[Tenipuri+FanFiction] Voyage : 1 (Yaoi Warning)
posted on 09 Oct 2007 22:14 by hanachiko in TeniPuriสวัสดีค่ะ
เรื่องที่จะลงต่อไปนี้ เป็นYaoi Fictionนะคะ
ขอความกรุณา ผู้ที่ไม่สนใจและรับไม่ได้ กรุณากดปิดด้วย
ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียใจ อะไร เปิดแล้วไม่อ่าน ฮานะไม่บังคับค่ะ
หากไม่ชอบ กรุณาปิดนะคะ ^^
ขอบคุณค่ะ
Title: Voyage
Author: shadow as Tezuka Kunimitsu
& Oishi Syuuichiroh
hana matsumoto as Fuji Syuusuke
Fandom: The Prince of Tennis
Pairing: ?? x Fuji Syuusuke
Rating: PG
Warning: Yaoi
Genre(s): Angst / Drama
~1~
ปีค.ศ.1608
"แนวดาบที่มั่นคงต้องตีลงไปอย่างแรงและเร็ว แขนห้ามสั่น หาจุดตายให้ได้แล้วฟันฉับในทีเดียว" เสียงทุ้มที่ติดจะกังวานกว่าคนทั่วไปอธิบายแนะนำวิถีดาบแล้วฟาดกับอากาศให้ดูเป็นตัวอย่าง ดาบไม้ในมือนิ่งนาน...รอให้อีกฝ่ายทำตาม
"ขอรับ" ร่างเล็กที่ยืนอยู่ข้างๆขยับตามที่อีกคนหนึ่งแนะนำ แขนเรียวเล็กสองข้างตวัดดาบลงอย่างเร็ว
"ดี..." คำชมสั้นๆส่งออกมาพร้อมรอยยิ้ม แม้โออิชิจะเข้มงวดเรื่องการเรียน แต่ก็เอ็นดูเด็กน้อยที่เลี้ยงมาจนเติบโตคนนี้มากพอสมควร
"วันนี้พอก่อน หากมีเวลาเจ้าก็อย่าลืมทบทวนตำราของท่านคุนิมิตสึบ้างล่ะ" คนสนิทที่เป็นทั้งพ่อและพี่ชายกล่าว แล้วสาวเท้าเร็วๆกลับไปยังเรือนของตนที่อยู่ทางทิศตะวันตกของเรือนพำนักไดเมียว
"ขอรับ ท่านชูอิจิโร่" อดีตเด็กน้อยรับคำ ก่อนจะโค้งคำนับให้ จนอีกฝ่ายหายไปจากสายตา
ฟูจิเดินไปยังลานบ้าน ก่อนจะหยิบไม้กวาดขึ้นมาทำความสะอาดทางเดินที่ปรายโปรยไปด้วยกลีบซากุระสีชมพูอ่อน
แม้กำลังกวาดกลีบซากุระ หากแต่ในใจกลับคิดไปถึงเจ้าของบ้านหลังนี้ ได้ข่าวว่าสงครามที่เซกิงาฮาระจบลงแล้ว หากแต่ยังไม่มีคราวข่าวจากเทะสึกะเลยแม้แต่น้อย
... ท่านจะกลับมาหาข้าไหม...
... ข้าต้องรอไปอีกถึงเมื่อไหร่...
... ท่านคุนิมิตสึ...
ท่ามกลางกลีบซากุระที่โปรยปราย ประตูของจวนไดเมียวได้เปิดรับชายผู้หนึ่งที่ควบม้ามา ร่างสูงสง่างามในชุดเกราะดึงสายจูงให้ช้าลง อาชาคู่ใจย่างเท้าเหยาะๆในสวนหญ้า ไดเมียวหนุ่มน้อยผู้ผ่านศึกสงครามทั้งเซกิงาฮาระและปราบปรามอำนาจทั่วแคว้นเอโดะกลายเป็นไดเมียวหนุ่มที่สง่างาม แผ่นหลังยืดเต็มชุดเกราะดูน่าเกรงขาม แต่เมื่อกลับมาถึงจวนแววตาสีน้ำตาลก็อ่อนโยนลงด้วยความคิดคำนึงถึงน้องชายที่จากไปนาน
เทะสึกะกระโดดลงจากม้าแล้วส่งสายจูงให้ข้ารับใช้ที่มารอรับ เกราะเหล็กบนศีรษะถูกถอดออกแล้วถือไว้ในมือ สวนสวยเต็มไปด้วยกลีบซากุระสีชมพูอ่อน ทันทีที่สายตาเหลือบเห็นร่างในชุดยูกาตะสีขาวที่ยืนจับไม้กวาดมองตรงมา เทะสึกะกลับนึกไม่ออกว่าใคร.... หญิงหรือชายในจวนนี้ล้วนแล้วแต่คุ้นหน้าทั้งนั้น
...หรือนี่..คือภูติซากุระ...
