโผเข้าหาแล้วร้องไห้จนใบหน้ามอมแมมไปหมด เทะสึกะเดินไปถึงยังสวนที่ว่า ดวงตาห่วงหามองสอดส่ายแต่ก็ไม่พบแม้แต่เงาสักนิด

...อยู่ที่ไหนหรือ...

...ข้าทำอะไรให้เจ้าโกรธจนต้องหนีหน้าหรือ..ชูสึเกะ...

เขายืนนิ่งท่ามกลางความมืดที่วังเวง เสียงหริ่งหรีดเรไรดังแผ่วๆจากที่ใดที่หนึ่งในสวน ป่าไผ่ที่อยู่ตรงหน้าไหวต้องลมอ่อนที่โชยพัดมาจากภูเขา แวบหนึ่งที่ฉุกคิด...เรื่องเมื่อไม่นานมานี้ เขาเพิ่งรับรู้จากร่างบางว่าในป่าไผ่เป็นที่ๆคนๆนั้นชอบมาหาความสงบ

...หากแต่ว่า..ป่าไผ่ในยามค่ำคืนเช่นนี้หรือ...

เทะสึกะวิ่งฝ่ากิ่งไผ่ที่ตกระใบหน้า หากอยู่ในที่เช่นนี้จริง..ป่านนี้คงได้แต่นั่งกอดเข่าร้องไห้เหมือนตอนวัยเด็กเสียแล้ว

"ชูสึเกะ.." เสียงทุ้มต่ำตะโกนก้อง เขาเงี่ยหูฟังแต่ก็ได้ยินเพียงเสียงแมลงกลางคืน นัยน์ตาสีน้ำตาลร้อนรน มือใหญากวาดใบไผ่ที่เกะกะออกแล้วย่ำเท้าวนหาโดยรอบ

"ชูสึเกะ"

ศีรษะที่ซุกซบกับหัวเข่ายกขึ้นมา แม้จะมีเสียงแมลงกรีดปีกอยู่รอบกาย แต่เขาได้ยินเสียงคนเรียก เสียงที่ได้ยินชัดขึ้นนั้นคุ้นหูจนร่างบางลุกขึ้นยืน

... ข้าจะวิ่งไปทางไหนดี...

เสียงใบไม้ไหวจากด้านหลังทำให้ไดเมียวหนุ่มหันกลับแล้วรุดไปจุดที่มีเสียง มือใหญ่แหวกใบไผ่ออกรวดเร็วพลางก้าววิ่งเข้าไปหา ร่างบอบบางที่ยืนอยู่ทำท่าผงะคล้ายจะวิ่งหนีทั้งที่คราบน้ำตายังเต็มใบหน้า

"หยุดก่อนชูสึเกะ..."

ขาสองข้างพลันขยับถอย ก่อนจะตัดสินใจหันหลังแล้วออกวิ่ง

"ข้าบอกให้หยุด..ไม่ได้ยินหรือ" เทะสึกะดึงลำแขนเรียวแต่แรงยื้อของฟูจิทำให้ล้มลงไปทั้งสองคน ร่างสูงดึงคนตรงหน้ามาแนบอกก่อนที่จะกระแทกพื้น หินกรวดแหลมทิ่มผิวที่หลังหากแต่นัยน์ตากล้าแกร่งกลับเปล่งประกายอ่อนโยน

"ไม่เจ็บใช่ไหม"

"........" หยาดน้ำตาไหลออกมาเป็นสายอาบแก้มนวล การกระทำของเทะสึกะช่างอ่อนโยนขัดกับเมื่อวาน จนสับสน

... ข้าเจ็บไหมน่ะหรือ...

"เจ็บ.. ขอรับ"

"เจ็บตรงไหนหรือ.." เทะสึกะจับแขนทั้งสองข้างพลิกขึ้นดู เมื่อไม่เห็นรอยแผลก็เบาใจลง มือสากวางลงที่ศีรษะเล็กแล้วลูบเบาๆ

"ตรงนี้... ขอรับ" ฝ่ามือเรียวบางทาบลงที่หน้าอกตัวเอง

... เพราะทุกครั้งที่ข้าคิดถึงท่าน...

... หัวใจข้าราวกับถูกบีบ...

