[Tenipuri+FanFiction] Voyage : 2 (Yaoi Warning)
posted on 11 Oct 2007 11:57 by hanachiko in TeniPuriสวัสดีค่ะ
เรื่องที่จะลงต่อไปนี้ เป็นYaoi Fictionนะคะ
ขอความกรุณา ผู้ที่ไม่สนใจและรับไม่ได้ กรุณากดปิดด้วย
ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียใจ อะไร เปิดแล้วไม่อ่าน ฮานะไม่บังคับค่ะ
หากไม่ชอบ กรุณาปิดนะคะ ^^
ขอบคุณค่ะ
(กรุณาเปิดเพลงทำไมต้องเธอของพี่เบิร์ดหรือนิวจิ๋วฟังไปด้วย)
Title: Voyage
Author: shadow as Tezuka Kunimitsu
Oishi Syuuichiroh
hana matsumoto as Fuji Syuusuke
Fandom: The Prince of Tennis
Pairing: ?? x Fuji Syuusuke
Rating: PG
Warning: Yaoi
Genre(s): Angst / Drama
~2~
เพราะแรงขยับตัวจากคนข้างๆทำให้ไดเมียวหนุ่มรู้สึกตัว ตาที่ยังลืมไม่ขึ้นปวดเล็กน้อยทว่ากลิ่นหอมจางๆของคนข้างๆทำให้ค่อยๆลืมตาตื่นได้
นัยน์ตาสีน้ำตาลเหลือบมองคนข้างๆ ต้นคอขาวเนียนที่พ้นจากชุดยูกาตะมีเส้นผมที่หลุดรุ่ยพาดผ่าน มือเล็กๆทั้งสองพยายามจัดชุดให้เข้าที่แต่ต้นขาเรียวกลับโผล่ออกมาอย่างมิได้ตั้งใจ ริมฝีปากสีซากุระบางเฉียบแต่ด้านบนเชิดนิดๆตามลักษณะของคนดื้อเงียบ เทะสึกะลองมองอยู่นานจนเหมือนคนที่อยู่ใกล้จะรู้สึกตัว
เมื่อพบว่าร่างสูงรู้สึกตัวขึ้นแล้ว ฟูจิก็แย้มยิ้มให้ขณะเอ่ยคำทักทายยามเช้า "อรุณสวัสดิ์ขอรับ... ท่านคุนิมิตสึ" ศีรษะเล็กค้อมลงเล็กน้อย ก่อนที่แขนสองข้างจะยกขึ้นสูงเพื่อรวบผมที่ปล่อยยาวให้เข้าที่ดังเดิม
"อรุณสวัสดิ์....เมื่อคืนหลับสบายดีไหม" ไดเมียวหนุ่มยันกายขึ้นกึ่งนั่งกึ่งนอน นัยน์ตาสีน้ำตาลจับที่การเคลื่อนไหวของมือเรียวเล็ก เส้นผมยาวๆทิ้งตัวระแผ่นหลังบอบบางราวกับใบไม้ที่ไหวต้องลม
"สบายขอรับ... ท่านคุนิมิตสึล่ะขอรับ... หลับสบายไหมขอรับ" ปลายนิ้วรีบดึงผูกเชือกเข้าลวกๆพอให้อยู่
"อือ.." ไม่กล้าเอ่ยไปมากกว่านั้นด้วยอีกฝ่ายอาจจะเห็นอาการหาวนอนของเขาได้ "เจ้าลุกไปก่อนเถิด ข้าวานเปิดประตูนอกชานให้แสงเข้านิดด้วยนะ"