นัยน์ตาสีฟ้าใสสะท้อนเห็นคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ไม้กวาดในมือทิ้งลงกระทบกับพื้น ขาสองข้างวิ่งเข้าหาก่อนจะโผเข้ากอดร่างสูงที่ยืนนิ่ง
"กลับมาแล้วหรือขอรับ... ท่านคุนิมิตสึ" เสียงหวานเอ่ยสั่นเครือเบาหวิว หวังเพียงว่าที่เห็นนี่ไม่ใช่ความฝัน
"เดี๋ยว...." ฝ่ามือหนาจับที่ไหล่บอบบางแล้วดันออกห่าง "เจ้าคือใครกัน...ข้ามิเคยเห็นหน้าเจ้ามาก่อน" ไดเมียวหนุ่มกล่าวช้าๆพลางถอยห่างออกมา
เด็กหนุ่มหน้าตาอ่อนหวานหมดจด ปากได้รูปสวยสีเดียวกับกลีบดอกซากุระเม้มแน่นขึ้น ผมสีอ่อนเยี่ยงชาวต่างชาติยาวถึงกลางหลังทว่ามัดขึ้นสูง ลูกผมที่เก็บไม่หมดตกระแก้มแดงระเรื่อ กลิ่นหอมเย็นๆโชยมาจากผิวกายขาวเนียนมือ โครงร่างบอบบางกว่าเด็กผู้ชาย คาดจากดวงตาแล้วคงไม่เกินสิบหกปีเป็นแน่ แต่ที่แปลก... ดวงตาสีท้องทะเลสั่นระริกราวกับตัดพ้อตัวเขา... ดวงตาที่ติดอยู่ในห้วงคำนึง
"........................." รืมฝีปากบางที่เม้มแน่นสั่นระริก ก่อนจะค่อยเอ่ยขึ้นด้วยวาจาตัดพ้อ "... อะไรกัน..." คิ้วเรียวได้รูปขมวดเข้าหากัน "ทั้งๆที่ข้ารอท่านมาตลอด... ท่านบอกว่าจะกลับมา.... แต่ครั้นกลับมา ท่านกลับลืมข้า... ลืมชูสึเกะผู้นี้ไปแล้วหรือ??"
"ชูสึเกะ??" ชื่อเด็กน้อยในความทรงจำที่ไม่มีวันลบเลือนออกจากปากเด็กหนุ่มตรงหน้าทำให้เขานึกย้อนภาพในอดีต แม้ว่าชูสึเกะในตอนนั้นจะหน้าตาสะอาดสะอ้าน... แต่ก็มิได้หมดจดและงดงามเทียมนี้ เวลาที่จากไปเพียงสิบปีทำให้น้องชายต่างสายเลือดผู้นี้เติบโตและเปลี่ยนแปลงได้มากมายขนาดนี้เชียวหรือ
ท่อนแขนที่ผลักไสกลับกางกอดอีกครั้ง "ชูสึเกะ....ข้ามิเคยลืมเลือนเจ้า แต่เจ้าเองเปลี่ยนไปมาก..ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นจนข้าจำมิได้"
"ท่านจากไปแปดปี... จะมิให้ข้าเปลี่ยนไปได้อย่างไรกัน" แขนเรียวเล็กโอบกอดคนตรงหน้าไว้แน่น "... ข้าคิดถึงท่าน..."
