*[VERYspecial] TUTI x NAGAYAN PAIR interview!!!

posted on 24 Jul 2007 12:05 by hanachiko  in SPECIALday

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

เมื่อคืนเพิ่งระเบิดตัวตายเพราะระเบิดคาเนปเป้ที่ได้จากเนมมู่ว

มาเช้าวันนี้ ด้วยความว่างถึงขีด เปิดบลอคเหม่งแก้เซ็ง

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด





อารุฮิมีบลอคแล้ว

อารุฮิคืออะไร จิ้ม เอนทรี่นี้แล้วค่อยกลับมา



นี่คือบลอคอารุฮิ

บลอคอารุฮิ




กรี๊ดดดดดดดดดดดด

กรี๊ด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

)^*#&%W%&RFUIOGIYDuydpu

หฟำนรบะตั-ไตขุคจ-ไตถีๆระบ้ฟไนร้ภ

อ๊ากกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เข้าไปแล้วเจอเอนทรี่แรก โอ รูปเหม่งกับนากายันคู่กัน... ละครเวทีอันนี้เล่นกัน4คนนะเว้ย!!! (แต่เราก็สุขี)

เอนทรี่ที่สอง

*ระเบิดตัวตาย*

*กระเด็นกระดอนไม่เหลือซาก*

สัมภาษณ์คู่

สัมภาษณ์คู่

สัมภาษณ์คู่

สัมภาษณ์คู่

สัมภาษณ์คู่

สัมภาษณ์คู่

สัมภาษณ์คู่

สัมภาษณ์คู่

สัมภาษณ์คู่

สัมภาษณ์คู่

สัมภาษณ์คู่

สัมภาษณ์คู่

สัมภาษณ์คู่

สัมภาษณ์คู่วววววววววววววว

*กรีดร้องอย่างมีความสุข*

ด้วยความเสี้ยน บ่ายนี้มีสอบ แต่เราจะขอสครีม สอบเสิบไว้ก่อน ตอนนี้อะไรก็ไม่สำคัญเท่า (ยกเว้นคาเนปเป้จะมาขอแต่งงาน)

มา! (สัมภาษณ์นี้แล้วอีกไม่นาน ฟิคเราจะออกมาให้อ่านกันอีกนะคะ)

รายงานสด ดอกไม้แชนเนิล ภายใต้เครือข่ายBaNaNa Sattlelite

[Official Blog-only Cast Talks, featuring Tsuchiya Yuuichi ~ Part 1: Nagayama Takashi version]

>>คุณสองคนได้เล่นด้วยกันครั้งแรกในปี2003 กับละครเพลงPrince of Tennis ไม่ทราบว่าคุณจำความประทับใจแรกพบที่มีต่อกันได้มั้ยคะ (แม่งงง ยังกะแถลงการแต่งงาน)

ตุ๊ติ: หวา... แปลว่านั่น(ความประทับใจ)คือทอล์คคราวนี้สินะ? น่าสนุกจัง.. อืมม... คิดก่อนนะ... ครั้งแรกที่เราพบกัน.....

นากายัน: มันเป็นตอนที่ต้องถ่ายใบปลิวกัน สึตจี้(นากายันเรียกตุ๊ติน่ะแหละ แต่พอเขียนเป็นคาตาคานะให้อ่าน มันคือつっちー น่าจะอ่านว่า ทสึตจี้--- น่ารักเว้ย)มาถึงช้านิดหน่อย พร้อมๆกับเอย์จิซัง(โม่ซัง) และเดี๋ยวนั้น เค้าก็เริ่มทำตัวไฮเปอร์ไปทั่ว พูดคุยกับแคสคนอื่นๆถึงเรื่องที่ผมไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อยด้วยเสียงใหญ่ๆมาก แล้วผมก็คิด "หวา ไอ้บ้านี่มันใครกันเนี่ย?" *หัวเราะ* "พวกนักแสดงเป็นแบบนี้หมดเลยเหรอ?"

