*[VERYspecial] TUTI x NAGAYAN PAIR interview!!!
posted on 24 Jul 2007 12:05 by hanachiko in SPECIALdayกรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
เมื่อคืนเพิ่งระเบิดตัวตายเพราะระเบิดคาเนปเป้ที่ได้จากเนมมู่ว
มาเช้าวันนี้ ด้วยความว่างถึงขีด เปิดบลอคเหม่งแก้เซ็ง
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
อารุฮิมีบลอคแล้ว
อารุฮิคืออะไร จิ้ม เอนทรี่นี้แล้วค่อยกลับมา
นี่คือบลอคอารุฮิ
กรี๊ดดดดดดดดดดดด
กรี๊ด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
)^*#&%W%&RFUIOGIYDuydpu
หฟำนรบะตั-ไตขุคจ-ไตถีๆระบ้ฟไนร้ภ
อ๊ากกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!!
เข้าไปแล้วเจอเอนทรี่แรก โอ รูปเหม่งกับนากายันคู่กัน... ละครเวทีอันนี้เล่นกัน4คนนะเว้ย!!! (แต่เราก็สุขี)
เอนทรี่ที่สอง
*ระเบิดตัวตาย*
*กระเด็นกระดอนไม่เหลือซาก*
สัมภาษณ์คู่
สัมภาษณ์คู่
สัมภาษณ์คู่
สัมภาษณ์คู่
สัมภาษณ์คู่
สัมภาษณ์คู่
สัมภาษณ์คู่
สัมภาษณ์คู่
สัมภาษณ์คู่
สัมภาษณ์คู่
สัมภาษณ์คู่
สัมภาษณ์คู่
สัมภาษณ์คู่
สัมภาษณ์คู่วววววววววววววว
*กรีดร้องอย่างมีความสุข*
ด้วยความเสี้ยน บ่ายนี้มีสอบ แต่เราจะขอสครีม สอบเสิบไว้ก่อน ตอนนี้อะไรก็ไม่สำคัญเท่า (ยกเว้นคาเนปเป้จะมาขอแต่งงาน)
มา! (สัมภาษณ์นี้แล้วอีกไม่นาน ฟิคเราจะออกมาให้อ่านกันอีกนะคะ)
รายงานสด ดอกไม้แชนเนิล ภายใต้เครือข่ายBaNaNa Sattlelite
[Official Blog-only Cast Talks, featuring Tsuchiya Yuuichi ~ Part 1: Nagayama Takashi version]
>>คุณสองคนได้เล่นด้วยกันครั้งแรกในปี2003 กับละครเพลงPrince of Tennis ไม่ทราบว่าคุณจำความประทับใจแรกพบที่มีต่อกันได้มั้ยคะ (แม่งงง ยังกะแถลงการแต่งงาน)
ตุ๊ติ: หวา... แปลว่านั่น(ความประทับใจ)คือทอล์คคราวนี้สินะ? น่าสนุกจัง.. อืมม... คิดก่อนนะ... ครั้งแรกที่เราพบกัน.....
นากายัน: มันเป็นตอนที่ต้องถ่ายใบปลิวกัน สึตจี้(นากายันเรียกตุ๊ติน่ะแหละ แต่พอเขียนเป็นคาตาคานะให้อ่าน มันคือつっちー น่าจะอ่านว่า ทสึตจี้--- น่ารักเว้ย)มาถึงช้านิดหน่อย พร้อมๆกับเอย์จิซัง(โม่ซัง) และเดี๋ยวนั้น เค้าก็เริ่มทำตัวไฮเปอร์ไปทั่ว พูดคุยกับแคสคนอื่นๆถึงเรื่องที่ผมไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อยด้วยเสียงใหญ่ๆมาก แล้วผมก็คิด "หวา ไอ้บ้านี่มันใครกันเนี่ย?" *หัวเราะ* "พวกนักแสดงเป็นแบบนี้หมดเลยเหรอ?"