เพียงได้รู้ว่าที่เห็นตรงหน้าเป็นเทะสึกะจริงๆ มิใช่เพียงฝันที่เฝ้าเห็นอยู่ทุกคืน ก็ดีใจจนไม่อาจเก็บงำความรู้สึกนี้ไว้ได้ เด็กหนุ่มหน้าหวานแหงนใบหน้าขึ้นมอง
"ท่านเพิ่งกลับมา... ท่านอยากทำอะไรก่อนขอรับ... จะให้ข้ารองน้ำให้อาบ ทำอาหารให้ท่าน หรือว่าท่านอยากจะนอนพักผ่อนก่อนขอรับ?"
"ชูสึเกะ...ที่ผ่านมาเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง" ไดเมียวหนุ่มแสร้งไม่ได้ยินคำหวาน ในใจพลางนึกหวั่นกับตัวเอง... เพียงแค่เจ้าพูดเสียงอ่อนกับข้าเช่นนี้ เหตุใดในอกกลับรู้สึกเต็มตื้นจนแทบอยากจะสวมกอด
"... ข้าสบายดีขอรับ... ท่านต่างหาก... อยากจะให้ข้าทำอะไรให้ท่านก่อนดีขอรับ ท่านคุนิมิตสึ?"
"ช่างเถอะ...ข้าดูแลตัวเองได้ เจ้าทำงานของเจ้าให้เสร็จเถิด" เทะสึกะกล่าวสั้นๆแล้วยิ้มบางๆให้เฉกเช่นสมัยก่อน เขาจะก้าวออกไปเพื่อเข้าภายในตัวบ้านแต่ก็มีแรงดึงจากข้างหลังเสียก่อน
"คราวนี้... ท่านจะไม่ไปไหนแล้วใช่ไหมขอรับ" ฟูจิเอ่ยถามพลางมองตาอีกคนนิ่ง ในแววตาสะท้อนฉายอาการเว้าวอนอยู่
"ข้า....." ไดเมียวหนุ่มไม่กล้ากล่าวคำสัญญา ณ ตอนนี้บ้านเมืองสงบสุขแต่ในวันข้างหน้าอาจเปลี่ยนแปลงไปได้ แต่กระนั้นมือหนาก็วางที่ไหล่เล็กแล้วตบเบาๆ "หากข้าจะไปที่ใด...ข้าจะบอกเจ้าก่อน ชูสึเกะ...เจ้าได้ทานข้าวกลางวันหรือยัง หากยังเจ้าก็วางมือแล้วไปร่วมสำรับกับข้าเถิด.....ข้าเองก็คิดถึงเจ้ามากมายเหลือเกิน"
แค่คำว่าคิดถึงของอีกฝ่ายก็ทำให้ริมฝีปากบางแย้มยิ้มออก
"ข้าจะรีบกวาดทางเดินให้เสร็จขอรับ"
... แค่เพียงรู้ว่าท่านคิดถึงข้า...
... ข้าก็เป็นสุขเสียมากมาย...
"ข้าจะรอ..." ร่างสูงพูดแล้วเดินจากไป เสื้อเกราะหนาหนักที่แบกไว้ยังไม่เท่าสิ่งที่ทำให้หัวใจหนักอึ้งเช่นตอนนี้....มันคืออะไรกันนะ ชูสึเกะ...
เมื่อครั้นเทะสึกะเดินเข้าไปในตัวบ้าน เด็กหนุ่มร่างเล็กจึงเดินกลับไปหยิบไม้กวาดที่ตนเป็นผู้โยนทิ้งลงกับพื้นขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะเริ่มกวาดทางเดินหินให้ปราศจากกลีบดอกไม้ - - - แปดปีที่ยาวนานหายไปในชั่วพริบตาที่ได้พบหน้า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฟูจิตั้งใจศึกษาวิชาความรู้ทุกอย่าง ด้วยหวังว่าวันใดที่เทะสึกะกลับมา จะได้ภูมิใจในตัวเขาได้บ้าง
... ถึงแม้จะรู้ว่าท่านกลับมาแล้ว...
... แต่ข้าก็ยังอดกังวลไม่ได้...
... ว่าท่านจะจากข้าไปอีกเมื่อไร...
