*[Tenipuri+FanFiction] -essence- : 11 (Yaoi Warning)
posted on 05 Sep 2007 22:41 by hanachiko in TeniPuriงานJ-Festaอยู่เอนทรี่ที่แล้ว บังคับเข้าไปดู 55555
มีให้สองทางเลือก จิ้มเอาตามใจชอบ
เอาล่ะ
เมื่อไปดูตามบังคับแล้ว
มาต่อกันเลย
สวัสดีค่ะ
เรื่องที่จะลงต่อไปนี้ เป็นYaoi Fictionนะคะ
ขอความกรุณา ผู้ที่ไม่สนใจและรับไม่ได้ กรุณากดปิดด้วย
ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียใจ อะไร เปิดแล้วไม่อ่าน ฮานะไม่บังคับค่ะ
หากไม่ชอบ กรุณาปิดนะคะ ^^
ขอบคุณค่ะ
Title: -essence-
Author: shadow as Oshitari Yuushi
hana matsumoto as Fuji Syuusuke
Fandom: The Prince of Tennis
Pairing: Oshitari Yuushi x Fuji Syuusuke
Rating: PG
Warning: Yaoi
Genre(s): Angst / Drama
-11-
"เอ่อ........" เสียงทุ้มเว้นวรรคยาวจนแทบจะกลั้นหายใจ ริมฝีปากเชิดรั้งเม้มเข้าออก...ทั้งที่อยากกอดไว้แบบนี้อีกนิด แต่ท่าทางฟูจิจะอ่อนแรงจนต้องทำตามใจแล้ว
....เอาเถอะ กินก่อนก็ได้....
"กินข้าว....มั้ย?"
คำพูดของอีกฝ่ายทำเอาฟูจิแทบไม่เชื่อหู
... เธอเหมือนพายุ...
ศีรษะเล็กผงกช้าๆแทนการตอบ... ทั้งๆที่เมื่อกี๊ยังแทบจะฆ่าเขาให้ตายอยู่แท้ๆ
"เข้าใจไว้ด้วยนะว่าฉันเคยแต่ทำกินเอง" โอชิทาริปล่อยมือออกแล้วลุกขึ้นจากเตียงไป แววตาหวั่นไหวไม่มั่นใจกับสิ่งที่ไม่คุ้นเคย แต่เมื่อไม่มีใครที่ทำได้... หมายถึงฟูจิคงไม่ถนัด เขาก็คงต้องลงมือเอง
ร่างสูงหยุดยืนหน้าตู้เย็น ในนั้นมีอาหารสำเร็จรูปและอาหารสดเล็กน้อย ไข่ห้าหกฟองที่เพิ่งซื้อมาจากร้านคอนวีเนี่ยน ผัก..อะไรสักอย่างที่หยิบมาส่งๆโดยไม่รู้ชื่อ
...เอาเถอะ..อาหารสำเร็จรูปก็ได้...
มือใหญ่เอื้อมจะไปหยิบอาหารแช่แข็ง โอชิทาริชะงักไปนิดหน่อยแล้วตัดสินใจหยิบไข่สดออกมาแทน
...กินของปรุงใหม่ๆคงดีต่อสุขภาพมากกว่ามั้ง...
ฟูจิพิงร่างกับหมอนใบใหญ่ที่หัวเตียง สายตาเหม่อมองไปนอกหน้าต่างนิ่ง ท้องฟ้าสีสวย คลื่นลมที่สงบนิ่ง
... เหมือนกับเธอตอนนี้สินะ โอชิทาริ...
ท่อนแขนเรียวเล็กลองขยับยกดู
... ไม่เคยรู้มาก่อนว่าแขนตัวเองจะหนักขนาดนี้...
เสียงโลหะยังคงกระทบกัน แม้โอชิทาริจะปล่อยข้อมือของเขาออกจากโซ่ที่พันธนาการไว้กับหัวเตียงแล้วก็ตาม แต่กับข้อมือสองข้าง ยังคงถูกผูกติดกันไว้ พอลองพลิกดูช้าๆ ก็พบรอยแดงและรอยเลือดแห้งกรังติดเป็นวงรอบข้อมือเล็ก
... กระชากข้อมือไปโดยไม่รู้ตัวกี่ครั้งกัน...
เสียงน้ำมันร้อนฉ่ากระเด็นอยู่ในกระทะรูปสี่เหลี่ยม ไข่ที่ตียังไม่แตกดีราดลงกระทะร้อนๆนั้น เคยอ่านจากหนังสือผ่านๆว่าการทำไข่ม้วนต้องทำแบบนี้แต่พอได้ลองมาทำเองแล้วมันยากกว่าที่คิด ไหนจะต้องเทแล้วม้วน..เทแล้วม้วนไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง ไอ้ไข่เหลืองๆนี่ก็ไม่ค่อยจะเป็นใจให้ม้วนได้สวยๆสักที ตะเกียบยาวๆที่ไม่ค่อยได้จับก็คอยจะหลุดมืออยู่เรื่อย
...โว้ย ยุ่งยากจริงๆ...