"ขอรับ" เด็กหนุ่มรับคำอย่างกระฉับกระเฉงพลางรีบลุกขึ้นทำตามคำขอ "ข้าจะไปเตรียมอาหารเช้าให้นะขอรับ"
"ไม่ต้องรีบร้อนหรอก ข้ายังไม่หิว" เขาพูดพลางซุกหน้าลงกับหมอนเพื่อนอนต่อ เทะสึกะหลับตาลงแต่กลิ่นหอมหวานยังคงลอยอยู่ในอากาศรอบกาย เสียงทุ้มจึงเอ่ยทักออกไป "หากเจ้ายังง่วงอยู่จะนอนต่อก็ได้นะ หรือไปทำอะไรก็ได้ไม่ต้องมานั่งรอข้าหรอก"
".. ขอรับ" ร่างเล็กค้อมลงคำนับ แล้วเลื่อนบานประตูช้าๆก่อนจะก้าวออกไปจากห้อง แล้วบานประตูก็ถูกปิดลงอีกครั้ง
ในยามที่ตะวันส่องอยู่บนฟากฟ้าตั้งฉากกับพื้นดิน ร่างสูงที่ได้หลับเต็มอิ่มจึงค่อยๆลุกจากฟูกนอน เขาพับเก็บอย่างเรียบร้อยแล้วเดินไปยังนอกชานช้าๆ เมื่อดวงตาปรับให้ชินกับแสงได้แล้ว โสตประสาทก็เริ่มดีขึ้น เสียงเจื้อยแจ้วของใครบางคนดังมาจากทางทิศตะวันออกเรียกความสนใจของไดเมียวหนุ่ม
"ฮะฮะฮะ ท่านชูอิจิโร่ก็อย่าพูดเช่นนั้นสิขอรับ..."
"ทำไมหรือ ที่ข้าพูดมันไม่จริงหรือไรล่ะ" เสียงหัวเราะก้องกังวานดังพร้อมๆกัน เสียงหนึ่งทุ้มห้าวต่างกับอีกเสียงที่ใสดุจระฆัง เทะสึกะยืนแอบฟังอยู่ชั่วครู่ ในใจนึกกระหวัดถึงยามเล็ก...ตอนนั้นเจ้าพูดเรื่องอะไรก็ล้วนแล้วแต่เป็นข้าที่รับฟัง ถึงยามนี้เจ้ากลับไปเล่าให้คนอื่นฟังหรือ
"แต่นั่นมันเป็นเรื่องเมื่อนานมาแล้วนะขอรับ... ข้ามิได้เป็นเช่นเมื่อก่อนแล้วนะขอรับ"
"ว่าอย่างไรก็ว่าตามเจ้าเถิด ข้าขี้เกียจเถียงกับเจ้าแล้ว" ภาพมือใหญ่ที่ผลักศีรษะเล็กหยอกล้อไปมาทำให้ร่างที่แอบเงียบอยู่ต้องสาวเท้าเข้าไปร่วมวงสนทนา
"มีอะไรกันหรือ ดูท่าจะสนุกสนานกันนัก"
"ท่านคุนิมิตสึ.. มาตั้งแต่เมื่อไหร่ขอรับ..." ฟูจิเอ่ยถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
"สักครู่ใหญ่แล้ว เห็นพวกเจ้ากำลังคุยกันอยู่เลยไม่อยากขัด" สายตาเคร่งขรึมมองโออิชิแล้วยิ้มบางๆให้ "ต้องขอบใจเจ้านักที่ดูแลชูสึเกะเป็นอย่างดี ข้ากลับมาเยี่ยงนี้แล้วภาระของเจ้าคงผ่อนคลายลงไปมากนัก เรื่องวิชาดาบและตำราต่างๆข้าจะรับช่วงต่อเอง....เจ้าเหนื่อยมามากได้เวลาพักผ่อนแล้ว..."