ตุ๊ติ: อื้อ พูดอีกก็ถูกอีก *หัวเราะ*
นากายัน: สำหรับผม ผมไม่รู้ว่าผมจะยังทำสเตจต่อรึเปล่าหลังจากนี้ ยิ่งไปกว่านั้น ผมค่อนข้างประหม่าที่ต้องมาที่บริษัทนี้ในระหว่างทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อโชว์ครั้งแรกของผม พูดกันตามตรง ณ ตอนนั้น ผมแค่กังวลที่จะต้องทักทายกับทุกคน
ตุ๊ติ: หือ... ตอนถ่ายใบปลิวเหรอ
นากายัน: นายจำไม่ได้สินะ (นากายันลงท้ายว่า เดโช้? โมเอ้-----)
ตุ๊ติ: ได้ ฉันจำได้ว่าถ่ายใบปลิว แต่ถ้าพูดถึงความประทับใจแรกพบที่มีต่อทาคาชิ(อ๊ากก ตุ๊ติ เรียกว่าทาคาชิ น่ารักเว้ยยยยย)เนี่ย - - - ฉันค่อนข้างสับสนนะ แบบ "เอาล่ะ ฉันจะสื่อสารกับกับคนๆนี้ยังไงดี" เพราะเราต้องเล่นคู่กัน แล้ว ไงล่ะ ผมอยากจะสนิทกับเค้าเร็วๆ แต่มันก็เพราะว่า คาแรคเตอร์ของพวกเราใกล้ชิดกันมาก ผมก็เลยค่อนข้างระวังความประพฤติเวลาที่อยู่รอบๆเค้าน่ะ
นากายัน: คือ ผมก็ยืนอยู่ตรงนั้น คิดนะ ว่านี่เป็นการแสดงสเตจครั้งแรกของผม แล้วทุกคนก็มีประสบการณ์ครั้งแรกกันมาแล้ว ความตั้งใจสูงสุดของผมคือตามพวกเขาให้ทัน ระหว่างซ้อม จิตใจผมแยกออกเป็นสองส่วน ระหว่างจะต้องซ้อมหนักแค่ไหนเพื่อให้ไปให้ถึงจุดนั้นในฐานะนักแสดง หรือจะสร้างความสัมพันธ์อันดีกับทุกๆคน แล้วผมก็ตัดสินใจว่าผมจะพยายามซ้อมอย่างหนัก ผมก็เลยอุทิศตัวให้กับการพัฒนาตัวเอง แล้วก็มาถึงจุดที่ผมเริ่มเห็นความสัมพันธ์ก่อตัวขึ้น ไม่ใช่แค่กับสึตจี้ แต่หมายถึงแคสเมมเบอร์ทุกคน ก็ตอนโชว์อันต่อมา แล้วก็Dream Liveนะ...
ตุ๊ติ: ช่าย นายไม่ค่อยอยู่ด้วยกันนอกเวลาซ้อมเท่าไหร่ แม้กระทั่งทุกวันนี้ เวลาฉันโทรหานาย นายก็จะตอบว่า "ฉันอยู่บ้านพ่อแม่อยู่อะ" *หัวเราะ*
นากายัน: เฮ้ นั่นก็คือตอนนั้นแล้วก็ตอนนี้! ทีสึตจี้ล่ะ ยังไม่เคยโทรกลับฉันเลยเวลาฉันโทรไป! อืม... นั่นมันไม่ใช่เรื่องใหญ่นี่นะ(กลับโลกลูก กลับโลกก)ผมจะอธิบายยังไงดี... สึตจี้เป็นคนที่ แม้กระทั้งเวลาอยู่บนเวที เค้าจะรับทุกอย่างที่โยนไปให้ แล้วก็เดาไม่ถูก ในทางที่ดีนะ... แล้วมันก็มีเซนซ์ของความส่วนตัว (ในที่นี้หมายถึงความรู้สึกไว้ใจอบอุ่นอะไรแบบนั้น อั๊งงง) ที่เราจะสามารถบอกกันและกันได้เสมอโดยไม่ต้องเสแสร้งว่า "ถ้าฉันปล่อยให้เขาจัดการ ทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง" (*ระเบิดหัว*)
ตุ๊ติ: อืม.. อย่างน้อยนั่นก็คือความรู้สึกทั่วไปนะ...