ตุ๊ติ: อื้อ พูดอีกก็ถูกอีก *หัวเราะ*

นากายัน: สำหรับผม ผมไม่รู้ว่าผมจะยังทำสเตจต่อรึเปล่าหลังจากนี้ ยิ่งไปกว่านั้น ผมค่อนข้างประหม่าที่ต้องมาที่บริษัทนี้ในระหว่างทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อโชว์ครั้งแรกของผม พูดกันตามตรง ณ ตอนนั้น ผมแค่กังวลที่จะต้องทักทายกับทุกคน

ตุ๊ติ: หือ... ตอนถ่ายใบปลิวเหรอ

นากายัน: นายจำไม่ได้สินะ (นากายันลงท้ายว่า เดโช้? โมเอ้-----)

ตุ๊ติ: ได้ ฉันจำได้ว่าถ่ายใบปลิว แต่ถ้าพูดถึงความประทับใจแรกพบที่มีต่อทาคาชิ(อ๊ากก ตุ๊ติ เรียกว่าทาคาชิ น่ารักเว้ยยยยย)เนี่ย - - - ฉันค่อนข้างสับสนนะ แบบ "เอาล่ะ ฉันจะสื่อสารกับกับคนๆนี้ยังไงดี" เพราะเราต้องเล่นคู่กัน แล้ว ไงล่ะ ผมอยากจะสนิทกับเค้าเร็วๆ แต่มันก็เพราะว่า คาแรคเตอร์ของพวกเราใกล้ชิดกันมาก ผมก็เลยค่อนข้างระวังความประพฤติเวลาที่อยู่รอบๆเค้าน่ะ

นากายัน: คือ ผมก็ยืนอยู่ตรงนั้น คิดนะ ว่านี่เป็นการแสดงสเตจครั้งแรกของผม แล้วทุกคนก็มีประสบการณ์ครั้งแรกกันมาแล้ว ความตั้งใจสูงสุดของผมคือตามพวกเขาให้ทัน ระหว่างซ้อม จิตใจผมแยกออกเป็นสองส่วน ระหว่างจะต้องซ้อมหนักแค่ไหนเพื่อให้ไปให้ถึงจุดนั้นในฐานะนักแสดง หรือจะสร้างความสัมพันธ์อันดีกับทุกๆคน แล้วผมก็ตัดสินใจว่าผมจะพยายามซ้อมอย่างหนัก ผมก็เลยอุทิศตัวให้กับการพัฒนาตัวเอง แล้วก็มาถึงจุดที่ผมเริ่มเห็นความสัมพันธ์ก่อตัวขึ้น ไม่ใช่แค่กับสึตจี้ แต่หมายถึงแคสเมมเบอร์ทุกคน ก็ตอนโชว์อันต่อมา แล้วก็Dream Liveนะ...

ตุ๊ติ: ช่าย นายไม่ค่อยอยู่ด้วยกันนอกเวลาซ้อมเท่าไหร่ แม้กระทั่งทุกวันนี้ เวลาฉันโทรหานาย นายก็จะตอบว่า "ฉันอยู่บ้านพ่อแม่อยู่อะ" *หัวเราะ*

นากายัน: เฮ้ นั่นก็คือตอนนั้นแล้วก็ตอนนี้! ทีสึตจี้ล่ะ ยังไม่เคยโทรกลับฉันเลยเวลาฉันโทรไป! อืม... นั่นมันไม่ใช่เรื่องใหญ่นี่นะ(กลับโลกลูก กลับโลกก)ผมจะอธิบายยังไงดี... สึตจี้เป็นคนที่ แม้กระทั้งเวลาอยู่บนเวที เค้าจะรับทุกอย่างที่โยนไปให้ แล้วก็เดาไม่ถูก ในทางที่ดีนะ... แล้วมันก็มีเซนซ์ของความส่วนตัว (ในที่นี้หมายถึงความรู้สึกไว้ใจอบอุ่นอะไรแบบนั้น อั๊งงง) ที่เราจะสามารถบอกกันและกันได้เสมอโดยไม่ต้องเสแสร้งว่า "ถ้าฉันปล่อยให้เขาจัดการ ทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง" (*ระเบิดหัว*)

ตุ๊ติ: อืม.. อย่างน้อยนั่นก็คือความรู้สึกทั่วไปนะ...