"ขอบคุณขอรับ...ข้าขอตัวก่อนนะขอรับท่านคุนิมิตสึ...ได้เวลาให้อาหารแมวของข้าที่เรือนแล้ว" โอชิชิโค้งกายแล้ววิ่งเหยาะๆกลับไปยังเรือนของตน
ใบหน้าหวานมองจนโออิชิวิ่งลับสายตาไป ก็หันกลับมามองหน้าร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ "ท่านได้ทานอะไรบ้างหรือยังขอรับ"
"ยัง...แต่เจ้าไม่ต้องรีบหรอก ข้ายังไม่หิว" ไดเมียวหนุ่มแตะข้อศอกของคนที่ทำท่าจะวิ่งไปยังโรงครัว "เจ้าล่ะได้กินข้าวเช้าหรือยัง"
"ข้าทานไปบ้างแล้วขอรับ... ท่านแน่ใจนะขอรับว่ายังไม่หิว..."
"ไม่หิวหรอก ในยามสงครามฝึกให้ข้าเป็นเช่นนี้"
"ถ้าอย่างนั้น ไปเดินเล่นที่ป่าไผ่กันไหมขอรับ" เขาถามกับรอยยิ้ม แล้วยืนนิ่งรอคำตอบ
"ได้สิ" เทะสึกะกล่าวตอบแล้วยืนรอให้อีกฝ่ายออกเดินนำไป
ร่างเพรียวบางเดินนำมาจนถึงบริเวณลานกว้างที่ปกคลุมไปด้วยใบไผ่ที่ร่วงหล่นเพราะแรงลม "ตรงนี้เป็นที่ที่ข้าชอบมามากขอรับ"
มือเรียวทาบลงกับลำต้นสีเขียวเข้มของต้นไผ่แล้วแนบแก้มลงตาม "ข้าชอบทำแบบนี้ เพราะว่าลำต้นของมันจะเย็น แล้วทำให้ข้าสงบใจได้ขอรับ"
"เช่นนั้นหรือ...ไหนข้าลองบ้างสิ" เทะสึกะแนบแก้มลงที่ต้นไผ่ต้นเดียวกัน ใบหน้าที่อยู่ใกล้ของฟูจิทำให้ต้องผละออกมาทั้งที่เพิ่งแตะได้เพียงเสี้ยววินาที
...หวั่นไหวกับการที่ได้อยู่ใกล้...
...ข้าเป็นอะไรไป...
ดวงตาคู่สวยกะพริบปริบๆขณะมองการกระทำของไดเมียวหนุ่ม
"เย็นเกินไปหรือขอรับ" หากลองนึกดู ก็เป็นตัวเขาที่ชอบของเย็นๆในยามปกติ และของร้อนๆในยามที่หนาวเหน็บ แต่เทะสึกะนั้น เขาชอบที่จะอยู่ในที่ที่มีอุณหภูมิปกติมากกว่า
"ไม่หรอก...แค่ไม่คุ้นเคย" เทะสึกะลูบศีรษะเล็กเบาๆ แล้วเดินชมทิวไผ่รอบตัวเงียบๆ ลำต้นแข็งแกร่งสีเขียวแกเบียดแทรกอยู่กับลำอ่อนสีเกือบขาว ใบไผ่เล็กเรียวปลิวตามลมเหมือนเส้นผมของคน เขาเอามือไปแตะเบาๆที่ใบแต่ก็กลับถูกบาดเสียก่อน
"................" ไร้เสียงอุทาน เทะสึกะกัดริมฝีปากบีบที่ปลายนิ้ว เลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาจากรอยบาด
เด็กหนุ่มผู้ชื่นชอบป่าไผ่เดินตามมา เมื่อเห็นกิริยาของร่างสูงแล้วก็รีบเอ่ยถาม "ถูกใบไผ่บาดเอาหรือขอรับ"
"ใช่" พูดพลางบีบนิ้วคัดเลือดออกจากแผล จริงๆแล้วไม่เจ็บมากมาย..ติดจะปวดหนึบเสียมากกว่า
"ทำแบบนั้นปวดแย่นะขอรับ..." ฟูจิถือวิสาสะจับข้อมือของอีกคนลงมาตรงหน้า ริมฝีปากบางสัมผัสกับปลายนิ้วที่มีแผลบาดบางๆ รสเปรี้ยวของเลือดแผ่ซ่านเข้ามาในลิ้น
"..อย่า..." ไดเมียวหนุ่มดึงนิ้วกลับแทบจะทันทีที่รู้สึกถึงสัมผัสอุ่น บาดแผลเปียกชื้นถูกซ่อนจากสายตาแล้วยิ้มกลบเกลื่อนแทน "แผลแค่นี้เดี๋ยวก็หาย เจ้าไม่ต้องวุ่นวายหรอก"
"เมื่อก่อนเวลามาที่นี่คนเดียว ข้าชินกับการถูกใบไผ่บาด ที่ข้าทำก็แค่คิดช่วย ท่านกลับบอกว่าข้าวุ่นวาย... ข้าวุ่นวายมากไปหรือ?"