"เจ็บมากเลยหรือ" รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนใบหน้า..โดยที่ไม่รู้ว่าจะยิ้มเพื่อการใด แต่ดวงใจที่หนาวเยือกเมื่อครู่กลับแปรเป็นดังฤดูใบไม้ผลิเมื่อได้ยินและได้เห็นการกระทำของฟูจิ

...ให้ข้าคิดได้ไหม..ว่าเจ้ามีใจให้ข้าแม้เพียงเสี้ยวหนึ่ง...

"ถ้าเกิดเจ้าเจ็บตรงนี้" มือใหญ่เลื่อนขึ้นกุมฝ่ามือนั้น "...ข้าพอจะรักษาให้เจ้าได้ไหม"

ฟูจิไม่เอื้อนตอบ หากแต่ผงกศีรษะช้าๆพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ร่วงหล่นกระทบ

"ขี้แยเป็นชูสึเกะตัวน้อยอีกแล้ว มาเถอะ" ร่างสูงลุกขึ้นแล้วโอบประคองให้เดินไปช้าๆด้วยกัน "วันนี้เจ้ามานอนกับข้าไหม...หลายปีก่อนที่เจ้าร้องไห้ข้าก็ให้เจ้านอนด้วย ถ้าไม่รังเกียจข้า..." ไดเมียวหนุ่มเว้นวรรคกลั้นหายใจรอคำตอบ

ใบหน้าหวานได้แต่ซุกอยู่กับแผ่นอกหนา พึมพำคำว่าขอรับออกมาเบาๆ ความอบอุ่นจากเทะสึกะทำให้ลืมลมหนาวที่พัดต้องกายเมื่อครู่ไปได้

ห้องอาบน้ำที่กั้นแยกมาจากเรือนใหญ่มีถังไม้ขนาดกลางตั้งอยู่ ผนังที่ทำจากไม้กั้นร้อนระอุด้วยไอน้ำอุ่น ร่างสูงถอดยูกาตะที่คลุมกายออกแล้วหย่อนปลายเท้าลงไปนั่งเคียงข้างร่างที่นั่งอยู่ก่อนที่เบียดตัวเองไปเสียห่าง

"เป็นอะไรไปรึชูสึเกะ" เทะสึกะถามคล้ายจะเย้า

"... ท่าน ไม่น่าจะต้องมาอาบน้ำกับข้าอีกรอบ... เลย... ขอรับ" ใบหน้าเริ่มร้อนขึ้น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอุณหภูมิของน้ำหรือเพราะร่างสูงที่อยู่ข้างๆกันแน่

"ข้าโดนทั้งใบไผ่บาด ทั้งคลุกฝุ่นดิน หากไม่อาบแล้วเจ้าคงได้นอนจามทั้งคืนเป็นแน่" มือใหญ่วักน้ำลูบไหล่เบาๆล้างคราบดินที่เลอะอยู่

มือเอื้อมไปหยิบที่ขัดตัวมา ก่อนจะค้อมหัวเพียงเล็กน้อยให้ร่างสูง "ข้า ขออภัยขอรับ..... ให้ข้า... อาบน้ำให้ท่าน... นะขอรับ"

"ไม่เป็นไรหรอก..." ไดเมียวหนุ่มพูดได้เพียงเท่านั้นก็หยุดลงเมื่อมือนุ่มแตะผิวกาย ฝ่ามืออุ่นร้อนผลักให้เขาหันหลังให้แล้วลงมือขัดช้าๆ ไอน้ำร้อนว่าร้อนแต่ก็ไม่เท่าอุณหภูมิร่างกายของเขาในขณะนี้ ทุกที่ที่ฝ่ามือเล็กประทับลง ยิ่งเรียกความรู้สึกภายในให้เอ่อล้นขึ้นเรื่อยๆ

...ข้ากลัว..ชูสึเกะ...

...กลัวจะมิอาจจะห้ามใจตัวเอง..จนหักหาญใช้กำลังทำร้ายเจ้า...

"... ท่านคุนิมิตสึขอรับ.." ร่างบางทำสัญญาณว่าให้อีกคนหนึ่งหันหน้ามา

"หือ?" แม้จะประหลาดใจแต่เขาก็ยอมหันมาแต่โดยดี

"อีกเดี๋ยวก็เสร็จแล้วขอรับ" เขาเอ่ยบอก ก่อนที่จะเริ่มขัดตัวให้เทะสึกะต่อ ชั่วขณะที่เหลือบมอง แผ่นอกของอีกฝ่ายดูกว้างและกำยำ เมื่อเทียบกันแล้ว เขายังเปรียบเหมือนเด็กตัวเล็กๆในวันนั้นอยู่