>>งั้น สำหรับพวกคุณสองคน "อารุฮิ" จะเป็นการแสดงคู่กันด้วยกันเป็นครั้งแรกสินะคะ (ในที่นี้ มันหมายถึงการแสดงที่มีพวกเขาเป็นตัวเอกคู่กันเป็นครั้งแรกน่ะค่ะ)

ตุ๊ติ: ครับ ประมาณนั้น! ให้ผมพูดง่ายๆเลยนะ ตื่นเต้นดีใจมากเลย! (เค้าใช้คำว่าอุเรชี่~~ เราก็อุเรชี่เช่นกานนนน)

นากายัน: เราพูดว่า "ผมเต็มใจทำ" กันมาได้ซักพักแล้วล่ะ - - - ไม่ค่อยมีนักแสดงอายุประมาณเราที่เราจะเรียนรู้ได้ แต่สึตจี้มีประสบการณ์มากมายกับคนอื่นๆ ผมก็เลยตื่นเต้นที่จะได้ทำสิ่งนี้กับเค้า (*ระเบิดตัวตาย*)

ตุ๊ติ: ใน"Musical Prince of Tennis"กับ"Rock Musical BLEACH," ทั้งสองอันที่ผมเล่นกับทาคาชิ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นอะไรที่สตาฟจัดมาให้ มากกว่าที่จะเป็นผลงานจากนักแสดงแต่ละคน คอสตูมกับเมคอัพก็เป็นแบบนั้นตลอดเวลา และมันก็มีต้นแบบเสมอ เพราะงั้น การมีสิ่งสนับสนุนมากขนาดนั้น ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นสำหรับผม ในฐานะนักแสดง และสื่อถึงคนดูได้ง่ายด้วยเช่นกัน

นากายัน: และเพียงแค่นั้น ผมก็รู้สึกถึงเซนซ์ที่ว่า "เราเป็นคู่กัน" ช่างแข็งแกร่งมาก... แหงล่ะ มีผู้คนมากมายรู้จักพวกเราจากตรงนั้น และมีผู้คนอีกมากมายที่แฮปปี้มากๆกับการได้เห็นเรายืนด้วยกัน (แถวนี้1คนนนนน) เพราะฉะนั้น ครั้งหน้าที่เรายืนคู่กันบนเวที เราอยากให้มันเป็นโชว์ที่จะตอบแทนคนพวกนั้น ซักอันที่จะสามารถตอบรับความหวังของพวกเขา ซักอันที่จะสามารถทำให้พวกเขากลับบ้านอย่างพอใจ - - - เราตั้งใจมากๆเลย

ตุ๊ติ: ใช่ สำหรับผมก็เหมือนกัน ผมคิดมาตลอดว่า พวกเราจะต้องได้เล่นละครเวทีคู่กันด้วยกันอย่างจริงจัง ดังนั้น โชว์นี้ถือเป็นโอกาสดีมากๆเลย

นากายัน: นี่คือการแสดงคู่กันที่ผมคอยหวังมาตลอด และผมก็ไม่อยากจะทำให้ผู้ชมผิดหวังเช่นกัน สำหรับผม ผมคิดอย่างตั้งใจมากกว่า ผมอยากให้โชว์นี้เป็นหนึ่งใน ที่ไม่ว่ากี่ปีของการอยู่บนเวทีจะผ่านไป นี่จะเป็นการรวมทุกสิ่งเอาไว้

ตุ๊ติ: อิสระตรงนี้มันสูงมาก ผมเชื่อว่าทาคาฮาชิ อิซาโอะซัง ผู้เขียนสคริปต์ จะต้องเขียนขึ้นจากการที่เฝ้ามองพวกเราทีละคนแล้วยกไปเป็นคาแรคเตอร์ และหากคาแรคเตอร์เหล่านี้จะถูกไปทำให้เป็นอนิเม คอนเซปต์หลักก็คงจะเป็น "Teamwork." อย่างแน่นอน จริงอยู่ว่าคุณจะมีคาแรคเตอร์แต่ละแบบเขียนอยู่ แต่ในตอนท้ายที่สุด มันก็คือการที่ว่า คนสี่คนจะทำงานร่วมกันอย่างไร ความสนุกเบื้องหลังการทำงานร่วมกัน และผลจากการเล่นเป็นทีม จะกลายเป็นจุดที่สำคัญที่สุด... ผมคิดว่านะ...

>>คุณสองคนคิดอย่างไรกับบทเมื่อตอนที่ได้อ่านมันครั้งแรกคะ?