น้ำอุ่นในอ่างไม้ช่วยคลายความเหนื่อยล้าของการเดินทาง สงครามที่ยาวนานแสนเหน็ดเหนื่อยจนต้องละทิ้งความสดชื่นของชีวิตไว้เบื้องหลัง ไดเมียวหนุ่มใช้ผ้าขนหนูขัดกายเบาๆล้างคราบไคลออกจากร่าง กลิ่นหอมจางๆของน้ำอุ่นทำให้หัวสมองโล่งโปร่ง เสียงแกรกกรากที่ลอดเข้ามาจากทางหน้าต่างทำให้เทะสึกะกระหวัดนึกถึงเด็กน้อยชูสึเกะ....ที่เติบโตมาเป็นเด็กหนุ่มรูปงาม...งามเสียจนหวั่นไหวตั้งแต่แรกพบ
น้องชายตัวเล็กของข้า บัดนี้เจ้าเติบใหญ่ถึงเพียงนี้ ไม่เหลือคราบเด็กน้อยหน้าตามอมแมมคนนั้นเสียแล้ว น่าเสียดายที่ข้าไม่ได้เห็นการเติบโตของเจ้า...ชูสึเกะ
ร่างเพรียวบางในชุดยูกาตะเก็บไม้กวาดเข้าที่ แล้วตักน้ำจากอ่างหินมาล้างมือให้สะอาด ป่านนี้เทะสึกะอาจจะอาบน้ำเสร็จแล้ว บางที เขาควรจะเข้าไปดูในครัวสักหน่อย
... ให้มั่นใจว่าท่านได้ทานอาหารที่ท่านโปรดปราน...
ร่างที่พราวหยดน้ำลุกขึ้นช้าๆ น้ำอุ่นไหลกลิ้งตามลาดไหล่มั่นคง แผ่นอกเปลือยเปล่าสีขาวสะอาดตัดกับสีของท่อนแขนและใบหน้าคร้ามแดดที่เข้มขึ้นเล็กน้อย เทะสึกะก้าวออกจากอ่างแล้วใช้ผ้าซับน้ำเบาๆ ยูกาตะสีเข้มกรุ่นกลิ่นหอมของแสงแดดถูกสวมใส่อย่างรวดเร็ว ขายาวก้าวฉับไปยังห้องโถงที่ใช้รับประทานอาหาร
นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเหลือบมองหาใครบางที่ที่เรียกให้กินข้าวด้วยกันเมื่อครู่
ไม่นานนัก ประตูห้องทานข้าวก็เปิดออกพร้อมกับฟูจิที่ยกถาดอาหารเข้ามา "ข้าทำให้ท่านรอนานหรือเปล่าขอรับ ท่านคุนิมิตสึ"
ร่างบางไม่ยืนรอคำตอบ เขาค่อยๆย่อตัวลงข้างโต๊ะไม้ แล้ววางถาดลงข้างกาย ก่อนจะยกกับข้าวทีละอย่างจัดวางบนโต๊ะ
"ขอบใจมาก ชูสึเกะ" ร่างสูงเอ่ยเบาๆแล้วมองไปยังสำรับอาหาร ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่เขาโปรดปราน ไม่ว่าจะเป็นปลาซัมมะย่างเกลือ ซุปมิโสะควันกรุ่น หรือกระทั่งรากบัวต้มและถั่วแดงหวาน ในอดีตเขาเคยเอาเด็กน้อยคนหนึ่งนั่งตักแล้วทานด้วยกัน รอยยิ้มและเสียงพูดเจื้อยแจ้วทำให้ตลอดสองปีที่เลี้ยงดูเป็นช่วงเวลาที่มีความสุข
"เจ้ามานั่งกินด้วยกันเถิด"
"..ขอรับ" ริมฝีปากบางแย้มยิ้มให้ มือหยิบถ้วยข้าวที่ซ้อนกันอยู่ขึ้นมา ใช้ทัพพีไม้คดข้าวในหม้อใส่ชาม แล้ววางลงตรงหน้าของเทะสึกะ ก่อนจะทำเช่นนั้นกับชามอีกใบที่เหลืออยู่
เมื่อข้าวสวยร้อนๆพร้อมทานวางอยู่ตรงหน้า ฟูจิทำเพียงมองคนตรงหน้าที่ยังนั่งนิ่ง เขาถูกอบรมมารยาทไว้ดีพอที่จะไม่เป็นคนเริ่มทานข้าวก่อนหากต้องร่วมโต๊ะกับผู้ที่ศักดิ์ใหญ่กว่า