>>งั้น สำหรับพวกคุณสองคน "อารุฮิ" จะเป็นการแสดงคู่กันด้วยกันเป็นครั้งแรกสินะคะ (ในที่นี้ มันหมายถึงการแสดงที่มีพวกเขาเป็นตัวเอกคู่กันเป็นครั้งแรกน่ะค่ะ)
ตุ๊ติ: ครับ ประมาณนั้น! ให้ผมพูดง่ายๆเลยนะ ตื่นเต้นดีใจมากเลย! (เค้าใช้คำว่าอุเรชี่~~ เราก็อุเรชี่เช่นกานนนน)
นากายัน: เราพูดว่า "ผมเต็มใจทำ" กันมาได้ซักพักแล้วล่ะ - - - ไม่ค่อยมีนักแสดงอายุประมาณเราที่เราจะเรียนรู้ได้ แต่สึตจี้มีประสบการณ์มากมายกับคนอื่นๆ ผมก็เลยตื่นเต้นที่จะได้ทำสิ่งนี้กับเค้า (*ระเบิดตัวตาย*)
ตุ๊ติ: ใน"Musical Prince of Tennis"กับ"Rock Musical BLEACH," ทั้งสองอันที่ผมเล่นกับทาคาชิ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นอะไรที่สตาฟจัดมาให้ มากกว่าที่จะเป็นผลงานจากนักแสดงแต่ละคน คอสตูมกับเมคอัพก็เป็นแบบนั้นตลอดเวลา และมันก็มีต้นแบบเสมอ เพราะงั้น การมีสิ่งสนับสนุนมากขนาดนั้น ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นสำหรับผม ในฐานะนักแสดง และสื่อถึงคนดูได้ง่ายด้วยเช่นกัน
นากายัน: และเพียงแค่นั้น ผมก็รู้สึกถึงเซนซ์ที่ว่า "เราเป็นคู่กัน" ช่างแข็งแกร่งมาก... แหงล่ะ มีผู้คนมากมายรู้จักพวกเราจากตรงนั้น และมีผู้คนอีกมากมายที่แฮปปี้มากๆกับการได้เห็นเรายืนด้วยกัน (แถวนี้1คนนนนน) เพราะฉะนั้น ครั้งหน้าที่เรายืนคู่กันบนเวที เราอยากให้มันเป็นโชว์ที่จะตอบแทนคนพวกนั้น ซักอันที่จะสามารถตอบรับความหวังของพวกเขา ซักอันที่จะสามารถทำให้พวกเขากลับบ้านอย่างพอใจ - - - เราตั้งใจมากๆเลย
ตุ๊ติ: ใช่ สำหรับผมก็เหมือนกัน ผมคิดมาตลอดว่า พวกเราจะต้องได้เล่นละครเวทีคู่กันด้วยกันอย่างจริงจัง ดังนั้น โชว์นี้ถือเป็นโอกาสดีมากๆเลย
นากายัน: นี่คือการแสดงคู่กันที่ผมคอยหวังมาตลอด และผมก็ไม่อยากจะทำให้ผู้ชมผิดหวังเช่นกัน สำหรับผม ผมคิดอย่างตั้งใจมากกว่า ผมอยากให้โชว์นี้เป็นหนึ่งใน ที่ไม่ว่ากี่ปีของการอยู่บนเวทีจะผ่านไป นี่จะเป็นการรวมทุกสิ่งเอาไว้
ตุ๊ติ: อิสระตรงนี้มันสูงมาก ผมเชื่อว่าทาคาฮาชิ อิซาโอะซัง ผู้เขียนสคริปต์ จะต้องเขียนขึ้นจากการที่เฝ้ามองพวกเราทีละคนแล้วยกไปเป็นคาแรคเตอร์ และหากคาแรคเตอร์เหล่านี้จะถูกไปทำให้เป็นอนิเม คอนเซปต์หลักก็คงจะเป็น "Teamwork." อย่างแน่นอน จริงอยู่ว่าคุณจะมีคาแรคเตอร์แต่ละแบบเขียนอยู่ แต่ในตอนท้ายที่สุด มันก็คือการที่ว่า คนสี่คนจะทำงานร่วมกันอย่างไร ความสนุกเบื้องหลังการทำงานร่วมกัน และผลจากการเล่นเป็นทีม จะกลายเป็นจุดที่สำคัญที่สุด... ผมคิดว่านะ...