ตุ๊ติ: มันน่าสนใจมาก มันมีกลิ่นอายของความเก่าอยู่จากการที่ถูกเขียนขึ้นมากว่า20ปีแล้ว แต่เนื้อเรื่องของมันนั้น ทุกคนสามารถนำมาเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันได้ ตอนผมอ่านคนเดียวบนรถไฟ ผมหัวเราะออกมาดังมากๆ แต่ระหว่างการอ่านครั้งแรกอย่างตั้งใจที่ทำไปวันนี้ อ๋า-- มันยากมาก~! พวกเราสี่คนอ่านกันหมดโดยยังไม่มีไอเดียอะไรมาก เพราะอย่างนั้น ยิ่งทำให้เรารู้สึกว่าเรา "ไม่มีอะไรในหัว" มันถูกเขียนขึ้นมาเพื่อแสดงบนสเตจจริงๆ และเพราะอย่างนั้น หากความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครไม่ออกมาถูกต้อง ก็จะทำให้แม้กระทั่งส่วนที่ฮามากๆแป้กไปเลย ผมรู้สึกถึงลางสังหรณ์ว่า "ผมจะต้องตัดนู่นนี่ออกในการซ้อมเพื่อทำให้ตรงนี้ขำ"

นากายัน: สำหรับผม ไม่ว่ายังไงก็ตาม ความรู้สึกก็คือ "ฮึ่ย มันจะต้องยากมากยามที่มีแค่สี่คน" และนั่นก็คือความรู้สึกตอนอ่านครั้งแรก แต่จริงๆแล้ว ผมไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากผมทำอะไรซักอย่างกับนี่ ผมต้องการอ่านมันให้ละเอียดกว่านี้... ในโชว์นี้ การแสดงเริ่มใข้นที่บทพูดของผม และนั่นเป็นความสุขสูงสุดที่นักแสดงจะได้สัมผัส แล้วผมก็ต้องรีบดึงทุกคนเข้ามาก่อนที่เนื้อเรื่องจะเริ่มขึ้นด้วยซ้ำ แล้วผมก็ไม่อยากให้มันมีจุดที่ว่า ผมต้องออกไปพูดให้คนคิดว่า "อืม โชว์นี้ก็คงเป็นงี้ล่ะ" เพราะงั้น ผมเลยยจังคิดอยู่ว่าจะแสดงความตื่นเต้นและสับสนบนเวทียังไงดี... เอาเถอะ สำหรับตอนนี้ ผมเรียนรู้มากมายเกี่ยวกับงานที่รอผมอยู่จากการอ่านบทอย่างละเอียดน่ะนะ...

>>นากายาม่าซังมีบทพูดเยอะมากนี่คะ?

นากายัน: ครับ นั่นล่ะคือที่ผมคิดมาตลอดเลย *หัวเราะ* ในการละครเวทีที่ผมเคยผ่านมาทั้งหมดจนถึงตอนนี้ นี่เยอะที่สุดเลยครับ แต่ผมก็จะพยายามอย่างตั้งใจ ตั้งใจ ตั้งใจ ตั้งใจ ให้เหมือนกับว่าชีวิตผมต้องพึ่งมันเลยละครับ และถ้ามันยังไม่พอละก็ อืม... ผมก็จะให้สึจิยะซัง(ตุ๊ติ)ทำอะไรซักอย่างเพื่อส่วนที่เหลือ

ตุ๊ติ: พูดแบบนั้น แต่ก็รู้ใช่มั้ยว่าฉันไม่อยู่ในตำแหน่งที่จะช่วยอะไรนายได้ *หัวเราะ*

นากายัน: อืมม คาแรคเตอร์ของผมก็คงไม่ขอความช่วยเหลือจากใคร... อา.. อะไรอีกนะ... เดี๋ยว!! เอาเถอะ เอาเป็นว่า ผมจะพยายามให้เต็มที่!!!

>>เอาล่ะค่ะ สุดท้ายนี้ ขอความคิดเห็นเกี่ยวกับโชว์นี้อีกครั้งนะคะ

ตุ๊ติ: พลังของนักแสดง.. โชว์นี้เกี่ยวกับคำนี้เท่านั้น เพราะงั้นผมเลยค่อนข้างตื่นเต้นที่จะได้ไปซ้อมเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายสำคัญ สำหรับคนที่ไม่เคยเห็นละครเวทีที่ดราม่าแบบนี้ นี่จะเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับพวกเขาเลย และสำหรับคนที่เคยดูละครทำนองนี้มาแล้ว ผมหวังว่าจะทำให้พวกเขารู้ว่า เรากำลังเผชิญหน้ากับผลงานจาก20กว่าปีก่อน พวกเราจะมุ่งไปสู่จุดสูงสุด แต่ก่อนอื่นเลย พวกเราคงต้องหาส่วนที่ดีที่สุดในตัวเราเองก่อน ผมรู้สึกอย่างนั้น