มือใหญ่คว้าแขนเรียวแล้วดึงให้นั่งลงข้างกาย ตะเกือบไม้มันขลับคีบหยิบเนื้อปลาที่เลาะก้างวางบนข้าวของฟูจิพร้อมๆกับสำทับด้วยเสียงนุ่มนวล "กินมากๆเถิดชูสึเกะ เหตุใดถึงได้ผอมบางนัก โออิชิเลี้ยงดูเจ้าอย่างไรกัน"
"ท่านชูอิจิโร่เลี้ยงดูข้าอย่างดีต่างหากล่ะขอรับ..." ฟูจิเอ่ยตอบแล้วเสริมต่อ "เป็นข้า... ที่ทานน้อยเองขอรับ"
"แก้มกลมๆนี่หายไปไหนกัน" ไดเมียวหนุ่มพูดพลางสัมผัสผิวแก้มนิ่ม แก้มกลมป่องอมเลือดฝาดในตอนยังเล็กหายไปเหลือเพียงนวลแก้มขาวผ่อง เขาละมือออกแล้วเริ่มรับประทานช้าๆ รากบัวสดกรอบที่ไม่ได้กินมานานเพิ่มความสดชื่นจนกินได้มากกว่าปกติ
ฟูจิเอ่ยคำว่าทานนะขอรับเบาๆ ก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อย สัมผัสที่ผิวแก้มทำให้รู้สึกไม่อยากสบตากับร่างสูงเสียดื้อๆ
"ช่วงเวลาที่ข้าหายไป เรื่องร่ำเรียนวิชาต่างๆเป็นอย่างไร" คำถามเอ่ยขึ้นเมื่อการรับประทานอาหารสิ้นสุด นัยน์ตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองร่างบอบบางอย่างพินิจ... บอบบางอ้อนแอ้นเช่นนี้ หากฝึกฝนวิชาการรบมากไปรังแต่จะเสียสุขภาพเปล่าๆมิใช่หรือ
"ข้าร่ำเรียนทุกอย่างเท่าที่ท่านชูอิจิโร่จะสอนข้าได้เลยล่ะขอรับ" ฟูจิเอ่ยตอบ ตอนแรกตั้งใจว่าจะเก็บจานชามให้เรียบร้อย แต่พออีกฝ่ายเอ่ยขึ้นมา ก็ต้องนั่งนิ่งมิให้เสียมารยาทหากไม่ยอมมองหน้ากับผู้ที่กำลังสนทนาด้วย... ยิ่งอีกฝ่ายเป็นเทะสึกะแล้ว... ยิ่งไม่อยากทำเรื่องน่าอายต่อหน้า
"เจ้าเป็นอะไรไปหรือ ดูจะเงียบสงบไม่เหมือนเมื่อก่อน" น้ำเสียงทุ้มหยอกเย้าเมื่อเห็นร่างบางนั่งนิ่งไม่ยอมสบตา เขายังจำได้ว่าเด็กน้อยชูสึเกะนั้นพูดเก่งเพียงใด ปากเล็กๆสรรหาเรื่องราวมากมายมาเล่ากล่าว แก้มอูมขยับขึ้นลงเรียกเสียงหัวเราะของเขาออกมาได้มากมาย
"... ข้า... ไม่รู้ว่าจะเริ่มเล่าอะไรให้ท่านฟังก่อนดีขอรับ.... ตลอดเวลาแปดปี.... มันยาวนานจนข้าเลือกไม่ถูก... ขอรับ"
"ข้าว่า... ไว้เราค่อยว่ากันเรื่องนี้ทีหลังดีไหมขอรับ.... ท่านเดินทางมาไกล... ท่านควรจะพักผ่อนเสียก่อน" คราวนี้ร่างเล็กขยับเอื้อมหยิบจานและชามกับตะเกียบวางลงในถาด "ข้าจะรีบปูฟูกให้ท่านนะขอรับ"
"ขอบใจ" เทะสึกะกล่าวแล้วลุกขึ้นเดินไปที่นอกชาน ต้นไม้สีสดใสสมกับเป็นฤดูใบไม้ผลิทำให้จิตใจรื่นรมย์
ไม่นานนัก ฟูจิก็เดินมาหาคนที่กำลังยืนชมนกชมไม้
... นานเท่าไหร่แล้ว...
... ที่ข้าไม่ได้เห็นท่าน...