"พ..พอเถิด" ยิ่งมือเลื่อนต่ำลงเท่าไรลมหายใจของเทสึกะยิ่งสะดุดเท่านั้น เขาจับมือเล็กไว้แล้วโถมร่างกายเข้ากอดรัด เนื้อตัวที่แทบเปล่าเปลือยสัมผัสกันแนบแน่น ริมฝีปากร้อนรุ่มขยับเข้าจะแนบกลีบปากลงบดเบียดด้วยแรงแห่งอารมณ์ หากสุดท้าย...ไดเมียวหนุ่มกลับหยุดเพียงห่างแค่คืบแล้วหลับตาลงระงับจิตใจที่ปั่นป่วนเอาไว้

"...ข้าจะไปแล้ว" ว่าเสร็จก็ผุดลุกจนผืนน้ำกระเพื่อมเป็นวงกว้าง

"........ ขอรับ" เสียงที่ตอบรับเบาหวิว เขาคงทำให้ไม่พอใจอีกแล้ว ใบหน้าหวานก้มลงมองน้ำสีขุ่นที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆลอยกรุ่นอยู่ สีหน้าเศร้าหมองของตนสะท้อนอยู่

"เจ้าก็รีบอาบรีบขึ้นล่ะ ข้าจะรออยู่ที่เรือนนอน" เสียงทุ้มสั่งสำทับแล้วก้าวออกไปสวมยูกาตะสำหรับใส่นอน...ก่อนเข้านอนเขาคิดว่าจะไปเดินเล่นรับลมเย็น เพื่อลดความปั่นป่วนของร่างกายให้น้อยลงบ้าง

...ดูท่าว่าข้าคงต้านทานเจ้าไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว..ชูสึเกะ...

ไม่นานนัก ร่างบางในชุดยูคาตะสีเทาอ่อนก็เคาะที่กรอบประตูห้องนอน "ข้า ชูสึเกะขอรับ"

"เข้ามาสิ" เทะสึกะเอ่ยเบาๆด้วยยามนี้เป็นเวลาดึกโขแล้ว ตอนที่เขาเจอโออิชิและสั่งให้เลิกตามหาก็กินเวลาไปเกือบครึ่งค่อนคืนแล้ว

ประตูกระดาษเลื่อนออกพร้อมๆกับฟูจิที่คลานเข่าเข้ามาข้างในแล้วหันไปเลื่อนประตูปิด ก่อนจะหันมานั่งคุกเข่านิ่ง ด้วยไม่รู้ว่าจะเข้าไปหาอย่างไร ถ้าหากเป็นวัยเด็ก คงวิ่งเข้าไปทิ้งตัวลงในอ้อมกอดของเทะสึกะเป็นแน่ แต่บัดนี้

... ข้ารู้ตัวว่าข้ามิอาจทำเช่นนั้นได้อีก...

"เจ้าจะนั่งอยู่เช่นนั้นจนถึงรุ่งสางหรือ" น้ำเสียงที่จงใจกระด้างเพื่อข่มความรู้สึกกล่าวออกมาเบาๆ เทะสึกะเลื่อนกายลงนอนบนฟูกแล้วเว้นที่ว่างข้างกายไว้เผื่อใครอีกคนที่ยังรีรอไม่กล้าเข้ามาเสียที

"ท่าน... จะไม่ลงโทษข้าหรือขอรับ..."

"เจ้าทำผิดอะไรพอจะให้ข้าลงโทษหรือ" มือสากลูบปัดเศษฝุ่นบนที่นอน...มิอยากให้มีอะไรระคายผิวกายของเจ้า

"นอนเถิดชูสึเกะ"

"........" ร่างเล็กจึงค่อบขยับกายไปข้างๆ แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่ยอมนอนลง กลับคุกเข่าอยู่ที่ข้างฟูก "ข้าทำให้ ทั้งจวน ต้องวุ่นวาย... มิใช่หรือขอรับ"

"นั่นมันเรื่องของคนอื่น..ขอเพียงเจ้าปลอดภัยก็พอ" เทะสึกะลุกขึ้นดึงลำแขนเรียวให้ลงนอนด้วยกัน ยุติบทสนทนาในยามค่ำคืนเพียงเท่านี้ ร่างสูงหันหลังให้แล้วหลับตาลงข่มจิตใจให้หลับได้อย่างเป็นปกติ...ซึ่งยากเย็นเหลือเกิน

... ขอเพียงข้าปลอดภัยก็พอ...