นากายัน: ใช่แล้วล่ะ ตัวละครเองไม่ได้ยาวขนาดนั้น แต่ผมคิดว่าการที่เนื้อเรื่องจะเข้มข้นได้นั้นแตกต่างไปขึ้นอยู่กับแต่ละคน และมันก็จะมีจุดที่ว่า "อะไรเนี่ย?" เยอะมาก และมันก็ไม่มีทางที่จะทำให้ชัดเจนได้ พวกเราจึงจะโฟกัสไปที่แต่ละสิ่งรู้สึกอย่างไร จะแสดงออกแบบไหนที่ทำให้ผู้ชมเข้าใจเราได้และมีความสุขกลับไป นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด ในฐานะนักแสดง เราต้องทำให้โชว์นี้กลายเป็นโชว์ที่พวกเราจะประเมิณทุกสิ่งทุกอย่างได้

ตุ๊ติ: ผมรู้สึกจริงๆว่า นิทานเรื่องนี้ รวมอยู่ในกล่องด้วยองค์ประกอบต่างๆอย่างง่ายดาย มันจะต้องเป็นเรื่องยากสำหรับทุกคนว่าจะเข้าถึงมันยังไง แต่ ไม่ว่าความประทับใจของพวกเขาจะเป็นยังไง ตราบใดที่เราสามารถเชื่อมโยงความรู้สึกที่ว่า "นี่คือละครเวทีที่เราอยากจะทำตอนนี้" ท่าทางของนักแสดง และความรู้สึกแล้วล่ะก็ ผมก็พอใจแล้ว เพราะผมรู้สึกว่านี่เป็นเรื่องสำคัญพอสมควร

นากายัน: ครับ เราอยากจะให้นี่เป็นอะไรบางอย่างที่ทุกคนจะมีความสุขไปกับมันเนะ (นากายันลงท้ายด้วยเนะจริงๆนะเอ้า อั๊งง)

รายงานสด จากดอกไม้แชนเนิล

ดิฉัน ฮานะ มัตสึโมโตะ รายงานค่ะ

Snap shots

Free Image Hosting at www.ImageShack.us

Free Image Hosting at www.ImageShack.us

Free Image Hosting at www.ImageShack.us



แฮ่~~~ ไปอ่านหนังสือล่ะ

สุขใจจะหาไหน *กลิ้งงง*





ฮิ้ว~~~~~~~








Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เลิฟ เลิฟ ได้อีก ไปตายซะ ไอ้ลุงหลอกเด็ก (ได้ข่าวว่า เ็ด็กแก่กว่าลุง กร๊ากกกกกกกก)

นากายัน แอบล่ำ (...ไม่ เค้าเรียก อวบอึ๋ม) (...ลุง นอกจากชอบเด็ก แล้วยังชอบ อึ๋มๆด้วย คึคึ)

#1 By ★陳美美★maymeichan★ on 2007-07-24 12:09

ฮ่าๆๆ อ่านจบแล้ว *-* สมควรที่ฮานะจังจะระเบิดตัวตายด้วยความคลั่ง *-* อิอิ

#2 By Uriel*幸村が大好き!! on 2007-07-24 12:25

i lyk them also !!!

#3 By `~ G r a C e ~` on 2007-07-24 12:57

555555555+
ขำเม้นท์1

อ๊าคคคคคคคค นากายันนนน น่าร๊ากกกกกกก

สองคนนี้คู่กั๊น คู่กัน ให้ตายเถ้อะ *ดิ้นๆ*

["ถ้าฉันปล่อยให้เขาจัดการ ทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง" ] <<<

อั๊งส์ >/////<
โอ๊ยยยยยย โว้ยยยยยยย ย้ากกกกกกกกกกกกกก
หมั่นส้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

หมั่นส้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

น่ารักเกินไปแล้วววววววววววววววววววววววว

มีความสุขล่ะสิ.. 55555555+

พึมพัมๆ ซิลเวอร์จงทำ ซิลเวอร์จงทำ *ฝันT------T*

#5 By 【いくみ】 on 2007-07-24 13:20

^
ขำเนม

ขยันแปลจริงนะเธอ

คู่นี้รักกันน่าอิจฉา เชอะ

#6 By :nakare: on 2007-07-24 15:22

copy reply5
โอมจงทำ โอมจงทำ โอมจงทำๆๆๆๆๆ

#7 By Uriel*幸村が大好き!! on 2007-07-24 17:53

น่ารักกกกก ><!!! เจ้ฮานะกรี๊ดซะบล็อคแตก กร๊ากกกก~!!!