"ข้าไม่ได้พูดอย่างนั้น เจ้าอย่าตีความไปเองสิชูสึเกะ" น้ำเสียงเรียบๆตอบกลับ เขาเดินเข้าไปลึกกว่าเก่าเพื่อที่จะเว้นตัวไว้ให้ห่างฟูจิ
...ยิ่งอยู่ใกล้เท่าไร ยิ่งไม่เป็นตัวเองแบบที่เคย...
... หากเป็นเมื่อก่อนท่านจะจับมือข้าเดินไปทั่วทุกที่...
... แต่นี่ท่านกลับถอยห่างจากข้า...
... ข้าทำอะไรผิดหรือ... ท่านคุนิมิตสึ...
".... ข้าจะไปเตรียมอาหารให้ท่าน" เสียงหวานเอ่ยราบเรียบ นัยน์ตาไม่เป็นสีฟ้าใสยามกระทบแสงแดดเหมือนเคย
... หากท่านจะอยู่ห่างข้า...
... ก็ไม่เห็นประโยชน์อันใดจากการมาด้วยกัน...
"... ข้าขอตัว" ร่างบางโค้งตัวคำนับ แล้วหันหลังให้โดยที่ไม่มองหน้าของเทะสึกะ
... เวลาแปดปีที่ห่างไป...
... ไม่มีทางเติมให้เต็มได้หรือ...
"ไปเถอะ" ไม่กล่าวรั้งให้อยู่ต่อ...เพราะหากทำไปก็กลัวจะผิดใจกันเปล่าๆ ชูสึเกะตอนนี้ต่างกับตอนเด็กนัก ในวัยเยาว์แม้เขาจะออกปากไล่ เจ้าตัวดีก็จะเกาะแข้งเกาะขาร้องไห้ฮือพูดแต่ว่า ข้าจะอยู่กับท่าน ข้าไม่ไปไหน แต่ตอนนี้เพียงแค่เรื่องเล็กๆกลับตีตัวออกห่าง
...หรือเจ้าจะไม่ต้องการข้าแล้ว...
...ดูท่าข้าคงไม่ใช่คนสำคัญที่สุดสำหรับเจ้าแล้วใช่ไหม..ชูสึเกะ...
"ท่านชูอิจิโร่... ข้าทำอะไรผิดหรือ" เด็กหนุ่มผมยาวเอ่ยถามขึ้นหลังจากโค้งทักทายเป็นที่เรียบร้อย
"มีอะไรอีกหรือ ยามเช้าเจ้ารื่นเริงราวกับนกน้อย แต่ยามเย็นไฉนเงียบเหงาเป็นหมีจำศีลเล่า" พูดพลางหยอกให้ร่าเริงขึ้น ชูสึเกะตัวน้อยที่เลี้ยงมาแต่ยังเล็กเป็นเด็กที่น่าเอ็นดู จนบัดนี้ความน่ารักก็ยังครองใจคนทั้งจวนให้หลงรักได้
"ข้าไม่เข้าใจท่านคุนิมิตสึ..."