เขาดูดนิ้วที่โดนน้ำมันกระเด็นใส่แล้วลงมือม้วนต่อ จน..เสร็จสมบูรณ์ คิ้วเข้มขมวดมุ่นที่ผลงานออกมาไม่สวยนัก โอชิทาริเดินไปที่หม้อหุงข้าวแล้วตักใส่ถ้วยเล็กที่ตั้งเคียงคู่กัน
...อย่างน้อยข้าวก็เคยหุงเองเลยออกมาดีกว่าที่คิดล่ะ...
แต่เมื่อดวงตาภายใต้กรอบแว่นเหลือบมองปลาอาจิย่างบนเตาและซุปมิโสะแล้ว ลมหายใจก็ถูกระบายออกมาดังๆ
"...จะกินได้มั้ยเนี่ย..."
กลิ่นอาหารลอยมาแตะจมูกทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ฟูจิหันหน้ามาตามทิศทางที่โอชิทาริเดินออกมา
... อย่างเธอ เวลาทำอาหาร จะมีสีหน้าแบบไหนนะ...
... จะทำด้วยสีหน้ามั่นใจว่าฉันคืออัจฉริยะ...
... หรือจะทำหน้าเอ๋อๆแบบเอย์จิกันนะ...
ฟูจิเผลอยิ้มออกมาขณะที่จินตนาการถึงสีหน้าของโอชิทาริ
><><><><><><><><><><><><><><><><
"กินไม่ถนัดรึไง" โอชิทาริถามเป็นครั้งที่สามบนโต๊ะอาหาร ท่าทางเก้งก้างเพราะข้อมือที่ผูกติดกันแล้วยังทำเก่งอยากกินด้วยตัวเองแบบนี้ดูตลกในสายตาเขานัก ในขณะที่เขากินไปได้เกือบหมดแล้วแต่ฟูจิยังไม่ถึงหนึ่งในสี่ของอาหารที่วางตรงหน้าเลย... นี่ขนาดถามมาสองครั้งแล้วยังบอกว่ากินเองได้ จะเรียกว่าดื้อได้ไหม
โอชิทาริวางตะเกียบลงเมื่อกินของตัวเองเสร็จ เขาเดินไปคว้าช้อนจากในห้องครัวมาแล้วแย่งชามข้าวในมือเรียวมาถือไว้
"....?" ฟูจิเหลียวมองด้วยสีหน้างงงวย จะให้เลิกกินแล้วหรือไงนะ
... หรือจะเกิดอารมณ์แปรปรวนอะไรขึ้นมาอีกกันแน่...
โอชิทาริใช้ตะเกียบคีบไข่ม้วนลงในถ้วยแล้วตัดเป็นชิ้นๆ เขาใช้ช้อนตักสิ่งที่อยู่ในถ้วยแล้วยื่นเข้าใกล้ริมฝีปากบางนั้น
"อ้าปากสิ..."
อัจฉริยะแห่งเซชุนออกจะตกใจกับการกระทำของโอชิทาริเล็กน้อย... หรือควรจะบอกว่ามากแต่เขาเก็บอาการไว้อยู่
"... ไม่ต้อง.. ก็ได้" เขาเอ่ยท้วง
"ถ้ามัวรอนายกินเองกว่าจะเสร็จคงเช้าพรุ่งนี้พอดี อ้าปากซะ" บ่นแล้วสั่งสำทับลงไป โอชิทาริพยายามกลั้นยิ้มเมื่อเห็นคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างแปลกใจ
...เขาจะมีสิทธิ์พูดชมว่า..น่ารักมั้ย...
ฟูจิค่อยอ้าปากออกอย่างฉงนใจ หรืออีกฝ่ายจะนึกแผลงอยากดันช้อนเข้ามาให้สำลักหรือผวาเล่น
"อ้าปาก..." โอชิทาริเอาช้อนแตะที่ริมฝีปากเบาๆ... ไม่บังคับ ไม่เร่งร้อน รอให้ริมฝีปากบางค่อยๆเปิดแล้วส่งเข้าไปช้าๆ จนเมื่อฟูจิงับลงเขาจึงดึงช้อนมาแล้วตักคำใหม่รอ
ฟูจิกระพริบตาปริบๆขณะที่ค่อยๆเคี้ยวช้าๆ เมื่อหมดแล้วจึงค่อยอ้าปากรับคำต่อไป
... นี่คือที่เขาเรียกว่าคลื่นลมสงบสินะ...