ความจริงแอบชอบตอน Bleach Rock Musical อั๊ย~
อั๊งงง....น่าร๊ากกกก...>___<

นากายันตอบได้โมเอ้จริงๆ...(นึกภาพตาม*--*)
ส่วนเหม่งไม่สนใจ...เชอะ

ชอบตัวแดง..ที่แม่เน้น
กับที่บอกว่า..."เราเป็นคู่กัน"..>[]<

หมั่นไส้~

มิน่าวันนี้ออกจากห้องสอบเร็วเชียว555

#9 By ~๐Yuki`Shizuku๐~*♥ on 2007-07-24 20:50

เหอเหอ เข้ามาเวรี่สครีมด้วยคน
เห็นแล้วล่ะว่าทำไมฮานะถึงโทรมาสครีมให้ฟัง
พอมาอ่านแล้ว แบบว่า.....ลุงเอ้ยยยยยยยยยย

#10 By . : : ZePhyRuS : : . on 2007-07-24 21:02

กรี๊ดดดดดดด รูปในบลอคนั่นนนนนน

ฮากกกกกกกกกก.............

สัมภาษณ์เจ้าบ่าวเจ้าสาวนะคะ
ท่านฮานะบอกให้แปะก็แปะ
มันส์ตรงไหนรู้กันในเอ็มเนาะ 5555

ซับนรกบายก้วย -- --"

คุณสองคนได้เล่นด้วยกันครั้งแรกในปี2003 กับละครเพลงPrince of Tennis ไม่ทราบว่าคุณจำความประทับใจแรกพบที่มีต่อกันได้มั้ยคะ ----- เจอกันครั้งแรกที่นี่ใช่มั้ย แล้วประทับใจอะไรในตัวเจ้าบ่าวคะ?

ตุ๊ติ: หวา... แปลว่านั่น(ความประทับใจ)คือทอล์คคราวนี้สินะ? น่าสนุกจัง.. อืมม... คิดก่อนนะ... ครั้งแรกที่เราพบกัน.....
------ ครั้งแรกที่ผมพบเค้าเหรอครับ....*เหล่มองเจ้าสาวด้วยสายตาเปี่ยมรัก*

นากายัน: มันเป็นตอนที่ต้องถ่ายใบปลิวกัน สึตจี้ ...อ่า มันเป็นชื่อที่เราใช้เรียกกันเล่นน่ะ *เจ้าสาวยิ้มเขินๆพอเป็นพิธี แล้วเริ่มเล่าต่อ*

ตุ๊ติ: ได้ ฉันจำได้ว่าถ่ายใบปลิว แต่ถ้าพูดถึงความประทับใจแรกพบที่มีต่อทาคาชิ(อ๊ากก ตุ๊ติ เรียกว่าทาคาชิ น่ารักเว้ยยยยย)เนี่ย - - - ฉันค่อนข้างสับสนนะ แบบ "เอาล่ะ ฉันจะสื่อสารกับกับคนๆนี้ยังไงดี" เพราะเราต้องเล่นคู่กัน แล้ว ไงล่ะ ผมอยากจะสนิทกับเค้าเร็วๆ แต่มันก็เพราะว่า คาแรคเตอร์ของพวกเราใกล้ชิดกันมาก ผมก็เลยค่อนข้างระวังความประพฤติเวลาที่อยู่รอบๆเค้าน่ะ

----- เอาล่ะ เราจะสนิทกับเธอยังไงดี จะได้จีบติดเร็วๆ ไม่งั้นต้องโดนหมาคาบไปแ**กแน่ๆ เพราะคาแรคเตอร์ของพวกเราใกล้ชิดกันมาก แล้วผมก็อยากจะเป็นแบบนั้นกับทาคาชิจริงๆ
ผมก็เลยค่อนข้างระวังความประพฤติเวลาที่อยู่รอบๆเค้าน่ะ ไม่งั้นเดี๋ยวจีบไม่ติดครับ