"ทีแรกบอกว่าคิดถึงข้า... แต่กลับถอยห่างข้า... จะให้ข้าเข้าใจว่าอย่างไร"
"ข้าคิดว่า...บางทีเขาอาจจะไม่คุ้นเคยกับเจ้าในตอนนี้ ดูสิ เจ้าเปลี่ยนไปมากแถมโตขึ้นเยอะขนาดนี้ ท่านคุนิมิตสึอาจจะรู้สึกแปลกแยกไปก็เป็นได้" คนสนิทของไดเมียวกล่าวเบาๆด้วยรู้นิสัยของนายดี เทะสึกะไม่ได้อยู่ดูแลฟูจินาน ความผูกพันที่มอบให้เลยมีแต่ช่วงเวลาวัยเยาว์ หากพอกลับมาจากสงครามได้เจอชูสึเกะในตอนนี้...อาจจะยังปรับตัวปรับใจไม่ทันก็เป็นได้
".... แล้วข้า... ควรทำอย่างไร...."
ฟูจิถามเสียงเบา ศีรษะเล็กก้มลงราวกับคนรู้สึกผิด
"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เจ้าเป็นแบบนี้ก้ดีแล้วนี่ ยิ้มเถอะชูสึเกะ" โออิชิคว้าคนตรงหน้ามากอดเบาๆอย่างเอ็นดู มือใหญ่ลูบศีรษะปลอบประโลมไม่ต่างกับปลอบเด็กเล็กคนเก่า
"....................... ขอรับ" ริมฝีปากบางค่อยคลี่ยิ้ม การมีอยู่ของโออิชิก็ไม่ต่างอะไรกับการมีพ่อและพี่ชายอยู่ใกล้ๆ ทำให้คลายกังวลได้ในยามทุกข์ใจ
"เจ้าน่ะเป็นคนน่ารัก....ใครๆก็เอ็นดู ข้าคิดว่าท่านคุนิมิตสึก็เหมือนกัน" โออิชิปล่อยมือออกแล้วพูดต่อ "นี่ก็บ่ายโขแล้ว ไม่รู้ว่าท่านคุนิมิตสึได้ทานข้าวหรือยัง" กล่าวพึมพำกับตัวเองเพราะเขาก็เพิ่งมาถึงเรือนเมื่อไม่นาน
"ข้าจัดข้าวไว้แล้วขอรับ...... ข้าจะกลับไปดู... ท่านไปด้วยไหมขอรับ ท่านชูอิจิโร่"
"ไปสิ" พูดแล้วก็ก้าวนำไปยังห้องโถงใหญ่
เมื่อเปิดประตูห้องออก ก็พบกับเทะสึกะที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว ฟูจิรีบก้มศีรษะให้ "ข้าจะรีบไปยกอาหารมาให้ขอรับ ท่านคุนิมิตสึ" ร่างบางรีบเดินออกไปจากหน้าประตูทันที
... ข้าจะคอย...
... จนกว่าท่านจะคุ้นเคยกับข้า...
... ถึงข้าในตอนนี้จะเติบโตขึ้น...
... แต่ความรักที่ข้ามีให้ท่านไม่เคยด้อยลงไปเลย...
"ชูอิจิโร่....เด็กคนนั้นเติบโตมาได้ขนาดนี้ต้องขอบใจเจ้ามาก" ร่างสูงที่นั่งพับขาอยู่เอ่ยเบาๆพลางจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาอีกฝ่าย...พี่เลี้ยงของชูสึเกะคนนี้เป็นคนสนิทที่ไว้ใจ ไม่แปลกอะไรที่จะทำเขาเบาใจเมื่อต้องไปรบ
"เป็นเพราะท่านต่างหากขอรับ ข้าเพียงเป็นผู้ถ่ายทอดตำราของท่านเท่านั้น" คนสนิทกล่าว ความสามารถของท่านคุนิมิตสึเป็นที่ประจักษ์ดี ทั้งการรบและความรู้มีมากมายกว่าไดเมียวคนอื่น อีกทั้งรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาสมชายชาติทหาร...แต่น่าแปลกที่ยังไม่ปักใจต่อแม่หญิงผู้ใดเลย
"ข้าขอเรียนถาม...สงครามที่ผ่านมาท่านไปรบต่างเมืองมามาก ไม่มีนายหญิงมาฝากข้าบ้างหรือ" เขากล่าวหยอกเย้า ในจวนไดเมียวนี้มีเพียงเขาและชูสึเกะตัวน้อยเท่านั้นที่กล้ากล่าววาจาเช่นนี้ต่อไดเมียวสูงศักดิ์
เท้าที่กำลังจะก้าวต่อ มือที่จะเอื้อมไปเลื่อนประตูหยุดชะงักเมื่อได้ยินหัวข้อสนทนา
... นายหญิง...