พอทานข้าวเข้าไปมาก ลำคอแห้งผากเริ่มอยากน้ำ แต่หากเอ่ยขอจะถูกเรียกว่าเอาแต่ใจและทำให้พายุเข้าอีกหรือเปล่า... เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลส้มคิดพลางเหลือบมองใบหน้าของคนตรงหน้า
"จะกินน้ำ... หรือเอาซุปนี่" โอชิทาริกล่าวถามแทนคนที่อ้ำอึ้งไม่กล้าร้องขอทั้งๆที่ลำคอกลืนน้ำลายฝืดเฝือ ชามซุปตรงหน้าที่ยังไม่ได้ยกกินนั้น... สำหรับเขาแล้วมันก็ไม่ได้เลวร้าย ถึงสีจะไม่สวยแต่รสชาติยังพอทนกินได้ แต่กับฟูจิ... เขาไม่รู้ว่าจะกินได้หรือเปล่า
... ถ้าตอบไปว่าแค่น้ำก็พอจะโดนเอาซุปราดไหมก็ไม่รู้
"ซุป..." แต่หากตอนนี้ได้ทานอะไรอุ่นๆคงทำให้รู้สึกดีขึ้น
รสชาติอาหารที่โอชิทาริทำนั้นไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดกินไม่ได้ แต่ก็ถือว่าน่าประหลาดใจสำหรับลูกคุณหนูคนหนึ่ง
แต่ถ้านึกเทียบกันแล้ว เป็นเขาเองที่ทำอาหารไม่เป็นหากไม่นับรวมถึงของหวาน
"ท่าจะกินยากนะ" โอชิทาริช้อนแต่น้ำแกงที่เริ่มเย็นขึ้นมา คิ้วขมวดมุ่นก่อนจะวางช้อนลงแล้วคว้าชามซุปลุกขึ้นยืน
"เย็นหมดแล้ว ฉันจะไปอุ่นมาให้ใหม่"
"ไม่เป็นไรหรอก... ยังไม่... เย็นชืดไม่ใช่เหรอ...." ร่างบางเอ่ยท้วง
"กินลงไปก็ท้องเย็น สู้อุ่นๆร้อนๆไม่ได้หรอก" พูดเอาแต่ใจแล้วก็คว้าไปอุ่นในไมโครเวฟ กดปุ่มเพียงครู่หนึ่งซุปร้อนๆก็กลับมาพร้อมเสิร์ฟอีกครั้ง ร่างสูงประคองมาวางบนโต๊ะแล้วตักขึ้นมาเป่าเบาๆ
"ร้อนนะ ระวังด้วย" ปลายช้อนยื่นให้คนตรงหน้า
ไอร้อนที่แผ่ซ่านออกมาทำให้ริมฝีปากบางยั้งไว้ชั่วครู่ ฟูจิเป่าอีกสองสามทีก่อนจะค่อยจิบน้ำซุปจากปลายช้อนช้าๆ
"... อร่อย" ปากไวไปกว่าสมองจะสั่งห้าม น้ำซุปรสชาติอ่อนๆกำลังดี ถึงแม้ปกติฟูจิจะชอบทานของเผ็ดก็ตาม แต่ในเวลาเช่นนี้ ซุปรสชาติอ่อนๆเนี่ยล่ะดีที่สุดแล้ว
"เหรอ..." สุดจะห้ามความดีใจเอาไว้ได้ โอชิทาริยิ้มบางๆตอบรับคำชมแล้วรีบตักขึ้นมาอีกช้อน "อร่อยก็กินอีกเยอะๆ" เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราวกับจะยิ้ม
เขาไม่รู้ว่าทำไมเพียงแค่คำชมเบาๆที่ออกมาทำให้มีความสุขได้มากมายขนาดนี้ นานแล้วที่เขาไม่ได้ร่วมโต๊ะอาหารกับใคร การมีอยู่ของฟูจิราวกับจะช่วยเติมเต็มรูโหว่ดำมืดที่ไร้ทางรักษา... ทีละเล็กทีละน้อย
หลังจากทานซุปไปได้ค่อนชาม ฟูจิก็ยกแขนสองข้างที่ติดกันขึ้นปราม "ผมอิ่มแล้ว... ขอบคุณนะ"
อัจฉริยะแห่งเซชุนมองตามแผ่นหลังกว้างที่ยกเอาชามเข้าไปในครัว... จากนี้จะเป็นเช่นไรต่อไปไม่มีใครรู้ - - - เมื่อโอชิทาริเดินกลับมา ริมฝีปากบางจึงขยับถาม
"เธอจะทำอะไรต่อ..."