แล้วก็มาถึงจุดที่ผมเริ่มเห็นความสัมพันธ์ก่อตัวขึ้น ไม่ใช่แค่กับสึตจี้ แต่หมายถึงแคสเมมเบอร์ทุกคน ก็ตอนโชว์อันต่อมา แล้วก็Dream Liveนะ...
----- แล้วก็มาถึงจุดที่ผมเริ่มเห็นความสัมพันธ์ก่อตัวขึ้น กับแคสเมมเบอร์ทุกคน และโดยเฉพาะกับสึตจี้ *เจ้าสาวหันไปโปรยยิ้มหวาน 1 ที*

ตุ๊ติ: ช่าย นายไม่ค่อยอยู่ด้วยกันนอกเวลาซ้อมเท่าไหร่ แม้กระทั่งทุกวันนี้ เวลาฉันโทรหานาย นายก็จะตอบว่า "ฉันอยู่บ้านพ่อแม่อยู่อะ" *หัวเราะ* ---
นากายัน: นายจะมาขอเมื่อไหร่ล่ะ

แล้วมันก็มีเซนซ์ของความส่วนตัว (ในที่นี้หมายถึงความรู้สึกไว้ใจอบอุ่นอะไรแบบนั้น อั๊งงง) ที่เราจะสามารถบอกกันและกันได้เสมอโดยไม่ต้องเสแสร้งว่า "ถ้าฉันปล่อยให้เขาจัดการ ทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง" ---- ซิงโครกันได้แล้วสินะ

นากายัน: และเพียงแค่นั้น ผมก็รู้สึกถึงเซนซ์ที่ว่า "เราเป็นคู่กัน" ช่างแข็งแกร่งมาก... ---- และแล้วเวลานั้น ผมก็ตระหนักได้ว่า ผู้ชายคนนี้แหละคือคู่ชีวิต

ตุ๊ติ: ใช่ สำหรับผมก็เหมือนกัน ผมคิดมาตลอดว่า พวกเราจะต้องได้เล่นละครเวทีคู่กันด้วยกันอย่างจริงจัง ดังนั้น โชว์นี้ถือเป็นโอกาสดีมากๆเลย
----- ครับ สำหรับช่วงเวลาที่เราคบกัน ผมคิดมาตลอดว่า พวกเราจะต้องได้ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างแน่นอน

นากายัน: นี่คือการแสดงคู่กันที่ผมคอยหวังมาตลอด และผมก็ไม่อยากจะทำให้ผู้ชมผิดหวังเช่นกัน สำหรับผม ผมคิดอย่างตั้งใจมากกว่า ผมอยากให้โชว์นี้เป็นหนึ่งใน ที่ไม่ว่ากี่ปีของการอยู่บนเวทีจะผ่านไป นี่จะเป็นการรวมทุกสิ่งเอาไว้

----- นี่คือการใช้ชีวิตคู่ที่ผมฝันมาตลอด และผมก็ไม่อยากทำให้ผู้คนรอบข้างผิดหวังในการตัดสินใจของผมเช่นกัน สำหรับผม ผมคิดอย่างตั้งใจมากว่า ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหน ก็อยากจะให้การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการรวมทุกสิ่งทุกอย่างของเราสองคนเอาไว้

ป.ล. ขอบคุณที่เครดิตดาวเทียมของระบบเซิชเอนจิ้นกูก้วย
ป.ล.2 เรื่องบทซับนรกยากอ่ะ จริงจังเกิน 555555
ป.ล.3 ขอบคุณที่อุตส่าห์สครีมให้อ่านก๊า~

#11 By LittleBaNaNa on 2007-07-25 00:16

ก๊ากกก มาขำเนมด้วยคน แค่นี้ซิลเวอร์มันก็วายกันแล้วนา....มันกลายเป็นโกลเด้นท์ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ฮ่าๆๆ

แต่คู่นี้ก็น่ารักไม่แพ้กันไม่เป็นรายยย

คราวต่อไปคู่นี้มันคงออกมาแถลงข่าวแต่งงานล่ะ กั่กๆๆ

#12 By ロー。 on 2007-07-25 20:11