แค่เพียงคิดถึงภาพหญิงสาวรูปงามที่เหมาะสมกับเทะสึกะ ก็ทำให้รู้สึกปวดในอกราวกับหัวใจกำลังถูกบีบ
รอยยิ้มบางๆแต้มบนใบหน้า เทะสึกะส่งสายตาบางอย่างที่ฉายชัดให้โออิชิ กับคนสนิท...เขามักไม่มีเรื่องปิดบังอะไร ยิ่งเป็นโออิชิแล้วทุกอย่างในใจเขาก็ถูกถ่ายทอดออกมาหมด
"นั่นสินะ หญิงงามมากมายในเมืองที่ข้าผ่าน... แต่ผู้ที่จะมาเป็น 'นายหญิง' ของเจ้าท่าจะเป็นคนไม่ไกลเสียกระมัง"
มือขวาที่เอื้อมไปสั่นระริก แม้อยากจะเปิดประตูไปเพื่อขัดจังหวะบทสนทนานี้เสีย แต่อีกใจหนึ่งกลับอยากรู้ว่าผู้ที่จะมาเป็นนายหญิงของจวนไดเมียวแห่งนี้คือใคร
... ข้า... จะทำอย่างไรดี...
"ท่านหมายถึง......" โออิชินิ่งไปครู่หนึ่งแล้วนึกทบทวนในใจ อะไรบางอย่างกำลังบอกเขาว่าไดเมียวหนุ่มผู้มิได้คิดจริงจังกับเรื่องนายหญิง หากแต่...
"ไม่มีอะไรหรอกชูอิจิโร่ ข้าเองก็ยังมิได้คิดอะไรมากมาย เพียงแค่สนใจเล็กน้อยเท่านั้นเอง" แม้จะพูดเรียบเฉยแต่คนสนิทเช่นโออิชิก็จับประกายบางอย่างในแววตาไว้ได้ และแน่นอนเขาฉลาดพอที่จะทำเป็นไม่รู้เรื่อง
"ขอรับ..."
"ขออภัยที่ทำให้รอนานขอรับ ท่านคุนิมิตสึ..." ฟูจิเลื่อนบานประตูออกพร้อมกับถาดอาหารเช่นเมื่อวาน "ท่านชูอิจิโร่... ท่านก็จะรับด้วยไหมขอรับ" เขาหันมาเอ่ยถามขณะที่นั่งอยู่ข้างโต๊ะ
"ไม่ล่ะ ข้ากำลังจะกลับพอดี คนที่เรือนของข้าคงตั้งสำรับไว้แล้ว" ร่างสูงปฏิเสธแล้วลุกขึ้นยืน "ลูกแมวที่ข้าเพิ่งเก็บมาเลี้ยงมันขี้เหงา ถ้าข้าไม่คอยไปนั่งกินเป็นเพื่อนหรือป้อนอาหารให้มันไม่ค่อยยอมกินเท่าไร....ข้าขอตัวก่อนนะขอรับ" ประโยคสุดท้ายหันไปพูดกับเทะสึกะแล้วก็ลงจากเรือนโถงกลางไป
ฟูจิค่อยจัดกับข้าววางลงบนโต๊ะอย่างเงียบเชียบ แม้จะหยิบชามข้าวมาเผื่อของตัวเองด้วย แต่กลับตักข้าวใส่ชามให้เทะสึกะเพียงคนเดียว