>>คุณสองคนคิดอย่างไรกับบทเมื่อตอนที่ได้อ่านมันครั้งแรกคะ?
ตุ๊ติ: มันน่าสนใจมาก มันมีกลิ่นอายของความเก่าอยู่จากการที่ถูกเขียนขึ้นมากว่า20ปีแล้ว แต่เนื้อเรื่องของมันนั้น ทุกคนสามารถนำมาเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันได้ ตอนผมอ่านคนเดียวบนรถไฟ ผมหัวเราะออกมาดังมากๆ แต่ระหว่างการอ่านครั้งแรกอย่างตั้งใจที่ทำไปวันนี้ อ๋า-- มันยากมาก~! พวกเราสี่คนอ่านกันหมดโดยยังไม่มีไอเดียอะไรมาก เพราะอย่างนั้น ยิ่งทำให้เรารู้สึกว่าเรา "ไม่มีอะไรในหัว" มันถูกเขียนขึ้นมาเพื่อแสดงบนสเตจจริงๆ และเพราะอย่างนั้น หากความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครไม่ออกมาถูกต้อง ก็จะทำให้แม้กระทั่งส่วนที่ฮามากๆแป้กไปเลย ผมรู้สึกถึงลางสังหรณ์ว่า "ผมจะต้องตัดนู่นนี่ออกในการซ้อมเพื่อทำให้ตรงนี้ขำ"
นากายัน: สำหรับผม ไม่ว่ายังไงก็ตาม ความรู้สึกก็คือ "ฮึ่ย มันจะต้องยากมากยามที่มีแค่สี่คน" และนั่นก็คือความรู้สึกตอนอ่านครั้งแรก แต่จริงๆแล้ว ผมไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากผมทำอะไรซักอย่างกับนี่ ผมต้องการอ่านมันให้ละเอียดกว่านี้... ในโชว์นี้ การแสดงเริ่มใข้นที่บทพูดของผม และนั่นเป็นความสุขสูงสุดที่นักแสดงจะได้สัมผัส แล้วผมก็ต้องรีบดึงทุกคนเข้ามาก่อนที่เนื้อเรื่องจะเริ่มขึ้นด้วยซ้ำ แล้วผมก็ไม่อยากให้มันมีจุดที่ว่า ผมต้องออกไปพูดให้คนคิดว่า "อืม โชว์นี้ก็คงเป็นงี้ล่ะ" เพราะงั้น ผมเลยยจังคิดอยู่ว่าจะแสดงความตื่นเต้นและสับสนบนเวทียังไงดี... เอาเถอะ สำหรับตอนนี้ ผมเรียนรู้มากมายเกี่ยวกับงานที่รอผมอยู่จากการอ่านบทอย่างละเอียดน่ะนะ...
>>นากายาม่าซังมีบทพูดเยอะมากนี่คะ?
นากายัน: ครับ นั่นล่ะคือที่ผมคิดมาตลอดเลย *หัวเราะ* ในการละครเวทีที่ผมเคยผ่านมาทั้งหมดจนถึงตอนนี้ นี่เยอะที่สุดเลยครับ แต่ผมก็จะพยายามอย่างตั้งใจ ตั้งใจ ตั้งใจ ตั้งใจ ให้เหมือนกับว่าชีวิตผมต้องพึ่งมันเลยละครับ และถ้ามันยังไม่พอละก็ อืม... ผมก็จะให้สึจิยะซัง(ตุ๊ติ)ทำอะไรซักอย่างเพื่อส่วนที่เหลือ
ตุ๊ติ: พูดแบบนั้น แต่ก็รู้ใช่มั้ยว่าฉันไม่อยู่ในตำแหน่งที่จะช่วยอะไรนายได้ *หัวเราะ*
นากายัน: อืมม คาแรคเตอร์ของผมก็คงไม่ขอความช่วยเหลือจากใคร... อา.. อะไรอีกนะ... เดี๋ยว!! เอาเถอะ เอาเป็นว่า ผมจะพยายามให้เต็มที่!!!