"อาบน้ำ... ให้นาย" เขาลุกขึ้นเดินไปอุ้มร่างบางเบาๆแล้วก้าวเดินไปยังห้องน้ำที่แอบเตรียมน้ำอุ่นรอเอาไว้แล้ว
ร่างบางสะดุ้งที่จู่ๆก็ถูกรวบตัวขึ้นเช่นนี้ ฟูจิขืนเกร็งตัวไว้
"... ไม่ต้องอุ้มก็ได้"
"ไม่อุ้มแล้วก็ได้" โอชิทาริวางร่างบอบบางลงในอ่างอาบน้ำ ปรับฝักบัวให้อุ่นแล้วค่อยๆรดแผ่นหลังล้างเหงื่อที่แห้งแล้ว ที่ตรงนี้เขาเคยทำร้ายฟูจิเอาไว้อย่างไม่น่าให้อภัย.... แต่ขออีกสักครั้งเพื่อเริ่มต้นใหม่
... อยากจะเป็นคนสำคัญเพียงหนึ่งเดียว...
"..." น้ำอุ่นที่ค่อยๆเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆไม่ทำให้รู้สึกร้อนเกินไป ที่ทำให้รู้สึกร้อนวูบวาบคือการกระทำของฝ่ายตรงข้าม
... ที่ได้สัมผัสนี้คือความอ่อนโยนที่เป็นของจริงหรือเปล่า...
"น้ำร้อนไปรึเปล่า... คันตรงไหนมั้ยครับ" โอชิทาริเลียนแบบพวกช่างเสริมสวย พยายามทำให้ฟูจิหัวเราะ
... รอยยิ้มที่หายไป... ฉันจะเรียกมันกลับคืนมา...
แทนที่จะเรียกเสียงหัวเราะ ฟูจิกลับก้มหน้าลง หากโอชิทาริสังเกตก็คงเห็นว่าที่พวงแก้มจนถึงใบหูเป็นสีเข้มนั้นไม่ใช่เพราะน้ำร้อน
"ไม่... กำลังพอดี..." ร่างบางเอ่ยเสียงเบา
... ฟูจิกำลังเขิน...
พวงแก้มแดงตรงหน้าทำให้อดใจไม่ไหวต้องขโมยหอมไปเสียหนึ่งที โอชิทาริหัวเราะแก้เขินแล้วรดน้ำลงที่เส้นผม เขาหยิบแชมพูเทลงในฝ่ามือแล้วขยี้ให้เกิดฟองค่อยๆสระผมให้ฟูจิช้าๆ... นิ่มนวลและเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ ปลายนิ้วใหญ่ๆนวดเบาๆที่หนังศีรษะให้ผ่อนคลาย และเมื่อตอนที่ฟองแชมพูจะหยดลงก็ปาดทิ้งไป
"น่าจะมีหมวกสระผมเนอะ กลัวเข้าตานายจัง" ยิ้มบางๆให้เส้นผมนุ่ม.... ถึงเจ้าตัวจะไม่เห็นแต่ก็ยังอยากยิ้ม
... เพราะมีความสุข...มากที่สุดในชีวิต...
"ผ... ผมหลับตาอยู่... ไม่เป็นไรหรอก" ที่หลับตาไม่ใช่เพราะกลัวแชมพูเข้าตา แต่เป็นเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายเห็นแววตาหวั่นไหว
... บ้าไปแล้ว... โอชิทาริต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ...
"ถ้างั้นฉันเอามือปิดให้" มือใหญ่ทาบทับที่ดวงตาแล้วรดน้ำล้างแชมพูออก เมื่อฟองแชมพูหมดก็เทครีมนวดลงแล้วลูบหมักผมทิ้งไว้ โอชิทาริดึงร่างปวกเปียกมานั่งลงกับม้านั่งในห้องน้ำแล้วนวดปลายเท้าเบาๆ
"ขอโทษนะที่ปล่อยให้เมื่อยอยู่นาน"
"ไม่ได้เมื่อยอะไรหรอก..." ฟูจิรู้สึกประหม่ากับท่าทีที่อ่อนโยนเสียมากมาย
โอชิทาริหยิบผ้าเช็ดตัวมาห่อคลุมไว้ราวกับห่อเด็กแรกเกิด เขาอุ้มขึ้นอีกครั้งแล้วค่อยๆเดินผ่านห้องน้ำอย่างระมัดระวัง "ง่วงมั้ย?" ถามเพราะเห็นสีหน้าอ่อนล้าบนใบหน้าสวย
วงแขนเรียวโอบรัดลำคอของร่างสูงไว้ "อืม... ง่วง" เสียงหวานๆอ่อนแรงเอ่ยตอบ
"ไปนอนกันนะ" น้ำเสียงอบอุ่นโดยไม่ต้องแสร้งทำเอ่ยออกมา... เป็นน้ำเสียงที่แม้กระทั่งตัวเองยังตกใจว่าสามารถพูดได้
ร่างสูงวางฟูจิลงกับเตียงเบาๆ แล้วขยับจะเดินออกไปนอนโซฟาในห้องรับแขกข้างนอก เขาจูบราตรีสวัสดิ์ที่ปลายผมเบาๆก่อนแล้วเดินออกไปช้าๆ
".... โอชิทาริ..." ฟูจิเอ่ยเรียก
"หืม" หันกลับมาดูช้าๆเผื่อร่างบางจะต้องการอะไรอีก.... อาจจะเป็นน้ำสักแก้วหรือนมอุ่นๆก่อนนอน
"...."