"ข้าปูฟูกให้ท่านเรียบร้อยแล้วขอรับ... ท่านคุนิมิตสึ"
เทะสึกะหันกลับมาพลางนึกอยากหยอกล้อน้องชายต่างสายเลือดสักนิด "ไปนอนด้วยกันไหมชูสึเกะ...เจ้าจะได้ค่อยๆเล่าเรื่องของเจ้าให้ข้าฟังเหมือนตอนเด็กๆ"
".... จะดีหรือขอรับ... ข้ามิได้ตัวเล็กเช่นเมื่อก่อนแล้วนะขอรับ" คนหน้าหวานยิ้มตอบพลางหวนนึกถึงวัยเด็ก หากไม่ได้นอนร่วมฟูกกับเทะสึกะแล้วล่ะก็ จะนอนไม่หลับทั้งคืนเลยทีเดียว ตลอดแปดปี เขาใช้ความพยายามอย่างมากในการแก้ปัญหานี้ให้หายไป
"ดีสิ...เจ้าไม่คิดถึงข้าหรือ" สองแขนกางออกแล้วโอบร่างเล็กเอาไว้แน่น ในยามสงครามที่เหนื่อยสาหัส มีเพียงดวงหน้าเล็กๆและรอยยิ้มที่ติดตรึงใจนี่เองที่ทำให้เขาก้าวข้ามผ่านอุปสรรคไปได้
กลิ่นแป้งหอมกรุ่นที่ซุกในอกข้ายังติดอยู่ที่ปลายจมูก หากแต่ตอนนี้กลับมีกลิ่นหอมเยือกเย็นเข้ามาผสมผสานให้น่ากอดยิ่งกว่าเก่า
พอถูกโอบกอดไว้ด้วยอ้อมแขนอบอุ่น ก็รู้สึกราวกับกลับไปเป็นเด็กตัวน้อยอีกครั้ง "คิดถึง... ที่สุด... ขอรับ" เสียงหวานเอ่ยพึมพำเบาๆ
"ข้าก็เช่นกัน...." ริมฝีปากได้รูปแตะที่หน้าผากมนหนึ่งครั้ง มือใหญ่เกาะกุมแล้วจูงไปยังห้องนอนส่วนตัว เมื่อเลื่อนประตูกระดาษออกไปภาพความทรงจำเก่าๆก็หวนคืนมาอีกครั้ง
"นอนฟูกเดียวกับข้านะชูสึเกะ"
"..ขอรับ" เด็กหนุ่มหน้าหวานรับคำด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
ร่างสูงนั่งลงที่ฟูกแล้วเปิดผ้าห่มให้อีกคนตามเข้ามาโดยง่าย แผ่นหลังแข็งแกร่งที่ทาบทับฟูกหนารู้สึกสบายจนแทบจะหลับไปในทันที หากแต่เมื่อร่างเล็กซุกซบลงที่อก หัวใจกลับเต้นระส่ำจนแทบจะหลุดออกมาจากอก
...ชูสึเกะ หรือข้าจะควรห่างจากเจ้าดี...
ฝ่ามือเล็กเอื้อมคว้ามือใหญ่ที่หยาบกร้านเพราะการจับดาบไว้ แล้วเริ่มเอ่ยเล่าเรื่องของตน ตั้งแต่ตอนที่เริ่มอ่านหนังสือใหม่ๆ หัดเขียนตัวอักษร รวมไปถึงศึกษาบทกวี
จวบจนถึงปัจจุบัน
"ตอนนี้ ท่านชูอิจิโร่เริ่มสอนวิชาดาบให้ข้าแล้วขอรับ..."
"อย่างนั้นหรือ..." ในใจนึกอิจฉาคนสนิทที่ได้ดูแลสั่งสอนมา แต่ร่างสูงก็มิได้แสดงออกมากนัก "วิชาดาบ...ต่อไปนี้ข้าจะสอนเจ้ากับมือเอง"
"ท่านสัญญาแล้วนะขอรับ..." นัยน์ตาคู่สวยมองสบกับนัยน์ตาสีน้ำตาลของอีกคน
เทะสึกะพยักหน้าตอบรับ มือเรียวเล็กบนอกกอดเขาแน่นขึ้นแล้วซุกซบเหมือนวัยเยาว์ แพขนตายาวหลับพริ้มแนบแก้มสีอ่อนจาง เขาขยับตัวออกห่างเพื่อที่จะย้ายไปนอนอีกที่หนึ่งแต่มือเรียวกลับยื้อยุดเอาไว้แน่นจนต้องนอนลงอย่างเดิม นัยน์ตาพยายามข่มให้หลับ ทว่ายามใดที่ร่างที่แนบชิดขยับกาย ในอกกลับเต้นระรัวจนไม่สามารถนอนได้สักที
...ชูสึเกะ...เจ้าให้ข้าพักผ่อนแน่หรือ...