... คำพูดนั้นท่านเคยบอกกับข้าเมื่อครั้งยังเด็ก...

... แต่ที่ต่างกัน...

... คือท่านหันหลังให้ข้า...

... ท่านไม่โอบกอดข้าไว้อย่างวันวานอีกแล้ว...

 

 

 

 

 

 

To be continue...



Free Talk>>

โฮ่ๆๆๆๆๆ

เทะฟูบอมบาเย่~!!

สะใจก๊าวใจระทมใจเป็นที่สุด

อีนิโอเลวมาก (ด่านอกเรื่อง)

มีใครอยากอ่านเบื้องหลังกองถ่ายหนังเรื่องนี้บ้าง?

โลกขนานเทะฟู หรือ ชี่ฟู หลังจากหนังเรื่องนี้ถ่ายจบ 5555

ให้เลือก (ก๊ากกกกก)

ไปร่ะ

ตอนหน้า

ในที่สุด... อีเทะก็เลิกปาบททิ้ง

ก๊ากกกกกกกกกกกกกกก







Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โฮกกกกกกกก

สะจายยยยยยย ซาเอกี๊~~~~~~

น่าย้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

กี๊ดๆๆๆ ทนไม่ไหวแล้วเหรอ ตาแก่ เอิ้กกก เห็นอดทนมาหลายตอนแล้วนา
(เป็นคนอื่นคงไม่ทนมา6ตอนงี้หรอก....)

#1 By kuM (203.209.118.79) on 2007-10-27 23:32

โอ๊ยยย ซาเอกิน่ารักไม่ไหวแย้ววว...แอบปันใจให้ซาเอะจัง...ลุงเทะชักช้าเหลือเกิ๊นนนน...confused smile

เพิ่งจะทนไม่ไหวเอาป่านนี้เร้อ...เด๋วชูจังก็ชิงออกเรือนไปซะฉิบ ฮา
confused smile confused smile

#2 By ~Rainy Day~ on 2007-10-28 02:32

โออิชิเลว ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

อีเทะทุเรศว่ะ เด็กยังหึง ทุ้ยยยยยยยย

อีฟูก็อินโนะเหลือเกิ๊นนนนนนนนนนน หมั่นซ่ายยยย

ทุเรศพอกาน...........

#3 By KeeChan on 2007-10-28 18:33

โอ๊ยยยยยย ทนไม่ไหวแทนเทะ อี๊ๆๆๆๆๆๆๆๆ อ้วกๆๆๆๆ
ให้กอดก็ตายสิ อ๊ากกกกกกกกกกก

#4 By :nakare: on 2007-10-28 19:42

อุฮิ นึกว่าใคร ที่แท้ก็ซาเอจังนี่เอง ^^

รักก็บอกไปซะทีสิป๋า อายุปูนนี้แล้ว
เดี๋ยวฟูก็โดนงาบไป แล้วจะเสียใจนะ - -*

ปล.ที่ผ่านมาป๋าปาบททิ้งตลอดเลยเรอะ!?!
555 ซาเอกิคนดีแต่ไม่มีทางได้แอ้ม /ทาจิบานะ *ตบไหล่แปะๆ*

โออิชิ...อีมนุษย์น่ากลัวcry

ฟูมันอ๊างงงงงง อีเทะเอ๊ย.. จะว่านรกหรือสวรรค์ดีฟะมีฟูนอนข้างๆแล้วไม่ได้แอ้มเนี่ย

อา..ตอนหน้า ตอนหน้า คริคริคริ

#6 By +:+:+ミーピン+:+:+ on 2007-10-28 21:59

มีแต่คนอยากแอ้มชูจัง 5555
ยกมือ ยกไม้ แม่ยกทางนี้ก็ด้วย

โอ้ยยยเทะ........หักห้ามใจหักห้ามใจหักห้ามใจ
มันทนไม่ไหว ทนไม่ไหว ทนไม่ไหว
หักห้ามใจ หักห้ามใจ หักห้ามใจ
มันทนไม่ไหว ทนไม่ไหว ทนไม่ไหว

อย่างนี้ต้องโดนนนน...

(ทำไมเราไปนึกถึงเพลงอันเดอร์กราวของวงซีเปียได้เนี่ย)

#7 By Uriel*幸村が大好き!! on 2007-10-29 23:42

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

ไม่......เลยหละคะ

โอกาสเหมาะ...เอิ้ก

#8 By MireI on 2008-04-28 19:23