...ไม่แน่ใจว่าที่พูดออกไปจะดีรึเปล่า...
... แต่...
".... ผมไม่อยากนอนคนเดียว..." ร่างบางบนเตียงเอ่ยเสียงอ้อนหากแต่ฟังบางเบา
"ไม่ได้หรอกนะ" โอชิทาริหันหลังกลับเพื่อซ่อนใบหน้า ".....ถ้าเกิดฉันทำอะไรลงไปอีก นายคงเจ็บปวด"
มือที่จับกรอบประตูสั่นเล็กน้อย ใจหนึ่งก็อยากจะเข้าไปกอดให้หลับในอ้อมแขน แต่อีกใจก็สั่งให้พอแค่นี้
".....แค่แป๊บเดียวก็ได้... ได้มั้ย"
... ถ้านอนคนเดียว...
... คงต้องฝันร้าย...
"...งั้น...แค่นายนอนหลับนะ" โอชิทาริหันหลังกลับมาทรุดนั่งที่พื้นข้างเตียง มือใหญ่ยื่นรอให้ฟูจิวางมือแปะลง
ร่างเล็กที่นอนตะแคงอยู่เอื้อมมือมาจับไว้ ก่อนจะดึงไปแนบไว้ชิดตัว
"อื้ม..."
... แค่นั้นก็ได้...
"หลับตาเร็วๆสิ ผ้าห่มมีก็ไม่รู้จักห่ม" เสียงคล้ายจะโวยวายแต่ก็เจือกระแสอ่อนโยนอยู่มาก มืออีกข้างที่ว่างเปล่าดึงผ้าห่มมาคลุมให้อย่างทุลักทุเล
".... ราตรีสวัสดิ์นะ..." นัยน์ตาคู่สวยปิดลงช้าๆ มือเล็กที่ยึดมือของโอชิทาริไว้ ดึงให้มือใหญ่มาแนบไว้กับแก้มของตนเอง
"ราตรีสวัสดิ์" ร่างสูงเอนตัวลงพิงผนังห้อง ในวันนี้เขาทำเรื่องมากมายที่ไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต ทั้งอาหาร... บริการอาบน้ำสระผม หรือกระทั่งจูบราตรีสวัสดิ์ ทุกครั้งที่มีอะไรกับคนอื่นพอเสร็จแล้วก็จะแยกกันไป มีแต่เพียงฟูจิที่เขาอยากจะกกกอดไว้กับตัว... เพียงคนเดียวเท่านั้น
...คนที่เปลี่ยนระบบชีวิตและจิตใจของเขาให้ยุ่งเหยิง...คนที่ไม่ว่ายังไงก็หยุดรักไม่ได้เสียที...
โอชิทาริล้มเลิกโปรแกรมไปนอนที่โซฟา เขาอยากจะจับมือนี้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ นัยน์ตาสีน้ำเงินมองร่างบางเรื่อยๆจนในที่สุดก็หลับไป... ทั้งๆที่มือยังถ่ายทอดความอบอุ่นให้กันและกัน
><><><><><><><><><><><><><><><><
เช้าวันใหม่มาถึงแล้ว หากแต่ฟูจิยังไม่รู้สึกตัว การได้นอนในที่ที่ให้ความรู้สึกสบายทำให้ร่างกายได้พักยาว ร่างเล็กขดกายอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาบนพื้นพรมข้างกายร่างสูง เขายังคงยึดมืออีกฝ่ายแนบไว้ใกล้ชิด
ร่างสูงขยับกายเมื่อรู้สึกถึงศีรษะเล็กที่อยู่ใกล้ๆตัก นัยน์ตาสีน้ำเงินเปิดช้าๆกระพริบตามองคนข้างๆสองสามที มือที่ไม่ถูกกุมไว้เลื่อนมาลูบเส้นผมด้วยความรัก เขาเอนตัวเปลี่ยนทิศทางเพื่อบังแสงตะวันที่เล็ดรอดม่านออกมาเป็นสายเล็กๆ
โอชิทาริขยับตัวจะดึงมือออกไปเตรียมอาหารเช้าให้ แต่มือเล็กก็ไม่ยอมปล่อยง่ายๆ ใบหน้ายามหลับของฟูจิดูสวยงามและไร้เดียงสาจนอยากจะนั่งมองนานๆอยู่อย่างนี้
... หลับสนิทอย่างนี้ กับคนที่เคยทำร้ายนายได้เหรอ...