"ขอบใจชูสึเกะ" ไดเมียวหนุ่มกล่าวเบาๆพลันสายตากลับแลไปเห็นชามข้าวที่ว่างเปล่าอีกอัน ก็ถามไถ่ขึ้นมา "แล้วเจ้าไม่กินด้วยกันหรือ กินสำรับเดียวกับข้าก็ได้"
"... ข้ายังไม่หิวขอรับ.." เด็กหนุ่มเอ่ยตอบ แต่กลับเบนสายตาไปทางอื่น ไม่อยากจะเชื่อว่าแค่คิดถึงเรื่องนั้นก็ทำให้วุ่นวายใจได้เพียงนี้
"ตักมากินเสียชูสึเกะ" เทะสึกะยังคงนั่งรอไม่ยอมยกชามขึ้นมา "ยังไม่หิวก็ต้องกิน"
ดูเถิด...แม้โตแล้วแต่ก็ยังหลงเหลือกิริยาของน้องเล็กในวันวาน ริมฝีปากเชิดรั้งเม้มสนิทเช่นนี้เหมือนตอนเด็กไม่มีผิด
".... แต่ว่าข้า..." ฟูจิกลืนคำเถียงลงไป หากเถียงไปรังแต่จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเทะสึกะแย่ลง สู้ทำตัวเป็นเด็กดีว่าง่าย... ไม่ดีกว่าหรือ
... ท่านจะได้... สนใจแต่ข้า...
มือหยิบทัพพีไม้ขึ้นมาตักข้าวใส่ชามของตนแล้วรอให้เทะสึกะเริ่มทาน
ไดเมียวหนุ่มพนมมือแล้วยกชามข้าวขึ้นทานช้าๆ วันนี้ดูเป็นมื้อที่ใหญ่กว่าเมื่อวานนักอาจเป็นเพราะเมื่อวานเป็นมื้อแรกแม่ครัวเลยไม่ได้เตรียมตัว พอวันนี้จึงยกมาชุดใหญ่ มีทั้งอาหารทอดแบบชาวฝรั่ง ซุปไข่ และอื่นๆอีกมาก เขาคีบไข่หวานย่างวางบนชามข้าวฟูจิแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
"... ขอบคุณขอรับ" ใบหน้าหวานเริ่มมีรอยยิ้มประดับบ้าง ถึงอย่างไร เทะสึกะก็ยังจำได้ว่าเขาชอบอะไร
"ชูอิจิโร่เลี้ยงแมวตั้งแต่เมื่อไหร่กัน...เจ้ารู้หรือไม่" เทะสึกะถามแทรกความเงียบขึ้นมา ในมือมีชาร้อนที่ยกมาจิบระหว่างมื้ออาหาร
"สักประมาณ... เดือนนึงได้แล้วล่ะขอรับ ท่านชูอิจิโร่เก็บได้ที่ริมลำธาร เห็นว่าจะตกน้ำ ก็เลยนำมาเลี้ยงด้วยขอรับ"
"... ท่าน.. อยากจะไปดูไหมขอรับ.."