>>เอาล่ะค่ะ สุดท้ายนี้ ขอความคิดเห็นเกี่ยวกับโชว์นี้อีกครั้งนะคะ
ตุ๊ติ: พลังของนักแสดง.. โชว์นี้เกี่ยวกับคำนี้เท่านั้น เพราะงั้นผมเลยค่อนข้างตื่นเต้นที่จะได้ไปซ้อมเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายสำคัญ สำหรับคนที่ไม่เคยเห็นละครเวทีที่ดราม่าแบบนี้ นี่จะเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับพวกเขาเลย และสำหรับคนที่เคยดูละครทำนองนี้มาแล้ว ผมหวังว่าจะทำให้พวกเขารู้ว่า เรากำลังเผชิญหน้ากับผลงานจาก20กว่าปีก่อน พวกเราจะมุ่งไปสู่จุดสูงสุด แต่ก่อนอื่นเลย พวกเราคงต้องหาส่วนที่ดีที่สุดในตัวเราเองก่อน ผมรู้สึกอย่างนั้น
นากายัน: ใช่แล้วล่ะ ตัวละครเองไม่ได้ยาวขนาดนั้น แต่ผมคิดว่าการที่เนื้อเรื่องจะเข้มข้นได้นั้นแตกต่างไปขึ้นอยู่กับแต่ละคน และมันก็จะมีจุดที่ว่า "อะไรเนี่ย?" เยอะมาก และมันก็ไม่มีทางที่จะทำให้ชัดเจนได้ พวกเราจึงจะโฟกัสไปที่แต่ละสิ่งรู้สึกอย่างไร จะแสดงออกแบบไหนที่ทำให้ผู้ชมเข้าใจเราได้และมีความสุขกลับไป นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด ในฐานะนักแสดง เราต้องทำให้โชว์นี้กลายเป็นโชว์ที่พวกเราจะประเมิณทุกสิ่งทุกอย่างได้
ตุ๊ติ: ผมรู้สึกจริงๆว่า นิทานเรื่องนี้ รวมอยู่ในกล่องด้วยองค์ประกอบต่างๆอย่างง่ายดาย มันจะต้องเป็นเรื่องยากสำหรับทุกคนว่าจะเข้าถึงมันยังไง แต่ ไม่ว่าความประทับใจของพวกเขาจะเป็นยังไง ตราบใดที่เราสามารถเชื่อมโยงความรู้สึกที่ว่า "นี่คือละครเวทีที่เราอยากจะทำตอนนี้" ท่าทางของนักแสดง และความรู้สึกแล้วล่ะก็ ผมก็พอใจแล้ว เพราะผมรู้สึกว่านี่เป็นเรื่องสำคัญพอสมควร
นากายัน: ครับ เราอยากจะให้นี่เป็นอะไรบางอย่างที่ทุกคนจะมีความสุขไปกับมันเนะ (นากายันลงท้ายด้วยเนะจริงๆนะเอ้า อั๊งง)
รายงานสด จากดอกไม้แชนเนิล
ดิฉัน ฮานะ มัตสึโมโตะ รายงานค่ะ
Snap shots
แฮ่~~~ ไปอ่านหนังสือล่ะ
สุขใจจะหาไหน *กลิ้งงง*
ฮิ้ว~~~~~~~





นากายัน แอบล่ำ (...ไม่ เค้าเรียก อวบอึ๋ม) (...ลุง นอกจากชอบเด็ก แล้วยังชอบ อึ๋มๆด้วย คึคึ)
#1 By ★陳美美★maymeichan★ on 2007-07-24 12:09