โอชิทารินั่งมองอยู่นานสองนาน ไม่อยากปลุกให้ตื่นจากความฝันแสนหวานมาเจอกับความมืดมน...เช่นตัวเอง
ร่างเล็กขยับกายน้อยๆ มือข้างนั้นยังคงยึดมือโอชิทาริไว้แน่น ดวงตาคู่สวยค่อยลืมขึ้นช้าๆ ฟูจิสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อพบว่าอีกฝ่ายตื่นก่อนแล้ว
... ตีสีหน้าไม่ถูกเลย...
".... อ... อรุณสวัสดิ์...."
"อือ...." รับคำสั้นๆแล้วชูมือที่จับกันอยู่ขึ้นมา "นี่อะไร...?" นัยน์ตาสีน้ำเงินมองไปที่กองผ้าห่มและร่างที่แหงนมอง คิ้วหนาเลิกขึ้นเป็นเชิงถามแกมหยอกล้อ "แล้วนั่นอะไร?"
ฟูจิตีหน้ายุ่ง ก่อนจะเอ่ยตอบคำถาม
"นี่ก็คือมือผม... นั่นก็กองผ้าห่ม"
... จงใจแกล้งกันชัดๆ...
"อุตส่าห์ลงมานอนเป็นเพื่อนฉัน... ขอบใจนะ" โอชิทาริขยี้เส้นผมนิ่มเบาๆแล้วจูบลงกลางศีรษะ
... ฉันจะจูบนายมากๆ ฉันจะกอดนายเบาๆ ชดเชยที่ทำร้าย...
เขาคว้าร่างบางขึ้นมานั่งบนตักแล้วโอบกอดหอมแก้มซ้ายขวาราวกับคู่รัก ฟูจิคงจะตกใจกับความไม่แน่นอนของเขา... แต่ช่างเถอะ อีกหน่อยนายก็จะชิน
...แต่ว่า ถึงนายจะชินฉันก็ไม่เลิกทำหรอก...
ร่างบางได้แต่นั่งนิ่งทำอะไรไม่ถูก... การกระทำของโอชิทาริราวกับจะบอกว่า สิ่งที่ได้พูดไว้ว่าจะไม่ทำร้ายแล้ว อีกฝ่ายหมายความเช่นนั้นจริงๆ
... หรือเปล่า...
ใบหน้าหวานแดงเรื่อขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ สัมผัสบนแก้มสองข้างทำเอารู้สึกใจเต้น
"เช้านี้กินอะไรดี" โอชิทาริถามทั้งๆที่ฟูจิยังอยู่ในอ้อมแขน
"... อะไรก็ได้" อัจฉริยะหนุ่มตอบเสียงแผ่วเมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังเขิน
...อย่าเปลี่ยนกะทันหันแบบนี้...
...ผม...
... ตามไม่ทันแล้ว...
โอชิทาริคลายอ้อมแขนแล้วอุ้มร่างบางลงบนเตียง หลังจากสั่งสำทับว่าไม่ให้ลงจากที่นอนแล้วก็เข้าไปในครัว รื้อค้นไข่มาสามฟอง เบคอน และไส้กรอกมาหั่น ในหนังสือที่เขาเคยอ่านได้บอกวิธีทำเป็นรูปปลาหมึกไว้....เขายืนนึกแล้วคว้ามีดมาหั่น โยนไส้กรอกและเบคอนลงกระทะ พอได้ที่ก็จัดใส่จานใบใหญ่ ไข่สามฟองถูกตอกลงต่อจนเมื่อไข่ขาวสุกแล้วก็นำทั้งหมดมาวางบนโต๊ะ มือใหญ่ฉวยซีอิ๊วปรุงรสขวดเล็กวางบนถาด
...น้ำผลไม้หรือนมอุ่นๆดีนะ...
โอชิทาริจดๆจ้องๆอยู่หน้าตู้เย็นก่อนจะหยิบทั้งสองอย่างมารินใส่แก้ว อุ่นนมเสร็จก็ได้เวลายกเสิร์ฟคนบนเตียงพอดี
...ถึงจะนานหน่อยก็เถอะนะ...
กลิ่นหอมของมื้อเช้าที่ลอยมาแตกจมูกส่งให้ท้องเริ่มส่งเสียงร้อง การที่ถูกบังคับให้อยู่เฉยๆเช่นนี้ทำให้รู้สึกขัดเขิน
... จะบอกว่าวางตัวไม่ถูกก็ได้...