กว่าจะหลับได้เพราะความเหนื่อยอ่อนก็ล่วงถึงยามรุ่งสางเสียแล้ว ไดเมียวหนุ่มรู้สึกถึงความอบอุ่นข้างกาย
...นี่สินะ...บ้านของข้า...
ในยามเช้าที่ตะวันยังไม่ทอแสงจับขอบฟ้า เด็กหนุ่มฟูจิลืมตาขึ้นช้าๆ ใบหน้าของไดเมียวหนุ่มอยู่ใกล้ๆนี้ พาลให้หวนคิดถึงวันเก่าๆ
... การได้นอนเคียงข้างท่าน...
... ทำให้ข้าหลับได้สนิทที่สุด...
ริมฝีปากบางค่อยๆคลี่ยิ้มออกมาขณะที่รู้สึกเป็นสุข ฟูจิค่อยๆเขยิบกายออกมาจากอ้อมกอดอบอุ่นเบาๆแล้วลุกขึ้นนั่ง
"... อะ.." ยูกาตะที่สวมทับอยู่คลายออกจนเกือบจะหลุดลุ่ย มือสองข้างรีบขยับให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางในที่ที่ควรจะเป็น
... ความรู้สึกเป็นสุขยามได้อยู่เคียงข้างท่าน...
... จะเป็นแบบนี้ไปอีกนานๆดังที่ท่านสัญญาไว้...
... ข้าจะปรนนิบัติท่านให้ดีที่สุด...
... ตอบแทนท่านที่ชุบเลี้ยงข้ามา...
To be continue...
Free Talk>>
มาเร็วสะใจมั้ยคะมิตรรักทุกคน (ใคร?)
โฮ่ยยย เทะฟูช่างลำบากแท้
แม่ง เขียนที กรี๊ดกันบรรทัดต่อบรรทัด ชาติไหนจะเร็วอย่างชี่ฟู 555555
เอาเป็นว่า
ฝากตอน1ด้วยนะค้า~~~~!!!
*จุ๊บ*
edit @ 9 Oct 2007 22:53:09 by †★☆*HANA~hanachiko*☆★†

อีแบ๊วเอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
=$#&**+_*()^&%^%
(ไม่รู้จะด่าหรือจะกรี๊ดมันดี กร้าก)
คุนิมิตสึควาย....................... (ด่าท่านไดเมียวจะคอขาดมั้ยกรู 5555555)
เวลาที่จากไปเพียงสิบปี... เพียงบ้านเมิงเด่ะ สิบปีสำหรับคนแก่มันคงแป้บเดียวสินะเลยไม่ทันคิด แหม... คนแก่ก็เงี้ย เห้อ
"ท่านเพิ่งกลับมา... ท่านอยากทำอะไรก่อนขอรับ... จะให้ข้ารองน้ำให้อาบ ทำอาหารให้ท่าน หรือว่าท่านอยากจะนอนพักผ่อนก่อนขอรับ?" <-- ทำไมไม่ถามประโยคสุดทายว่า "หรือจะรับประทานข้าก่อนครับ?" วะ!!!!!!!!
ตอนดึงเสื้อ... แบ๊วได้อีกกกกกกกกก
โอ้ย ไอ้แก่ ไอ้ต้อย มีจับแก้มเขาอีก ควายเอ้ยยยยยยยย เล็มหญ้าอ่อนสนุกเชียวนะ
ต้อยยยยยยยยยยยยย ต้อยยยยยยยยยยยยยยยย เรียกไปนอนด้วย เรียกไปปรนนิบัติถึงในห้องนอน ถึงบนฟูกกกกกกกกกกกกกก ไอ้แก่ควายยยยยยยย ต้อยยยยยยยยยย!!!!!
#1 By KeeChan on 2007-10-09 22:56