"ไม่หรอก..." ไดเมียวหนุ่มนั่งมองแววตาเป็นประกายเมื่อเอ่ยถึงลูกแมวของฟูจิ
"เจ้าล่ะอยากได้สักตัวไหม...ข้าจะไปขอที่เรือนท่านเจ้ากรมมาให้" เรือนท่านเจ้ากรมที่กล่าวถึงเป็นจวนไดเมียวเพื่อนรักของเขา ได้ยินว่าที่นั่นเลี้ยงแมวไว้หลายชนิด ทั้งแมวต่างประเทศและแมวในประเทศ ท่านหญิงน้อยก็เป็นเพื่อนเล่นมาตั้งแต่เด็กคงไม่ว่ากระไรถ้าขอมาเลี้ยงสักตัวหนึ่ง
"ไม่หรอกขอรับ" เด็กหนุ่มหัวเราะออกมาเมื่อรู้สึกว่ากำลังจะโดนตามใจ "ยามว่างข้าแวะไปเล่นที่เรือนท่านชูอิจิโร่ก็พอแล้วขอรับ"
"เผื่อยามเหงาเจ้าจะได้มีเพื่อน...ไม่ชอบหรือชูสึเกะ" เทะสึกะกล่าวเบาๆ...เขาอยากจะให้ชูสึเกะไม่รู้สึกเหงา แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรนอกจากหาสัตว์เลี้ยงมาอยู่เป็นเพื่อน
"ยามเหงาข้าก็มีท่านแล้ว... ไม่ใช่หรือขอรับ..... หรือว่าท่าน... กำลังจะไปที่ไหนอีก... ขอรับ" ประโยคสุดท้ายคล้ายกับเสียงหวานใสอ่อนแรงลงเล็กน้อย
"เปล่าหรอก" ใบหน้าเศร้าหมองของฟูจิทำให้อยากจะโอบเข้ามากอดปลอบแต่ดูเหมือนจะไม่เหมาะสมเท่าไรในตอนที่โตแล้วเช่นนี้ "ข้าแค่อยากให้แมวของชูอิจิโร่มีเพื่อน...แล้วก็อยากไปเยี่ยมท่านไดเมียวทาจิบานะกับท่านหญิงน้อย ข้าไม่ได้ไปจวนของท่านนานแล้ว"
"... ถ้าอย่างนั้น... ให้ข้าไปเป็นเพื่อนท่านน่ะขอรับ"
"ได้สิ....เจ้ารีบกินข้าวเถิด หลังจากนี้แล้วเราจะไปด้วยกัน" ไดเมียวหนุ่มวางตะเกียบลงพลางลอบมองใบหน้าหวานตรงหน้า
...หากสิ่งที่ข้ามอบให้แล้วทำให้เจ้ายินดี...
...ข้าก็ดีใจ...
...เพราะเจ้าเอง...เป็นครอบครัวและคนสำคัญที่สุดเพียงหนึ่งเดียวของข้า..ชูสึเกะ...
To be continue....
Free Talk>>
ต่อเร็วจนใจหายมั้ยพี่น้อง *---*
รักปิดเทอม
ยังใช้เพจเมคเกอร์ไม่เป็น
คาดว่าจะหันไปพึ่งเวิร์ดแล้ว
- -"
ชี่ฟูรอไปก่อน 555555
เอาล่ะ เชิญญญญญญ
ตอนต่อไปชื่อว่า "เมื่อเทะสึกะ เริ่มพบกับศัตรูรอบด้าน"
*---*
ว่าแต่เรื่องนี้มันใครคู่ใครกันแน่หว่า - -"
.......ฮึ่ยย (เกียดมั๊นนนน )
ยั่วบริสุทธิ์จริงนะลูก เทะจับ**โลดดดด!!! (พูดอะไรออกไปเนี่ย)

จวนท่านทาจิบานะเลี้ยงแมว อ๊างงงงง นึกถึงทาจิบานะกะแมวแล้วมันตลกดี
"ยามเหงาข้าก็มีท่านแล้ว... ไม่ใช่หรือขอรับ..... หรือว่าท่าน... กำลังจะไปที่ไหนอีก... ขอรับ" ประโยคสุดท้ายคล้ายกับเสียงหวานใสอ่อนแรงลงเล็กน้อย
^ ฟูบ้า ฮากกกกกกกกกกก อียั่วบริสุทธิ์
ถ้าฟังไปอ่านไปมันจะแบบ..พีค...ฮ่าๆๆ เพลงโคตรเข้าเลยอ้ะ
#1 By +:+:+ミーピン+:+:+ on 2007-10-11 12:24