"ไข่ดาวไม่สุกเท่าไหร่ กินได้มั้ย?" โอชิทาริถือถาดมาวางพาดบนตัก มีดและส้อมที่จัดมามาสองชุดแต่จานอาหารมีเพียงหนึ่ง ไข่ดาวสามฟองวางอยู่ซีกหนึ่งอีกด้านเป็นเบคอนและไส้กรอกคุณปลาหมึกที่ออกมาไม่ค่อยเหมือนเท่าไหร่ เขาหั่นไส้กรอกออกมาเป่าลมแล้วยื่นให้ฟูจิ
"..." ไม่ใช่ว่ากินไม่ได้ แต่กับโอชิทาริในตอนนี้ หากจะเอ่ยขออะไรนิดหน่อย คงจะไม่เป็นไรนัก - - - ฟูจิคิดเช่นนั้นจึงเอ่ยถาม "... มีซอสพริกมั้ย"
"คือ....." โอชิทารินิ่งไปพักหนึ่ง เขารู้อยู่ว่าที่บ้านหลังนี้มีซอสที่ว่าอยู่ แต่เขาเองไม่แน่ใจว่ามันอยู่ตรงไหน...อาจจะเป็นในตู้เย็น หรือชั้นบนของตู้กับข้าว "รอก่อนนะเดี๋ยวไปเอามาให้" เขาวางถาดลงบนตักฟูจิแล้วผลุนผลันวิ่งหายเข้าไปในครัว
ฟูจิอมยิ้มขณะที่มองร่างสูงหายตัวไปในครัว เสียงที่ดังมาจากครัวนั้นพาให้เขาจินตนาการไปถึงอากัปกิริยายามหาของของอีกฝ่าย... อดคิดไม่ได้ว่านี่คือความรู้สึกเป็นสุข...
โอชิทาริกลับมาพร้อมกับขวดซอสที่ว่า เขาเทลงบนจานแล้วจิ้มส่งเข้าริมฝีปากบางทีละคำ..ทีละคำ ปลายนิ้วสากเช็ดข้างแก้มเมื่อตอนที่เผลอเอาซอสไปติด ไส้กรอกคุณปลาหมึกดูจะมากเกินกระเพาะของฟูจิเพราะว่าเหลืออยู่อีกหลายตัว นัยน์ตาสีน้ำเงินจ้องมองไส้กรอกสลับกับใบหน้าที่ก้มงุด
"ไม่อร่อยเหรอ"
คนที่ก้มหน้ารีบเงยขึ้นมองก่อนตอบปฏิเสธ "ไม่ใช่....." ฟูจิซ่อนดวงตาที่หวั่นไหวไว้ภายใต้ผมม้าที่ปรกลงแล้วเอ่ยต่อ "ตอนเช้าผมทานไม่เยอะหรอก..."
"มิน่าล่ะตัวเล็กนิดเดียว" โอชิทาริวางส้อมลงในถาดแล้วยกนมอุ่นใส่มือเรียว เขาเอาถาดอาหารไปเก็บในครัว ในตอนแรกกะว่าจะล้างทำความสะอาดเลยแต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าฟูจิยังถูกรัดข้อมืออยู่จึงเดินด้วยปลายเท้ามาแอบดู
ใบหน้าหวานก้มมองแก้วนมในมือ ข้อมือสองข้างยังคงขยับไม่ได้ดั่งใจแต่ฟูจิก็ใช้สองมือประคองแก้วด้านข้าง ก่อนจะยกขึ้นดื่มช้าๆ ด้วยความที่ไม่ค่อยจะถนัดนัก ทำให้เผลอยกแก้วขึ้นมากเกินไป
"?!?" อารามตกใจในปริมาณที่ล้นเข้าปากทำให้นมไหลลงให้สำลัก มือที่ติดกันทำให้ไม่สามารถปล่อยแก้วให้มือข้างเดียวถือไว้ได้ ฟูจิยกแขนทั้งสองข้างขึ้นก่อนจะใช้ข้อมือเช็ดที่มุมปาก ปลายลิ้นเลียเอาคราบนมที่ติดอยู่ออก แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังไม่สามารถกำจัดคราบนมที่เลอะอยู่ได้หมด
โอชิทาริลอบขำกับท่าทีของคนที่แอบมอง แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเพราะตัวเขาเองที่ทำให้ฟูจิลำบากรอยยิ้มที่มีจึงค่อยๆหายไป มือใหญ่กุมลูกกุญแจเย็นเฉียบที่ซ่อนอยู่ในกางเกงนอน ริมฝีปากเม้มเข้าออกราวกับตัดสินใจ
... ถ้าปล่อย..นายจะหนีไปจากฉันมั้ย....
นัยน์ตาสีทะเลจ้องมองนมสีขาวในแก้วนิ่ง สมองเริ่มสั่งการให้ระบบความคิดที่ซับซ้อนทำงาน
... จะต้องอยู่ในสภาพที่เหมือนนักโทษ...
... โดยที่มีเธอคอยให้ความอบอุ่นและอ่อนโยนไปอีกนานแค่ไหน...
โอชิทาริคว้ากุญแจขึ้นมากำ... ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ควรจะให้ฟูจิเลือกว่าจะอยู่กับเขาต่อ หรือจะไปจากเขาทันทีที่เป็นอิสระ ร่างสูงเดินเข้าไปใกล้ ปลายนิ้วสั่นๆจับกุญแจมือขึ้นมาไขทีละข้างเพื่อปลดปล่อยสิ่งที่ดึงรั้งเอาไว้ เขาโยนทั้งหมดทิ้งลงข้างหน้าต่าง โอชิทาริคว้าร่างบางเข้ามากอดแล้วกดปลายคางลงที่กลางศีรษะ
... อย่าไปจากฉันเลย...
... ได้โปรด...
อัจฉริยะแห่งเฮียวเทคลายอ้อมกอดออกแล้วนั่งลงกับพื้น... รอเวลาที่จะได้ยินเสียงใดเสียงหนึ่ง ไม่ว่าเสียงนั้นจะเป็นขยับกายเข้ามากอด... หรือวิ่งหนีออกไป
...ฉันจะยอมรับการตัดสินใจของนาย...
...แม้จะต้องเจ็บปวดก็ตาม...
To be continue...
Free Talk>>
ขณะที่ลงตอนนี้
ถ่ายทำเสร็จแล้วนะคะ เอวีเรื่องนี้
ก็
ผู้แต่งทั้งสองคน ติดภารกิจ *---*
แต่จะรีบจัดการให้เสร็จ เพื่อให้ได้ตีพิมพ์เร็วที่สุด
เพราะฉะนั้น ตอนนี้ยังบอกราคาไม่ได้
แต่มันก็คงไม่พ้น
82 / 128 / 182 / 228 / 282 ชักแพงเกิน
มันก็มีแค่เนี้ยล่ะ 5555
ในเล่มจะแถมตอนพิเศษให้ 1 ตอน
ภาพประกอบโดยคนที่คุณก็รู้ว่าอยู่เชียงใหม่ (ก๊าก)
นี่ไง ตัวอย่าง ภาพประกอบจากซีนนึงในตอนที่11 (ในเล่มมีป่าวไม่รู้นะเออ)

แบบเต็มๆและภาพอื่นๆ อัญเชิญที่บลอคของเจ้าของภาพ(แต่ตอนนี้เจ้าตัวยังไม่อัพนะจ๊ะ รอเจ้าตัวอ่านตอน11จบก่อน)
*กลิ้ง*
ฮากกกกกกกกกก ไม่ไหวแล้ว
ไม่คิดว่าจะเขียนจบจนได้ อ๊ากกกกกกกกกก
ด้วยความที่เขียนจบแล้ว ฮานะก็จะทยอยลง อย่าจิกทวงนะค้า~~~~ เพราะมันจบแล้ว อิอิอิ*-*
ฮาก ตื่นเต้น ไม่ได้แต่งฟิคจบนานแล้วววว ย้ากกกกกก
เลิฟปิ่น มายชี่อั๊งๆๆๆ *---*
แต่ยังยืนยัน เลือดในตัวเค้ายัง เทะฟู นะจ๊ะทุกคน *---*
วันที่ 9 สู้ตาย!!!!!!!!!
ร้องเพลงเพื่อคาเนปเป้!!!
พรุ่งนี้มี Private Live ที่บิ๊กเอคโค่อโศก 1 ชม. (มันยังอุตส่าห์/ท่านพญายม)
เจอกันเจเทรนด์ 22 นะคะทุกคน~~~~ (แกจะไปแน่เรอะ/ท่านพญายม)
บ๋ายบายบี๊~~~~!!
*จุ๊บ*

ไม่ไหวแล้ว
ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกก
(ถือกาต้มน้ำร้อนกับหมอนวิ่งไปรอบๆห้อง)
การกระทำนอนเซนส์มันทำให้รู้ว่าเค้าควบคุมสติไมได้แล้ววว ว๊ากกก
อย่าได้น่ารักกันไปมากกว่านี้เลยเค้าอิจฉาฟูจิมากๆๆๆๆๆ .... ถ้าเค้าหาแฟนได้ดีเหมือนชี่ในตอนนี้ล่ะก้อ .... ฮึ้ยยย
เค้าจะแต่งงานมันวันรุ่งขึ้นเลยโว้ยย
โอยย
อีชี่ทำกับข้าวเรอะ โอยยย
โอยยย ไอ้บ้า ทำตัวเป็นช่างเสริมสวยเรอะ ....ทุเรดดด
เดี๋ยวปาด้วยคู่สร้างคู่สมให้หัวแตกตาย ไอ้บ้า
อย่ามาทำให้เค้าหวั่นไหวนะชี่
#1 By Uriel*幸村が大好き!! on 2007-09-05 22:58